{"book":{"title":"คู่มือแปลมคธเป็นไทย โดยพยัญชนะและอรรถ","subtitle":"สำหรับนักศึกษาบาลี ประโยค ๑-๒-๓","publisher":"วัดป่ามหาไชย จ.สมุทรสาคร","preface_by":"พระครูสิริสุตวราภรณ์ (ประกอบ ธมฺมชีโว) เจ้าอาวาสวัดป่ามหาไชย","compiled_by":"พระมหาฉัตรชัย สุวีรธมฺโม","source_pdf":"assets/books/คู่มือแปลมคธเป็นไทยโดยพยัญชนะเเละอรรถ-วัดป่ามหาชัย.pdf","pdf_pages":144,"extraction_date":"2026-08-16","extraction_method":"vision transcription from 150dpi page images (PDF text layer is unreliable: สระอำ and นิคคหิต are dropped/corrupted by the font subset)","citation_format":"เล่ม/หน้า ของธรรมบทภาค (ธบ.) เช่น 1/9"},"sections":[{"id":"s001","part":"ส่วนต้นเล่ม","no":null,"title":"(ส่วนต้นเล่ม)","level":0,"path":["(ส่วนต้นเล่ม)"],"pdf":1,"page":null,"html":"<div class=\"hb-figure\">ภาพปกหนังสือ — คู่มือแปลมคธเป็นไทย โดยพยัญชนะและอรรถ ฉบับสมบูรณ์ สำหรับนักศึกษาบาลีประโยค ๑ - ๒ -๓ | ตราวัดป่ามหาไชย สำนักปฏิบัติธรรมแห่งที่ ๑ ประจำจังหวัดสมุทรสาคร | รวบรวมโดย : พระมหาฉัตรชัย สุวีรธมฺโม</div>\n<div class=\"hb-figure\">หน้าว่าง</div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"(สวนตนเลม)[ภาพปกหนงสือ—คูมือแปลมคธเปนไทยโดยพยญชนะและอรรถฉบบสมบูรณสำหรบนกศึกษาบาลีประโยค๑-๒-๓|ตราวดปามหาไชยสำนกปฏิบติธรรมแหงที๑ประจำจงหวดสมุทรสาคร|รวบรวมโดย:พระมหาฉตรชยสุวีรธมโม][หนาวาง]","nex":0},{"id":"s002","part":"ส่วนต้นเล่ม","no":null,"title":"คำนำ","level":2,"path":["คำนำ"],"pdf":3,"page":null,"html":"<p>หนังสือคู่มือแปลมคธเป็นไทยเล่มนี้ได้จัดทำเพื่อใช้ในการเรียนการสอน ประโยค ๑ - ๒ - ๓ เนื้อหาที่ได้นำมารวมรวบไว้ในเล่มนี้ ได้นำมาจะหนังสือหลายเล่มที่ข้าพเจ้าได้ศึกษา</p>\n<p>จึงจะมีเนื้อหาบางส่วนที่คล้ายและซ้ำกันหลายจุด ตามแต่ละที่ที่นำมา บางอาจารย์ท่านอธิบายต่างกัน มีตัวอย่างในการอธิบายต่างๆ ทำให้เข้าใจได้ง่ายสำหรับบางคน</p>\n<p>จึงได้นำมารวบในหนังสือเล่มนี้ เพื่อให้ผู้ศึกษาได้พิจารณาเปรียบเทียบ จึงได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาพระบาลีภายในวัดป่ามหาไชย</p>\n<p>อนึ่ง หากหนังสือเล่มนี้ยังขาดตกบกพร่องประการใด หรือมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ขอความอนุเคราะห์โปรดแจ้งให้ทราบด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง เพื่อจะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขให้บริบูรณ์ยิ่งขึ้น</p>\n<p>พระครูสิริสุตวราภรณ์ (ประกอบ ธมฺมชีโว) เจ้าอาวาสวัดป่ามหาไชย</p>\n<div class=\"hb-figure\">ตราวัดป่ามหาไชย</div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"คำนำหนงสือคูมือแปลมคธเปนไทยเลมนีไดจดทำเพือใชในการเรียนการสอนประโยค๑-๒-๓เนือหาทีไดนำมารวมรวบไวในเลมนีไดนำมาจะหนงสือหลายเลมทีขาพเจาไดศึกษาจึงจะมีเนือหาบางสวนทีคลายและซำกนหลายจุดตามแตละทีทีนำมาบางอาจารยทานอธิบายตางกนมีตวอยางในการอธิบายตางๆทำใหเขาใจไดงายสำหรบบางคนจึงไดนำมารวบในหนงสือเลมนีเพือใหผูศึกษาไดพิจารณาเปรียบเทียบจึงไดจดทำขึนเพือใหงายตอการศึกษาพระบาลีภายในวดปามหาไชยอนึงหากหนงสือเลมนียงขาดตกบกพรองประการใดหรือมีขอเสนอแนะทีเปนประโยชนขอความอนุเคราะหโปรดแจงใหทราบดวยจะเปนพระคุณยิงเพือจะไดนำมาปรบปรุงแกไขใหบริบูรณยิงขึนพระครูสิริสุตวราภรณ(ประกอบธมมชีโว)เจาอาวาสวดปามหาไชย[ตราวดปามหาไชย]","nex":0,"url":"kham-nam"},{"id":"s003","part":"ส่วนต้นเล่ม","no":null,"title":"สารบัญ","level":2,"path":["สารบัญ"],"pdf":4,"page":null,"html":"<section class=\"hb-book-toc-section\"><h2 class=\"hb-topic\">ส่วนต้นเล่ม</h2><ul class=\"hb-book-toc\"><li><a href=\"/handbook/kham-nam\" data-go=\"s002\">คำนำ</a></li></ul></section><section class=\"hb-book-toc-section\"><h2 class=\"hb-topic\">การแปลโดยพยัญชนะ</h2><ul class=\"hb-book-toc\"><li><a href=\"/handbook/kamnot-prayok\" data-go=\"s004\">การกำหนดประโยค</a></li><li><a href=\"/handbook/lak-kan-plae-9\" data-go=\"s005\">หลักการแปลมคธเป็นไทย ๙ ประการ</a></li><li><a href=\"/handbook/alapana\" data-go=\"s006\">๑.อาลปนะ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/alapana#alapana-noun\" data-go=\"alapana-noun\">อาลปนะนามนาม</a></li><li><a href=\"/handbook/alapana#alapana-particle\" data-go=\"alapana-particle\">อาลปนะนิบาต</a></li><li><a href=\"/handbook/alapana#alapana-nibata\" data-go=\"s007\">เมื่อนามนามและนิบาตมาร่วมกัน</a></li><li><a href=\"/handbook/alapana#alapana-particle-first\" data-go=\"alapana-particle-first\">นิบาต ๔ ตัวที่แปลก่อน</a></li><li><a href=\"/handbook/alapana#alapana-compound\" data-go=\"alapana-compound\">สมาสและตัทธิตหลายบท</a></li><li><a href=\"/handbook/alapana#alapana-name-first\" data-go=\"alapana-name-first\">ชื่อ แซ่ โคตร และสกุล</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/nibata\" data-go=\"s008\">๒ นิบาต</a></li><li><a href=\"/handbook/kala-sattami\" data-go=\"s009\">๓. บทกาลสัตตมี</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/kala-sattami#time-noun\" data-go=\"time-noun\">กาลสัตตมีนามนาม</a></li><li><a href=\"/handbook/kala-sattami#time-particle\" data-go=\"time-particle\">กาลสัตตมีนิบาต</a></li><li><a href=\"/handbook/kala-sattami#time-pronoun\" data-go=\"time-pronoun\">กาลสัตตมีสัพพนาม</a></li><li><a href=\"/handbook/kala-sattami#time-small-before-large\" data-go=\"time-small-before-large\">กาลน้อยก่อนกาลใหญ่</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/bot-prathan\" data-go=\"s010\">๔. บทประธาน</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/bot-prathan#subject-noun\" data-go=\"subject-noun\">๑. นาม</a></li><li><a href=\"/handbook/bot-prathan#subject-numeral\" data-go=\"subject-numeral\">๒. ปกติสังขยา</a></li><li><a href=\"/handbook/bot-prathan#subject-pronoun\" data-go=\"subject-pronoun\">๓. ปุริสสัพพนาม</a></li><li><a href=\"/handbook/bot-prathan#subject-nama-kitaka\" data-go=\"subject-nama-kitaka\">๔. นามกิตก์</a></li><li><a href=\"/handbook/bot-prathan#subject-kiriya-kitaka\" data-go=\"subject-kiriya-kitaka\">๕. กิริยากิตก์</a></li><li><a href=\"/handbook/bot-prathan#subject-samasa\" data-go=\"subject-samasa\">๖. บทสมาส</a></li><li><a href=\"/handbook/bot-prathan#subject-taddhita\" data-go=\"subject-taddhita\">๗. บทตัทธิต</a></li><li><a href=\"/handbook/bot-prathan#subject-special\" data-go=\"subject-special\">๘. บทพิเศษ</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/nueang-prathan\" data-go=\"s011\">๕. บทที่เนื่องด้วยตัวประธาน</a></li><li><a href=\"/handbook/kiriya-nai-rawang\" data-go=\"s012\">๖. กิริยาในระหว่างของบทประธาน</a></li><li><a href=\"/handbook/nueang-kiriya-nai-rawang\" data-go=\"s013\">๗.บทที่เนื่องด้วยกิริยาในระหว่าง</a></li><li><a href=\"/handbook/kiriya-khum-phak\" data-go=\"s014\">๘. กิริยาคุมพากย์</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/kiriya-khum-phak#predicate-akhyata\" data-go=\"predicate-akhyata\">กิริยาอาขยาต</a></li><li><a href=\"/handbook/kiriya-khum-phak#predicate-kitaka\" data-go=\"predicate-kitaka\">กิริยากิตก์</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/nueang-kiriya-khum-phak\" data-go=\"s015\">๙ บทที่เนื่องด้วยกิริยาคุมพากย์</a></li><li><a href=\"/handbook/vikati-katta\" data-go=\"s016\">วิกติกตฺตา</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/vikati-katta\" data-go=\"s016\">ตำแหน่งของวิกติกัตตา</a></li><li><a href=\"/handbook/vikati-katta#vikati-katta-final\" data-go=\"vikati-katta-final\">วิกติกัตตาอยู่สุดประโยค</a></li><li><a href=\"/handbook/vikati-katta#vikati-katta-middle\" data-go=\"vikati-katta-middle\">วิกติกัตตาอยู่กลางประโยค</a></li><li><a href=\"/handbook/vikati-katta#withi-plae\" data-go=\"s017\">แปลหนุนคำว่า เป็น</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/vikati-kamma\" data-go=\"s018\">วิกติกมฺม</a></li><li><a href=\"/handbook/poet-iti\" data-go=\"s019\">หลักการเปิด อิติ ศัพท์ ในเวลาแปลยกศัพท์</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/poet-iti#iti-opening-methods\" data-go=\"iti-opening-methods\">วิธีเปิด อิติ ๕ ประเภท</a></li><li><a href=\"/handbook/poet-iti#iti-open-participle\" data-go=\"iti-open-participle\">เปิดด้วยกิริยาในระหว่าง</a></li><li><a href=\"/handbook/poet-iti#iti-open-instrumental\" data-go=\"iti-open-instrumental\">เปิดด้วยบทตติยาวิภัตติ</a></li><li><a href=\"/handbook/poet-iti#kiriya-poet-iti\" data-go=\"s020\">เปิดด้วยกิริยาคุมพากย์</a></li><li><a href=\"/handbook/poet-iti#iti-dutiya\" data-go=\"iti-dutiya\">เปิดด้วยบททุติยาวิภัตติ</a></li><li><a href=\"/handbook/poet-iti#iti-prathama\" data-go=\"iti-prathama\">เปิดด้วยบทประธาน</a></li><li><a href=\"/handbook/poet-iti#iti-open-missing-subject-predicate\" data-go=\"iti-open-missing-subject-predicate\">เติมประธานและกิริยาที่ขาด</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/kham-chueam-nam\" data-go=\"s022\">คำเชื่อมกันระหว่างนาม</a></li><li><a href=\"/handbook/sa-nam-catutthi-chatthi\" data-go=\"s023\">วิธีแปล ส - นํ จตุตถี . และ ฉัฏฐี .</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/sa-nam-catutthi-chatthi#sa-nam-after-verb\" data-go=\"sa-nam-after-verb\">หลังกิริยา: แก่ / เพื่อ</a></li><li><a href=\"/handbook/sa-nam-catutthi-chatthi#sa-nam-after-noun\" data-go=\"sa-nam-after-noun\">หลังนามนาม: ของ / แห่ง</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/kat-nok-kam-nai\" data-go=\"s024\">หลักการแปล ประโยค กัตนอก - กัมใน</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/kat-nok-kam-nai#prayok-thiap-khiang\" data-go=\"s025\">ประโยคเทียบเคียง</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/ruap-thon\" data-go=\"s026\">หลักการแปลรวบถอน</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/ruap-thon#ruap-thon-niddharana\" data-go=\"ruap-thon-niddharana\">บทรวบถอน: นิทฺธารณ</a></li><li><a href=\"/handbook/ruap-thon#ruap-thon-niddharaniya\" data-go=\"ruap-thon-niddharaniya\">บทที่ถอนออก: นิทฺธารณีย</a></li><li><a href=\"/handbook/ruap-thon#ruap-thon-collect\" data-go=\"ruap-thon-collect\">แปลบทรวบถอน</a></li><li><a href=\"/handbook/ruap-thon#ruap-thon-direct\" data-go=\"ruap-thon-direct\">แปลแบบถอนออกเลย</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/anadara\" data-go=\"s028\">ประโยคอนาทร</a></li><li><a href=\"/handbook/lakkhana\" data-go=\"s029\">ประโยคลักขณะ</a></li><li><a href=\"/handbook/kim-payojanam\" data-go=\"s030\">หลักการแปล ประโยค กึ (ปโยชนํ)</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/kim-payojanam#kim-payojanam-lingattha\" data-go=\"kim-payojanam-lingattha\">ลิงคัตถะ: ไม่มีกิริยาคุมพากย์</a></li><li><a href=\"/handbook/kim-payojanam#kim-payojanam-kattu\" data-go=\"kim-payojanam-kattu\">กัตตุวาจก: เติม โหติ</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/kimangam-pana\" data-go=\"s031\">แปล ประโยค กิมงฺคํ ปน</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/kimangam-pana#kimangam-lingattha\" data-go=\"kimangam-lingattha\">แปลเป็นลิงคัตถะ</a></li><li><a href=\"/handbook/kimangam-pana#kimangam-kattu\" data-go=\"kimangam-kattu\">แปลเป็นกัตตุวาจก</a></li><li><a href=\"/handbook/kimangam-pana#kimangam-nipata\" data-go=\"kimangam-nipata\">แปลเป็นนิบาต</a></li><li><a href=\"/handbook/kimangam-pana#kimangam-negative-first\" data-go=\"kimangam-negative-first\">ประโยคหน้าปฏิเสธ</a></li><li><a href=\"/handbook/kimangam-pana#kimangam-positive-first\" data-go=\"kimangam-positive-first\">ประโยคหน้าบอกเล่า</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/itthambhuta\" data-go=\"s033\">วิธีแปลอิตฺถมฺภูต</a></li><li><a href=\"/handbook/khamaniyam-yapaniyam\" data-go=\"s034\">วิธีแปลประโยค ขมนียํ - ยาปนียํ</a></li><li><a href=\"/handbook/atha-evam-lek-nai\" data-go=\"s035\">วิธีแปล อถ - เอวํ ในเลขใน</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/atha-evam-lek-nai#atha-outside\" data-go=\"atha-outside\">อถ ในเลขนอก</a></li><li><a href=\"/handbook/atha-evam-lek-nai#evam-inside\" data-go=\"evam-inside\">เอวํ ในเลขใน</a></li><li><a href=\"/handbook/atha-evam-lek-nai#evam-ordinary\" data-go=\"evam-ordinary\">เอวํ ที่แปลตามธรรมดา</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/saii\" data-go=\"s036\">ให้แปลเหน็บคำว่า ไซร้</a></li><li><a href=\"/handbook/anta-mana-muea\" data-go=\"s037\">อนฺต มาน ปัจจัยแปล เมื่อ</a></li><li><a href=\"/handbook/tva-tvana\" data-go=\"s038\">ตฺวา - ตฺวาน ปัจจัย ครั้น-แล้ว</a></li><li><a href=\"/handbook/khwam-kan\" data-go=\"s039\">วิธีใช้คำว่า ความ - การ ต่างกัน</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/khwam-kan#bhavanama-khwam\" data-go=\"bhavanama-khwam\">ความ: อาการภายในและจิตใจ</a></li><li><a href=\"/handbook/khwam-kan#bhavanama-kan\" data-go=\"bhavanama-kan\">การ: การกระทำที่ปรากฏภายนอก</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/patthaya-yava\" data-go=\"s040\">วิธีแปล ปฏฺฐาย-ยาว</a></li><li><a href=\"/handbook/bhava-sap-bhava-taddhita\" data-go=\"s041\">การใช้ ภาวศัพท์ และ ภาวตัทธิต</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/bhava-sap-bhava-taddhita#bhava-noun\" data-go=\"bhava-noun\">ต่อท้ายศัพท์นามนาม</a></li><li><a href=\"/handbook/bhava-sap-bhava-taddhita#bhava-verb-noun\" data-go=\"bhava-verb-noun\">ต่อท้ายกิริยานามหรือภาวนาม</a></li><li><a href=\"/handbook/bhava-sap-bhava-taddhita#bhava-adjective\" data-go=\"bhava-adjective\">ต่อท้ายคุณนาม</a></li><li><a href=\"/handbook/bhava-sap-bhava-taddhita#bhava-atthi-natthi\" data-go=\"bhava-atthi-natthi\">ต่อท้าย อตฺถิ–นตฺถิ</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/hak-vibhatti\" data-go=\"s042\">แปลหักวิภัตติ</a></li><li><a href=\"/handbook/hak-chatthi-kamma\" data-go=\"s043\">แปลหักฉัฏฐี. เป็นกัมม</a></li><li><a href=\"/handbook/hak-chatthi-tatiya\" data-go=\"s044\">หักฉัฏฐี.  เป็นตติยา.</a></li><li><a href=\"/handbook/hak-tatiya-dutiya\" data-go=\"s045\">หักตติยา.  เป็นทุติยา.</a></li><li><a href=\"/handbook/hak-chatthi-tatiya-2\" data-go=\"s046\">หักฉัฏฐี.  เป็นตติยา.</a></li><li><a href=\"/handbook/hak-sattami-pathama\" data-go=\"s047\">หักสัตตมี.  เป็น ปฐมา.</a></li><li><a href=\"/handbook/bhavanama\" data-go=\"s048\">เรื่องภาวนาม</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/bhavanama\" data-go=\"s048\">ภาวนามคืออะไร</a></li><li><a href=\"/handbook/bhavanama#bhavanama-structure\" data-go=\"bhavanama-structure\">แผนผังและส่วนประกอบ</a></li><li><a href=\"/handbook/bhavanama#withi-plae\" data-go=\"s049\">ขั้นตอนการแปล</a></li><li><a href=\"/handbook/bhavanama#yu-paccaya\" data-go=\"s050\">ยุ ปัจจัย</a></li><li><a href=\"/handbook/bhavanama#tum-paccaya\" data-go=\"s051\">ตุํ ปัจจัย</a></li><li><a href=\"/handbook/bhavanama#tabba-paccaya\" data-go=\"s052\">ตพฺพ ปัจจัย</a></li><li><a href=\"/handbook/bhavanama#sakka\" data-go=\"s053\">สกฺกา</a></li><li><a href=\"/handbook/bhavanama#bhava-sap\" data-go=\"s054\">ภาวศัพท์</a></li><li><a href=\"/handbook/bhavanama#bhava-taddhita\" data-go=\"s055\">ภาวตัทธิต</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/na-no-ma\" data-go=\"s056\">วิธีแปล น โน มา</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/na-no-ma#negative-na-no\" data-go=\"negative-na-no\">น–โน: ไม่</a></li><li><a href=\"/handbook/na-no-ma#negative-ma\" data-go=\"negative-ma\">มา: อย่า</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/seyyathidam\" data-go=\"s057\">หลักการแปล  เสยฺยถีทํ</a></li><li><a href=\"/handbook/upama\" data-go=\"s058\">หลักการแปลประโยค อุปมา (เปรียบเทียบ)</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/upama#upama-lingattha\" data-go=\"upama-lingattha\">๑.อุปมาลิงคตฺถะ</a></li><li><a href=\"/handbook/upama#upama-visesana\" data-go=\"upama-visesana\">๒.อุปมาวิเสสนะ</a></li><li><a href=\"/handbook/upama#upama-vikati-katta\" data-go=\"upama-vikati-katta\">๓.อุปมาวิกติกัตตา</a></li><li><a href=\"/handbook/upama#upama-vikati-kamma\" data-go=\"upama-vikati-kamma\">๔.อุปมาวิกติกัมมะ</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/sakattha\" data-go=\"s063\">แปลศัพท์ สกรรถ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/sakattha#ka\" data-go=\"ka\">ก สกรรถ</a></li><li><a href=\"/handbook/sakattha#anta\" data-go=\"anta\">อนฺต สกรรถ</a></li><li><a href=\"/handbook/sakattha#gata\" data-go=\"gata\">คต สกรรถ</a></li><li><a href=\"/handbook/sakattha#jata\" data-go=\"jata\">ชาต สกรรถ</a></li><li><a href=\"/handbook/sakattha#jati\" data-go=\"jati\">ชาติ สกรรถ</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/santa\" data-go=\"s064\">ว่าด้วย สนฺต ศัพท์</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/santa#santa-peace\" data-go=\"santa-peace\">สนฺต แปลว่าสงบแล้ว</a></li><li><a href=\"/handbook/santa#santa-existing\" data-go=\"santa-existing\">สนฺต แปลว่ามีอยู่</a></li><li><a href=\"/handbook/santa#santa-bhavanta\" data-go=\"s065\">แจกตามแบบ ภวนฺต</a></li><li><a href=\"/handbook/santa#sam\" data-go=\"sam\">สํ</a></li><li><a href=\"/handbook/santa#sati\" data-go=\"sati\">สติ</a></li><li><a href=\"/handbook/santa#satam\" data-go=\"satam\">สตํ</a></li><li><a href=\"/handbook/santa#assa\" data-go=\"assa\">อสฺส</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/anta-paccaya\" data-go=\"s066\">เรื่อง อนฺต ปัจจัยอีก</a></li><li><a href=\"/handbook/ya-ta\" data-go=\"s067\">แปลประโยค ย – ต ต่างๆ โดยพยัญชนะ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/ya-ta\" data-go=\"s067\">ประโยค ย–ต ทั้ง ๕ ประเภท</a></li><li><a href=\"/handbook/ya-ta#withi-plae\" data-go=\"s068\">วิธีเดินประโยค</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/ya-saek-ta\" data-go=\"s071\">ชนิดประโยค ย. แทรกประโยค ต.