เจ้าชายผู้ไม่รู้จักคำว่า “ไม่มี”
อนุรุทธกุมารเป็นเจ้าชายแห่งศากยวงศ์ พระโอรสของพระเจ้าอมิโตทนะ และเป็นพระอนุชาของเจ้าชายมหานามะ ท่านเติบโตท่ามกลางการทะนุถนอม จนความขาดแคลนแทบไม่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต วันหนึ่ง เจ้าชายกับพระสหายเล่นตีคลี โดยตกลงกันว่า คนแพ้ต้องนำขนมมาเลี้ยงเพื่อน อนุรุทธะแพ้ครั้งแรก คนรับใช้ก็ไปขอขนมจากพระมารดา แพ้ครั้งที่สองก็ไปอีก ครั้งที่สามยังมีขนมส่งมาให้ กระทั่งครั้งที่สี่ เจ้าชายแพ้อีกและใช้ให้คนเดิมกลับไปขอเช่นเคย
คราวนี้พระมารดารับสั่งให้กลับไปบอกว่า “ขนมไม่มี” แต่คำปฏิเสธธรรมดากลับไปถึงหูของคนที่ไม่เคยรู้จักคำนี้ อนุรุทธกุมารจึงเข้าใจว่า “ขนมไม่มี” เป็นชื่อขนมชนิดใหม่ ชีวประวัติฝ่ายอรรถกถาบันทึกคำตอบของเจ้าชายไว้สั้น ๆ ว่า
“ขนมไม่มีก็เอามาเถอะ”
พระมารดาทรงทราบทันทีว่า พระโอรสไม่เข้าใจคำว่า “ไม่มี” จึงให้ล้างถาดจนสะอาด ปล่อยไว้เปล่า ๆ แล้วใช้ถาดอีกใบปิดเป็นฝา ส่งไปโดยไม่มีขนมแม้แต่ชิ้นเดียว แต่ระหว่างที่คนรับใช้ถือถาดผ่านซุ้มประตู ชีวประวัติที่รวบรวมจากอรรถกถาเล่าว่า เทวดาผู้รักษาซุ้มประตูระลึกถึงอดีตชาติของเจ้าชาย เมื่อครั้งเกิดเป็นคนยากจนชื่อ อันนภาระ เขากับภรรยาเคยถวายอาหารส่วนที่เก็บไว้กินเองแก่พระอุปริฏฐปัจเจกพุทธเจ้า และตั้งความปรารถนาว่า หากเกิดใหม่ ขออย่าได้ยินคำว่า “ไม่มี” อีก เทวดาจึงเกรงว่า หากปล่อยให้เจ้าชายรู้จักคำนั้น ตนอาจถูกเทวดาผู้มีอำนาจเหนือกว่าลงโทษ จึงเนรมิตขนมทิพย์จนเต็มถาด
เมื่อเปิดฝา อนุรุทธะกับพระสหายจึงได้เสวยขนมรสโอชาที่ไม่เคยลิ้มมาก่อน บทเรียนของพระมารดากลับให้ผลตรงกันข้าม เจ้าชายยิ่งเชื่อว่า “ขนมไม่มี” คือขนมพิเศษที่สุด เมื่อกลับไปเฝ้า จึงต่อว่าพระมารดาตามที่ชีวประวัติบันทึกไว้ว่า
“ข้าแต่เสด็จแม่ ทำไมเสด็จแม่เพิ่งจะมารักลูกวันนี้เอง วันอื่น ๆ ไม่เห็นเสด็จแม่ทำขนมไม่มีให้ลูกเสวยเลย ตั้งแต่นี้ไป ลูกขอเสวยแต่ขนมไม่มีเพียงอย่างเดียว ขนมชนิดอื่นไม่ต้องทำให้อีก”
พระมารดาทรงทราบว่ามีเหตุอัศจรรย์เกิดขึ้น นับแต่นั้น เมื่อพระโอรสขอ “ขนมไม่มี” ก็ทรงส่งถาดเปล่าปิดฝาไปให้ และขนมทิพย์ปรากฏเต็มถาดทุกครั้ง คำว่า “ไม่มี” จึงยังไปไม่ถึงเจ้าชายอนุรุทธะ