</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/ya-saek-ta#yatha-evam-upama\" data-go=\"s072\">ยถา - เอวํ ตถา อุปมา อุปไมย</a></li><li><a href=\"/handbook/ya-saek-ta#chan-dai-chan-nan\" data-go=\"s073\">ฉันใด ฉันนั้น</a></li><li><a href=\"/handbook/ya-saek-ta#tatha-yu-na\" data-go=\"s074\">ชนิด ตถา - เอวํ อยู่หน้า</a></li><li><a href=\"/handbook/ya-saek-ta#yatha-saek-tatha\" data-go=\"s075\">ชนิด ยถา แทรกในประโยค ตถา - เอวํ</a></li><li><a href=\"/handbook/ya-saek-ta#ya-ta-sapson\" data-go=\"s076\">ประโยค ย - ต ที่สับสนกัน</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/yatha-evam-pakarattha\" data-go=\"s077\">ยถา-เอวํ ตถา ปการัตถะ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/yatha-evam-pakarattha#phaenphang\" data-go=\"s079\">แผนผังโดยประการใด–โดยประการนั้น</a></li><li><a href=\"/handbook/yatha-evam-pakarattha#athibai-phaenphang\" data-go=\"s080\">วิธีแปลและตัวอย่าง</a></li><li><a href=\"/handbook/yatha-evam-pakarattha#yatha-saek-tatha\" data-go=\"s081\">ยถา แทรกประโยค ตถา–เอวํ</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/yava-tava\" data-go=\"s082\">ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/yava-tava#phaenphang\" data-go=\"s084\">แผนผังเพียงใด–เพียงนั้น</a></li><li><a href=\"/handbook/yava-tava#athibai-withi-plae\" data-go=\"s085\">วิธีแปลและตัวอย่าง</a></li><li><a href=\"/handbook/yava-tava#tava-yu-na\" data-go=\"s086\">ตาว อยู่หน้า</a></li><li><a href=\"/handbook/yava-tava#yava-saek-tava\" data-go=\"s087\">ยาว แทรกประโยค ตาว</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/sarupa\" data-go=\"s101\">หลักการแปล สรูป</a></li><li><a href=\"/handbook/kiriyapadhana-tva\" data-go=\"s102\">หลักการแปล ประโยคกิริยาปธานนัย ที่ใช้ ตฺวา ปัจจัยคุมพากย์</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/kiriyapadhana-tva#plural-singular\" data-go=\"plural-singular\">แบบที่ ๑: พหุวจนะ → เอกวจนะ</a></li><li><a href=\"/handbook/kiriyapadhana-tva#plural-another\" data-go=\"plural-another\">แบบที่ ๒: พหุวจนะ → คนหนึ่ง</a></li><li><a href=\"/handbook/kiriyapadhana-tva#singular-singular\" data-go=\"singular-singular\">แบบที่ ๓: เอกวจนะ → เอกวจนะ</a></li><li><a href=\"/handbook/kiriyapadhana-tva#singular-plural\" data-go=\"singular-plural\">แบบที่ ๔: เอกวจนะ → พหุวจนะ</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/kha-nya-na-paccaya\" data-go=\"s103\">ข ณฺย ณ ปัจจัยใช้คุมภาคได้ (สัมพันธ์)</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/kha-nya-na-paccaya#kha\" data-go=\"kha\">ข ปัจจัย</a></li><li><a href=\"/handbook/kha-nya-na-paccaya#nya\" data-go=\"nya\">ณฺย ปัจจัย</a></li><li><a href=\"/handbook/kha-nya-na-paccaya#na\" data-go=\"na\">ณ ปัจจัย</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/ta-paccaya-samasa\" data-go=\"s104\">การแปล ต ปัจจัยที่เป็นบทสมาส</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/ta-paccaya-samasa#transitive-object\" data-go=\"transitive-object\">สกัมมธาตุ + บทกรรม</a></li><li><a href=\"/handbook/ta-paccaya-samasa#transitive-other\" data-go=\"transitive-other\">สกัมมธาตุ + บทอื่น</a></li><li><a href=\"/handbook/ta-paccaya-samasa#intransitive-subject\" data-go=\"intransitive-subject\">อกัมมธาตุ + เจ้าของกิริยา</a></li><li><a href=\"/handbook/ta-paccaya-samasa#intransitive-other\" data-go=\"intransitive-other\">อกัมมธาตุ + บทอื่น</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/attho\" data-go=\"s105\">หลักการแปลประโยค อตฺโถ (ความต้องการ)</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/attho#attho-structure\" data-go=\"attho-structure\">โครงสร้างประโยค อตฺโถ</a></li><li><a href=\"/handbook/attho#without-dative\" data-go=\"without-dative\">ไม่มีจตุตถีวิภัตติ</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/ap-kiriya\" data-go=\"s106\">แปลอาบกิริยา</a></li><li><a href=\"/handbook/chue-wa\" data-go=\"s107\">หลักการแปล \"ชื่อว่า\" (สญฺญี- สญฺญา)</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/chue-wa#instrumental-cause\" data-go=\"instrumental-cause\">ตติยาวิภัตติเป็นบทเหตุ</a></li><li><a href=\"/handbook/chue-wa#to-cause\" data-go=\"to-cause\">โต ปัจจัยเป็นบทเหตุ</a></li><li><a href=\"/handbook/chue-wa#tta-cause\" data-go=\"tta-cause\">ตฺต ปัจจัยเป็นบทเหตุ</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/vivariya-vivarana\" data-go=\"s108\">หลักการแปล วิวริยะ วิวรณะ (ชื่อสัมพันธ์)</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/vivariya-vivarana#semantic-expansion\" data-go=\"semantic-expansion\">ไขด้วยอำนาจเนื้อความ</a></li><li><a href=\"/handbook/vivariya-vivarana#word-expansion\" data-go=\"word-expansion\">ไขศัพท์</a></li><li><a href=\"/handbook/vivariya-vivarana#word-group-expansion\" data-go=\"word-group-expansion\">ไขบท</a></li><li><a href=\"/handbook/vivariya-vivarana#sentence-expansion\" data-go=\"sentence-expansion\">ไขประโยค</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/rup-khatha\" data-go=\"s109\">หลักการกำหนดรูปคาถา</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/rup-khatha#pathayavat\" data-go=\"pathayavat\">ปัฐยาวัตร</a></li><li><a href=\"/handbook/rup-khatha#indravajira\" data-go=\"indravajira\">อินทรวิเชียร–อุเปนทรวิเชียร</a></li><li><a href=\"/handbook/rup-khatha#indravamsa\" data-go=\"indravamsa\">อินทรวงศ์–วังสัฏฐ</a></li><li><a href=\"/handbook/rup-khatha#vasantatilaka\" data-go=\"vasantatilaka\">วสันตดิลก</a></li><li><a href=\"/handbook/rup-khatha#kham-plae-khatha\" data-go=\"s111\">คำแปลคาถา</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/kae-attha\" data-go=\"s112\">หลักการแปลแก้อรรถ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/kae-attha#lemma\" data-go=\"lemma\">บทตั้ง</a></li><li><a href=\"/handbook/kae-attha#explanation\" data-go=\"explanation\">บทอธิบาย</a></li><li><a href=\"/handbook/kae-attha#with-attha\" data-go=\"with-attha\">แปลตั้งอรรถ</a></li><li><a href=\"/handbook/kae-attha#without-attha\" data-go=\"without-attha\">แปลไม่ตั้งอรรถ</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/iti-bot-tang-attha\" data-go=\"s113\">\"อิติ\"ศัพท์ ซึ่งวางติดกับบทตั้งอรรถ มี ๓ ลักษณะ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/iti-bot-tang-attha#sarupa\" data-go=\"sarupa\">สรูป: ว่า…ดังนี้</a></li><li><a href=\"/handbook/iti-bot-tang-attha#adiyattha\" data-go=\"adiyattha\">อาทยตฺถะ: ว่า…ดังนี้เป็นต้น</a></li><li><a href=\"/handbook/iti-bot-tang-attha#sannya-jotaka\" data-go=\"sannya-jotaka\">สัญญาโชตกะ: ชื่อว่า</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/ruap-12\" data-go=\"s114\">หลักการรวบ ๑๒ ประการ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/ruap-12#s114-nibata\" data-go=\"s114-nibata\">๑. รวบด้วยอำนาจนิบาต</a></li><li><a href=\"/handbook/ruap-12#niddharana\" data-go=\"niddharana\">๒. รวบด้วยอำนาจนิทธารณะ</a></li><li><a href=\"/handbook/ruap-12#yu\" data-go=\"yu\">๓.รวบด้วยอำนาจ ย  ปัจจัยในนามกิตก์</a></li><li><a href=\"/handbook/ruap-12#meaning\" data-go=\"meaning\">๔. รวบด้วยอำนาจเนื้อความ</a></li><li><a href=\"/handbook/ruap-12#relation\" data-go=\"relation\">๕.รวบด้วยอำนาจสัมพันธ์เข้าครึ่งศัพท์</a></li><li><a href=\"/handbook/ruap-12#vikati\" data-go=\"vikati\">๖.รวบด้วยอำนาจวิกติกัตตา</a></li><li><a href=\"/handbook/ruap-12#comparison\" data-go=\"comparison\">๗. รวบด้วยอำนาจอุปมา</a></li><li><a href=\"/handbook/ruap-12#tum\" data-go=\"tum\">๘.รวบด้วยอำนาจ  ตุํ  ปัจจัยนามกิตก์</a></li><li><a href=\"/handbook/ruap-12#na-nu\" data-go=\"na-nu\">๙. รวบด้วยอำนาจ  ณ, ณุ  ปัจจัยนามกิตก์</a></li><li><a href=\"/handbook/ruap-12#participles\" data-go=\"participles\">๑๐. รวบด้วยอำนาจ  ต, อนฺต , มาน, ปัจจัย</a></li><li><a href=\"/handbook/ruap-12#s114-bhava\" data-go=\"s114-bhava\">๑๑. รวบด้วยอำนาจ  ภาว  ศัพท์  ตฺต, ตา  ปัจจัยในตัทธิต</a></li><li><a href=\"/handbook/ruap-12#usage\" data-go=\"usage\">๑๒. รวบด้วยอำนาจความนิยม</a></li></ul></details></li></ul></section><section class=\"hb-book-toc-section\"><h2 class=\"hb-topic\">การแปลโดยอรรถ</h2><ul class=\"hb-book-toc\"><li><a href=\"/handbook/attha-withi-plae\" data-go=\"s115\">วิธีแปลมคธเป็นไทยโดยอรรถ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/kan-plae-2\" data-go=\"s116\">การแปล ๒ อย่าง</a></li><li><a href=\"/handbook/plae-doi-phayanchana\" data-go=\"s117\">การแปลโดยพยัญชนะ</a></li><li><a href=\"/handbook/plae-doi-attha\" data-go=\"s118\">การแปลโดยอรรถ</a></li><li><a href=\"/handbook/lak-buengton\" data-go=\"s119\">ลำดับการแปลและนิบาต</a></li><li><a href=\"/handbook/samniang-ayatanibata\" data-go=\"s120\">อายตนิบาต พหุวจนะ และกัมมวาจก</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/kan-plae-2\" data-go=\"s116\">การแปล ๒ อย่าง</a></li><li><a href=\"/handbook/plae-doi-phayanchana\" data-go=\"s117\">การแปลโดยพยัญชนะ</a></li><li><a href=\"/handbook/plae-doi-attha\" data-go=\"s118\">การแปลโดยอรรถ</a></li><li><a href=\"/handbook/lak-buengton\" data-go=\"s119\">หลักการแปลเบื้องต้น</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/lak-buengton\" data-go=\"s119\">ลำดับการแปล</a></li><li><a href=\"/handbook/lak-buengton#alapana\" data-go=\"alapana\">อาลปนะ</a></li><li><a href=\"/handbook/lak-buengton#s119-nibata\" data-go=\"s119-nibata\">นิบาต</a></li><li><a href=\"/handbook/lak-buengton#ca\" data-go=\"ca\">จ ศัพท์</a></li><li><a href=\"/handbook/lak-buengton#va\" data-go=\"va\">วา ศัพท์</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/samniang-ayatanibata\" data-go=\"s120\">๒. สำเนียงอายตนิบาต</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/samniang-ayatanibata\" data-go=\"s120\">สำเนียงอายตนิบาต</a></li><li><a href=\"/handbook/samniang-ayatanibata#plural\" data-go=\"plural\">ศัพท์พหุวจนะ</a></li><li><a href=\"/handbook/samniang-ayatanibata#passive\" data-go=\"passive\">ประโยคกัมมวาจก</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/chatthi-na-prathan\" data-go=\"s121\">๕. การแปลประโยคที่มีศัพท์ฉัฏฐีวิภัตติวางไว้หน้าประธาน</a></li><li><a href=\"/handbook/iti-sankhya\" data-go=\"s122\">๖. การแปล อิติ ศัพท์ ที่มีสังขยาอยู่หน้า</a></li><li><a href=\"/handbook/kae-attha-mangalattha\" data-go=\"s123\">๗. การแปลแก้อรรถในมังคลัตถทีปนี</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-rup-wikhro\" data-go=\"s124\">๘. การแปลรูปวิเคราะห์</a></li><li><a href=\"/handbook/sap-chaphro\" data-go=\"s125\">๙. การแปลศัพท์เฉพาะ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/sap-chaphro\" data-go=\"s125\">ศัพท์เฉพาะและสำนวนนิยม</a></li><li><a href=\"/handbook/sap-chaphro#nam-1-2\" data-go=\"s129\">นามและคำแปลวิภัตติ</a></li><li><a href=\"/handbook/sap-chaphro#kiriya-akhyata\" data-go=\"s138\">กิริยาอาขยาตและธาตุ</a></li><li><a href=\"/handbook/sap-chaphro#vacaka-5\" data-go=\"s145\">การแปลสลับวาจก</a></li><li><a href=\"/handbook/sap-chaphro#kira\" data-go=\"s147\">กิร ตามบริบท</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/ama-amanta\" data-go=\"s148\">แปล อาม-อามนฺตา โดยอรรถ</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-atha-evam\" data-go=\"s149\">แปล อถ-เอวํ โดยอรรถ</a></li><li><a href=\"/handbook/kiriya-kitaka\" data-go=\"s150\">กิริยากิตก์</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/kiriya-kitaka#paccaya-kiriya-kitaka\" data-go=\"s151\">คำแปลของปัจจัยกิริยากิตก์</a></li><li><a href=\"/handbook/kiriya-kitaka#klap-vacaka-kitaka\" data-go=\"s152\">เปลี่ยนกัมมวาจกเป็นกัตตุวาจก</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/nama-kitaka\" data-go=\"s153\">แปลนามกิตก์โดยอรรถ</a></li><li><a href=\"/handbook/tave-tum\" data-go=\"s154\">วิธีแปล เตฺว - ตุํ ปัจจัย โดยอรรถ</a></li><li><a href=\"/handbook/taddhita\" data-go=\"s155\">แปลตัทธิตทั้งปวงโดยอรรถ</a></li><li><a href=\"/handbook/saha-pubbabot\" data-go=\"s156\">แปล สหบุพพบท โดยอรรถ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/saha-pubbabot\" data-go=\"s156\">ใช้คำว่า มี</a></li><li><a href=\"/handbook/saha-pubbabot#saha-together\" data-go=\"saha-together\">ใช้คำว่า พร้อมด้วย</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/attha-kae-attha\" data-go=\"s157\">แปลแก้อรรถโดยอรรถ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/attha-kae-attha#attho\" data-go=\"s158\">แปล อตฺโถ โดยอรรถ</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-kae-attha#bot-tang\" data-go=\"s159\">แปลบทตั้งโดยอรรถ</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/khana-chan\" data-go=\"s160\">คณะฉันท์</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/khana-chan#khana-3-akson\" data-go=\"s161\">คณะหนึ่งมี ๓ อักษร</a></li><li><a href=\"/handbook/khana-chan#chan-thi-phop-mak\" data-go=\"s162\">ฉันท์ที่พบมาก</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/sap-thaen-vibhatti-7\" data-go=\"s163\">ศัพท์ที่ใช้แทนวิภัตติทั้ง ๗</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-ya-ta\" data-go=\"s164\">แปลประโยค ย - ต โดยอรรถ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/attha-ya-ta#phaenphang\" data-go=\"s165\">ตำแหน่งประโยค ย–ต</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-ya-ta#attha-ya-ta-retain\" data-go=\"attha-ya-ta-retain\">แปลเอาทั้ง ย และ ต</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-ya-ta#attha-ya-ta-collapse-rule\" data-go=\"attha-ya-ta-collapse-rule\">แปลตัด ย แล้วใช้ ผู้ ที่ ซึ่ง อัน</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-ya-ta#tua-yang-1\" data-go=\"s167\">ตัวอย่าง: ภิกษุผู้ปรารถนาสิ่งใด</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-ya-ta#phaenphang-3\" data-go=\"s168\">ย แทรกอยู่ในประโยค ต</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-ya-ta#tua-yang-1-b\" data-go=\"s169\">ตัวอย่าง: ถนนที่น้องชายอยู่</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-ya-ta#tua-yang-2-b\" data-go=\"s170\">ตัวอย่าง: เติมส่วนที่บกพร่อง</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/attha-yam-kiriyaparamasa\" data-go=\"s171\">แปลประโยค ยํ กิริยาปรามาสโดยอรรถ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/attha-yam-kiriyaparamasa\" data-go=\"s171\">เริ่มที่ ตํ–เอตํ แล้วเข้าแปล ยํ</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-yam-kiriyaparamasa#tua-yang-1\" data-go=\"s172\">ข้อที่ภิกษุเป็นผู้อดทนและสงบเสงี่ยม</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-yam-kiriyaparamasa#tua-yang-2\" data-go=\"s173\">ข้อที่เธอมีความปรารถนาน้อย</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-yam-kiriyaparamasa#tua-yang-3\" data-go=\"s174\">ข้อที่พระกุมารจะทำกาล</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-yam-kiriyaparamasa#tua-yang-4\" data-go=\"s175\">ข้อที่ต้นไม้โปรยผล</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-yam-kiriyaparamasa#tua-yang-5\" data-go=\"s176\">ตัวอย่างยาวและข้อยกเว้นในการตัด ย–ต</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-yam-kiriyaparamasa#tua-yang-6\" data-go=\"s177\">แปลเอาทั้ง ย และ ต เมื่อฟังดีกว่า</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-yam-kiriyaparamasa#tua-yang-7\" data-go=\"s178\">กิจที่บุคคลฟังธรรมแล้วพึงทำ</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/attha-yatha-evam-sapson\" data-go=\"s179\">แปล ยถา – เอวํ ที่สับสนกันโดยอรรถ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/attha-yatha-evam-sapson#tua-yang-1\" data-go=\"s180\">ตัวอย่างที่ ๑</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-yatha-evam-sapson#tua-yang-2\" data-go=\"s181\">ตัวอย่างที่ ๒</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/attha-yatha-evam-pakarattha\" data-go=\"s182\">แปล ยถา - เอวํ ตถา ปการตฺถ โดยอรรถ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/attha-yatha-evam-pakarattha#pakarattha-keep-y-t\" data-go=\"pakarattha-keep-y-t\">แปลเอาทั้ง ย ทั้ง ต</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-yatha-evam-pakarattha#pakarattha-omit-y-t\" data-go=\"pakarattha-omit-y-t\">แปลตัด ยถา–เอวํ ตถา</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/upama-sapson-pakarattha\" data-go=\"s191\">ยถา - เอวํ อุปมาอุปไมยที่สับสนกับปการัตถะ</a></li><li><a href=\"/handbook/upama-tang-pakarattha\" data-go=\"s192\">อุปมา-อุปไมย กับ ปการัตถะ ต่างกัน</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/upama-tang-pakarattha#upama-comparison\" data-go=\"upama-comparison\">อุปมา–อุปไมย: ข้อความเปรียบเทียบ</a></li><li><a href=\"/handbook/upama-tang-pakarattha#pakarattha-purpose\" data-go=\"pakarattha-purpose\">ปการัตถะ: ประการที่ทำ</a></li><li><a href=\"/handbook/upama-tang-pakarattha#upama-pakarattha-observe\" data-go=\"upama-pakarattha-observe\">วิธีสังเกตประโยคทั้ง ๒</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/attha-yava-tava\" data-go=\"s193\">แปล ยาว-ตาว ปริจเฉทนัตถะโดยอรรถ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/attha-yava-tava#yava-tava-keep\" data-go=\"yava-tava-keep\">แปลเอาทั้ง ยาว–ตาว</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-yava-tava#yava-tava-omit\" data-go=\"yava-tava-omit\">แปลตัด ยาว–ตาว</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/attha-tava-yu-na\" data-go=\"s200\">แปลโดยอรรถชนิด ตาว อยู่หน้า</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/attha-tava-yu-na#tua-yang-1\" data-go=\"s201\">ตัวอย่างที่ ๑</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-tava-yu-na#tua-yang-2\" data-go=\"s202\">ตัวอย่างที่ ๒</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-tava-yu-na#tua-yang-3\" data-go=\"s203\">ตัวอย่างที่ ๓</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-tava-yu-na#tua-yang-4\" data-go=\"s204\">ตัวอย่างที่ ๔</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/attha-yava-saek-tava\" data-go=\"s205\">แปลโดยอรรถชนิด ยาว แทรกประโยค ตาว</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/attha-yava-saek-tava#tua-yang-2\" data-go=\"s206\">ตัวอย่างที่ ๒</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-yava-saek-tava#tua-yang-3\" data-go=\"s207\">ตัวอย่างที่ ๓</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-yava-saek-tava#tua-yang-4\" data-go=\"s208\">ตัวอย่างที่ ๔</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-yava-saek-tava#tua-yang-5\" data-go=\"s209\">ตัวอย่างที่ ๕</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/attha-yasma-tasma\" data-go=\"s210\">แปล ยสฺมา - ตสฺมา เหตุ โดยอรรถ</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/attha-yasma-tasma#yasma-tasma-normal\" data-go=\"yasma-tasma-normal\">ยสฺมา–ตสฺมา ตามลำดับ</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-yasma-tasma#yasma-tasma-insert\" data-go=\"yasma-tasma-insert\">ยสฺมา แทรกประโยค ตสฺมา</a></li><li><a href=\"/handbook/attha-yasma-tasma#yasma-only\" data-go=\"yasma-only\">มีเฉพาะ ยสฺมา</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/lom-sadhana\" data-go=\"s220\">การแปลล้มสาธนะ (มังคลัตถทีปนี)</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/lom-sadhana#namakit-analysis\" data-go=\"namakit-analysis\">รูปวิเคราะห์นามกิตก์</a></li><li><a href=\"/handbook/lom-sadhana#namakit-sadhana\" data-go=\"namakit-sadhana\">ตัวสาธนะ</a></li><li><a href=\"/handbook/lom-sadhana#namakit-attha-opening\" data-go=\"namakit-attha-opening\">เปิด อิติ ของรูปวิเคราะห์</a></li><li><a href=\"/handbook/lom-sadhana#namakit-sadhana-meaning\" data-go=\"namakit-sadhana-meaning\">คำแปลของสาธนะ</a></li><li><a href=\"/handbook/lom-sadhana#namakit-subject\" data-go=\"namakit-subject\">ตัวประธานในรูปวิเคราะห์</a></li></ul></details></li><li><a href=\"/handbook/rup-wikhro-taddhita\" data-go=\"s230\">๒. รูปวิเคราะห์ตัทธิต มีหลักการแปล ดังนี้</a><details><summary>หัวข้อย่อย</summary><ul><li><a href=\"/handbook/rup-wikhro-taddhita#taddhita-result\" data-go=\"taddhita-result\">บทปลงตัทธิต</a></li><li><a href=\"/handbook/rup-wikhro-taddhita#taddhita-attha-opening\" data-go=\"taddhita-attha-opening\">เปิด อิติ ของรูปวิเคราะห์</a></li><li><a href=\"/handbook/rup-wikhro-taddhita#taddhita-analysis-have\" data-go=\"taddhita-analysis-have\">เอตฺถ–อสฺส และ อตฺถิ</a></li><li><a href=\"/handbook/rup-wikhro-taddhita#taddhita-subject\" data-go=\"taddhita-subject\">ตัวประธานต่อจาก มี</a></li><li><a href=\"/handbook/rup-wikhro-taddhita#analysis-tatiya\" data-go=\"analysis-tatiya\">คล้ายรูปวิเคราะห์: ตติยาวิภัตติ</a></li><li><a href=\"/handbook/rup-wikhro-taddhita#analysis-sattami\" data-go=\"analysis-sattami\">คล้ายรูปวิเคราะห์: สัตตมีวิภัตติ</a></li></ul></details></li></ul></section>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":true,"n":"สารบญการแปลโดยพยญชนะ๑.การกำหนดประโยค๑๒.หลกการแปล๙ประการ๑๓.แปลวิกติกตตา๙๔.แปลวิกติกมม๑๐๕.หลกการเปิดอิติ๑๐๖.คำเชือมระหวางนาม๑๕๗.วิธีแปลส-นํจตุตถีส-นํฉฏฐี๑๖๘.แปลกตนอก-กมใน๑๖๙.แปลรวบถอน๑๗๑๐.แปลอนาทรและลกขณะ๑๘๑๑.แปลกึ(ปโยชนํ)๒๐๑๒.แปลกิงมงคํปน๒๑๑๓.แปลอิตถมภูต๒๒๑๔.วิธีแปลขมนียํยาปนียํ๒๒๑๕.วิธีแปลอถ-เอวํเลขใน๒๓๑๖.ใหแปลเหนบคำวาไซร๒๓๑๗.อนตมานแปลวาเมือ๒๔๑๘.ตวาตวานแปลวาครนแลว๒๕๑๙.วิธีใชความ-การตางกน๒๖๒๐.วิธีแปลปฏฐาย-ยาว๒๗๒๑.การใชภาวศพทและภาวตทธิต๒๘๒๒.แปลหกวิภตติ๓๐๒๓.วิธีแปลภาวนาม๓๒๒๔.วิธีแปลนโนมา๓๗๒๕.หลกการแปลเสยยถีทํ๓๘๒๖.หลกการแปลประโยคอุปมา๓๘๒๗.แปลศพทสกรรถ๔๒๒๘.วาดวยสนตศพทและอนตปจจย๔๔๒๙.วิธีแปลประโยคย-ตตางๆ๔๖๓๐.วิธีแปลยํกิริยาปรมาส๖๗๓๑.การแปลตอนียตพพ(คุมพากย)๖๘๓๒.แปลสมภาวนะ๗๑๓๓.แปลปเคว๗๒๓๔.แปลวิเสสลาภี๗๒๓๕.แปลสรูป๗๓๓๖.แปลกิริยาปธานนย๗๔๓๗.ขณยณใชคุมพากยได๗๕๓๘.การแปลตปจจยทีเปนบทสมาส๗๖๓๙.หลกการแปลประโยคอตโถ๗๗๔๐.แปลอาบกิริยา๗๘๔๑.หลกการแปลชือวา(สญญี-สญญา)๗๙๔๒.หลกการแปลวิวริยะวิวรณะ๘๐๔๓.การกำหนดรูปคาถา๘๒๔๔.หลกการแปลแกอรรถ๘๓๔๕.อิติศพททีวางติดกบบทตงอรรถมี๓ลกษณะ๘๕๔๖.หลกการรวบ๑๒ประการ๘๕การแปลโดยอรรถ๑.วิธีแปลมคธเปนไทยโดยอรรถ๘๘๒.หลกการแปลเบืองตน๘๙๓.สิงทีนิยม๙๖๔.สำนวนนิยม๙๖๕.บทตงทีหามแปลตงอรรถ๙๗๖.แปลการแปลโดยอรรถเกียวกบนาม๑-๒๙๘๗.แปลปฐมา–สตตมีวิภตติโดยอรรถ๙๘๘.กิริยาอาขยาต๑๐๒๙.แปลวาจก๕โดยอรรถ๑๐๓๑๐.แปลกิรโดยอรรถ๑๐๔๑๑.แปลอาม-อามนตาโดยอรรถ๑๐๕๑๒.แปลอถ-เอวํโดยอรรถ๑๐๕๑๓.แปลกิริยากิตก๑๐๖๑๔.แปลนามกิตก๑๐๗๑๖.แปลตทธิต๑๐๘๑๗.แปลสหบุพพบทโดยอรรถ๑๐๙๑๓.แปลแกอรรถโดยอรรถ๑๑๐๑๔.แปลบทตงโดยอรรถ๑๑๐๑๕.คณะฉนท๑๑๑๑๖.ศพททีใชแทนวิภตติทง๗๑๑๒๑๗.แปลประโยคย-ตโดยอรรถ๑๑๓๑๘.การแปลลมสาธนะ๑๓๐","nex":0,"url":"saraban"},{"id":"s004","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"การกำหนดประโยค","level":2,"path":["การกำหนดประโยค"],"pdf":7,"page":1,"html":"<p>ศัพท์นามนาม คุณนาม สัพพนาม กิตก์ และอาขยาต ที่ลงวิภัตติแล้วเรียกว่า <strong>บท</strong>, จำพวกนิบาตต่างๆ ในอัพยยศัพท์เรียกว่า ศัพท์ ฯ</p>\n<p>ข้อความตอนหนึ่ง ๆ มีบทหลายบทแต่ยังไม่ได้ความเต็มที่เรียกว่า <strong>พากยางค์</strong>, หลายๆ พากยางค์รวมกันเข้าได้ความเต็มที่เรียกว่า <strong>ประโยค</strong>,</p>\n<p>ประโยคนั้นมีข้อความต่างๆ กัน บางประโยคก็มีข้อความยาวๆ บางประโยคก็มีข้อความสั้น ๆ</p>\n<p>แต่ตอนจบแต่ละประโยค ๆ มีกิริยาสุดท้าย เรียกว่า <strong>กิริยาคุมพากย์</strong> เป็นกิริยาอาขยาตบ้าง เป็นกิริยากิตก์ที่ลง <strong>อนีย ตพฺพ</strong> และ <strong>ต</strong> ปัจจัยบ้าง</p>\n<p>ในหนังสืออุภัยพากย์ ข้อหนึ่งๆ มี ๑ ประโยคบ้าง มี ๒-๓-๔ ประโยคบ้าง ตอนต้นๆ ไม่มีกิริยาคุมพากย์ ตอนปลายมีกิริยาคุมพากย์</p>\n<p>ในหนังสือธรรมบทก็มีประโยคต่างๆ เหมือนกันกับอุภัยพากย์ตอนปลายจบพากย์หนึ่งๆ ท่านหมาย <strong>อัฒภาค</strong> หรือที่เรียกกันว่า <strong>จุดลูกน้ำ</strong> ไว้ (,) จบประโยคหนึ่ง ๆ ท่านหมาย <strong>มหัพภาค</strong> หรือที่เรียกว่า จุดดำ <strong>ไว้ (.)</strong></p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"การกำหนดประโยคศพทนามนามคุณนามสพพนามกิตกและอาขยาตทีลงวิภตติแลวเรียกวาบท,จำพวกนิบาตตางๆในอพยยศพทเรียกวาศพทฯขอความตอนหนึงๆมีบทหลายบทแตยงไมไดความเตมทีเรียกวาพากยางค,หลายๆพากยางครวมกนเขาไดความเตมทีเรียกวาประโยค,ประโยคนนมีขอความตางๆกนบางประโยคกมีขอความยาวๆบางประโยคกมีขอความสนๆแตตอนจบแตละประโยคๆมีกิริยาสุดทายเรียกวากิริยาคุมพากยเปนกิริยาอาขยาตบางเปนกิริยากิตกทีลงอนียตพพและตปจจยบางในหนงสืออุภยพากยขอหนึงๆมี๑ประโยคบางมี๒-๓-๔ประโยคบางตอนตนๆไมมีกิริยาคุมพากยตอนปลายมีกิริยาคุมพากยในหนงสือธรรมบทกมีประโยคตางๆเหมือนกนกบอุภยพากยตอนปลายจบพากยหนึงๆทานหมายอฒภาคหรือทีเรียกกนวาจุดลูกนำไว(,)จบประโยคหนึงๆทานหมายมหพภาคหรือทีเรียกวาจุดดำไว(.)","nex":0,"url":"kamnot-prayok"},{"id":"s005","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการแปลมคธเป็นไทย ๙ ประการ","level":2,"path":["หลักการแปลมคธเป็นไทย ๙ ประการ"],"pdf":7,"page":1,"html":"<p>มี ๙ อย่าง ต้องดำเนินการแปลไปตามลำดับ ดังนี้</p>\n<ol class=\"hb-steps\"><li><span class=\"hb-step-number\">๑.</span><a href=\"/handbook/alapana\" data-go=\"s006\">อาลปนะ</a></li><li><span class=\"hb-step-number\">๒.</span><a href=\"/handbook/nibata\" data-go=\"s008\">นิบาตต้นข้อความ</a></li><li><span class=\"hb-step-number\">๓.</span><a href=\"/handbook/kala-sattami\" data-go=\"s009\">บทกาลสัตตมี</a></li><li><span class=\"hb-step-number\">๔.</span><a href=\"/handbook/bot-prathan\" data-go=\"s010\">บทประธาน</a></li><li><span class=\"hb-step-number\">๕.</span><a href=\"/handbook/nueang-prathan\" data-go=\"s011\">บทที่เนื่องด้วยประธาน</a></li><li><span class=\"hb-step-number\">๖.</span><a href=\"/handbook/kiriya-nai-rawang\" data-go=\"s012\">กิริยาในระหว่างของประธานและประโยคแทรก</a></li><li><span class=\"hb-step-number\">๗.</span><a href=\"/handbook/nueang-kiriya-nai-rawang\" data-go=\"s013\">บทที่เนื่องด้วยกิริยาในระหว่างและประโยคแทรก</a></li><li><span class=\"hb-step-number\">๘.</span><a href=\"/handbook/kiriya-khum-phak\" data-go=\"s014\">กิริยาคุมพากย์</a></li><li><span class=\"hb-step-number\">๙.</span><a href=\"/handbook/nueang-kiriya-khum-phak\" data-go=\"s015\">บทที่เนื่องด้วยกิริยาคุมพากย์</a></li></ol>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลมคธเปนไทย๙ประการมี๙อยางตองดำเนินการแปลไปตามลำดบดงนี๑.อาลปนะ๒.นิบาตตนขอความ๓.บทกาลสตตมี๔.บทประธาน๕.บททีเนืองดวยประธาน๖.กิริยาในระหวางของประธานและประโยคแทรก๗.บททีเนืองดวยกิริยาในระหวางและประโยคแทรก๘.กิริยาคุมพากย๙.บททีเนืองดวยกิริยาคุมพากย","nex":0,"url":"lak-kan-plae-9"},{"id":"s006","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":"๑","title":"๑.อาลปนะ","level":2,"path":["๑.อาลปนะ"],"pdf":8,"page":2,"html":"<p>อาลปนะ แปลว่า คำร้องเรียก หรือคำทักทาย แปลเป็นตัวที่ ๑ ในประโยค (ถ้ามี) อาลปนะมีอยู่ ๒ อย่าง คือ อาลปนะนามนาม ๑ อาลปนะนิบาต ๑</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"alapana-noun\"><u><strong>๑.อาลปนะนามนาม</strong></u></h2>\n<p>ได้แก่ ศัพท์ที่ประกอบด้วย สิ, โย ปฐมาวิภัตติ ซึ่งใช้ในอรรถอาลปนะ สามารถออกสำเนียงอายตนิบาตว่า แน่, ดูก่อน, ข้าแต่ เช่น ปุริส (ดูก่อนบุรุษ)</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"alapana-single-noun\"><u>อาลปนะนามนามมาเดี่ยวแปลได้เลย</u></h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. (อหํ) ธมฺมํ โว ภิกฺขเว เทเสสฺสามิ. (อุภัยฯ)</div><div class=\"hb-gloss\">ดูก่อนภิกษุ ท. (อ.เรา) จักแสดง ซึ่งธรรม แก่เธอ ท.ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. ตาต (ตฺวํ) สกเฏสุ อปฺปมตฺโต โหหิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=6\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๖\">(๑/๖)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แน่ะพ่อ (อ.ท่าน) เป็นผู้ไม่ประมาทแล้ว ในเกวียน ท. จงเป็น ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"alapana-particle\"><u><strong>๒. อาลปนะนิบาต</strong></u></h2>\n<p>มี ๑๐ ตัว คือ ยคฺเฆ, ภนฺเต, ภทนฺเต, ภเณ,อมฺโภ, อาวุโส, เร, อเร , เห, เช</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"alapana-single-particle\"><u>อาลปนะนิบาตมาเดี่ยวแปลได้เลย</u></h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ . <strong>อมฺโภ</strong> (ตฺวํ) มา เอวํ วท. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=94\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๙๔\">(๓/๙๔)</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ดูก่อนท่านผู้เจริญ</strong> (อ.ท่าน) จงอย่ากล่าว อย่างนี้ ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. กนิฏฺฐภาตา เม อตฺถิ <strong>ภนฺเต.</strong><a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=6\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๖\">๑/๖</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ</strong> อ.น้องชายผู้น้อยที่สุด ของข้าพระองค์ มีอยู่ ฯ</div></div>","outline":[{"title":"อาลปนะนามนาม","section":"s006","anchor":"alapana-noun"},{"title":"อาลปนะนิบาต","section":"s006","anchor":"alapana-particle"},{"title":"เมื่อนามนามและนิบาตมาร่วมกัน","section":"s007","anchor":"s007"},{"title":"นิบาต ๔ ตัวที่แปลก่อน","section":"s007","anchor":"alapana-particle-first"},{"title":"สมาสและตัทธิตหลายบท","section":"s007","anchor":"alapana-compound"},{"title":"ชื่อ แซ่ โคตร และสกุล","section":"s007","anchor":"alapana-name-first"}],"topics":[{"anchor":"alapana-noun","title":"๑.อาลปนะนามนาม","level":2},{"anchor":"alapana-single-noun","title":"อาลปนะนามนามมาเดี่ยวแปลได้เลย","level":3},{"anchor":"alapana-particle","title":"๒. อาลปนะนิบาต","level":2},{"anchor":"alapana-single-particle","title":"อาลปนะนิบาตมาเดี่ยวแปลได้เลย","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"๑.อาลปนะอาลปนะแปลวาคำรองเรียกหรือคำทกทายแปลเปนตวที๑ในประโยค(ถามี)อาลปนะมีอยู๒อยางคืออาลปนะนามนาม๑อาลปนะนิบาต๑๑.อาลปนะนามนามไดแกศพททีประกอบดวยสิ,โยปฐมาวิภตติซึงใชในอรรถอาลปนะสามารถออกสำเนียงอายตนิบาตวาแน,ดูกอน,ขาแตเชนปุริส(ดูกอนบุรุษ)อาลปนะนามนามมาเดียวแปลไดเลยอุ.(อหํ)ธมมํโวภิกขเวเทเสสสามิ.(อุภยฯ)ดูกอนภิกษุท.(อ.เรา)จกแสดงซึงธรรมแกเธอท.ฯอุ.ตาต(ตวํ)สกเฏสุอปปมตโตโหหิ.(๑/๖)แนะพอ(อ.ทาน)เปนผูไมประมาทแลวในเกวียนท.จงเปนฯ๒.อาลปนะนิบาตมี๑๐ตวคือยคเฆ,ภนเต,ภทนเต,ภเณ,อมโภ,อาวุโส,เร,อเร,เห,เชอาลปนะนิบาตมาเดียวแปลไดเลยอุ.อมโภ(ตวํ)มาเอวํวท.(๓/๙๔)ดูกอนทานผูเจริญ(อ.ทาน)จงอยากลาวอยางนีฯอุ.กนิฏฐภาตาเมอตถิภนเต.๑/๖ขาแตพระองคผูเจริญอ.นองชายผูนอยทีสุดของขาพระองคมีอยูฯ","nex":4,"url":"alapana"},{"id":"s007","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"อาลปนะนามนามและนิบาตมาร่วมกัน","level":3,"path":["๑.อาลปนะ","อาลปนะนามนามและนิบาตมาร่วมกัน"],"pdf":8,"page":2,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑. <strong>อมฺโภ กุมารา</strong> เอส สาลิกโปตโก , คณฺหถ (ตุมฺเห) นํ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=5&amp;page=30\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๕ หน้า ๓๐\">๕/๓๐</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>แน่ะกุมาร ท. ผู้เจริญ</strong> อ.ลูกนกสาลิกานั่น, (อ.เธอ ท.) จงจับ ซึ่งลูกนกสาลิกานั้นฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๒. <strong>อาวุโส ทุพฺพินีต มหลฺลก</strong> อตฺตโน ปมาณํ (ตฺวํ) น ชานาสิ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=36\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๓๖\">๑/๓๖</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ดู่ก่อนคนแก่ ผู้อันบุคคลนำไปวิเศษแล้วโดยยาก ผู้มีอายุ</strong> (อ.ท่าน) ย่อมไม่รู้ซึ่งประมาณของตนฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"alapana-particle-first\">ถ้าหาก อาลปนะนามนาม มาร่วมกับ อาลปนะนิบาต ๔ ตัวนี้ คือ ยคฺเฆ , เร , อเร, เห</h2>\n<p>ให้แปลอาลปนะนิบาตตัวใดตัวหนึ่งที่มีใน ๔ ตัวนี้เสียก่อนแล้วค่อยแปลอาลปนะนามนามทีหลัง เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑. <strong>ยคฺเฆ เทว</strong> (ตฺวํ) ชาเนยฺยาสิ. (หลัก)</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ขอเดชะ ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ</strong> (อ.พระองค์) พึงทราบฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๒. <strong>อเร ขุชฺเช</strong> อติพหโลฏฺฐกโปลํ เต มุขํ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=34\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๓๔\">(๒/๓๔)</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เว้ย แน่ะหญิงค่อม</strong> อ.ปาก ของเจ้า มีริมฝีปากและกระพุ้งแก้มอันหนายิ่งฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"alapana-compound\">ถ้าว่า ในประโยคใด มีอาลปนะที่สำเร็จมาจากบทสมาส หรือ บทตัทธิต อยู่รวมกันหลายบท</h2>\n<p>บทใดเรียงอยู่หน้า ให้แปลบทนั้นเสียก่อน นอกจากนั้นจะมีกี่บทก็ตาม ให้แปลไปตามลำดับ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>อนฺธพาล อหิริก</strong> ตฺวํ มยา สทฺธึ กเถตุํ น ยุตฺตรูโป (อสิ).<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=129\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๑๒๙\">๓/๑๒๙</a></div><div class=\"hb-gloss\">ดูก่อนท่านผู้อันธพาล ผู้ไม่มีความละอาย อ.ท่าน เป็นผู้ไม่ควรแล้วเพื่ออันกล่าวกับด้วยเรา (ย่อมเป็น)</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"alapana-name-first\">ถ้าว่า ในประโยคใด มี อาลปนะตั่งแต่ ๒ บทขึ้นไป หากอาลปนะบทใด กล่าวถึงชื่อ, แซ่, โคตร ,สกุล</h2>\n<p>อาลปนะบทนั้นไม่ว่าจะว่างอยู่ที่ไหนก็ตาม ให้แปล อาลปนะบทนั้นเสียก่อน ส่วนบทอาลปนะต่อๆไปให้แปลเป็นวิเสสนะ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑. ชูตกมฺเมน <strong>โภ โคตม</strong> (อหํ) ชีวามิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=107\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๑๐๗\">(๔/๑๐๗)</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ข้าแต่พระโคดม ผู้เจริญ</strong> (อ.ข้าพระองค์) ย่อมเป็นอยู่ ด้วยการเล่นสกา ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๒. อิงฺฆ (ตฺวํ) ปสฺส <strong>มหาปญฺญ มหาโมคฺคลฺลาน มหิทฺธิก.</strong> <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=8&amp;page=107\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๘ หน้า ๑๐๗\">(๘/๑๐๗)</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ข้าแต่พระมหาโมคคัลลานะ ผู้มีฤทธิ์มาก ผู้มีปัญญามาก</strong> เชิญเถิด (อ.ท่าน) จงดู ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[{"anchor":"alapana-particle-first","title":"ถ้าหาก อาลปนะนามนาม มาร่วมกับ อาลปนะนิบาต ๔ ตัวนี้ คือ ยคฺเฆ , เร , อเร, เห","level":2},{"anchor":"alapana-compound","title":"ถ้าว่า ในประโยคใด มีอาลปนะที่สำเร็จมาจากบทสมาส หรือ บทตัทธิต อยู่รวมกันหลายบท","level":2},{"anchor":"alapana-name-first","title":"ถ้าว่า ในประโยคใด มี อาลปนะตั่งแต่ ๒ บทขึ้นไป หากอาลปนะบทใด กล่าวถึงชื่อ, แซ่, โคตร ,สกุล","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"อาลปนะนามนามและนิบาตมารวมกน๑.อมโภกุมาราเอสสาลิกโปตโก,คณหถ(ตุมเห)นํ.๕/๓๐แนะกุมารท.ผูเจริญอ.ลูกนกสาลิกานน,(อ.เธอท.)จงจบซึงลูกนกสาลิกานนฯ๒.อาวุโสทุพพินีตมหลลกอตตโนปมาณํ(ตวํ)นชานาสิ.๑/๓๖ดูกอนคนแกผูอนบุคคลนำไปวิเศษแลวโดยยากผูมีอายุ(อ.ทาน)ยอมไมรูซึงประมาณของตนฯถาหากอาลปนะนามนามมารวมกบอาลปนะนิบาต๔ตวนีคือยคเฆ,เร,อเร,เหใหแปลอาลปนะนิบาตตวใดตวหนึงทีมีใน๔ตวนีเสียกอนแลวคอยแปลอาลปนะนามนามทีหลงเชน๑.ยคเฆเทว(ตวํ)ชาเนยยาสิ.(หลก)ขอเดชะขาแตพระองคผูสมมติเทพ(อ.พระองค)พึงทราบฯ๒.อเรขุชเชอติพหโลฏฐกโปลํเตมุขํ.(๒/๓๔)เวยแนะหญิงคอมอ.ปากของเจามีริมฝีปากและกระพุงแกมอนหนายิงฯถาวาในประโยคใดมีอาลปนะทีสำเรจมาจากบทสมาสหรือบทตทธิตอยูรวมกนหลายบทบทใดเรียงอยูหนาใหแปลบทนนเสียกอนนอกจากนนจะมีกีบทกตามใหแปลไปตามลำดบอุ.อนธพาลอหิริกตวํมยาสทธึกเถตุํนยุตตรูโป(อสิ).๓/๑๒๙ดูกอนทานผูอนธพาลผูไมมีความละอายอ.ทานเปนผูไมควรแลวเพืออนกลาวกบดวยเรา(ยอมเปน)ถาวาในประโยคใดมีอาลปนะตงแต๒บทขึนไปหากอาลปนะบทใดกลาวถึงชือ,แซ,โคตร,สกุลอาลปนะบทนนไมวาจะวางอยูทีไหนกตามใหแปลอาลปนะบทนนเสียกอนสวนบทอาลปนะตอๆไปใหแปลเปนวิเสสนะ๑.ชูตกมเมนโภโคตม(อหํ)ชีวามิ.(๔/๑๐๗)ขาแตพระโคดมผูเจริญ(อ.ขาพระองค)ยอมเปนอยูดวยการเลนสกาฯ๒.อิงฆ(ตวํ)ปสสมหาปญญมหาโมคคลลานมหิทธิก.(๘/๑๐๗)ขาแตพระมหาโมคคลลานะผูมีฤทธิมากผูมีปญญามากเชิญเถิด(อ.ทาน)จงดูฯ","nex":7,"url":"alapana#alapana-nibata"},{"id":"s008","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":"๒","title":"๒ นิบาต","level":2,"path":["๒ นิบาต"],"pdf":10,"page":4,"html":"<p>นิบาต มีหลายหมวดที่ให้แปลเป็นตัวที่ ๒ รองจากอาลปนะ (ถ้ามี)</p>\n<p>ที่สามารถแปลเป็นตัวที่ ๒ ได้ดังนี้ กิร , ขลุ , สุทํ , หนฺท , ตคฺฆ , อิงฺฆ , อาม , อามนฺตา, สเจ , เจ , อถ , ยทิ , ยนฺนูน, อปฺเปวนาม, หิ, จ ,ปน, ตุ, อถโข ,อโห , ฯลฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. ภนฺเต อยฺยสฺส <strong>กิร</strong> อกฺขี วาโต วิชฺฌติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=9\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๙\">(๑/๙)</a></div><div class=\"hb-gloss\">ข้าแต่ท่านผู้เจริญ <strong>ได้ยินว่า</strong> อ.ลม ย่อมเสียดแทง ซึ่งนัยน์ตา ท. แห่งพระผู้เป็นเจ้า ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. อยฺโย <strong>ปน</strong> ภนฺเต กุหึ คมิสฺสติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=17\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๗\">(๑/๑๗)</a></div><div class=\"hb-gloss\">ข้าแต่ท่านผู้เจริญ <strong>ก็</strong> อ.พระผู้เป็นเจ้า จักไป ณ ที่ไหน</div></div>\n<p><strong>หมายเหตุ</strong> ถ้าไม่มีอาลปนะ ก็เลื่อนขึ้นมาแปลเป็นตัวที่หนึ่งในประโยค</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"๒นิบาตนิบาตมีหลายหมวดทีใหแปลเปนตวที๒รองจากอาลปนะ(ถามี)ทีสามารถแปลเปนตวที๒ไดดงนีกิร,ขลุ,สุทํ,หนท,ตคฆ,อิงฆ,อาม,อามนตา,สเจ,เจ,อถ,ยทิ,ยนนูน,อปเปวนาม,หิ,จ,ปน,ตุ,อถโข,อโห,ฯลฯอุ.ภนเตอยยสสกิรอกขีวาโตวิชฌติ.(๑/๙)ขาแตทานผูเจริญไดยินวาอ.ลมยอมเสียดแทงซึงนยนตาท.แหงพระผูเปนเจาฯอุ.อยโยปนภนเตกุหึคมิสสติ.(๑/๑๗)ขาแตทานผูเจริญกอ.พระผูเปนเจาจกไปณทีไหนหมายเหตุถาไมมีอาลปนะกเลือนขึนมาแปลเปนตวทีหนึงในประโยค","nex":2,"url":"nibata"},{"id":"s009","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":"๓","title":"๓. บทกาลสัตตมี","level":2,"path":["๓. บทกาลสัตตมี"],"pdf":10,"page":4,"html":"<p>แปลเป็นตัวที่ ๓ รองจากอาลปนะ และนิบาต (ถ้ามี) แต่ถ้า อาลปนะ และนิบาตไม่มีก็เลื่อนขึ้นมาแปลเป็นตัวที่ ๑ ในประโยค</p>\n<p>บทกาลสัตตมี แบ่งออกเป็น ๓ อย่างคือ กาลสัตตมี นามนาม ๑ กาลสัตตมี นิบาต ๑ กาลสัตตมี สัพพนาม ๑</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"time-noun\"><u>๑.กาลสัตตมี นามนาม</u></h2>\n<p>ได้แก่ ศัพท์จำพวกที่เกี่ยวกับ กาล, เวลา, ขณะ , วัน , เดือน , ปี เป็นต้นซึ่งประกอบด้วยสัตตมีวิภัตติ หรือ ทุติยาวิภัตติ ใช้ในอรรถ สัตตมี เช่น กาเล (ในกาล) สมเย (ในสมัย) ตํขณํ (ในขณะนั้น) ฯลฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>ตสฺมึ สมเย</strong> สตฺถา ปริสมชฺเฌ ธมฺมํ เทเสติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=46\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๔๖\">(๑/๔๖)</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ในสมัย นั้น</strong> อ.พระศาสดา ย่อมทรงแสดง ซึ่งธรรม ในท่ามกลางบริษัท ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>ตํทิวสํ</strong> นฬการเชฏฺฐกสฺส เวณุนา อตฺโถ โหติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=16\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑๖\">(๒/๑๖)</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ในวันนั้น</strong> อ.ความต้องการ ด้วยไม้ไผ่ ย่อมมี แก่บุคคลผู้กระทำซึ่งไม้ไผ่ ผู้เจริญที่สุด</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"time-particle\"><u>๒.บทกาลสัตตมี นิบาต</u></h2>\n<p>ได้แก่ ศัพท์ที่เป็นกาลสัตตมีที่สำเร็จรูปขึ้นเองโดยไม่ต้องประกอบวิภัตติ เช่น อถ (ครั้งนั้น), ปาโต , ปาตํ , (ในเวลาเช้า) , สายํ , สุเว ,หิยฺโย , เสฺว , สมฺปติ ,อายตึ เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>อถ</strong> สพฺเพว (ชนา) ปพฺพชฺชํ ยาจึสุ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=16\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๑๖\">(๔/๑๖)</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ครั้งนั้น</strong> อ.ชน ท. ทั้งปวงเทียว ทูลขอแล้ว ซึ่งการบวช ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"time-pronoun\"><u>๓.บทกาลสัตตมี สัพพนาม</u></h2>\n<p>ได้แก่ สัพพนามที่นำไปประกอบด้วยปัจจัยท้ายนามลงแล้วเป็นเครื่องหมายสัตตมีวิภัตติใช้เกี่ยวกับกาลเวลา ๗ ตัวนี้ คือ ทา, ทานิ, รหิ, ธุนา , ทาจนํ , ชฺช, ชฺชุ รูปสำเร็จเช่น ยทา , ตทา ,อิทานิ เป็นต้น เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>ตทา</strong> สาวตฺถิยํ สตฺต มนุสฺสโกฏิโย วสนฺติ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=5\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๕\">๑/๕</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ในกาลนั้น</strong> อ.โกฏิแห่งมนุษย์ ท. เจ็ด ย่อมอยู่ ในเมืองชื่อว่าสาวัตถี ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>อิทานิ</strong> ตํ (อิตฺถึ) อนฺธํ (อหํ) กริสฺสามิ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=19\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๙\">๑/๑๙</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ในกาลนี้</strong> อ.เรา จักกระทำ ซึ่งหญิง ให้บอด ฯ</div></div>\n<p>หมายเหตุ กาลสัตตมีทั้ง ๓ นั้นถ้าวางอยู่ อันดับที่ ๑-๒-๓ ในประโยค แปลเป็นอันดับ ๓ ตามกฎ หรือ จะแปลหลังกิริยาคุมพากย์ก็ได้</p>\n<p>นอกจากนั้นวางไว้ตรงไหนก็ให้ดูว่า เนื่องด้วยบทใด ก็แปลหลังนั้น</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"time-small-before-large\">ถ้ากาลสัตตมีมาร่วมในประโยคเดียวกันหลายๆบท</h2>\n<p>ให้แปลกาลน้อยไปหากาลใหญ่ เช่น วินาที ก่อน นาที แปล นาที ก่อน ชั่วโมง เป็นต้น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>ตํทิวสเมว สายณฺหสมเย</strong> สิริมา กาลมกาสิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=5&amp;page=97\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๕ หน้า ๙๗\">(๕/๙๗)</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ในสมัยเป็นที่สิ้นไปแห่งวัน ในวันนั้น</strong> อ.นางสิริมา ได้กระทำแล้ว ซึ่งกาล ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>หิยฺโย สายํ</strong> กุมฺภการสาลํ อาคตา เทว (ตาปสา).<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=39\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๓๙\">๑/๓๙</a></div><div class=\"hb-gloss\">ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ <strong>ในเวลาเย็น ในวันวาน</strong> อ.ดาบส ท. มาแล้ว สู่โรงแห่งบุคคล ผู้ทำซึ่งหม้อ ฯ</div></div>\n<p>กาลสัตตมี ๓ ชนิด ถ้าหากมีบท <strong>เตน</strong> ก็ดี <strong>ตสฺมา</strong> ก็ดี เฉพาะที่แปลว่า เพราะเหตุนั้น วางอยู่ข้างหน้าประโยค</p>\n<p>ให้แปล เตน หรือ ตสฺมา ก่อน กาลสัตตมี <strong>สำหรับ</strong> อเถกทิวสํ ถ้าแปลรวม แปลว่า ครั้นภายหลัง ณ วันหนึ่ง ถ้าแปล แยกแปลว่าครั้งนั้น ในวันหนึ่ง</p>","outline":[{"title":"กาลสัตตมีนามนาม","section":"s009","anchor":"time-noun"},{"title":"กาลสัตตมีนิบาต","section":"s009","anchor":"time-particle"},{"title":"กาลสัตตมีสัพพนาม","section":"s009","anchor":"time-pronoun"},{"title":"กาลน้อยก่อนกาลใหญ่","section":"s009","anchor":"time-small-before-large"}],"topics":[{"anchor":"time-noun","title":"๑.กาลสัตตมี นามนาม","level":2},{"anchor":"time-particle","title":"๒.บทกาลสัตตมี นิบาต","level":2},{"anchor":"time-pronoun","title":"๓.บทกาลสัตตมี สัพพนาม","level":2},{"anchor":"time-small-before-large","title":"ถ้ากาลสัตตมีมาร่วมในประโยคเดียวกันหลายๆบท","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"๓.บทกาลสตตมีแปลเปนตวที๓รองจากอาลปนะและนิบาต(ถามี)แตถาอาลปนะและนิบาตไมมีกเลือนขึนมาแปลเปนตวที๑ในประโยคบทกาลสตตมีแบงออกเปน๓อยางคือกาลสตตมีนามนาม๑กาลสตตมีนิบาต๑กาลสตตมีสพพนาม๑๑.กาลสตตมีนามนามไดแกศพทจำพวกทีเกียวกบกาล,เวลา,ขณะ,วน,เดือน,ปีเปนตนซึงประกอบดวยสตตมีวิภตติหรือทุติยาวิภตติใชในอรรถสตตมีเชนกาเล(ในกาล)สมเย(ในสมย)ตํขณํ(ในขณะนน)ฯลฯอุ.ตสมึสมเยสตถาปริสมชเฌธมมํเทเสติ.(๑/๔๖)ในสมยนนอ.พระศาสดายอมทรงแสดงซึงธรรมในทามกลางบริษทฯอุ.ตํทิวสํนฬการเชฏฐกสสเวณุนาอตโถโหติ.(๒/๑๖)ในวนนนอ.ความตองการดวยไมไผยอมมีแกบุคคลผูกระทำซึงไมไผผูเจริญทีสุด๒.บทกาลสตตมีนิบาตไดแกศพททีเปนกาลสตตมีทีสำเรจรูปขึนเองโดยไมตองประกอบวิภตติเชนอถ(ครงนน),ปาโต,ปาตํ,(ในเวลาเชา),สายํ,สุเว,หิยโย,เสว,สมปติ,อายตึเชนอุ.อถสพเพว(ชนา)ปพพชชํยาจึสุ.(๔/๑๖)ครงนนอ.ชนท.ทงปวงเทียวทูลขอแลวซึงการบวชฯ๓.บทกาลสตตมีสพพนามไดแกสพพนามทีนำไปประกอบดวยปจจยทายนามลงแลวเปนเครืองหมายสตตมีวิภตติใชเกียวกบกาลเวลา๗ตวนีคือทา,ทานิ,รหิ,ธุนา,ทาจนํ,ชช,ชชุรูปสำเรจเชนยทา,ตทา,อิทานิเปนตนเชนอุ.ตทาสาวตถิยํสตตมนุสสโกฏิโยวสนติ.๑/๕ในกาลนนอ.โกฏิแหงมนุษยท.เจดยอมอยูในเมืองชือวาสาวตถีฯอุ.อิทานิตํ(อิตถึ)อนธํ(อหํ)กริสสามิ.๑/๑๙ในกาลนีอ.เราจกกระทำซึงหญิงใหบอดฯหมายเหตุกาลสตตมีทง๓นนถาวางอยูอนดบที๑-๒-๓ในประโยคแปลเปนอนดบ๓ตามกฎหรือจะแปลหลงกิริยาคุมพากยกไดนอกจากนนวางไวตรงไหนกใหดูวาเนืองดวยบทใดกแปลหลงนนถากาลสตตมีมารวมในประโยคเดียวกนหลายๆบทใหแปลกาลนอยไปหากาลใหญเชนวินาทีกอนนาทีแปลนาทีกอนชวโมงเปนตนอุ.ตํทิวสเมวสายณหสมเยสิริมากาลมกาสิ.(๕/๙๗)ในสมยเปนทีสินไปแหงวนในวนนนอ.นางสิริมาไดกระทำแลวซึงกาลฯอุ.หิยโยสายํกุมภการสาลํอาคตาเทว(ตาปสา).๑/๓๙ขาแตพระองคผูสมมติเทพในเวลาเยนในวนวานอ.ดาบสท.มาแลวสูโรงแหงบุคคลผูทำซึงหมอฯกาลสตตมี๓ชนิดถาหากมีบทเตนกดีตสมากดีเฉพาะทีแปลวาเพราะเหตุนนวางอยูขางหนาประโยคใหแปลเตนหรือตสมากอนกาลสตตมีสำหรบอเถกทิวสํถาแปลรวมแปลวาครนภายหลงณวนหนึงถาแปลแยกแปลวาครงนนในวนหนึง","nex":7,"url":"kala-sattami"},{"id":"s010","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":"๔","title":"๔. บทประธาน","level":2,"path":["๔. บทประธาน"],"pdf":12,"page":6,"html":"<p>คือ ศัพท์ที่ประกอบด้วย สิ , โย ปฐมาวิภัตติ เอกวจนะ และพหุวจนะ หรือที่มีชื่อเรียกทางสัมพันธ์ ก็ได้ อชฺช อ.วันนี้ เรียกสัมพันธ์ว่า สัตตมีปัจจัตตะแปลเป็นประธานได้ดังนี้ เป็นต้น</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"subject-noun\">๑. นาม</h2>\n<p>เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ปุริโส , กญฺญา , กุลานิ</div></div>\n<p>เป็นต้น</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"subject-numeral\">๒. ปกติสังขยา</h2>\n<p>ตั่งแต่ เอกูนสตํ ขึ้นไป เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สตํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ร้อย</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สตานิ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ร้อย ท.</div></div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"subject-pronoun\">๓. ปุริสสัพพนาม</h2>\n<p>เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โส</div><div class=\"hb-gloss\">(อ.ท่าน)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เต</div><div class=\"hb-gloss\">(อ.ท่าน ท.)</div></div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"subject-nama-kitaka\">๔. นามกิตก์</h2>\n<p>ทั้งที่แปลเป็นนามและคุณ เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ทายโก</div><div class=\"hb-gloss\">(อ.ทายก)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สาวตฺถีวาสี (ชโน)</div><div class=\"hb-gloss\">(อ.ชนผู้อยู่ในเมืองชื่อว่าสาวัตถีโดยปกติ)</div></div></div>\n<p>เป็นต้น</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"subject-kiriya-kitaka\">๕. กิริยากิตก์</h2>\n<p>มีปัจจัยที่ใช้เป็นนามนามได้อยู่ ๓ ตัว คือ อนีย, (ตพฺพ) , ต ปัจจัย เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">พุทฺโธ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระพุทธเจ้า</div></div></div>\n<p>เป็นต้น</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"subject-samasa\">๖. บทสมาส</h2>\n<p>เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">มหาเถโร</div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระมหาเถระ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">นตฺถิปูโว</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ขนมไม่มี</div></div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"subject-taddhita\">๗. บทตัทธิต</h2>\n<p>เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สามเณโร</div><div class=\"hb-gloss\">อ.สามเณร</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">คามตา</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ประชุมแห่งชาวบ้าน</div></div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"subject-special\">๘. บทพิเศษ</h2>\n<p>แปลเป็นประธานได้บ้าง เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เอวํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.อย่างนั้น</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ตถา</div><div class=\"hb-gloss\">อ.เหมือนอย่างนั้น</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อลํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.พอละ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ตุํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.อัน</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อชฺช</div><div class=\"hb-gloss\">อ.วันนี้</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สกฺกา</div><div class=\"hb-gloss\">อ.อันอาจ</div></div></div>\n<p>เป็นต้น</p>","outline":[{"title":"๑. นาม","section":"s010","anchor":"subject-noun"},{"title":"๒. ปกติสังขยา","section":"s010","anchor":"subject-numeral"},{"title":"๓. ปุริสสัพพนาม","section":"s010","anchor":"subject-pronoun"},{"title":"๔. นามกิตก์","section":"s010","anchor":"subject-nama-kitaka"},{"title":"๕. กิริยากิตก์","section":"s010","anchor":"subject-kiriya-kitaka"},{"title":"๖. บทสมาส","section":"s010","anchor":"subject-samasa"},{"title":"๗. บทตัทธิต","section":"s010","anchor":"subject-taddhita"},{"title":"๘. บทพิเศษ","section":"s010","anchor":"subject-special"}],"topics":[{"anchor":"subject-noun","title":"๑. นาม","level":2},{"anchor":"subject-numeral","title":"๒. ปกติสังขยา","level":2},{"anchor":"subject-pronoun","title":"๓. ปุริสสัพพนาม","level":2},{"anchor":"subject-nama-kitaka","title":"๔. นามกิตก์","level":2},{"anchor":"subject-kiriya-kitaka","title":"๕. กิริยากิตก์","level":2},{"anchor":"subject-samasa","title":"๖. บทสมาส","level":2},{"anchor":"subject-taddhita","title":"๗. บทตัทธิต","level":2},{"anchor":"subject-special","title":"๘. บทพิเศษ","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"๔.บทประธานคือศพททีประกอบดวยสิ,โยปฐมาวิภตติเอกวจนะและพหุวจนะหรือทีมีชือเรียกทางสมพนธกไดอชชอ.วนนีเรียกสมพนธวาสตตมีปจจตตะแปลเปนประธานไดดงนีเปนตน๑.นามเชนปุริโส,กญญา,กุลานิเปนตน๒.ปกติสงขยาตงแตเอกูนสตํขึนไปเชนสตํอ.รอยสตานิอ.รอยท.๓.ปุริสสพพนามเชนโส(อ.ทาน)เต(อ.ทานท.)๔.นามกิตกทงทีแปลเปนนามและคุณเชนทายโก(อ.ทายก)สาวตถีวาสี(ชโน)(อ.ชนผูอยูในเมืองชือวาสาวตถีโดยปกติ)เปนตน๕.กิริยากิตกมีปจจยทีใชเปนนามนามไดอยู๓ตวคืออนีย,(ตพพ),ตปจจยเชนพุทโธอ.พระพุทธเจาเปนตน๖.บทสมาสเชนมหาเถโรอ.พระมหาเถระ,นตถิปูโวอ.ขนมไมมี๗.บทตทธิตเชนสามเณโรอ.สามเณร,คามตาอ.ประชุมแหงชาวบาน๘.บทพิเศษแปลเปนประธานไดบางเชนเอวํอ.อยางนน,ตถาอ.เหมือนอยางนนอลํอ.พอละ,ตุํอ.อน,อชชอ.วนนี,สกกาอ.อนอาจเปนตน","nex":18,"url":"bot-prathan"},{"id":"s011","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":"๕","title":"๕. บทที่เนื่องด้วยตัวประธาน","level":2,"path":["๕. บทที่เนื่องด้วยตัวประธาน"],"pdf":12,"page":6,"html":"<p>คือ บทที่แปล หรือสัมพันธ์เข้ากับตัวประธานทั้งสิ้น เช่น บทวิเสสนะ, บทคุณ, บทสัพพนาม ที่มี ลิงค์ , วจนะ, วิภัตติ เสมอกับตัวประธาน</p>\n<p>หรือบทอื่นๆ ที่ประกอบฉัฏฐีวิภัตติ,สตฺตมีวิภัตติ หรือ ศัพท์หรือบท ที่สามารถสัมพันธ์เข้ากับ บทประธานได้ ก็เป็นตัวที่เนื่องด้วยตัวประธานทั้งสิ้น เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>อญฺญตโร</strong> ภิกฺขุ คามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ. (อุภัย)</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ภิกษุ <strong>รูปใดรูปหนึ่ง</strong> เข้าไปแล้ว สู่บ้าน เพื่อบิณฑะฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>อิมสฺส ปุริสสฺส</strong> ปุตฺโต ปพฺพชิโต. (อุภัย)</div><div class=\"hb-gloss\">อ.บุตร <strong>ของบุรุษนี้</strong> บวชแล้ว ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>เตวีสติยา กุมารานํ</strong> อาจริโย คามํ ปวิฏฺโฐ. (อุภัย)</div><div class=\"hb-gloss\">อ.อาจารย์ <strong>ของกุมาร ท. ๒๓</strong> เข้าไปแล้ว สู่บ้าน ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"๕.บททีเนืองดวยตวประธานคือบททีแปลหรือสมพนธเขากบตวประธานทงสินเชนบทวิเสสนะ,บทคุณ,บทสพพนามทีมีลิงค,วจนะ,วิภตติเสมอกบตวประธานหรือบทอืนๆทีประกอบฉฏฐีวิภตติ,สตตมีวิภตติหรือศพทหรือบททีสามารถสมพนธเขากบบทประธานไดกเปนตวทีเนืองดวยตวประธานทงสินเชนอุ.อญญตโรภิกขุคามํปิณฑายปวิฏโฐ.(อุภย)อ.ภิกษุรูปใดรูปหนึงเขาไปแลวสูบานเพือบิณฑะฯอุ.อิมสสปุริสสสปุตโตปพพชิโต.(อุภย)อ.บุตรของบุรุษนีบวชแลวฯอุ.เตวีสติยากุมารานํอาจริโยคามํปวิฏโฐ.(อุภย)อ.อาจารยของกุมารท.๒๓เขาไปแลวสูบานฯ","nex":3,"url":"nueang-prathan"},{"id":"s012","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":"๖","title":"๖. กิริยาในระหว่างของบทประธาน","level":2,"path":["๖. กิริยาในระหว่างของบทประธาน"],"pdf":13,"page":7,"html":"<p>คือ กิริยากิตก์ มีปัจจัยที่เป็นกิริยาในระหว่างที่แจกด้วยวิภัตตินามได้ ๕ ตัว คือ อนฺต , ตฺวนฺตุ , ตาวี , มาน , ต ปัจจัย ปัจจัย ๕ ตัวนี้ ต้องมี ลิงค์ ,วจนะ ,วิภัตติ เสมอประธาน ทั้งเอกวจนะและพหุวจนะ ถึงจะใช้เป็นกิริยาในระหว่างได้ เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. สเจ ภนฺเต อยฺโย อิมสฺมึ ฐาเน เอวํ วิหรนฺโต ปพฺพชิตกิจฺจํ มตฺถกํ ปาเปตุํ สกฺขิสิสฺสติ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=63\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๖๓\">๑/๖๓</a></div><div class=\"hb-gloss\">ข้าแต่ท่านผู้ ถ้าว่า อ.พระผู้เป็นเจ้า อยู่ๆ อย่างนี้ ในที่นี้จักอาจ เพื่ออันยังกิจ แห่งบรรพชิตให้ถึงซึ่งที่สุด ไซร์ ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(อนฺต ขยายประธาน ปุํ)</p>\n<p>ยังมีปัจจัยอีก ๓ ตัว คือ ตูน , ตฺวา , ตฺวาน ใช้เป็นกิริยาในระหว่างของตัวประธานได้ ไม่ต้องแจกไปตามประธาน</p>\n<p>เพราะเป็น อัพยยะปัจจัยแจกด้วยวิภัตติทั้งเจ็ดไม่ได้</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. อปรภาเค เวฏฺฐทีปกตาปโส กาลํ <strong>กตฺวา</strong> มเหสกฺโข เทวราชา <strong>หุตฺวา</strong> นิพฺพตฺติ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=1\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑\">๒/๑</a></div><div class=\"hb-gloss\">ในกาลเป็นส่วนอื่นอีก อ.ดาบสชื่อว่าเวฏฺฐทีปกะ <strong>กระทำแล้ว</strong> ซึ่งกาละเป็นเทวดาผู้ พระราชาผู้มีศักด์ใหญ่ <strong>เป็น</strong> บังเกิดแล้ว ฯ</div></div>\n<p>ยังมี บทพิเศษที่ใช้ดุจกิริยาในระหว่าง เป็นตัวขยายประธาน</p>\n<p>คือ นามนาม , นามกิตก์ , สมาส, ตัทธิต ใช้แปลเป็น วิเสสนะบ้าง วิกติกัตตาบ้าง เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. เถโร <strong>ตุณฺหี</strong> อโหสิ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=9\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๙\">๑/๙</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระเถระ <strong>เป็นผู้นิ่ง</strong> ได้เป็นแล้ว ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. โส (เถโร) สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ฯเปฯ ตตฺถ <strong>สปริวาโร</strong> ปิณฺฑาย ปาวิสิ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=7\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๗\">๑/๗</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระเถระนั้น ถวายบังคมแล้ว ซึ่งพระศาสดา ฯลฯ <strong>ผู้เป็นไปกับด้วยบริวาร</strong> เข้าไปแล้วในบ้านนั้น เพื่อปิณฑะ ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"๖.กิริยาในระหวางของบทประธานคือกิริยากิตกมีปจจยทีเปนกิริยาในระหวางทีแจกดวยวิภตตินามได๕ตวคืออนต,ตวนตุ,ตาวี,มาน,ตปจจยปจจย๕ตวนีตองมีลิงค,วจนะ,วิภตติเสมอประธานทงเอกวจนะและพหุวจนะถึงจะใชเปนกิริยาในระหวางไดเชนอุ.สเจภนเตอยโยอิมสมึฐาเนเอวํวิหรนโตปพพชิตกิจจํมตถกํปาเปตุํสกขิสิสสติ.๑/๖๓(อนตขยายประธานปุํ)ขาแตทานผูถาวาอ.พระผูเปนเจาอยูๆอยางนีในทีนีจกอาจเพืออนยงกิจแหงบรรพชิตใหถึงซึงทีสุดไซรฯยงมีปจจยอีก๓ตวคือตูน,ตวา,ตวานใชเปนกิริยาในระหวางของตวประธานไดไมตองแจกไปตามประธานเพราะเปนอพยยะปจจยแจกดวยวิภตติทงเจดไมไดอุ.อปรภาเคเวฏฐทีปกตาปโสกาลํกตวามเหสกโขเทวราชาหุตวานิพพตติ.๒/๑ในกาลเปนสวนอืนอีกอ.ดาบสชือวาเวฏฐทีปกะกระทำแลวซึงกาละเปนเทวดาผูพระราชาผูมีศกดใหญเปนบงเกิดแลวฯยงมีบทพิเศษทีใชดุจกิริยาในระหวางเปนตวขยายประธานคือนามนาม,นามกิตก,สมาส,ตทธิตใชแปลเปนวิเสสนะบางวิกติกตตาบางเชนอุ.เถโรตุณหีอโหสิ.๑/๙อ.พระเถระเปนผูนิงไดเปนแลวฯอุ.โส(เถโร)สตถารํวนทิตวาฯเปฯตตถสปริวาโรปิณฑายปาวิสิ.๑/๗อ.พระเถระนนถวายบงคมแลวซึงพระศาสดาฯลฯผูเปนไปกบดวยบริวารเขาไปแลวในบานนนเพือปิณฑะฯ","nex":4,"url":"kiriya-nai-rawang"},{"id":"s013","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":"๗","title":"๗.บทที่เนื่องด้วยกิริยาในระหว่าง","level":2,"path":["๗.บทที่เนื่องด้วยกิริยาในระหว่าง"],"pdf":14,"page":8,"html":"<p>คือ ศัพท์ที่ไม่ได้ประกอบด้วย วิภัตติ หรือศัพท์ที่ประกอบด้วยวิภัตติตั้งแต่ ทุติยาวิภัตติ ถึง สัตตมีวิภัตติ หรือที่มีข้อความเกี่ยวเนื่องถึงกันกับกิริยาในระหว่าง ทำหน้าที่ขยายก็จัดเป็น บทที่เนื่องด้วยกิริยาในระหว่าง</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. ตสฺมา ตํทิวสํ สตฺถา ตสฺส <strong>อุปนิสฺสยํ</strong> โอโลเกตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อนุปุพฺพีกถํ กเถสิ.</div><div class=\"hb-gloss\">เพราะเหตุนั้น ในวันนั้น อ.พระศาสดา ทรงแลดูแล้ว <strong>ซึ่งอุปนิสัย</strong> ของกุฎุมพีชื่อว่า มหาปาละนั้น เมื่อทรงแสดง<strong>ซึ่งธรรม</strong> ตรัสแล้ว ซึ่งอนุปุพพีกถา ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. ชโน เสฏฺฐิโน คาเม <strong>กมฺมํ</strong> กตฺวา ลญฺชํ ลภิ.</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ชน ทำแล้ว <strong>ซึ่งการงาน</strong> ในบ้าน ของเศรษฐี ได้แล้ว ซึ่งค่าจ้าง ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"๗.บททีเนืองดวยกิริยาในระหวางคือศพททีไมไดประกอบดวยวิภตติหรือศพททีประกอบดวยวิภตติตงแตทุติยาวิภตติถึงสตตมีวิภตติหรือทีมีขอความเกียวเนืองถึงกนกบกิริยาในระหวางทำหนาทีขยายกจดเปนบททีเนืองดวยกิริยาในระหวางอุ.ตสมาตํทิวสํสตถาตสสอุปนิสสยํโอโลเกตวาธมมํเทเสนโตอนุปุพพีกถํกเถสิ.เพราะเหตุนนในวนนนอ.พระศาสดาทรงแลดูแลวซึงอุปนิสยของกุฎุมพีชือวามหาปาละนนเมือทรงแสดงซึงธรรมตรสแลวซึงอนุปุพพีกถาฯอุ.ชโนเสฏฐิโนคาเมกมมํกตวาลญชํลภิ.อ.ชนทำแลวซึงการงานในบานของเศรษฐีไดแลวซึงคาจางฯ","nex":2,"url":"nueang-kiriya-nai-rawang"},{"id":"s014","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":"๘","title":"๘. กิริยาคุมพากย์","level":2,"path":["๘. กิริยาคุมพากย์"],"pdf":14,"page":8,"html":"<p>คือ ธาตุที่นำไปประกอบด้วยเครื่องปรุงของอาขยาต ในวิภัตติทั้ง ๘ หมวด ใช้เป็นกิริยาคุมพากย์ทั้งสิ้น และยังมีปัจจัยในกิริยากิตก์อีก ๓ ตัว คือ อนีย, ตพฺพ , ต ปัจจัย ใช้เป็นกิริยาคุมพากย์ (รวมทั้ง ตฺวา ปัจจัย เป็นกิริยาคุมพากย์ ปธานนัย)</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"predicate-akhyata\"><strong>กิริยาอาขยาต</strong></h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. สูโท โอทนํ <strong>ปจติ.</strong> (หลัก)</div><div class=\"hb-gloss\">อ.พ่อครัว <strong>หุงอยู่</strong> ซึ่งข้าวสุก ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"predicate-kitaka\"><strong>กิริยากิตก์</strong></h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ภิกฺขุ คามํ ปิณฺฑาย <strong>ปวิฏฺโฐ.</strong> (หลัก)</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ภิกษุ <strong>เข้าไปแล้ว</strong> สู่บ้าน เพื่อบิณฑะฯ</div></div>","outline":[{"title":"กิริยาอาขยาต","section":"s014","anchor":"predicate-akhyata"},{"title":"กิริยากิตก์","section":"s014","anchor":"predicate-kitaka"}],"topics":[{"anchor":"predicate-akhyata","title":"กิริยาอาขยาต","level":2},{"anchor":"predicate-kitaka","title":"กิริยากิตก์","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"๘.กิริยาคุมพากยคือธาตุทีนำไปประกอบดวยเครืองปรุงของอาขยาตในวิภตติทง๘หมวดใชเปนกิริยาคุมพากยทงสินและยงมีปจจยในกิริยากิตกอีก๓ตวคืออนีย,ตพพ,ตปจจยใชเปนกิริยาคุมพากย(รวมทงตวาปจจยเปนกิริยาคุมพากยปธานนย)กิริยาอาขยาตอุ.สูโทโอทนํปจติ.(หลก)อ.พอครวหุงอยูซึงขาวสุกฯกิริยากิตกภิกขุคามํปิณฑายปวิฏโฐ.(หลก)อ.ภิกษุเขาไปแลวสูบานเพือบิณฑะฯ","nex":2,"url":"kiriya-khum-phak"},{"id":"s015","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":"๙","title":"๙ บทที่เนื่องด้วยกิริยาคุมพากย์","level":2,"path":["๙ บทที่เนื่องด้วยกิริยาคุมพากย์"],"pdf":14,"page":8,"html":"<p>คือบท หรือ ศัพท์ที่เรียงไว้หน้า กิริยาคุมพากย์ หลังกิริยาคุมพากย์บ้าง เช่น</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"predicate-before\">เรียงไว้หน้า</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. เอวํ สตฺถา <strong>เตสํ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ</strong> เทเสสิ.</div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระศาสดา ทรงแสดงแล้ว <strong>ซึ่งธรรม แก่ภิกษุ ท. เหล่านั้นฯ</strong></div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"predicate-after\">เรียงไว้หลัง</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. สตฺถา ภตฺตคฺคํ ปวิสิตฺวา <strong>ปญฺญตฺตาสเน</strong> นิสีทิ <strong>สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน.</strong></div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระศาสดา เสด็จเข้าไปแล้ว สู่โรงแห่งภัตร ประทับนั่งแล้ว <strong>บน อาสนะอันบุคคลปูลาดแล้ว กับ ด้วยหมู่แห่งภิกษุฯ</strong></div></div>","outline":[],"topics":[{"anchor":"predicate-before","title":"เรียงไว้หน้า","level":2},{"anchor":"predicate-after","title":"เรียงไว้หลัง","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"๙บททีเนืองดวยกิริยาคุมพากยคือบทหรือศพททีเรียงไวหนากิริยาคุมพากยหลงกิริยาคุมพากยบางเชนเรียงไวหนาอุ.เอวํสตถาเตสํภิกขูนํธมมํเทเสสิ.อ.พระศาสดาทรงแสดงแลวซึงธรรมแกภิกษุท.เหลานนฯเรียงไวหลงอุ.สตถาภตตคคํปวิสิตวาปญญตตาสเนนิสีทิสทธึภิกขุสงเฆน.อ.พระศาสดาเสดจเขาไปแลวสูโรงแหงภตรประทบนงแลว**บนอาสนะอนบุคคลปูลาดแลวกบดวยหมูแหงภิกษุฯ**","nex":2,"url":"nueang-kiriya-khum-phak"},{"id":"s016","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"วิกติกตฺตา","level":2,"path":["วิกติกตฺตา"],"pdf":15,"page":9,"html":"<p><strong>วิกติกตฺตา</strong> ก็คือบทวิเสสนะนั้นเอง ตามธรรมดา บทวิเสสนะของนามนามบทใด ต้องเรียงไว้หน้านามนามบทนั้นและลงวิภัตติตัวเดียวกันกับนามนามบทนั้น ทั้งเป็นลิงค์วจนะเดียวกันด้วย</p>\n<p>ส่วนบทวิเสสนะที่เป็นวิกติกตฺตา ท่านเรียงไว้หลังนามนามที่มันแสดงประกอบด้วยลิงค์วจนะวิภัตติ เหมือนนามนามนั้นบ้าง ผิดกันบ้าง ฯ</p>\n<p>นามนามบทเดียวอาจมีวิกติกตฺ-ตาได้มากบทไม่จำกัด ฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"vikati-katta-final\">วิกติกตฺตานั้น ถ้าอยู่สุดประโยค</h2>\n<p>เวลาแปลวิกติกตฺตาแล้ว</p>\n<p>ถ้าสุดประโยคนั้น ไม่มีกิริยาคุมพากย์ ก็ให้เพิ่มธาตุมี ธาตุเป็นเข้ามาด้วย ธาตุว่ามีว่าเป็น คือ <strong>หุ</strong> ธาตุ <strong>ภู</strong> ธาตุ <strong>อส</strong> ธาตุ <strong>ชน</strong> ธาตุ ให้เพิ่มเข้ามาเป็นรูปอาขยาต ใช้คุมพากย์ได้เลย ให้เพิ่มธาตุเหล่านี้ ประกอบด้วย วิภัตติอาขยาต ให้มีวจนะและบุรุษตรงกับตัวประธาน มีรูปเป็น โหติ โหนฺติ โหสิ โหมิ โหถ โหม อตฺถิ สนฺติ อตฺถ อมฺห เป็นต้น ถ้าสุดประโยคนั้น มีกิริยาเหล่านี้อยู่แล้วก็ไม่ต้องเพิ่มเข้ามาอีกฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"vikati-katta-middle\">ถ้าวิกติกตฺตา อยู่กลางประโยค</h2>\n<p>ไม่มีกิริยาว่ามี - ว่าเป็นอยู่หลัง ก็ให้เพิ่มเป็นรูปกิริยากิตก์ลง <strong>ตฺวา</strong> ปัจจัย เป็นรูป <strong>หุตฺวา</strong> แปลว่า <strong>\"เป็น\"</strong> เท่านั้น ฯ</p>\n<p>ท่านว่า ถ้าประโยคเดียว มีวิกติกตฺตา หลายบทให้เรียงวิกติกตฺตา บทหนึ่งไว้หน้ากิริยาว่ามี-ว่าเป็นนอกนั้น ให้เรียงไว้หลังทั้งหมด เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">สาวตฺถิยํ กิร มหาสุวณฺโณ นาม กุฏุมฺพิโก อโหสิ อฑฺโฒ มหทฺธโน มหาโภโค อปุตฺตโกฯ <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=3\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๓\">(ธ.บ. ๑/๓)</a></div><div class=\"hb-gloss\">ได้ยินว่า อ.เศรษฐี ชื่อว่า มหาสุวรรณ <strong>เป็นคน</strong>มีขุมทรัพย์ <strong>เป็นคน</strong>มั่งคั่ง <strong>เป็นคน</strong>มีทรัพย์มาก <strong>เป็นคน</strong>มีโภคะมาก <strong>เป็นคน</strong>ไม่มีบุตร ได้มีแล้ว ในเมืองชื่อว่าสาวัตถี ฯ</div></div>","outline":[{"title":"ตำแหน่งของวิกติกัตตา","section":"s016","anchor":"s016"},{"title":"วิกติกัตตาอยู่สุดประโยค","section":"s016","anchor":"vikati-katta-final"},{"title":"วิกติกัตตาอยู่กลางประโยค","section":"s016","anchor":"vikati-katta-middle"},{"title":"แปลหนุนคำว่า เป็น","section":"s017","anchor":"s017"}],"topics":[{"anchor":"vikati-katta-final","title":"วิกติกตฺตานั้น ถ้าอยู่สุดประโยค","level":2},{"anchor":"vikati-katta-middle","title":"ถ้าวิกติกตฺตา อยู่กลางประโยค","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วิกติกตตาวิกติกตตากคือบทวิเสสนะนนเองตามธรรมดาบทวิเสสนะของนามนามบทใดตองเรียงไวหนานามนามบทนนและลงวิภตติตวเดียวกนกบนามนามบทนนทงเปนลิงควจนะเดียวกนดวยสวนบทวิเสสนะทีเปนวิกติกตตาทานเรียงไวหลงนามนามทีมนแสดงประกอบดวยลิงควจนะวิภตติเหมือนนามนามนนบางผิดกนบางฯนามนามบทเดียวอาจมีวิกติกต-ตาไดมากบทไมจำกดฯวิกติกตตานนถาอยูสุดประโยคเวลาแปลวิกติกตตาแลวถาสุดประโยคนนไมมีกิริยาคุมพากยกใหเพิมธาตุมีธาตุเปนเขามาดวยธาตุวามีวาเปนคือหุธาตุภูธาตุอสธาตุชนธาตุใหเพิมเขามาเปนรูปอาขยาตใชคุมพากยไดเลยใหเพิมธาตุเหลานีประกอบดวยวิภตติอาขยาตใหมีวจนะและบุรุษตรงกบตวประธานมีรูปเปนโหติโหนติโหสิโหมิโหถโหมอตถิสนติอตถอมหเปนตนถาสุดประโยคนนมีกิริยาเหลานีอยูแลวกไมตองเพิมเขามาอีกฯถาวิกติกตตาอยูกลางประโยคไมมีกิริยาวามี-วาเปนอยูหลงกใหเพิมเปนรูปกิริยากิตกลงตวาปจจยเปนรูปหุตวาแปลวา\"เปน\"เทานนฯทานวาถาประโยคเดียวมีวิกติกตตาหลายบทใหเรียงวิกติกตตาบทหนึงไวหนากิริยาวามี-วาเปนนอกนนใหเรียงไวหลงทงหมดเชนสาวตถิยํกิรมหาสุวณโณนามกุฏุมพิโกอโหสิอฑโฒมหทธโนมหาโภโคอปุตตโกฯ(ธ.บ.๑/๓)ไดยินวาอ.เศรษฐีชือวามหาสุวรรณเปนคนมีขุมทรพยเปนคนมงคงเปนคนมีทรพยมากเปนคนมีโภคะมากเปนคนไมมีบุตรไดมีแลวในเมืองชือวาสาวตถีฯ","nex":1,"url":"vikati-katta"},{"id":"s017","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"วิธีแปลวิกติกตฺตา","level":3,"path":["วิกติกตฺตา","วิธีแปลวิกติกตฺตา"],"pdf":15,"page":9,"html":"<p>การแปลวิกติกตฺตา ให้เพิ่มคำบอกลักษณะของนามนามที่เป็นตัวประธานเข้ากับคำแปลบทวิกติกตฺตานั้นด้วย</p>\n<p>อีกอย่างหนึ่ง เรียกว่าแปลหนุน คือ ให้แปลเพิ่มคำว่า <strong>เป็น</strong> เข้าไปพร้อมกับวิกติกตฺตานั้นด้วย</p>\n<p>คำแปลหนุนมีมาก ต้องว่าเสียให้คล่องปาก</p>\n<p>คือ เป็น - เป็นผู้ - เป็นคน - เป็นหญิง - เป็นรูป - เป็นองค์ - เป็นสัตว์ - เป็นของ - เป็นที่ - เป็นวัตถุ - เป็นแดน - เป็นธรรมชาติ -เป็นประเทศ - เป็นสภาพ</p>\n<p>หรือให้หนุนซ้ำตัวประธานก็ได้ เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยกฺโข มหิทฺธิโก โหติ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ยักษ์ <strong>เป็นยักษ์</strong>มีฤทธิ์มาก ย่อมเป็น ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วิธีแปลวิกติกตตาการแปลวิกติกตตาใหเพิมคำบอกลกษณะของนามนามทีเปนตวประธานเขากบคำแปลบทวิกติกตตานนดวยอีกอยางหนึงเรียกวาแปลหนุนคือใหแปลเพิมคำวาเปนเขาไปพรอมกบวิกติกตตานนดวยคำแปลหนุนมีมากตองวาเสียใหคลองปากคือเปน-เปนผู-เปนคน-เปนหญิง-เปนรูป-เปนองค-เปนสตว-เปนของ-เปนที-เปนวตถุ-เปนแดน-เปนธรรมชาติ-เปนประเทศ-เปนสภาพหรือใหหนุนซำตวประธานกไดเชนยกโขมหิทธิโกโหติอ.ยกษเปนยกษมีฤทธิมากยอมเปนฯ","nex":1,"url":"vikati-katta#withi-plae"},{"id":"s018","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"วิกติกมฺม","level":2,"path":["วิกติกมฺม"],"pdf":16,"page":10,"html":"<p>การแปลบทวิกติกมฺม ก็แปลหนุนเหมือนกับแปลวิกติกตฺตา</p>\n<p>ต่างแต่มีคำว่า <strong>\"ให้\"</strong> ขึ้นต้นเท่านั้น เช่น ให้เป็น - ให้เป็นผู้ - ให้เป็นคน - ให้เป็นหญิง – ให้เป็นเด็ก และให้หนุนซ้ำตัวกมฺมนามก็ได้</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"vikati-kamma-example\"><strong>ตัวอย่าง</strong></h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ราชา ปุริสํ กิสํ กโรติ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระราชา ย่อมกระทำ ซึ่งบุรุษ <strong>ให้เป็น</strong>ผู้ผอมฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"vikati-kamma-repeat-object\">ซ้ำตัวบทกรรม เช่น</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อิสิ ปพฺพตํ ภูมิยา สมํ กโรติ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระฤษี ย่อมกระทำ ซึ่งภูเขา <strong>ให้เป็น</strong>ประเทศเสมอด้วยภาคพื้น</div></div>\n<p>*หลักสัมพันธ์ว่า แปลว่า ให้เป็น หน้า <strong>กรฺ</strong> ธาตุ หรือ <strong>กัมมวาจก</strong> เรียกว่า <strong>วิกติกมฺม</strong>*</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"vikati-kamma-example","title":"ตัวอย่าง","level":2},{"anchor":"vikati-kamma-repeat-object","title":"ซ้ำตัวบทกรรม เช่น","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วิกติกมมการแปลบทวิกติกมมกแปลหนุนเหมือนกบแปลวิกติกตตาตางแตมีคำวา\"ให\"ขึนตนเทานนเชนใหเปน-ใหเปนผู-ใหเปนคน-ใหเปนหญิง–ใหเปนเดกและใหหนุนซำตวกมมนามกไดตวอยางราชาปุริสํกิสํกโรติอ.พระราชายอมกระทำซึงบุรุษใหเปนผูผอมฯซำตวบทกรรมเชนอิสิปพพตํภูมิยาสมํกโรติอ.พระฤษียอมกระทำซึงภูเขาใหเปนประเทศเสมอดวยภาคพืน*หลกสมพนธวาแปลวาใหเปนหนากรธาตุหรือกมมวาจกเรียกวาวิกติกมม*","nex":2,"url":"vikati-kamma"},{"id":"s019","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการเปิด อิติ ศัพท์ ในเวลาแปลยกศัพท์","level":2,"path":["หลักการเปิด อิติ ศัพท์ ในเวลาแปลยกศัพท์"],"pdf":16,"page":10,"html":"<p>ก่อนอื่นนักศึกษาจะต้องกำหนดเนื้อความของประโยค โดยกำหนด นิบาต , กาลสัตตมี, ประธาน , ตัวที่เนื่องด้วยประธาน , กิริยาในระหว่าง , ตัวที่เนื่องด้วยกิริยาในระหว่าง , กิริยาคุมพากย์ ตัวที่เนื่องด้วยกิริยาคุมพากย์</p>\n<p>ดูให้รู้ก่อนว่า เลขนอกตั้งแต่ไหนถึงไหน เลขในตั้งแต่ไหนถึงไหน</p>\n<p>ซึ่งถ้ามีเลขในก็ให้ข้ามไป โดยแปลเลขนอกให้จบเสียก่อน จึงค่อยแปลเลขในทีหลัง</p>\n<p>ดังจะยกรูปประโยคทั้งเลขนอกและเลขในให้ดูดังต่อไปนี้</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>มหาทุคฺคโต ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา</strong> \" มยฺหํ ปตฺตภิกฺขุํ เทหีติ <strong>อาห</strong>.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=27\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๒๗\">๔/๒๗</a></div></div>\n<p><strong>เลขนอก</strong>                                      เลขใน</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"iti-opening-methods\">วิธีการเปิด \"อิติ\" ศัพท์ พอจะสังเกตได้ดังนี้</h2>\n<p>๑. การเปิด อิติ ศัพท์ ด้วยกิริยาในระหว่าง</p>\n<p>๒. การเปิด อิติ ศัพท์ ด้วยบทตติยาวิภัตติ</p>\n<p>๓. การเปิด อิติ ศัพท์ ด้วยกิริยาคุมพากย์</p>\n<p>๔. การเปิด อิติ ศัพท์ ด้วยบททุติยาวิภัตติ</p>\n<p>๕. การเปิด อิติ ศัพท์ ด้วยบทประธาน</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"iti-open-participle\">๑.ถ้าหลัง อิติ ศัพท์ ไม่มีกิริยาที่เปิดได้วางไว้</h2>\n<p>คือ ยังมีเนื้อความต่อไปอีก ถ้าต้องการเปิด อิติ ศัพท์ ให้เติมกิริยากิตก์ ตฺวา ปัจจัย ซึ่งทำหน้าที่เป็น กิริยาในระหว่างขึ้นมาเปิดหลัง อิติ ศัพท์</p>\n<p>โดยถือเอาเนื้อความภายใน อิติ ศัพท์ ทั้งหมด เป็นบทที่เนื่องด้วยกิริยาในระหว่างโดยอนุโลมตามหลักการแปลดังอธิบายมาแล้ว</p>\n<p>เนื้อความภายในเลขในย่อมแสดงถึง บอกเล่า, คิด, ไต่ถาม,รับรอง, กำหนด, ฟัง เป็นต้น</p>\n<div class=\"hb-tablewrap\"><table><thead><tr><th>เลขในมุ่งถึง</th><th>เติมกิริยาในเลขนอก</th><th>คำแปล</th></tr></thead><tbody><tr><td>กล่าว</td><td>วตฺวา</td><td>กล่าวแล้ว</td></tr><tr><td>คิด</td><td>จินฺเตตฺวา</td><td>คิดแล้ว</td></tr><tr><td>ไต่ถาม</td><td>ปุจฺฉิตฺวา</td><td>ถามแล้ว</td></tr><tr><td>รับรอง</td><td>ปฏิสุณิตฺวา</td><td>ฟังตอบแล้ว</td></tr><tr><td>ยอมรับ</td><td>สมฺปฏิจฺฉิตฺวา</td><td>รับพร้อมแล้ว</td></tr><tr><td>กำหนด</td><td>สลฺลกฺเขตฺวา</td><td>กำหนดแล้ว</td></tr><tr><td>ฟัง</td><td>สุตฺวา</td><td>ฟังแล้ว</td></tr></tbody></table></div>\n<p>เติม <strong>จินฺเตตฺวา</strong> เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตสฺมา สตฺถา ปาโต ว สรีรกิจฺจํ กตฺวา \"มหาทุคฺคตํ สงฺคณฺหิสฺสามีติ (จินฺเตตฺวา) คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา นิสีทิ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=26\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๒๖\">๔/๒๖</a></div><div class=\"hb-gloss\">เพราะเหตุนั้น อ.พระศาสดา ทรงกระทำแล้ว ซึ่งกิจด้วยสรีระ ในเวลาเช้า (ทรงดำแล้ว) ว่า อ.เรา จักสงเคราะห์ ซึ่งบุรุษผู้ถึงแล้วซึ่งยากใหญ่ ดังนี้ เสด็จเข้าไปสู่พระคันธกุฎี ประทับนั่งแล้วฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"iti-participle-already-present\">บทกิริยาในระหว่างบางครั้งวางไว้แล้วก็มี สามารถเปิดได้เลย</h2>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"iti-affix-tva\"><strong>ตฺวา</strong> ปัจจัย</h3>\n<p>เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สุตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">(ฟังแล้ว)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อาโรเจตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">(บอกแจ้งแล้ว)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปฏิสุณิตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">(ฟังตอบแล้ว)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สลฺลกฺเขตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">(กำหนดแล้ว)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สมฺปฏิจฺฉิตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">(รับพร้อมแล้ว)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ญตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">(รู้แล้ว)</div></div></div>\n<p>ฯลฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"iti-affix-anta\"><strong>อนฺต</strong> ปัจจัย</h3>\n<p>เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อุปธาเรนฺโต</div><div class=\"hb-gloss\">(ใคร่ครวญอยู่)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปุจฺฉนฺโต</div><div class=\"hb-gloss\">(ถามอยู่)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วาเรนฺโต</div><div class=\"hb-gloss\">(ห้ามอยู่)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อาวชฺเชนฺโต</div><div class=\"hb-gloss\">(ระลึกอยู่)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วิปปลปนฺโต</div><div class=\"hb-gloss\">(บ่นเพ้ออยู่)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ยาจนฺโต</div><div class=\"hb-gloss\">(อ้อนวอนอยู่)</div></div></div>\n<p>ฯลฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"iti-affix-mana\"><strong>มาน</strong> ปัจจัย</h3>\n<p>เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วาริยมาโน</div><div class=\"hb-gloss\">(อัน..ห้ามอยู่)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ชานมาโน</div><div class=\"hb-gloss\">(รู้อยู่)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อาจิกฺขมาโน</div><div class=\"hb-gloss\">(บอกอยู่)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปุจฺฉิยมาโน</div><div class=\"hb-gloss\">(อัน...ถามอยู่)</div></div></div>\n<p>ฯลฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"iti-affix-ta\"><strong>ต</strong> ปัจจัย</h3>\n<p>เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วุตฺโต ,วุตฺตา</div><div class=\"hb-gloss\">(อัน..กล่าวแล้ว)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปุฏฺโฐ , ปุฏฺฐา</div><div class=\"hb-gloss\">(อัน...ถามแล้ว)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปุจฺฉิโต, ปุจฺฉิตา</div><div class=\"hb-gloss\">(อัน..ถามแล้ว)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ยาจิโต, ยาจิตา</div><div class=\"hb-gloss\">(อัน..อ้อนวอนแล้ว)</div></div></div>\n<p>ฯลฯ สำหรับ อนฺต, มาน, ต ปัจจัย นั้นแจกได้ทั้ง ๓ ลิงค์ นักศึกษาพึงเทียบเคียงลิงค์เอา เพราะที่ยกให้ ดูนี้เฉพาะแต่ ปุํลิงค์เท่านั้น <strong>วางไว้แล้ว</strong></p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. อเถกทิวสํ มหาปาโล อริยสาวเก คนฺธมาลาทิหตฺเถ วิหารํ คจฺฉนฺเต ทิสฺวา \"อยํ มหาชโน กุหึ คจฺฉตีติ <strong>ปุจฺฉิตฺวา</strong> \"ธมฺมสฺสวนายาติ <strong>สุตฺวา</strong> \"อหํ คมิสฺสามีติ(จินฺเตตฺวา) คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปริสปริยนฺเต นิสีทิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=15\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๕\">(๑/๑๕)</a></div><div class=\"hb-gloss\">ครั้นภายหลัง ณ วันหนึ่ง อ.กุฎุมพีชื่อว่ามหาปาละ เห็นแล้ว ซึ่งอริยสาวก ท. ผู้มีวัตถุมีของหอมและระเบียบเป็นต้นในมือ ผู้ไปอยู่ สู่วิหาร <strong>ถามแล้ว</strong> ว่า อ.มหาชน นี้ ย่อมไป ณ ที่ไหน ดังนี้ <strong>ฟังแล้ว</strong> ว่า อ. มหาชนนี้ ย่อมไป เพื่อ อันฟังซึ่งธรรม ดังนี้ (คิดแล้ว) ว่า แม้ อ.เราจักไป ดังนี้ ไปแล้ว ถวายบังคม แล้ว ซึ่งพระศาสดา นั่งแล้ว ณ ที่สุด แห่งบริษัท ฯ</div></div>\n<p>๒. กฎข้อที่ ๒ ก็มีลักษณะเดียวกับกฎข้อ ๑ ต่างแต่กฎข้อที่ ๒ คือ เลขนอกยังไม่จบประโยค</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"iti-open-instrumental\">ต้องการเปิด อิติ ศัพท์ ด้วยบทตติยาวิภัตติ</h2>\n<p>จะต้องแปลกิริยาในระหว่าง (ถ้ามี) หรือ กิริยาคุมพากย์เสียก่อน จึงจะสามารถเปิด อิติ ศัพท์ ด้วยบทตติยาวิภัตติเหล่านี้ได้ เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">จินฺตเนน</div><div class=\"hb-gloss\">ด้วยอันคิด</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วจเนน</div><div class=\"hb-gloss\">ด้วยคำ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อาสีสมาเนน</div><div class=\"hb-gloss\">ด้วยความหวัง</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อาสาย</div><div class=\"hb-gloss\">ด้วยความหวัง</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สญฺญาย</div><div class=\"hb-gloss\">ด้วยความสำคัญ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อธิฏฐาย</div><div class=\"hb-gloss\">ด้วยการอธิฐาน ฯลฯ</div></div></div>\n<p>การที่เราจะใช้บทตติยาวิภัตติเหล่านี้เปิดนั้นก็ต้องแล้วแต่เนื้อความเลขในมุ่งจะประสงค์ เช่น ในที่นี้ เลขในมุ่งประสงค์ใช้ สญฺญาย เปิด</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. เต ภิกฺขู \"กสฺสจิ อผาสุกํ ภวิสฺสตีติ (สญฺญาย) สกสกฏฺฐาเนหิ นิกขมิตฺวา วิหารมชฺเฌ สนฺนิปตึสุ.</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ภิกษุ ท. เหล่านั้น ออกแล้วจากที่ของตนๆ ท. <strong>ด้วยความสำคัญ</strong> ว่า อ.ความไม่สำราญ จักมีแก่ใครๆ ดังนี้ ประชุมกันแล้ว ในท่ามกลางแห่งวิหาร ฯ</div></div>\n<p><strong>หมายเหตุ</strong> บทตติยาวิภัตติเหล่านี้บางทีก็วางไว้แล้ว</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"iti-open-missing-subject-predicate\">๓. ถ้าเลขนอกไม่มีประธาน และกิริยาคุมพากย์</h2>\n<p>หรือไม่มีประธาน มีแต่เฉพาะกิริยาคุมพากย์ หรือมีประธาน ไม่มีกิริยาคุมพากย์ ให้นักศึกษากำหนดขึ้นประธาน และกิริยาคุมพากย์มาเอง ประธานและกิริยาคุมพากย์ ต้องให้บุรุษและวจนะตรงกันเสมอ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"iti-no-subject-no-predicate\"><strong>ประธานและกิริยาคุมพากย์ไม่มี</strong></h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. (เถโร) อาม อุปาสกาติ (อาห)<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=9\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๙\">๑/๙</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.พระเถระ กล่าวแล้ว)ว่า ดูก่อนอุบาสก เออ (อ.ลม ย่อมเสียดแทงนั่นเทียว) ดังนี้ ฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"iti-no-subject\"><strong>ไม่มีประธาน แต่มีกิริยาคุมพากย์</strong></h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. (เวชฺโช) \"มา ภนฺเต เอวมกตฺถ สมณธมฺโม นาม, สรีเร ยาเปนฺเต สกฺกา กาตุํ นิปชฺชิตฺวา อาสิญฺจถาติ (วตฺวา) ปุนปฺปุนํ ยาจิ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=9\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๙\">๑/๙</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.หมอ) กล่าวแล้ว ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ อ.ท่าน ท.อย่าได้กระทำแล้วอย่างนี้ ชื่อ อ.สมณธรรม, ครั้นเมื่อสรีระ เป็นไปอยู่ (อันท่าน ท.)อาจ เพื่ออันกระทำ,อ.ท่าน ท. ขอจงนอนหยอด ดังนี้ อ้อนวอนแล้ว บ่อยๆฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"iti-no-predicate\"><strong>มีประธาน แต่ไม่มีกิริยาคุมพากย์</strong></h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. โส กุฏุมฺพิโก \"สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เคหํ คนฺตฺวา กนิฏฺฐํ ปกฺโกสาเปตฺวา\" ฯเปฯ ปฏิปชฺชาหิ นนฺติ (อาห) .<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=6\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๖\">๑/๖</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.กุฎุมพี ชื่อว่ามหาปาละนั้นรับพร้อมแล้วว่า อ.ดีละ ดังนี้ ถวายบังคม ซึ่งพระศาสดา ไปแล้ว สู่เรือน (ยังบุคคล) ให้ร้องเรียกแล้ว ซึ่งน้องชายผู้น้อยที่สุด (กล่าวแล้ว) ว่า ฯลฯ อ.ท่าน จงครอบครองซึ่งทรัพย์นั้น ดังนี้ ฯ</div></div>","outline":[{"title":"วิธีเปิด อิติ ๕ ประเภท","section":"s019","anchor":"iti-opening-methods"},{"title":"เปิดด้วยกิริยาในระหว่าง","section":"s019","anchor":"iti-open-participle"},{"title":"เปิดด้วยบทตติยาวิภัตติ","section":"s019","anchor":"iti-open-instrumental"},{"title":"เปิดด้วยกิริยาคุมพากย์","section":"s020","anchor":"s020"},{"title":"เปิดด้วยบททุติยาวิภัตติ","section":"s020","anchor":"iti-dutiya"},{"title":"เปิดด้วยบทประธาน","section":"s021","anchor":"iti-prathama"},{"title":"เติมประธานและกิริยาที่ขาด","section":"s019","anchor":"iti-open-missing-subject-predicate"}],"topics":[{"anchor":"iti-opening-methods","title":"วิธีการเปิด \"อิติ\" ศัพท์ พอจะสังเกตได้ดังนี้","level":2},{"anchor":"iti-open-participle","title":"๑.ถ้าหลัง อิติ ศัพท์ ไม่มีกิริยาที่เปิดได้วางไว้","level":2},{"anchor":"iti-participle-already-present","title":"บทกิริยาในระหว่างบางครั้งวางไว้แล้วก็มี สามารถเปิดได้เลย","level":2},{"anchor":"iti-affix-tva","title":"ตฺวา ปัจจัย","level":3},{"anchor":"iti-affix-anta","title":"อนฺต ปัจจัย","level":3},{"anchor":"iti-affix-mana","title":"มาน ปัจจัย","level":3},{"anchor":"iti-affix-ta","title":"ต ปัจจัย","level":3},{"anchor":"iti-open-instrumental","title":"ต้องการเปิด อิติ ศัพท์ ด้วยบทตติยาวิภัตติ","level":2},{"anchor":"iti-open-missing-subject-predicate","title":"๓. ถ้าเลขนอกไม่มีประธาน และกิริยาคุมพากย์","level":2},{"anchor":"iti-no-subject-no-predicate","title":"ประธานและกิริยาคุมพากย์ไม่มี","level":3},{"anchor":"iti-no-subject","title":"ไม่มีประธาน แต่มีกิริยาคุมพากย์","level":3},{"anchor":"iti-no-predicate","title":"มีประธาน แต่ไม่มีกิริยาคุมพากย์","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการเปิดอิติศพทในเวลาแปลยกศพทกอนอืนนกศึกษาจะตองกำหนดเนือความของประโยคโดยกำหนดนิบาต,กาลสตตมี,ประธาน,ตวทีเนืองดวยประธาน,กิริยาในระหวาง,ตวทีเนืองดวยกิริยาในระหวาง,กิริยาคุมพากยตวทีเนืองดวยกิริยาคุมพากยดูใหรูกอนวาเลขนอกตงแตไหนถึงไหนเลขในตงแตไหนถึงไหนซึงถามีเลขในกใหขามไปโดยแปลเลขนอกใหจบเสียกอนจึงคอยแปลเลขในทีหลงดงจะยกรูปประโยคทงเลขนอกและเลขในใหดูดงตอไปนีอุ.มหาทุคคโตตสสสนติกํคนตวา\"มยหํปตตภิกขุํเทหีติอาห.๔/๒๗เลขนอกเลขในวิธีการเปิด\"อิติ\"ศพทพอจะสงเกตไดดงนี๑.การเปิดอิติศพทดวยกิริยาในระหวาง๒.การเปิดอิติศพทดวยบทตติยาวิภตติ๓.การเปิดอิติศพทดวยกิริยาคุมพากย๔.การเปิดอิติศพทดวยบททุติยาวิภตติ๕.การเปิดอิติศพทดวยบทประธาน๑.ถาหลงอิติศพทไมมีกิริยาทีเปิดไดวางไวคือยงมีเนือความตอไปอีกถาตองการเปิดอิติศพทใหเติมกิริยากิตกตวาปจจยซึงทำหนาทีเปนกิริยาในระหวางขึนมาเปิดหลงอิติศพทโดยถือเอาเนือความภายในอิติศพททงหมดเปนบททีเนืองดวยกิริยาในระหวางโดยอนุโลมตามหลกการแปลดงอธิบายมาแลวเนือความภายในเลขในยอมแสดงถึงบอกเลา,คิด,ไตถาม,รบรอง,กำหนด,ฟงเปนตนเลขในมุงถึงกลาวเลขนอกขึนวตวา(กลาวแลว)เลขในมุงถึงคิด\"จินเตตวา(คิดแลว)เลขในมุงถึงไตถาม\"ปุจฉิตวา(ถามแลว)เลขในมุงถึงรบรอง\"ปฏิสุณิตวา(ฟงตอบแลว)เลขในมุงถึงยอมรบ\"สมปฏิจฉิตวา(รบพรอมแลว)เลขในมุงถึงกำหนด\"สลลกเขตวา(กำหนดแลว)เลขในมุงถึงฟง\"สุตวา(ฟงแลว)เติมจินเตตวาเชนตสมาสตถาปาโตวสรีรกิจจํกตวา\"มหาทุคคตํสงคณหิสสามีติ(จินเตตวา)คนธกุฏึปวิสิตวานิสีทิ.๔/๒๖เพราะเหตุนนอ.พระศาสดาทรงกระทำแลวซึงกิจดวยสรีระในเวลาเชา(ทรงดำแลว)วาอ.เราจกสงเคราะหซึงบุรุษผูถึงแลวซึงยากใหญดงนีเสดจเขาไปสูพระคนธกุฎีประทบนงแลวฯบทกิริยาในระหวางบางครงวางไวแลวกมีสามารถเปิดไดเลยตวาปจจยเชนสุตวา(ฟงแลว),อาโรเจตวา(บอกแจงแลว),ปฏิสุณิตวา(ฟงตอบแลว),สลลกเขตวา(กำหนดแลว),สมปฏิจฉิตวา(รบพรอมแลว),ญตวา(รูแลว)ฯลฯอนตปจจยเชนอุปธาเรนโต(ใครครวญอยู),ปุจฉนโต(ถามอยู)วาเรนโต(หามอยู),อาวชเชนโต(ระลึกอยู)วิปปลปนโต(บนเพออยู)ยาจนโต(ออนวอนอยู)ฯลฯมานปจจยเชนวาริยมาโน(อน..หามอยู),ชานมาโน(รูอยู)อาจิกขมาโน(บอกอยู),ปุจฉิยมาโน(อน...ถามอยู)ฯลฯตปจจยเชนวุตโต,วุตตา(อน..กลาวแลว),ปุฏโฐ,ปุฏฐา(อน...ถามแลว)ปุจฉิโต,ปุจฉิตา(อน..ถามแลว),ยาจิโต,ยาจิตา(อน..ออนวอนแลว)ฯลฯสำหรบอนต,มาน,ตปจจยนนแจกไดทง๓ลิงคนกศึกษาพึงเทียบเคียงลิงคเอาเพราะทียกใหดูนีเฉพาะแตปุํลิงคเทานนวางไวแลวอุ.อเถกทิวสํมหาปาโลอริยสาวเกคนธมาลาทิหตเถวิหารํคจฉนเตทิสวา\"อยํมหาชโนกุหึคจฉตีติปุจฉิตวา\"ธมมสสวนายาติสุตวา\"อหํคมิสสามีติ(จินเตตวา)คนตวาสตถารํวนทิตวาปริสปริยนเตนิสีทิ.(๑/๑๕)ครนภายหลงณวนหนึงอ.กุฎุมพีชือวามหาปาละเหนแลวซึงอริยสาวกท.ผูมีวตถุมีของหอมและระเบียบเปนตนในมือผูไปอยูสูวิหารถามแลววาอ.มหาชนนียอมไปณทีไหนดงนีฟงแลววาอ.มหาชนนียอมไปเพืออนฟงซึงธรรมดงนี(คิดแลว)วาแมอ.เราจกไปดงนีไปแลวถวายบงคมแลวซึงพระศาสดานงแลวณทีสุดแหงบริษทฯ๒.กฎขอที๒กมีลกษณะเดียวกบกฎขอ๑ตางแตกฎขอที๒คือเลขนอกยงไมจบประโยคตองการเปิดอิติศพทดวยบทตติยาวิภตติจะตองแปลกิริยาในระหวาง(ถามี)หรือกิริยาคุมพากยเสียกอนจึงจะสามารถเปิดอิติศพทดวยบทตติยาวิภตติเหลานีไดเชนจินตเนนดวยอนคิด,วจเนนดวยคำอาสีสมาเนนดวยความหวง,อาสายดวยความหวงสญญายดวยความสำคญ,อธิฏฐายดวยการอธิฐานฯลฯการทีเราจะใชบทตติยาวิภตติเหลานีเปิดนนกตองแลวแตเนือความเลขในมุงจะประสงคเชนในทีนีเลขในมุงประสงคใชสญญายเปิดอุ.เตภิกขู\"กสสจิอผาสุกํภวิสสตีติ(สญญาย)สกสกฏฐาเนหินิกขมิตวาวิหารมชเฌสนนิปตึสุ.อ.ภิกษุท.เหลานนออกแลวจากทีของตนๆท.ดวยความสำคญวาอ.ความไมสำราญจกมีแกใครๆดงนีประชุมกนแลวในทามกลางแหงวิหารฯหมายเหตุบทตติยาวิภตติเหลานีบางทีกวางไวแลว๓.ถาเลขนอกไมมีประธานและกิริยาคุมพากยหรือไมมีประธานมีแตเฉพาะกิริยาคุมพากยหรือมีประธานไมมีกิริยาคุมพากยใหนกศึกษากำหนดขึนประธานและกิริยาคุมพากยมาเองประธานและกิริยาคุมพากยตองใหบุรุษและวจนะตรงกนเสมอประธานและกิริยาคุมพากยไมมีอุ.(เถโร)อามอุปาสกาติ(อาห)๑/๙(อ.พระเถระกลาวแลว)วาดูกอนอุบาสกเออ(อ.ลมยอมเสียดแทงนนเทียว)ดงนีฯไมมีประธานแตมีกิริยาคุมพากยอุ.(เวชโช)\"มาภนเตเอวมกตถสมณธมโมนาม,สรีเรยาเปนเตสกกากาตุํนิปชชิตวาอาสิญจถาติ(วตวา)ปุนปปุนํยาจิ.๑/๙(อ.หมอ)กลาวแลววาขาแตทานผูเจริญอ.ทานท.อยาไดกระทำแลวอยางนีชืออ.สมณธรรม,ครนเมือสรีระเปนไปอยู(อนทานท.)อาจเพืออนกระทำ,อ.ทานท.ขอจงนอนหยอดดงนีออนวอนแลวบอยๆฯมีประธานแตไมมีกิริยาคุมพากยอุ.โสกุฏุมพิโก\"สาธูติสมปฏิจฉิตวาสตถารํวนทิตวาเคหํคนตวากนิฏฐํปกโกสาเปตวา\"ฯเปฯปฏิปชชาหินนติ(อาห).๑/๖อ.กุฎุมพีชือวามหาปาละนนรบพรอมแลววาอ.ดีละดงนีถวายบงคมซึงพระศาสดาไปแลวสูเรือน(ยงบุคคล)ใหรองเรียกแลวซึงนองชายผูนอยทีสุด(กลาวแลว)วาฯลฯอ.ทานจงครอบครองซึงทรพยนนดงนีฯ","nex":33,"url":"poet-iti"},{"id":"s020","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"กิริยาคุมพากย์ที่ใช้เปิด อิติ ศัพท์ ได้ดังนี้","level":3,"path":["หลักการเปิด อิติ ศัพท์ ในเวลาแปลยกศัพท์","กิริยาคุมพากย์ที่ใช้เปิด อิติ ศัพท์ ได้ดังนี้"],"pdf":19,"page":13,"html":"<h2 class=\"hb-topic\" id=\"iti-ajjattani\"><u>หมวด อัชชัตตนี ปฐมบุรุษ</u></h2>\n<div class=\"hb-tablewrap\"><table><thead><tr><th scope=\"col\">เอกวจนะ</th><th scope=\"col\">พหุวจนะ</th><th scope=\"col\">คำแปล</th></tr></thead><tbody><tr><td class=\"hb-table-pali\">ปุจฺฉิ</td><td class=\"hb-table-pali\">ปุจฺฉึสุ</td><td>ถามแล้ว</td></tr><tr><td class=\"hb-table-pali\">อาห</td><td class=\"hb-table-pali\">อาหํสุ</td><td>กล่าวแล้ว</td></tr><tr><td class=\"hb-table-pali\">กเถสิ</td><td class=\"hb-table-pali\">กถยึสุ</td><td>กล่าวแล้ว</td></tr><tr><td class=\"hb-table-pali\">วทิ</td><td class=\"hb-table-pali\">ทึสุ</td><td>กล่าวแล้ว</td></tr><tr><td class=\"hb-table-pali\">มนฺตยิ</td><td class=\"hb-table-pali\">มนฺตยึสี</td><td>ปรึกษากันแล้ว</td></tr><tr><td class=\"hb-table-pali\">จินฺเตสิ</td><td class=\"hb-table-pali\">จินฺตยึสุ</td><td>คิดแล้ว</td></tr><tr><td class=\"hb-table-pali\">อาจกฺขิ</td><td class=\"hb-table-pali\">อาจิกฺขึสุ</td><td>บอกแล้ว</td></tr><tr><td class=\"hb-table-pali\">อาโรเจสิ</td><td class=\"hb-table-pali\">อาโรเจสุ</td><td>บอกแจ้งแล้ว</td></tr><tr><td class=\"hb-table-pali\">อุชฺฌายิ</td><td class=\"hb-table-pali\">อุชฺฌายึสุ</td><td>ยกโทษแล้ว</td></tr><tr><td class=\"hb-table-pali\">อโวจ</td><td class=\"hb-table-pali\">อโวจุํ</td><td>ได้กล่าวแล้ว</td></tr><tr><td class=\"hb-table-pali\">อาลปิ</td><td class=\"hb-table-pali\">อาลปึสุ</td><td>ทักทายแล้ว</td></tr><tr><td class=\"hb-table-pali\">สมฺปฏิจฺฉิ</td><td class=\"hb-table-pali\">สมฺปฏิจฺฉึสุ</td><td>รับพร้อมแล้ว</td></tr><tr><td class=\"hb-table-pali\">อุทปาทิ</td><td class=\"hb-table-pali\">-</td><td>ได้เกิดขึ้นแล้ว</td></tr><tr><td class=\"hb-table-pali\">สงฺขุภิ</td><td class=\"hb-table-pali\">-</td><td>แตกตื่นแล้ว เป็นต้น</td></tr></tbody></table></div>\n<p><strong>หมายเหตุ</strong> ที่ยกมานี้เป็นแต่อดีตกาลเท่านั้น ส่วนปัจจุบันกาล และ อนาคตกาล ตลอดถึง กิริยากิตก์ ที่ใช้คุมพากย์ นักศึกษาพึงเทียบดู</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"iti-dutiya\">๔. การเปิด อิติ ศัพท์ ด้วยบททุติยาวิภัตติ</h2>\n<p>เท่าที่ปรากฏ โดยมากมักวางบททุติยา-วิภัตติไว้ สำหรับนักเรียนประโยค ๑ - ๒ ถ้ายังไม่ได้เน้นสัมพันธ์ ส่วนประโยค ป.ธ. ๓ จะต้องทราบว่า อิติ ศัพท์สัมพันธ์เข้ากับบทไหน เพราะสัมพันธ์มีความเกี่ยวเนื่องกันในระหว่างบท</p>\n<p>สำหรับ กิริยาที่เป็นเหตุกัตตุวาจก ปัจจุบัน แปลเรียง นิยม แปลกิริยาเลย เช่น กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ยังวาจาเป็นเครื่องกล่าว ให้ตั้งขึ้นพร้อมแล้ว ว่า.......ฯ</p>\n<p>ถ้าเน้นสัมพันธ์จะต้องแปลว่า ยังวาจาเป็นเครื่องกล่าวว่า.....ดังนี้ ให้ตั้งขึ้นพร้อมแล้ว ฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. อเถกทิวสํ ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ \"สารีปุตฺตเถโร ฯเปฯ ลภีติ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=2\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๒\">๔/๒</a></div><div class=\"hb-gloss\">ครั้นนั้น ในวันหนึ่ง อ.ภิกษุ ท.ยังวาจาเป็นเครื่องกล่าวว่า ฯลฯ ดังนี้ ให้ตั้งขึ้นพร้อม แล้วในโรงเป็นที่กล่าวกับด้วยการแสดงซึ่งธรรมฯ</div></div>","outline":[],"topics":[{"anchor":"iti-ajjattani","title":"หมวด อัชชัตตนี ปฐมบุรุษ","level":2},{"anchor":"iti-dutiya","title":"๔. การเปิด อิติ ศัพท์ ด้วยบททุติยาวิภัตติ","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"กิริยาคุมพากยทีใชเปิดอิติศพทไดดงนีหมวดอชชตตนีปฐมบุรุษเอกวจนะพหุวจนะคำแปลปุจฉิปุจฉึสุถามแลวอาหอาหํสุกลาวแลวกเถสิกถยึสุกลาวแลววทิทึสุกลาวแลวมนตยิมนตยึสีปรึกษากนแลวจินเตสิจินตยึสุคิดแลวอาจกขิอาจิกขึสุบอกแลวอาโรเจสิอาโรเจสุบอกแจงแลวอุชฌายิอุชฌายึสุยกโทษแลวอโวจอโวจุํไดกลาวแลวอาลปิอาลปึสุทกทายแลวสมปฏิจฉิสมปฏิจฉึสุรบพรอมแลวอุทปาทิ-ไดเกิดขึนแลวสงขุภิ-แตกตืนแลวเปนตนหมายเหตุทียกมานีเปนแตอดีตกาลเทานนสวนปจจุบนกาลและอนาคตกาลตลอดถึงกิริยากิตกทีใชคุมพากยนกศึกษาพึงเทียบดู๔.การเปิดอิติศพทดวยบททุติยาวิภตติเทาทีปรากฏโดยมากมกวางบททุติยา-วิภตติไวสำหรบนกเรียนประโยค๑-๒ถายงไมไดเนนสมพนธสวนประโยคป.ธ.๓จะตองทราบวาอิติศพทสมพนธเขากบบทไหนเพราะสมพนธมีความเกียวเนืองกนในระหวางบทสำหรบกิริยาทีเปนเหตุกตตุวาจกปจจุบนแปลเรียงนิยมแปลกิริยาเลยเชนกถํสมุฏฐาเปสุํยงวาจาเปนเครืองกลาวใหตงขึนพรอมแลววา.......ฯถาเนนสมพนธจะตองแปลวายงวาจาเปนเครืองกลาววา.....ดงนีใหตงขึนพรอมแลวฯอุ.อเถกทิวสํธมมสภายํภิกขูกถํสมุฏฐาเปสุํ\"สารีปุตตเถโรฯเปฯลภีติ.๔/๒ครนนนในวนหนึงอ.ภิกษุท.ยงวาจาเปนเครืองกลาววาฯลฯดงนีใหตงขึนพรอมแลวในโรงเปนทีกลาวกบดวยการแสดงซึงธรรมฯ","nex":1,"url":"poet-iti#kiriya-poet-iti"},{"id":"s021","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"บททุติยาวิภัตติที่นิยมเปิด เช่น","level":3,"path":["หลักการเปิด อิติ ศัพท์ ในเวลาแปลยกศัพท์","บททุติยาวิภัตติที่นิยมเปิด เช่น"],"pdf":20,"page":14,"html":"<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อิมํ คาถํ อาห</div><div class=\"hb-gloss\">ตรัสแล้ว           ซึ่งพระคาถานี้ ว่า.....</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">หตฺถิรวํ รวิ</div><div class=\"hb-gloss\">ร้องแล้ว           ร้องเพียงดังช้าง ว่า....</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เถรํ นิมนฺเตสิ</div><div class=\"hb-gloss\">นิมนต์แล้ว          ซึ่งพระเถระ ว่า......</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปตฺถนํ อกาสิ</div><div class=\"hb-gloss\">ได้กระทำแล้ว        ซึ่งความปรารถนา ว่า....</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วรํ ยาจิ</div><div class=\"hb-gloss\">ขอแล้ว            ซึ่งพร ว่า.......</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปาโลติ (วจนํ) นามํ อกาสิ</div><div class=\"hb-gloss\">ได้กระทำแล้ว        ซึ่งคำว่า.........</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ</div><div class=\"hb-gloss\">ยังจิต             ให้เกิดขึ้นแล้ว ว่า.....</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปตฺถนํ ฐเปสิ</div><div class=\"hb-gloss\">ตั้งไว้แล้ว           ซึ่งความปรารถนา ว่า.....</div></div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"iti-prathama\">๕. การเปิด อิติ ศัพท์ ด้วยบทปฐมาวิภัตติ (ประธาน) เช่น</h2>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เอตํ จินฺตนํ</div><div class=\"hb-gloss\">(อ.ความคิด นั่น ว่า.....ฯ)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">จิตฺตํ</div><div class=\"hb-gloss\">(อ.จิต ว่า.....ฯ)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โทหโฬ</div><div class=\"hb-gloss\">(อ.ความแพ้ท้องว่า....ฯ)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วิสชฺชนํ</div><div class=\"hb-gloss\">(อ.อันแก้ ว่า...ฯ)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สงฺกปฺโป</div><div class=\"hb-gloss\">(อ.ความดำริ ว่า....ฯ)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โกลาหลํ</div><div class=\"hb-gloss\">(อ.ความโกลาหล ว่า...ฯ)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปุจฺฉา</div><div class=\"hb-gloss\">(อ.อันถาม ว่า...ฯ)   ฯลฯ</div></div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. ตสฺส พฺรหฺมุโน เอตํ (จินฺตนํ) - อโหสิ \"อยํ มยา ฯเปฯ นนฺติ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=94\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๙๔\">๔/๙๔</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ความคิด นั่น ว่า ฯลฯ ดังนี้ ได้มีแล้ว แก่พรหมนั้น ฯ</div></div>\n<p>ส่วนการเปิด อิติ ศัพท์ ด้วยวิภัตติ อื่น ๆ และการเปิด อิติ ศัพท์ ด้วยบทคุณผู้ศึกษาพึงเทียบเคียงเปิดดู ฯ</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"iti-prathama","title":"๕. การเปิด อิติ ศัพท์ ด้วยบทปฐมาวิภัตติ (ประธาน) เช่น","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"บททุติยาวิภตติทีนิยมเปิดเชนอิมํคาถํอาหตรสแลวซึงพระคาถานีวา.....หตถิรวํรวิรองแลวรองเพียงดงชางวา....เถรํนิมนเตสินิมนตแลวซึงพระเถระวา......ปตถนํอกาสิไดกระทำแลวซึงความปรารถนาวา....วรํยาจิขอแลวซึงพรวา.......ปาโลติ(วจนํ)นามํอกาสิไดกระทำแลวซึงคำวา.........จิตตํอุปปาเทสิยงจิตใหเกิดขึนแลววา.....ปตถนํฐเปสิตงไวแลวซึงความปรารถนาวา.....๕.การเปิดอิติศพทดวยบทปฐมาวิภตติ(ประธาน)เชนเอตํจินตนํ(อ.ความคิดนนวา.....ฯ)จิตตํ(อ.จิตวา.....ฯ)โทหโฬ(อ.ความแพทองวา....ฯ)วิสชชนํ(อ.อนแกวา...ฯ)สงกปโป(อ.ความดำริวา....ฯ)โกลาหลํ(อ.ความโกลาหลวา...ฯ)ปุจฉา(อ.อนถามวา...ฯ)ฯลฯอุ.ตสสพรหมุโนเอตํ(จินตนํ)-อโหสิ\"อยํมยาฯเปฯนนติ.๔/๙๔อ.ความคิดนนวาฯลฯดงนีไดมีแลวแกพรหมนนฯสวนการเปิดอิติศพทดวยวิภตติอืนๆและการเปิดอิติศพทดวยบทคุณผูศึกษาพึงเทียบเคียงเปิดดูฯ","nex":16,"url":"poet-iti#dutiya-poet-iti"},{"id":"s022","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"คำเชื่อมกันระหว่างนาม","level":2,"path":["คำเชื่อมกันระหว่างนาม"],"pdf":21,"page":15,"html":"<p>คำเชื่อมกันระหว่างนาม , กิริยาในการใช้สำเนียง อายตนิบาต อายตนิบาตที่ควรสำเนียกไว้ดังนี้</p>\n<div class=\"hb-tablewrap\"><table><tbody><tr><td>กล่าว - กะ</td><td>อยู่ – ใน</td><td>ต้องการ – ด้วย</td></tr><tr><td>ถาม - ซึ่ง</td><td>ให้ - แก่</td><td>ส่งไป – เพื่อ</td></tr><tr><td>ทำ - ซึ่ง</td><td>บอก - แก่</td><td>ออก - จาก</td></tr><tr><td>ไป - สู่</td><td>เฉพาะ - ต่อ</td><td>ถึง - ซึ่ง</td></tr><tr><td>มา - สู่</td><td>กลัว – แต่</td><td>สมควร - แก่</td></tr><tr><td>เพียงไร - แต่</td><td>จำเดิม – แต่</td><td>เพียงพอ - แก่</td></tr><tr><td>ประโยชน์อะไร - ด้วย</td><td>ประทุษร้าย – ต่อ</td></tr></tbody></table></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"คำเชือมกนระหวางนามคำเชือมกนระหวางนาม,กิริยาในการใชสำเนียงอายตนิบาตอายตนิบาตทีควรสำเนียกไวดงนีกลาว-กะอยู–ในตองการ–ดวยถาม-ซึงให-แกสงไป–เพือทำ-ซึงบอก-แกออก-จากไป-สูเฉพาะ-ตอถึง-ซึงมา-สูกลว–แตสมควร-แกเพียงไร-แตจำเดิม–แตเพียงพอ-แกประโยชนอะไร-ดวยประทุษราย–ตอ","nex":0,"url":"kham-chueam-nam"},{"id":"s023","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"วิธีแปล ส - นํ จตุตถี . และ ฉัฏฐี .","level":2,"path":["วิธีแปล ส - นํ จตุตถี . และ ฉัฏฐี ."],"pdf":22,"page":16,"html":"<p><strong>ส -นํ</strong> อยู่ในประโยคนั้นๆ บางทีนักเรียนก็แปลไม่ถูก ไม่รู้ว่า <strong>ส - นํ</strong> อนุในที่เช่นไร และแปลเมื่อไรจึงจะแปลว่า <strong>แก่</strong> เมื่อไรจึงจะแปลว่า <strong>ของ</strong> และเป็น <strong>จตุตถีวิภัตติ</strong> หรือ <strong>ฉัฏฐีวิภัตติ</strong></p>\n<p>จึงจะแนะนำอย่างนี้ คือ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"sa-nam-after-verb\">ถ้า <strong>ส - นํ</strong> แปลหลังกิริยา</h2>\n<p>ให้แปลว่า แก่ เป็น จตุตถีวิภัตติ เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ภิกฺขุโน อทาสิ</div><div class=\"hb-gloss\">ได้ให้แล้ว <strong>แก่</strong>ภิกษุ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปุตฺตานํ ทตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">ให้แล้ว <strong>แก่</strong>บุตร ท.</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปุริสสฺส ทตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">ให้แล้ว <strong>แก่</strong>บุรุษ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เถรสฺส นิยฺยาเทสิ</div><div class=\"hb-gloss\">มอบให้แล้ว <strong>แก่</strong>พระเถระ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ภิกฺขูนํ ปฏิยตฺตา</div><div class=\"hb-gloss\">ตกแต่งแล้ว <strong>เพื่อ</strong>ภิกษุ ท.</div></div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"sa-nam-after-noun\">ถ้า <strong>ส - นํ</strong> แปลหลังนามนาม</h2>\n<p>ให้แปลว่า ของ เป็น ฉัฏฐีวิภัตติ เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">พุทธสฺส สาวโก</div><div class=\"hb-gloss\">อ.สาวก <strong>ของ</strong>พระพุทธเจ้า</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">พุทธานํ สาสนํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.คำสอน <strong>ของ</strong>พระพุทธเจ้า</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">มม จีวรํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.จีวร <strong>ของ</strong>เรา</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อมฺหากํ อุปชฺฌาโย</div><div class=\"hb-gloss\">อ.อุปัชฌาย์ <strong>ของ</strong>เรา ท.</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">รุกฺขสฺส สาขา</div><div class=\"hb-gloss\">อ.กิ่ง <strong>แห่ง</strong>ต้นไม้</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">มนุสสสฺส สีสํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ศรีษะ <strong>แห่ง</strong>มนุษย์</div></div></div>","outline":[{"title":"หลังกิริยา: แก่ / เพื่อ","section":"s023","anchor":"sa-nam-after-verb"},{"title":"หลังนามนาม: ของ / แห่ง","section":"s023","anchor":"sa-nam-after-noun"}],"topics":[{"anchor":"sa-nam-after-verb","title":"ถ้า ส - นํ แปลหลังกิริยา","level":2},{"anchor":"sa-nam-after-noun","title":"ถ้า ส - นํ แปลหลังนามนาม","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วิธีแปลส-นํจตุตถี.และฉฏฐี.ส-นํอยูในประโยคนนๆบางทีนกเรียนกแปลไมถูกไมรูวาส-นํอนุในทีเชนไรและแปลเมือไรจึงจะแปลวาแกเมือไรจึงจะแปลวาของและเปนจตุตถีวิภตติหรือฉฏฐีวิภตติจึงจะแนะนำอยางนีคือถาส-นํแปลหลงกิริยาใหแปลวาแกเปนจตุตถีวิภตติเชนภิกขุโนอทาสิไดใหแลวแกภิกษุปุตตานํทตวาใหแลวแกบุตรท.ปุริสสสทตวาใหแลวแกบุรุษเถรสสนิยยาเทสิมอบใหแลวแกพระเถระภิกขูนํปฏิยตตาตกแตงแลวเพือภิกษุท.ถาส-นํแปลหลงนามนามใหแปลวาของเปนฉฏฐีวิภตติเชนพุทธสสสาวโกอ.สาวกของพระพุทธเจาพุทธานํสาสนํอ.คำสอนของพระพุทธเจามมจีวรํอ.จีวรของเราอมหากํอุปชฌาโยอ.อุปชฌายของเราท.รุกขสสสาขาอ.กิงแหงตนไมมนุสสสสสีสํอ.ศรีษะแหงมนุษย","nex":11,"url":"sa-nam-catutthi-chatthi"},{"id":"s024","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการแปล ประโยค กัตนอก - กัมใน","level":2,"path":["หลักการแปล ประโยค กัตนอก - กัมใน"],"pdf":22,"page":16,"html":"<p>ประโยคที่มีกิริยาอาขยาตกัตตุวาจกคุมพากย์ อยู่นอก ต ปัจจัย กิริยากิตก์กัมม-วาจก อยู่ใน ดู สับสนิดหน่อย แต่ถ้าทำความเข้าใจก็ไม่ยาก</p>\n<p>วิธีสังเกตให้นักศึกษาดู ต ปัจจัยที่เป็นกัมมวาจก จะแปลเป็นวิกติกัตตาหนุนคำว่า. เป็น เข้ามา แล้วจะมีธาตุที่รับวิกติกัตตา ได้ ๔ ตัว คือ ชน อสฺ ภู หุ วางไว้ในรูปกัตตุวาจก</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. อยํ (รุกฺโข) มเหสกฺขาย เทวตาย ปริคฺคหิโต ภวิสฺสติ . <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=3\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๓\">(๑/๓)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ต้นไม้ นี้ <strong>เป็นต้นไม้</strong> อันเทวดา ผู้มีศักดิ์ใหญ่ กำหนดถือเอารอบแล้ว <strong>จักเป็น</strong>ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลประโยคกตนอก-กมในประโยคทีมีกิริยาอาขยาตกตตุวาจกคุมพากยอยูนอกตปจจยกิริยากิตกกมม-วาจกอยูในดูสบสนิดหนอยแตถาทำความเขาใจกไมยากวิธีสงเกตใหนกศึกษาดูตปจจยทีเปนกมมวาจกจะแปลเปนวิกติกตตาหนุนคำวา.เปนเขามาแลวจะมีธาตุทีรบวิกติกตตาได๔ตวคือชนอสภูหุวางไวในรูปกตตุวาจกอุ.อยํ(รุกโข)มเหสกขายเทวตายปริคคหิโตภวิสสติ.(๑/๓)อ.ตนไมนีเปนตนไมอนเทวดาผูมีศกดิใหญกำหนดถือเอารอบแลวจกเปนฯ","nex":1,"url":"kat-nok-kam-nai"},{"id":"s025","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ประโยคเทียบเคียง","level":3,"path":["หลักการแปล ประโยค กัตนอก - กัมใน","ประโยคเทียบเคียง"],"pdf":23,"page":17,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑.ตยาปิ โกจิ นินฺทิโตโส ปุริมภเว อกฺกุฏฺโฐ ภวิสฺสติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=41\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๔๑\">(๑/๔๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ใครๆ ผู้มีโทษออกแล้ว <strong>เป็นผู้</strong>แม้อันท่านด่าแล้วในภพอันมีในก่อน <strong>จักเป็น</strong>ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๒.กสฺสจิ เต ปสยฺห กิญฺจิ (วตฺถุ) อจฺฉินฺนํ ภวิสฺสติ . <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=41\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๔๑\">(๑/๔๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ. วัตถุไรๆ ของใครๆ เป็นของอันท่านข่มขี่แย่งชิงเอาแล้ว <strong>จักเป็น</strong> ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๓.เยน ปริตฺตํ ปุญฺญํ กตํ โหติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=13\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑๓\">(๒/๑๓)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.บุญอันนิดหน่อย เป็นบุญอันเทพบุตรใด กระทำแล้ว <strong>ย่อมเป็น</strong>ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๔.(ปุญฺญํ) สเจ มยา น ทิฏฺฐํ อสส . <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=21\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๒๑\">(๒/๒๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.หนังสือ เป็นหนังสืออันเรา ไม่เห็นแล้ว พึงเป็น ไซร้ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ประโยคเทียบเคียง๑.ตยาปิโกจินินทิโตโสปุริมภเวอกกุฏโฐภวิสสติ.(๑/๔๑)อ.ใครๆผูมีโทษออกแลวเปนผูแมอนทานดาแลวในภพอนมีในกอนจกเปนฯ๒.กสสจิเตปสยหกิญจิ(วตถุ)อจฉินนํภวิสสติ.(๑/๔๑)อ.วตถุไรๆของใครๆเปนของอนทานขมขีแยงชิงเอาแลวจกเปนฯ๓.เยนปริตตํปุญญํกตํโหติ.(๒/๑๓)อ.บุญอนนิดหนอยเปนบุญอนเทพบุตรใดกระทำแลวยอมเปนฯ๔.(ปุญญํ)สเจมยานทิฏฐํอสส.(๒/๒๑)อ.หนงสือเปนหนงสืออนเราไมเหนแลวพึงเปนไซรฯ","nex":4,"url":"kat-nok-kam-nai#prayok-thiap-khiang"},{"id":"s026","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการแปลรวบถอน","level":2,"path":["หลักการแปลรวบถอน"],"pdf":23,"page":17,"html":"<p>หมายความว่า กล่าวถึงหมู่มาก แล้วแยกกล่าวเดี่ยว (ส่วนน้อย) การแปลรวบถอน เรียกชื่อสัมพันธ์ว่า นิทฺธารณ มี นิทฺธารณีย รับ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"ruap-thon-niddharana\">บทนิทฺธารณ</h3>\n<p>เป็นบทที่ถูกรวบ แล้วเป็นที่ถอนออกแห่งบทนาม เมื่อเราแปลหมดเนื้อความแล้ว หนุนคำว่า \"หนา\" เข้ามา บทนิทฺธารณ จะมีฉัฏฐีวิภัตติ กับ สัตตมีวิภัตติเท่านั้นเป็นวิภัตติหลัก</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"ruap-thon-niddharaniya\">ส่วนบท นิทฺธารณีย</h3>\n<p>เป็นบทนามนามที่ถูกถอนออกจากนิทฺธารณีย จะประกอบด้วยวิภัตติอะไรก็ได้ ในวิภัตติทั้ง ๗ ทั้ง เอกวจนะ หรือ พหุวจนะ ไม่จำกัด</p>\n<p>การแปลรวบถอน นิยมแปลได้ ๒ แบบ เท่านั้น คือ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"ruap-thon-collect\">๑. แปลบทรวบถอน</h2>\n<p>หมายความว่า ต้องอ่านเนื้อความที่เกี่ยวข้องให้หมด แล้วจึงแปล</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. อนฺนปานเภสชฺเชสุ โย ยํ อิจฺฉติ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อ.ภิกษุใด ย่อมปรารถนา ซึ่ง-ในข้าวและน้ำและเภสัช ท. <strong>หนา</strong> -วัตถุใด</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"ruap-thon-direct\">๒. แปลแบบถอนออกเลย</h2>\n<p>หมายความว่า เวลาแปลไม่ต้องอ่านรวบ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. อนฺนปานเภสชฺเชสุ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ในข้าวและน้ำและเภสัช ท.<strong>หนา</strong> อ.ภิกษุใด ย่อมปรารถนาซึ่งวัตถุ ใด ฯ</div></div>","outline":[{"title":"บทรวบถอน: นิทฺธารณ","section":"s026","anchor":"ruap-thon-niddharana"},{"title":"บทที่ถอนออก: นิทฺธารณีย","section":"s026","anchor":"ruap-thon-niddharaniya"},{"title":"แปลบทรวบถอน","section":"s026","anchor":"ruap-thon-collect"},{"title":"แปลแบบถอนออกเลย","section":"s026","anchor":"ruap-thon-direct"}],"topics":[{"anchor":"ruap-thon-niddharana","title":"บทนิทฺธารณ","level":3},{"anchor":"ruap-thon-niddharaniya","title":"ส่วนบท นิทฺธารณีย","level":3},{"anchor":"ruap-thon-collect","title":"๑. แปลบทรวบถอน","level":2},{"anchor":"ruap-thon-direct","title":"๒. แปลแบบถอนออกเลย","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลรวบถอนหมายความวากลาวถึงหมูมากแลวแยกกลาวเดียว(สวนนอย)การแปลรวบถอนเรียกชือสมพนธวานิทธารณมีนิทธารณียรบบทนิทธารณเปนบททีถูกรวบแลวเปนทีถอนออกแหงบทนามเมือเราแปลหมดเนือความแลวหนุนคำวา\"หนา\"เขามาบทนิทธารณจะมีฉฏฐีวิภตติกบสตตมีวิภตติเทานนเปนวิภตติหลกสวนบทนิทธารณียเปนบทนามนามทีถูกถอนออกจากนิทธารณียจะประกอบดวยวิภตติอะไรกไดในวิภตติทง๗ทงเอกวจนะหรือพหุวจนะไมจำกดการแปลรวบถอนนิยมแปลได๒แบบเทานนคือ๑.แปลบทรวบถอนหมายความวาตองอานเนือความทีเกียวของใหหมดแลวจึงแปลอุ.อนนปานเภสชเชสุโยยํอิจฉติแปลวาอ.ภิกษุใดยอมปรารถนาซึง-ในขาวและนำและเภสชท.หนา-วตถุใด๒.แปลแบบถอนออกเลยหมายความวาเวลาแปลไมตองอานรวบอุ.อนนปานเภสชเชสุแปลวาในขาวและนำและเภสชท.หนาอ.ภิกษุใดยอมปรารถนาซึงวตถุใดฯ","nex":2,"url":"ruap-thon"},{"id":"s027","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ประโยคเทียบเคียง","level":3,"path":["หลักการแปลรวบถอน","ประโยคเทียบเคียง"],"pdf":24,"page":18,"html":"<h3 class=\"hb-topic\" id=\"ruap-thon-case-1\">๑. สัตตมี-ปฐมา</h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. เตสุ ธมฺมกถิโก เอกทิวสํ สรีรวลญฺชํ กตฺวา อุทโกกฏฺฐเก- อาจมนอุทกาวเสสํ ภาชเน ฐเปตฺวา นิกฺขมิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=49\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๔๙\">(๑/๔๙)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ในภิกษุ ท. ๒ เหล่านั้น <strong>หนา</strong>-พระธัมมกถึก กระทำแล้ว ซึ่งวลัญชะ ในสรีระ เหลือไว้แล้ว ซึ่งน้ำเป็นเครื่องชำระอันเหลือลงในภาชนะ ในซุ้มแห่งน้ำ ออกไปแล้ว ในวันหนึ่ง ฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"ruap-thon-case-5\">๒. สัตตมี – ทุติยา</h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. \"อหํปิ อยฺเยน สทฺธึ คจฺฉนฺโต ทสสุ ปุญฺญกิริยาวตฺถูสุ เอกํ (ปุญฺญ-กิริยาวตฺถุํ) ลภิสฺสามิ. (อิติ) <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=17\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๗\">(๑/๑๗)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แม้ อ.กระผม ไปอยู่ กับด้วยพระผู้เป็นเจ้า จักได้ ซึ่ง-ในบุญกิริยา วัตถุ ท.สิบ <strong>หนา</strong> – บุญกิริยาวัตถุอย่างหนึ่ง ฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"ruap-thon-case-8\">๓.สัตตมี - ตติยา</h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. เตสุ อนาถปิณฺฑิเกน เอกทิวสํ สตฺถารํ ปญฺโห น ปุจฺฉิตปุพฺ- โพ (โหติ) <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=4\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๔\">(๑/๔)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ปัญหา เป็นปัญหา อัน - ใน ชน ท. ๒ เหล่านั้น<strong>หนา</strong> -เศรษฐีชื่อว่า อนาถปิณฑิกะ ไม่เคยทูลถามแล้ว ซึ่งพระศาสดา ในวันหนึ่งนั่นเทียว (ย่อมเป็น) ฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"ruap-thon-case-12\">๔.สัตตมี-จตุตถี</h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. เตสุ อริยสาวกานํ เทฺวเยว กิจฺจานิ อเหสุํ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=5\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๕\">(๑/๕)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.กิจ ท.๒ นั่นเทียว ได้มีแล้ว แก่ – ในมนุษย์ ท.เหล่านั้น <strong>หนา</strong> -มนุษย์ ท. ผู้เป็นอริยสาวก ฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"ruap-thon-case-15\">๕.ฉัฏฐี- ปฐมา</h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. อหเมว กนฺทตํ (อมฺหากํ) พาลยตโร (โหติ). <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=28\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๒๘\">(๑/๒๘)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.-แห่งเราท. ผู้คร่ำครวญอยู่ ในที่นี้ <strong>หนา</strong>- ใคร เป็นผู้มีความเป็นพาลกว่า (ย่อมเป็น) ฯ</div></div>\n<p>ส่วนความนิยม ไม่ว่าเฉลยสนามหลวง หรือสำนักต่างๆนิยมแปลทั้งสองแบบ</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"ruap-thon-case-1","title":"๑. สัตตมี-ปฐมา","level":3},{"anchor":"ruap-thon-case-5","title":"๒. สัตตมี – ทุติยา","level":3},{"anchor":"ruap-thon-case-8","title":"๓.สัตตมี - ตติยา","level":3},{"anchor":"ruap-thon-case-12","title":"๔.สัตตมี-จตุตถี","level":3},{"anchor":"ruap-thon-case-15","title":"๕.ฉัฏฐี- ปฐมา","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ประโยคเทียบเคียง๑.สตตมี-ปฐมาอุ.เตสุธมมกถิโกเอกทิวสํสรีรวลญชํกตวาอุทโกกฏฐเก-อาจมนอุทกาวเสสํภาชเนฐเปตวานิกขมิ.(๑/๔๙)อ.ในภิกษุท.๒เหลานนหนา-พระธมมกถึกกระทำแลวซึงวลญชะในสรีระเหลือไวแลวซึงนำเปนเครืองชำระอนเหลือลงในภาชนะในซุมแหงนำออกไปแลวในวนหนึงฯ๒.สตตมี–ทุติยาอุ.\"อหํปิอยเยนสทธึคจฉนโตทสสุปุญญกิริยาวตถูสุเอกํ(ปุญญ-กิริยาวตถุํ)ลภิสสามิ.(อิติ)(๑/๑๗)แมอ.กระผมไปอยูกบดวยพระผูเปนเจาจกไดซึง-ในบุญกิริยาวตถุท.สิบหนา–บุญกิริยาวตถุอยางหนึงฯ๓.สตตมี-ตติยาอุ.เตสุอนาถปิณฑิเกนเอกทิวสํสตถารํปญโหนปุจฉิตปุพ-โพ(โหติ)(๑/๔)อ.ปญหาเปนปญหาอน-ในชนท.๒เหลานนหนา-เศรษฐีชือวาอนาถปิณฑิกะไมเคยทูลถามแลวซึงพระศาสดาในวนหนึงนนเทียว(ยอมเปน)ฯ๔.สตตมี-จตุตถีอุ.เตสุอริยสาวกานํเทวเยวกิจจานิอเหสุํ.(๑/๕)อ.กิจท.๒นนเทียวไดมีแลวแก–ในมนุษยท.เหลานนหนา-มนุษยท.ผูเปนอริยสาวกฯ๕.ฉฏฐี-ปฐมาอุ.อหเมวกนทตํ(อมหากํ)พาลยตโร(โหติ).(๑/๒๘)อ.-แหงเราท.ผูครำครวญอยูในทีนีหนา-ใครเปนผูมีความเปนพาลกวา(ยอมเปน)ฯสวนความนิยมไมวาเฉลยสนามหลวงหรือสำนกตางๆนิยมแปลทงสองแบบ","nex":5,"url":"ruap-thon#prayok-thiap-khiang"},{"id":"s028","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ประโยคอนาทร","level":2,"path":["ประโยคอนาทร"],"pdf":24,"page":18,"html":"<p><strong>ประโยคอนาทร</strong> บางทีเรียกว่า <strong>ประโยคแทรก</strong> ประโยคชนิดนี้มีนามนามบทหนึ่งลง ส-นํ ฉัฏฐีวิภัตติให้แปลว่า เมื่อ เรียกว่า อนาทร</p>\n<p>มีกิริยากิตก์บทหนึ่งหรือหลายบทก็ได้ นิยมลง <strong>อนต – มาน – ต</strong> ปัจจัย ประกอบด้วย ส - นํ ฉัฏฐีวิภัตติ ตรงกันกับบทอนาทร กิริยานี้เรียกว่า กิริยาอนาทร หรือ อนาทรกิริยา ฯ</p>\n<p>วิธีท่านเรียงประโยคอนาทรไว้ ท่านเรียงไว้ต้นประโยคบ้าง เรียงไว้กลางประโยคบ้างหรือมันแทรกเข้ามาตรงไหน ก็ให้เรียงไว้ตรงนั้น</p>\n<p>ประโยคชนิดนี้ท่านเรียกว่าประโยคแทรก เพราะมันแทรกแซงเข้ามาในประโยคหลักหรือประโยคใหญ่ ตัวอย่างเช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>เถรสฺส นิทฺทํ อโนกฺกมนฺตสฺส อกฺขิมฺหิ โรโค อุปฺปชฺชิ</strong></div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ในประโยคนี้ จำพวก <strong>อกฺขิมฺหิ โรโค อุปฺปชฺชิ</strong> เป็นประโยคหลัก จำพวก <strong>เถรสฺส นิทฺทํ อโนกฺกมนฺตสฺส</strong> เป็นประโยคแทรก แต่แทรกขึ้นต้นประโยคหลัก <strong>เถรสฺส ส</strong> ฉัฏฐีวิภัตติ บทว่า <strong>อโนกฺ-กมนฺตสฺส</strong> เป็น กิริยาอนาทร ลง <strong>ส</strong> ฉัฏฐี-วิภัตติ ตรงกับ <strong>เถรสฺส</strong> ฯ วิธีแปลประโยคอนาทร ก่อนอื่นท่านนิยมแปลบทประธานของประโยคหลักเสียก่อน จึงมาแปลประโยคอนาทรทีหลัง เช่นตัวอย่างนี้ แปลว่า</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>โรโค</strong></div><div class=\"hb-gloss\">อ.โรค</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>เถรสฺส</strong></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เมื่อพระเถระ</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อโนกฺกมนฺตสฺส</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ไม่ก้าวลงอยู่</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>นิทฺทํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">สู่ความหลับ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อุปฺปชฺชิ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">เกิดขึ้นแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อกฺขิมฺหิ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ที่นัยน์ตา</div></div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ประโยคอนาทรประโยคอนาทรบางทีเรียกวาประโยคแทรกประโยคชนิดนีมีนามนามบทหนึงลงส-นํฉฏฐีวิภตติใหแปลวาเมือเรียกวาอนาทรมีกิริยากิตกบทหนึงหรือหลายบทกไดนิยมลงอนต–มาน–ตปจจยประกอบดวยส-นํฉฏฐีวิภตติตรงกนกบบทอนาทรกิริยานีเรียกวากิริยาอนาทรหรืออนาทรกิริยาฯวิธีทานเรียงประโยคอนาทรไวทานเรียงไวตนประโยคบางเรียงไวกลางประโยคบางหรือมนแทรกเขามาตรงไหนกใหเรียงไวตรงนนประโยคชนิดนีทานเรียกวาประโยคแทรกเพราะมนแทรกแซงเขามาในประโยคหลกหรือประโยคใหญตวอยางเชนเถรสสนิททํอโนกกมนตสสอกขิมหิโรโคอุปปชชิในประโยคนีจำพวกอกขิมหิโรโคอุปปชชิเปนประโยคหลกจำพวกเถรสสนิททํอโนกกมนตสสเปนประโยคแทรกแตแทรกขึนตนประโยคหลกเถรสสสฉฏฐีวิภตติบทวาอโนก-กมนตสสเปนกิริยาอนาทรลงสฉฏฐี-วิภตติตรงกบเถรสสฯวิธีแปลประโยคอนาทรกอนอืนทานนิยมแปลบทประธานของประโยคหลกเสียกอนจึงมาแปลประโยคอนาทรทีหลงเชนตวอยางนีแปลวาโรโคอ.โรคเถรสสเมือพระเถระอโนกกมนตสสไมกาวลงอยูนิททํสูความหลบอุปปชชิเกิดขึนแลวอกขิมหิทีนยนตา","nex":7,"url":"anadara"},{"id":"s029","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ประโยคลักขณะ","level":2,"path":["ประโยคลักขณะ"],"pdf":25,"page":19,"html":"<p>ประโยคลักขณะ บางทีเรียกว่า ประโยคแทรก เหมือนประโยคอนาทร ผิดแต่ว่าประโยคลักขณะนามนามนั้นลง สฺมึ - สุ สัตตมีวิภัตติ แปลว่า ครั้นเมื่อ เรียกว่า ลกฺขณวนฺต</p>\n<p>กิริยากิตก์บทหนึ่งหรือหลายบทก็ได้ ลง อนฺต - มาน - ต ปัจจัย ประกอบด้วย สฺมึ - สุ สัตตมีวิภัตติ เหมือนบทลักขณะ กิริยานั้นเรียกว่า ลกฺขณกิริยา หรือ กิริยาลกฺขณ</p>\n<p>วิธีเรียงไว้ก็ดี, วิธีแปลก็ดี เหมือนประโยคอนาทรทุกประการ เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อยํ อตฺถี, อตฺตโน สามิเก มเต, อญฺญํ สามิกํ ลภิ ฯ</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>อิตฺถี</strong> อ.หญิง <strong>อยํ</strong> นี้, <strong>สามิเก</strong> <strong>ครั้นเมื่อสามี</strong> <strong>อตฺตโน</strong> ของตน <strong>มเต</strong> ตายแล้ว, ได้แล้ว <strong>สามิกํ</strong> ซึ่งสามี <strong>อญฺญํ</strong> อื่น</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">จำพวก <strong>อยํ - อิตฺถี- อญฺญํ สามิกํ ลภิ</strong> ฯ เรียกว่าประโยคหลัก จำพวก <strong>อตฺตโน สามิเก มเต</strong> เรียกว่าประโยคแทรก แต่แทรกขึ้นตรงกลางประโยคหลัก ฯ วิธีแปลเหมือนประโยคอนาทร แปลว่า</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ประโยคลกขณะประโยคลกขณะบางทีเรียกวาประโยคแทรกเหมือนประโยคอนาทรผิดแตวาประโยคลกขณะนามนามนนลงสมึ-สุสตตมีวิภตติแปลวาครนเมือเรียกวาลกขณวนตกิริยากิตกบทหนึงหรือหลายบทกไดลงอนต-มาน-ตปจจยประกอบดวยสมึ-สุสตตมีวิภตติเหมือนบทลกขณะกิริยานนเรียกวาลกขณกิริยาหรือกิริยาลกขณวิธีเรียงไวกดี,วิธีแปลกดีเหมือนประโยคอนาทรทุกประการเชนอยํอตถี,อตตโนสามิเกมเต,อญญํสามิกํลภิฯจำพวกอยํ-อิตถี-อญญํสามิกํลภิฯเรียกวาประโยคหลกจำพวกอตตโนสามิเกมเตเรียกวาประโยคแทรกแตแทรกขึนตรงกลางประโยคหลกฯวิธีแปลเหมือนประโยคอนาทรแปลวาอิตถีอ.หญิงอยํนี,สามิเกครนเมือสามีอตตโนของตนมเตตายแลว,ไดแลวสามิกํซึงสามีอญญํอืน","nex":1,"url":"lakkhana"},{"id":"s030","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการแปล ประโยค กึ (ปโยชนํ)","level":2,"path":["หลักการแปล ประโยค กึ (ปโยชนํ)"],"pdf":26,"page":20,"html":"<p>ประโยค \"กึ\" เมื่อเวลาแปลโยค ปโยชนํ ขึ้นมา เราเรียกกันว่า ประโยค กึ ปโยชนํ กึ ศัพท์ในที่นี้ไม่ใช่นิบาตที่แปลว่า \"หรือ , ทำไม\"</p>\n<p>เป็น กึ ศัพท์ที่เป็นวิเสสนะสัพพนามประเภท อนิยม ซึ่งคงรูปอยู่แต่ใน นปุํสกลงค์ เอกวจนะ ป, ทุ เท่านั้น แปลเป็นนามนามบ้าง วิเสสนสัพพนามบ้าง</p>\n<p>แต่ในที่นี้มุ่งประสงค์แปลเป็น วิเสสนะของ ปโยชนํ (เนื้อความของรูปประโยคเราสังเกตได้ว่าใช้ในเชิงอรรถคำถาม)</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. กึ (ปโยชนํ) เม ฆราวาเสน. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=61\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๖๑\">(๑/๖๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.ประโยชน์) อะไร ด้วยการอยู่ครองซึ่งเรือน แก่เรา ฯ แปลโดยอรรถว่า จะมีประโยชน์อะไรด้วยการครองเรือนแก่เรา ฯ</div></div>\n<p>ประโยค กึ ปโยชนํ นี้มีใช้มาก ที่นิยมแปลมี ๒ แบบ มีวิภัตติที่เป็นหลักอยู่ ๓ วิภัตติ. คือ</p>\n<p>๑. ปฐมาวิภัตติ ออกสำเนียงอายตนิบาตว่า (อันว่า) ๒. ตติยาวิภัตติ ออกสำเนียงอายตนิบาตว่า (ด้วย) ๓. จตุตถีวิภัตติ ออกสำเนียงอายตนิบาตว่า (แก่)</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"kim-payojanam-lingattha\"><strong>แบบที่ ๑</strong> แปลเป็นลิงคัตถะ (ไม่มีกิริยาคุมพากย์)</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>กึ</strong> โน ฆราวาเสน. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=1\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑\">(๒/๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>อ.ประโยชน์ อะไร</strong> ด้วยการอยู่ครองซึ่งเรือน แก่เรา ท. ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"kim-payojanam-kattu\"><strong>แบบที่ ๒</strong> แปลเป็นประโยคกัตตุวาจก โดยเติม โหติ เข้ามาเป็น กิริยาคุมพากย์ (เฉลยสนามหลวง)</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>กึ</strong> เม ชนสฺส สทฺธาเทยฺยํ นิวาเสตฺวา วิจรเณน. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=5&amp;page=76\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๕ หน้า ๗๖\">(๕/๗๖)</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>อ. ประโยชน์ อะไร</strong> ด้วยการนุ่งซึ่งผ้า อันบุคคลพึงให้ ด้วยศรัทธาแห่งชนแล้วจึงเที่ยวไป ย่อมมีแก่เรา ฯ</div></div>\n<p><strong>หมายเหตุ</strong> มีอาจารย์บางท่าน แปลว่า อ.ประโยชน์อะไร ของเรา ด้วยการอยู่ครองซึ่งเรือน</p>\n<p>เมื่อมาตรวจดูเฉลยตามสนามหลวง และการสอนในแต่ละสำนักเรียนไม่นิยมจึงเป็นอันว่าที่นิยมก็มี ๒ แบบดังที่กล่าวมา</p>","outline":[{"title":"ลิงคัตถะ: ไม่มีกิริยาคุมพากย์","section":"s030","anchor":"kim-payojanam-lingattha"},{"title":"กัตตุวาจก: เติม โหติ","section":"s030","anchor":"kim-payojanam-kattu"}],"topics":[{"anchor":"kim-payojanam-lingattha","title":"แบบที่ ๑ แปลเป็นลิงคัตถะ (ไม่มีกิริยาคุมพากย์)","level":2},{"anchor":"kim-payojanam-kattu","title":"แบบที่ ๒ แปลเป็นประโยคกัตตุวาจก โดยเติม โหติ เข้ามาเป็น กิริยาคุมพากย์ (เฉลยสนามหลวง)","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลประโยคกึ(ปโยชนํ)ประโยค\"กึ\"เมือเวลาแปลโยคปโยชนํขึนมาเราเรียกกนวาประโยคกึปโยชนํกึศพทในทีนีไมใชนิบาตทีแปลวา\"หรือ,ทำไม\"เปนกึศพททีเปนวิเสสนะสพพนามประเภทอนิยมซึงคงรูปอยูแตในนปุํสกลงคเอกวจนะป,ทุเทานนแปลเปนนามนามบางวิเสสนสพพนามบางแตในทีนีมุงประสงคแปลเปนวิเสสนะของปโยชนํ(เนือความของรูปประโยคเราสงเกตไดวาใชในเชิงอรรถคำถาม)อุ.กึ(ปโยชนํ)เมฆราวาเสน.(๑/๖๑)(อ.ประโยชน)อะไรดวยการอยูครองซึงเรือนแกเราฯแปลโดยอรรถวาจะมีประโยชนอะไรดวยการครองเรือนแกเราฯประโยคกึปโยชนํนีมีใชมากทีนิยมแปลมี๒แบบมีวิภตติทีเปนหลกอยู๓วิภตติ.คือ๑.ปฐมาวิภตติออกสำเนียงอายตนิบาตวา(อนวา)๒.ตติยาวิภตติออกสำเนียงอายตนิบาตวา(ดวย)๓.จตุตถีวิภตติออกสำเนียงอายตนิบาตวา(แก)แบบที๑แปลเปนลิงคตถะ(ไมมีกิริยาคุมพากย)อุ.กึโนฆราวาเสน.(๒/๑)อ.ประโยชนอะไรดวยการอยูครองซึงเรือนแกเราท.ฯแบบที๒แปลเปนประโยคกตตุวาจกโดยเติมโหติเขามาเปนกิริยาคุมพากย(เฉลยสนามหลวง)อุ.กึเมชนสสสทธาเทยยํนิวาเสตวาวิจรเณน.(๕/๗๖)อ.ประโยชนอะไรดวยการนุงซึงผาอนบุคคลพึงใหดวยศรทธาแหงชนแลวจึงเทียวไปยอมมีแกเราฯหมายเหตุมีอาจารยบางทานแปลวาอ.ประโยชนอะไรของเราดวยการอยูครองซึงเรือนเมือมาตรวจดูเฉลยตามสนามหลวงและการสอนในแตละสำนกเรียนไมนิยมจึงเปนอนวาทีนิยมกมี๒แบบดงทีกลาวมา","nex":3,"url":"kim-payojanam"},{"id":"s031","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"แปล ประโยค กิมงฺคํ ปน","level":2,"path":["แปล ประโยค กิมงฺคํ ปน"],"pdf":27,"page":21,"html":"<p>ประโยค กิมงฺคํ ปน นี้เป็นประโยคที่บ่งถึงคำถามธรรมดานี่เองแต่มีมติจากอาจารย์ทั้งหลายอธิบายไว้ต่างๆ กัน แต่เมื่อนำมาประมวลแล้วมีมติอยู่ ๓ แบบด้วยกัน คือ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"kimangam-lingattha\">พวกหนึ่ง แปล <strong>กิมงฺคํ ปน</strong> เป็นลิงคัตถะ</h2>\n<p>แปลว่า \" ก็ <strong>อ. องค์อะไรเป็นเหตุเล่า</strong> , อ. องค์อะไรเล่า\"</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"kimangam-kattu\">พวกหนึ่ง แปล <strong>กิมงฺคํ ปน</strong> เป็นประโยค กัตตุวาจก</h2>\n<p>โดยเติม โหติ เข้ามาแปลว่า <strong>ปน กึ</strong> ก็ อ. อะไร <strong>องฺคํ</strong> เป็นองค์ (โหติ ย่อมเป็น) ฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"kimangam-nipata\">พวกหนึ่ง แปล <strong>กิมงฺคํ ปน</strong> เป็นนิบาต</h2>\n<p>แปลว่า <strong>\"จะป่วยกล่าวไปใย\"</strong></p>\n<p>สำหรับข้าพเจ้า แปล กิมงฺค ปน นี้ เป็น ลิงคัตถะ คือ แปลว่า \"กิมงฺคํ ปน อ.องค์อะไรเป็นเหตุเล่า ? หรือว่า อ.องค์อะไรเล่า\" (บอกสัมพันธ์ว่า กิมงฺคํ ลิงฺคตฺถ ปน ศัพท์ ปุจฺฉนตฺถ)</p>","outline":[{"title":"แปลเป็นลิงคัตถะ","section":"s031","anchor":"kimangam-lingattha"},{"title":"แปลเป็นกัตตุวาจก","section":"s031","anchor":"kimangam-kattu"},{"title":"แปลเป็นนิบาต","section":"s031","anchor":"kimangam-nipata"},{"title":"ประโยคหน้าปฏิเสธ","section":"s032","anchor":"kimangam-negative-first"},{"title":"ประโยคหน้าบอกเล่า","section":"s032","anchor":"kimangam-positive-first"}],"topics":[{"anchor":"kimangam-lingattha","title":"พวกหนึ่ง แปล กิมงฺคํ ปน เป็นลิงคัตถะ","level":2},{"anchor":"kimangam-kattu","title":"พวกหนึ่ง แปล กิมงฺคํ ปน เป็นประโยค กัตตุวาจก","level":2},{"anchor":"kimangam-nipata","title":"พวกหนึ่ง แปล กิมงฺคํ ปน เป็นนิบาต","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลประโยคกิมงคํปนประโยคกิมงคํปนนีเปนประโยคทีบงถึงคำถามธรรมดานีเองแตมีมติจากอาจารยทงหลายอธิบายไวตางๆกนแตเมือนำมาประมวลแลวมีมติอยู๓แบบดวยกนคือพวกหนึงแปลกิมงคํปนเปนลิงคตถะแปลวา\"กอ.องคอะไรเปนเหตุเลา,อ.องคอะไรเลา\"พวกหนึงแปลกิมงคํปนเปนประโยคกตตุวาจกโดยเติมโหติเขามาแปลวาปนกึกอ.อะไรองคํเปนองค(โหติยอมเปน)ฯพวกหนึงแปลกิมงคํปนเปนนิบาตแปลวา\"จะปวยกลาวไปใย\"สำหรบขาพเจาแปลกิมงคปนนีเปนลิงคตถะคือแปลวา\"กิมงคํปนอ.องคอะไรเปนเหตุเลา?หรือวาอ.องคอะไรเลา\"(บอกสมพนธวากิมงคํลิงคตถปนศพทปุจฉนตถ)","nex":0,"url":"kimangam-pana"},{"id":"s032","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ลักษณะการแปลประโยค กิมงฺคํ ปน มีข้อสังเกตดังนี้","level":3,"path":["แปล ประโยค กิมงฺคํ ปน","ลักษณะการแปลประโยค กิมงฺคํ ปน มีข้อสังเกตดังนี้"],"pdf":27,"page":21,"html":"<p>ถ้าประโยคหน้า กิมงฺคํ เป็นประโยคบอกเล่า ประโยคหลัง กิมงฺคํ ต้องเป็นประโยคปฏิเสธ ถ้าประโยคหน้า กิมงฺคํ เป็นประโยคปฏิเสธ ประโยคหลัง กิมงฺคํ ต้องเป็นประโยคบอกเล่า</p>\n<p>และต้องประกอบกิริยาคุมพากย์ ประโยคหลังให้เอาเฉพาะตัวธาตุ และปัจจัยประโยคหน้ามาประกอบด้วยวิภัตติหมวด ภวิสฺสนฺติ เสมอ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"kimangam-negative-first\">ประโยคหน้าปฏิเสธ , ประโยคหลัง กิมงฺคํ บอกเล่า</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. (หตฺถปาทาปิ ) น วเส วตฺตนฺติ, กิมงฺคํ ปน , ญาตกา (วเส วตฺติสฺสนฺติ) .</div><div class=\"hb-gloss\">(แม้ อ.มือและเท้า ท.) ย่อมไม่เป็นไป ในอำนาจ, ก็ อ.องค์ อะไรเป็นเหตุเล่า อ.ญาติ ท. (<strong>จักเป็นไป</strong> ในอำนาจ) ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"kimangam-positive-first\">ประโยคหน้าบอกเล่า , ประโยคหลัง กิมงฺคํ ปฏิเสธ</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. อิเม หิ นาม สกฺยกุมารา เอวรูปํ สมฺปตฺตึ ปหาย อิมานิ อนคฺฆานิ อา- ภรณานิ เขฬปิณฺฑํ วิย ฉฑฺเฑตฺวา ปพฺพชิสฺสนฺติ, กิมงฺคํ ปน, อหํ (น ปพฺพชิสฺสามิ).</div><div class=\"hb-gloss\">ก็ อ.พระกุมารแห่งสากยะ ท. ชื่อเหล่านี้ ทรงละแล้ว ซึ่งสมบัติ มีอย่างนี้เป็นรูปทรงทิ้งแล้ว ซึ่งอาภรณ์ ท. อันหาค่ามิได้เหล่านี้ ราวกะว่าก้อนแห่งน้ำลาย จักผนวช, ก็ อ. องค์อะไร เป็นเหตุเล่า อ. เรา (<strong>จักไม่บวช</strong>) ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[{"anchor":"kimangam-negative-first","title":"ประโยคหน้าปฏิเสธ , ประโยคหลัง กิมงฺคํ บอกเล่า","level":2},{"anchor":"kimangam-positive-first","title":"ประโยคหน้าบอกเล่า , ประโยคหลัง กิมงฺคํ ปฏิเสธ","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ลกษณะการแปลประโยคกิมงคํปนมีขอสงเกตดงนีถาประโยคหนากิมงคํเปนประโยคบอกเลาประโยคหลงกิมงคํตองเปนประโยคปฏิเสธถาประโยคหนากิมงคํเปนประโยคปฏิเสธประโยคหลงกิมงคํตองเปนประโยคบอกเลาและตองประกอบกิริยาคุมพากยประโยคหลงใหเอาเฉพาะตวธาตุและปจจยประโยคหนามาประกอบดวยวิภตติหมวดภวิสสนติเสมอประโยคหนาปฏิเสธ,ประโยคหลงกิมงคํบอกเลาอุ.(หตถปาทาปิ)นวเสวตตนติ,กิมงคํปน,ญาตกา(วเสวตติสสนติ).(แมอ.มือและเทาท.)ยอมไมเปนไปในอำนาจ,กอ.องคอะไรเปนเหตุเลาอ.ญาติท.(จกเปนไปในอำนาจ)ฯประโยคหนาบอกเลา,ประโยคหลงกิมงคํปฏิเสธอุ.อิเมหินามสกยกุมาราเอวรูปํสมปตตึปหายอิมานิอนคฆานิอา-ภรณานิเขฬปิณฑํวิยฉฑเฑตวาปพพชิสสนติ,กิมงคํปน,อหํ(นปพพชิสสามิ).กอ.พระกุมารแหงสากยะท.ชือเหลานีทรงละแลวซึงสมบติมีอยางนีเปนรูปทรงทิงแลวซึงอาภรณท.อนหาคามิไดเหลานีราวกะวากอนแหงนำลายจกผนวช,กอ.องคอะไรเปนเหตุเลาอ.เรา(จกไมบวช)ฯ","nex":2,"url":"kimangam-pana#kho-sangket"},{"id":"s033","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"วิธีแปลอิตฺถมฺภูต","level":2,"path":["วิธีแปลอิตฺถมฺภูต"],"pdf":28,"page":22,"html":"<p>นามนามบทหนึ่ง มีกิริยากิตก์ที่ลง อนฺต มาน ต ปัจจัยเรียงอยู่หน้า หรือข้างหลัง ลง นา – หิ ตติยาวิภัตติ แปลว่า ด้วยทั้ง ก็ได้ แปลว่า มี ก็ได้ นามนามบทนั้นเรียกว่า อิตฺถมฺภูต บทอิตฺถมฺภูต นี้ เป็นบทขยายนามนามที่เป็นประธานในประโยค</p>\n<p>ถ้าบทอิตฺถมฺภูตอยู่ใกล้ตัวประธาน พอแปลประธานแล้ว ก็ให้แปลบท อิตฺถมฺภูตทันที</p>\n<p>แต่ถ้าบทอิตฺถมฺภูตอยู่ไกลตัวประธานมาก ต้องข้ามกิริยาต่างๆ ไปหลายบทจึงจะถึงบทอิตฺถมฺภูต ถ้าอย่างนี้ ก็ต้องแปลส่งไปโดยลำดับกิริยา เมื่อมาถึงลำดับอิตฺถมฺภูตจึงค่อยแปลบทอิตฺถมฺภูตนั้น เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">(๑) ปุตฺโต อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อ.เทพบุตร <strong>ด้วยทั้ง</strong>รัศมี อันรุ่งเรืองอยู่แล้ว เข้าไปเฝ้าแล้ว ซึ่งพระผู้มีพระภาค ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">(๒) กุลธีตา จิตเตน ปสนฺเนน กาลํ กตฺวา ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อ.นางกุลธิดา <strong>มีจิต</strong> อันเลื่อมใสแล้ว กระทำแล้ว ซึ่งกาละ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">(๓) เนสาโท โกปนสีหิ ภิชชนฺเตหิ วิย ฐิโต ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อ.นายพราน <strong>ด้วยทั้ง</strong>ซี่โครง ท. ราวกะว่าแตกอยู่ ยืนอยู่แล้ว ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">(๔) ปุริโส มนสา ปสนฺเนน กมฺมํ กตฺวา ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อ.บุรุษ <strong>ด้วยทั้ง</strong>ใจ อันผ่องใสแล้ว กระทำแล้ว ซึ่งกรรม ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">(๕) อุปาสิกา พุทฺธาคตาย สทฺธาย ธมฺมํ สุณาติ ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อ.อุบาสิกา <strong>มีศรัทธา</strong> อันไปแล้วในพระพุทธเจ้า ย่อมฟัง ซึ่งธรรม ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วิธีแปลอิตถมภูตนามนามบทหนึงมีกิริยากิตกทีลงอนตมานตปจจยเรียงอยูหนาหรือขางหลงลงนา–หิตติยาวิภตติแปลวาดวยทงกไดแปลวามีกไดนามนามบทนนเรียกวาอิตถมภูตบทอิตถมภูตนีเปนบทขยายนามนามทีเปนประธานในประโยคถาบทอิตถมภูตอยูใกลตวประธานพอแปลประธานแลวกใหแปลบทอิตถมภูตทนทีแตถาบทอิตถมภูตอยูไกลตวประธานมากตองขามกิริยาตางๆไปหลายบทจึงจะถึงบทอิตถมภูตถาอยางนีกตองแปลสงไปโดยลำดบกิริยาเมือมาถึงลำดบอิตถมภูตจึงคอยแปลบทอิตถมภูตนนเชน(๑)ปุตโตอภิกกนเตนวณเณนภควนตํอุปสงกมิตวาฯแปลวาอ.เทพบุตรดวยทงรศมีอนรุงเรืองอยูแลวเขาไปเฝาแลวซึงพระผูมีพระภาคฯ(๒)กุลธีตาจิตเตนปสนเนนกาลํกตวาฯแปลวาอ.นางกุลธิดามีจิตอนเลือมใสแลวกระทำแลวซึงกาละ(๓)เนสาโทโกปนสีหิภิชชนเตหิวิยฐิโตฯแปลวาอ.นายพรานดวยทงซีโครงท.ราวกะวาแตกอยูยืนอยูแลวฯ(๔)ปุริโสมนสาปสนเนนกมมํกตวาฯแปลวาอ.บุรุษดวยทงใจอนผองใสแลวกระทำแลวซึงกรรมฯ(๕)อุปาสิกาพุทธาคตายสทธายธมมํสุณาติฯแปลวาอ.อุบาสิกามีศรทธาอนไปแลวในพระพุทธเจายอมฟงซึงธรรมฯ","nex":5,"url":"itthambhuta"},{"id":"s034","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"วิธีแปลประโยค ขมนียํ - ยาปนียํ","level":2,"path":["วิธีแปลประโยค ขมนียํ - ยาปนียํ"],"pdf":28,"page":22,"html":"<p>ขมนียํ พึงอดทน , ยาปนียํ พึงให้เป็นไป ทั้ง ๒ บทนี้ เป็นกิริยากิตก์ กมฺมวาจก และ เหตุกมฺมวาจก เป็นกิริยาคุมพากย์</p>\n<p>มีอยู่ในประโยคใด แสดงให้เห็นว่า ประโยคนั้นเป็นประโยคถามข่าวคราว สารทุกข์สุขดิบ แบบภาษามคธเขาถามกัน</p>\n<p>มีวิธีแปลเป็นอย่างเดียวกัน คือให้เพิ่มบทว่า (จตุจกฺกํ นวทฺวารํ สรีรยนฺตํ) เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑. ขมนียํ เต ภิกฺขุ,</div><div class=\"hb-pali\">ขมนียํ เต ภิกฺขุ (จตุจกฺกํ นวทฺวารํ สรีรยนฺตํ).</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ดูก่อนภิกษุ อ.ยนต์คือสรีระ อันมีล้อ ๔ อันมีทวาร ๙ อันเธอ <strong>พึงอดทน</strong> ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(เพิ่มว่า)</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๒. มม ปุตฺตสฺส มหากสฺสปสฺส ขมนียํ</div><div class=\"hb-pali\">(จตุจกฺกํ นวทฺวารํ สรีรยนฺตํ) มม ปุตฺตสฺส มหากสฺสปสฺส ขมนียํ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อ.ยนต์คือสรีระ อันมีล้อ ๔ อันมีทวาร ๙ อันพระมหากัสสปะ ผู้เป็นบุตรของเรา <strong>พึงอดทน</strong>หรือ ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(เพิ่มว่า)</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๓. กิจฺจ ภิกฺขเว ขมนียํ , กิจฺจิ ยาปนียํ</div><div class=\"hb-pali\">กิจฺจ ภิกฺขเว (จตุจกฺกํ นวทฺวารํ สรีรยนฺตํ) ขมนียํ ฯ กจฺจิ (จตุจกฺกํ นวทฺวารํ สรีรยนฺตํ) ยาปนียํ ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ยนต์คือสรีระ อันมีล้อ ๔ อันเธอ ท. <strong>พึงให้เป็นไป</strong>แลหรือ ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(ตรงนี้ เป็น ๒ ประโยค เพิ่มว่า)</p>\n<p class=\"hb-example-note\">จะแปลเฉพาะประโยคหลังดังนี้</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วิธีแปลประโยคขมนียํ-ยาปนียํขมนียํพึงอดทน,ยาปนียํพึงใหเปนไปทง๒บทนีเปนกิริยากิตกกมมวาจกและเหตุกมมวาจกเปนกิริยาคุมพากยมีอยูในประโยคใดแสดงใหเหนวาประโยคนนเปนประโยคถามขาวคราวสารทุกขสุขดิบแบบภาษามคธเขาถามกนมีวิธีแปลเปนอยางเดียวกนคือใหเพิมบทวา(จตุจกกํนวทวารํสรีรยนตํ)เชน๑.ขมนียํเตภิกขุ,(เพิมวา)ขมนียํเตภิกขุ(จตุจกกํนวทวารํสรีรยนตํ).แปลวาดูกอนภิกษุอ.ยนตคือสรีระอนมีลอ๔อนมีทวาร๙อนเธอพึงอดทนฯ๒.มมปุตตสสมหากสสปสสขมนียํ(เพิมวา)(จตุจกกํนวทวารํสรีรยนตํ)มมปุตตสสมหากสสปสสขมนียํ.แปลวาอ.ยนตคือสรีระอนมีลอ๔อนมีทวาร๙อนพระมหากสสปะผูเปนบุตรของเราพึงอดทนหรือฯ๓.กิจจภิกขเวขมนียํ,กิจจิยาปนียํ(ตรงนีเปน๒ประโยคเพิมวา)กิจจภิกขเว(จตุจกกํนวทวารํสรีรยนตํ)ขมนียํฯกจจิ(จตุจกกํนวทวารํสรีรยนตํ)ยาปนียํฯจะแปลเฉพาะประโยคหลงดงนีอ.ยนตคือสรีระอนมีลอ๔อนเธอท.พึงใหเปนไปแลหรือฯ","nex":3,"url":"khamaniyam-yapaniyam"},{"id":"s035","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"วิธีแปล อถ - เอวํ ในเลขใน","level":2,"path":["วิธีแปล อถ - เอวํ ในเลขใน"],"pdf":29,"page":23,"html":"<h2 class=\"hb-topic\" id=\"atha-outside\">เฉพาะ อถ ถ้าอยู่เลขนอก</h2>\n<p>ก็ให้แปลว่า ครั้งนั้น ตามธรรมดานั้นเอง แต่ถ้าอยู่ในพวกเลขใน ห้ามไม่ให้แปลอย่างนั้น ท่านให้แปลเป็นประโยคลักขณะโดยใช้ อถ โยค ภาเว แล้วเพิ่มกิริยาลักขณะ เป็น สนฺเต ทุกแห่งไป เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อถ (ภาเว)</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้น</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">(สนฺเต)</div><div class=\"hb-gloss\">มีอยู่)</div></div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"evam-inside\">แม้ เอวํ อยู่ในพวกเลขใน</h2>\n<p>ก็ให้แปลเป็นประโยคลักขณะเหมือน อถ เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เอวํ (ภาเว)</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้น</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">(สนฺเต)</div><div class=\"hb-gloss\">มีอยู่</div></div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"evam-ordinary\">แต่ เอวํ ไม่ได้แปลเป็นลักขณะเสมอไป</h2>\n<p>แปลอย่างธรรมดาๆ ว่า เอวํ อย่างนี้ , อ.อย่างนี้ , ฉันนั้น, เสียเป็นส่วนมาก ให้พิจารณาดูว่า เอวํ อยู่ในพวกเลขในนี้ จะต้องแปลอย่างนี้ๆ จึงจะได้ความ ถ้าแปลอย่างนั้นๆ จะผิดความหมายของเรื่องตรงนั้นและไม่ได้ความ</p>","outline":[{"title":"อถ ในเลขนอก","section":"s035","anchor":"atha-outside"},{"title":"เอวํ ในเลขใน","section":"s035","anchor":"evam-inside"},{"title":"เอวํ ที่แปลตามธรรมดา","section":"s035","anchor":"evam-ordinary"}],"topics":[{"anchor":"atha-outside","title":"เฉพาะ อถ ถ้าอยู่เลขนอก","level":2},{"anchor":"evam-inside","title":"แม้ เอวํ อยู่ในพวกเลขใน","level":2},{"anchor":"evam-ordinary","title":"แต่ เอวํ ไม่ได้แปลเป็นลักขณะเสมอไป","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วิธีแปลอถ-เอวํในเลขในเฉพาะอถถาอยูเลขนอกกใหแปลวาครงนนตามธรรมดานนเองแตถาอยูในพวกเลขในหามไมใหแปลอยางนนทานใหแปลเปนประโยคลกขณะโดยใชอถโยคภาเวแลวเพิมกิริยาลกขณะเปนสนเตทุกแหงไปเชนอถ(ภาเว)ครนเมือความเปนอยางนน(สนเต)มีอยู)แมเอวํอยูในพวกเลขในกใหแปลเปนประโยคลกขณะเหมือนอถเชนเอวํ(ภาเว)ครนเมือความเปนอยางนน(สนเต)มีอยูแตเอวํไมไดแปลเปนลกขณะเสมอไปแปลอยางธรรมดาๆวาเอวํอยางนี,อ.อยางนี,ฉนนน,เสียเปนสวนมากใหพิจารณาดูวาเอวํอยูในพวกเลขในนีจะตองแปลอยางนีๆจึงจะไดความถาแปลอยางนนๆจะผิดความหมายของเรืองตรงนนและไมไดความ","nex":4,"url":"atha-evam-lek-nai"},{"id":"s036","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ให้แปลเหน็บคำว่า ไซร้","level":2,"path":["ให้แปลเหน็บคำว่า ไซร้"],"pdf":29,"page":23,"html":"<p>นิบาตนำพวกบอกความปริกัป คือ สเจ ถ้าว่า เจ หากว่า ยทิ ผิว่า อถ ถ้าว่า</p>\n<p>มีอยู่ใน ประโยคใดเวลาแปลประโยคนั้น จบหมดทุกบทแล้ว บทสุดท้ายให้แปลเหน็บคำว่า \"ไซร้\" เข้าไปด้วย (ไซร้ ให้อ่านว่า ไซ้ )</p>\n<p>ก็แต่ว่าจะเหน็บคำว่า ไซร้ ได้ ก็เฉพาะแต่นิบาตเหล่านี้อยู่ใน ประโยคที่มีกิริยาคุมพากย์เป็น สตฺตมี-ภวิสฺสนฺติ-กาลาติ-ปตฺติ วิภัตติ เท่านั้น กิริยาอาขยาตที่ลง วิภัตติหมวดอื่นแม้จะมีนิบาตเหล่านี้อยู่ในประโยคนั้น ก็ห้ามเหน็บคำว่า ไซร้ เข้าไป เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">(๑) สเจ</div><div class=\"hb-gloss\">ถ้าว่า</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปุคฺคโล</div><div class=\"hb-gloss\">อ.บุคคล</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ลเภถ</div><div class=\"hb-gloss\">พึงได้</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สหายํ</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งสหาย</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">นิปกํ</div><div class=\"hb-gloss\">ผู้มีปัญญาเป็นเครื่องรักษาไว้ซึ่งตนโดยไม่เหลือ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สทฺธึ จรํ</div><div class=\"hb-gloss\">ผู้เที่ยวไปกับ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สาธุวิหารี</div><div class=\"hb-gloss\">ผู้มีปกติอยู่ด้วยกรรมอันยังประโยชน์ให้สำเร็จ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ธีรํ</div><div class=\"hb-gloss\">ผู้เป็นนักปราชญ์ <strong>ไซร้</strong> ฯ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">(๒) สเจ หิ</div><div class=\"hb-gloss\">ก็ถ้าว่า</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อยํ เสฏฺฐิปุตฺโต</div><div class=\"hb-gloss\">อ.บุตรของเศรษฐีนี้</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โภเค-อเขเปตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">จักไม่ยังโภคะท.ให้สิ้นไปแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปโยชิสฺส</div><div class=\"hb-gloss\">จักประกอบแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กมฺมนฺเต</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งการงาน ท.</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปฐมวเย</div><div class=\"hb-gloss\">ในปฐมวัย <strong>ไซร้</strong> ฯ (ธ.บ.๕ หน้า ๑๑๕)</div></div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ใหแปลเหนบคำวาไซรนิบาตนำพวกบอกความปริกปคือสเจถาวาเจหากวายทิผิวาอถถาวามีอยูในประโยคใดเวลาแปลประโยคนนจบหมดทุกบทแลวบทสุดทายใหแปลเหนบคำวา\"ไซร\"เขาไปดวย(ไซรใหอานวาไซ)กแตวาจะเหนบคำวาไซรไดกเฉพาะแตนิบาตเหลานีอยูในประโยคทีมีกิริยาคุมพากยเปนสตตมี-ภวิสสนติ-กาลาติ-ปตติวิภตติเทานนกิริยาอาขยาตทีลงวิภตติหมวดอืนแมจะมีนิบาตเหลานีอยูในประโยคนนกหามเหนบคำวาไซรเขาไปเชน(๑)สเจถาวาปุคคโลอ.บุคคลลเภถพึงไดสหายํซึงสหายนิปกํผูมีปญญาเปนเครืองรกษาไวซึงตนโดยไมเหลือสทธึจรํผูเทียวไปกบสาธุวิหารีผูมีปกติอยูดวยกรรมอนยงประโยชนใหสำเรจธีรํผูเปนนกปราชญไซรฯ(๒)สเจหิกถาวาอยํเสฏฐิปุตโตอ.บุตรของเศรษฐีนีโภเค-อเขเปตวาจกไมยงโภคะท.ใหสินไปแลวปโยชิสสจกประกอบแลวกมมนเตซึงการงานท.ปฐมวเยในปฐมวยไซรฯ(ธ.บ.๕หนา๑๑๕)","nex":14,"url":"saii"},{"id":"s037","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"อนฺต มาน ปัจจัยแปล เมื่อ","level":2,"path":["อนฺต มาน ปัจจัยแปล เมื่อ"],"pdf":30,"page":24,"html":"<p>ในประโยคเดียวกันนั้น มีกิริยาหลายบทกิริยาเหล่านั้นล้วนแต่เป็นกิริยาของประธานตัวเดียวกัน ลง อนฺต มาน ต ตฺวา ปัจจัย แต่ตัวสุดท้ายต้องเป็นอาขยาตดังกล่าวมาแล้ว</p>\n<p>กิริยาเหล่านั้นเป็นธาตุ ไม่ซ้ำกันเลย เวลาแปลต้องลง อนฺต มาน ก็แปลว่า อยู่ ,</p>\n<p>ถ้าลง ต ตฺวา ปัจจัย ก็ให้แปลว่า แล้วตลอดไปหมดทุกบท ฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"anta-mana-repeat-root\">แต่ถ้ากิริยากิตก์บทใด เป็นธาตุซ้ำกัน ๒ ตัว</h2>\n<p>บทหน้าลง อนฺต มาน ปัจจัย บทหลังวิภัตติอาขยาต หรือ ลง ตฺวา ปัจจัย ก็ตาม</p>\n<p>กิริยากิตก์ที่ลง อนฺต มาน บทนั้นให้แปลว่า เมื่อ เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑. เถโร อฏฺฐเม ทิวเส อนฺโตคามํ คจฺฉนฺโต ตํ อาทาย ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ น อคมาสิ. (ธบ.๔ หน้า ๓๔)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อ.พระเถระ <strong>เมื่อเข้าไป</strong> สู่ภายในแห่งบ้าน ในวัน ที่ ๘ ไม่ได้พาเอาแล้วซึ่งสามเณรนั้น ไปแล้ว กับด้วยหมู่แห่งภิกษุ ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ในประโยคนี้ คจฺฉนฺโต กับ อคมาสิ เป็นธาตุซ้ำกันทั้งสองบทก็เป็นกิริยาของ เถโร ด้วยกัน ฉะนั้น จึงให้แปลบทหน้าที่ลง อนฺต ว่า เมื่อไป ฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๒. อหํ จนฺโทปมุปฺปฏิปทญฺเจว อริยวํสปฏิปทญฺจ กเถนฺโต กสฺสปิ อาทึ กตฺวา กเถสึ. (ธบ.๔ หน้า ๖๐)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อ.เรา <strong>เมื่อกล่าว</strong> ซึ่งปฏิปทา อันมีพระจันทร์เป็นเครื่องเปรียบด้วยนั้นเทียว ซึ่งปฏิปทาอันเป็นวงศ์แห่งพระอริยเจ้าด้วย กล่าวแล้ว กระทำ ซึ่งพระกัสสปะ ให้เป็นต้น ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ในประโยคนี้ กเถนฺโต กับ กเถสึ เป็นธาตุตัวเดียวกัน เพราะฉะนั้น จึงแปล กเถนฺโต เมื่อกล่าว ฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๓.เถโร สามเณเรน อสฺสาสิยมาโนปิ อนสฺสาสิตฺวา อุปฺปนฺนสงฺเวโค สามเณรสฺส ภณฺฑํ คเหตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ ปายาสิ. (ธบ. ๔ หน้า ๗๔)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อ.พระเถระ แม้เมื้อผู้อันสามเณรให้เบาใจ ไม่เบาใจแล้ว เป็นผู้มีความสลดเกิดขึ้นแล้ว (หุตฺวา) เป็น ถือเอาแล้ว ซึ่งภัณฑะ ของสามเณร ไปแล้ว สู่สำนัก ของพระศาสดา ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ในประโยคนี้ อสฺสาสิยมาโน กับ อนสฺสาสิตฺวา เป็นธาตุตัวเดียวกัน ซ้ำกัน ๒ หน จึงแปลว่า เมื่อ ดังแปลมานี้ ฯ</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"anta-mana-repeat-root","title":"แต่ถ้ากิริยากิตก์บทใด เป็นธาตุซ้ำกัน ๒ ตัว","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"อนตมานปจจยแปลเมือในประโยคเดียวกนนนมีกิริยาหลายบทกิริยาเหลานนลวนแตเปนกิริยาของประธานตวเดียวกนลงอนตมานตตวาปจจยแตตวสุดทายตองเปนอาขยาตดงกลาวมาแลวกิริยาเหลานนเปนธาตุไมซำกนเลยเวลาแปลตองลงอนตมานกแปลวาอยู,ถาลงตตวาปจจยกใหแปลวาแลวตลอดไปหมดทุกบทฯแตถากิริยากิตกบทใดเปนธาตุซำกน๒ตวบทหนาลงอนตมานปจจยบทหลงวิภตติอาขยาตหรือลงตวาปจจยกตามกิริยากิตกทีลงอนตมานบทนนใหแปลวาเมือเชน๑.เถโรอฏฐเมทิวเสอนโตคามํคจฉนโตตํอาทายภิกขุสงเฆนสทธึนอคมาสิ.(ธบ.๔หนา๓๔)แปลวาอ.พระเถระเมือเขาไปสูภายในแหงบานในวนที๘ไมไดพาเอาแลวซึงสามเณรนนไปแลวกบดวยหมูแหงภิกษุฯในประโยคนีคจฉนโตกบอคมาสิเปนธาตุซำกนทงสองบทกเปนกิริยาของเถโรดวยกนฉะนนจึงใหแปลบทหนาทีลงอนตวาเมือไปฯ๒.อหํจนโทปมุปปฏิปทญเจวอริยวํสปฏิปทญจกเถนโตกสสปิอาทึกตวากเถสึ.(ธบ.๔หนา๖๐)แปลวาอ.เราเมือกลาวซึงปฏิปทาอนมีพระจนทรเปนเครืองเปรียบดวยนนเทียวซึงปฏิปทาอนเปนวงศแหงพระอริยเจาดวยกลาวแลวกระทำซึงพระกสสปะใหเปนตนฯในประโยคนีกเถนโตกบกเถสึเปนธาตุตวเดียวกนเพราะฉะนนจึงแปลกเถนโตเมือกลาวฯ๓.เถโรสามเณเรนอสสาสิยมาโนปิอนสสาสิตวาอุปปนนสงเวโคสามเณรสสภณฑํคเหตวาสตถุสนติกํปายาสิ.(ธบ.๔หนา๗๔)แปลวาอ.พระเถระแมเมือผูอนสามเณรใหเบาใจไมเบาใจแลวเปนผูมีความสลดเกิดขึนแลว(หุตวา)เปนถือเอาแลวซึงภณฑะของสามเณรไปแลวสูสำนกของพระศาสดาฯในประโยคนีอสสาสิยมาโนกบอนสสาสิตวาเปนธาตุตวเดียวกนซำกน๒หนจึงแปลวาเมือดงแปลมานีฯ","nex":3,"url":"anta-mana-muea"},{"id":"s038","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ตฺวา - ตฺวาน ปัจจัย ครั้น-แล้ว","level":2,"path":["ตฺวา - ตฺวาน ปัจจัย ครั้น-แล้ว"],"pdf":31,"page":25,"html":"<p>ประโยคหน้า มีกิริยาคุมพากย์ เป็นธาตุอะไรก็ตาม กล่าวจบแล้ว มีประโยคหลังกล่าวต่อไปอีก ตอนขึ้นประโยคหลัง ท่านใช้ธาตุซ้ำกันกับกิริยาคุมพากย์ของประโยคหน้า</p>\n<p>กิริยาที่กล่าวซ้ำนั้นลง ตฺวา–ตฺวาน ปัจจัย ทั้งกิริยาหน้าและกิริยาหลังล้วนเป็นกิริยาของตัวประธานบทเดียวกัน</p>\n<p>เฉพาะที่ลง ตฺวา - ตฺวาน ปัจจัยอยู่หลังให้แปลว่า ครั้น-แล้ว เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑. โสปิ นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิ, ปพฺพชิตฺวา จ ปน น จิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. (ธบ. ๔ หน้า๕๐)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า แม้ อ. บุตรนั้น ออกแล้ว บวชแล้ว , ก็แล <strong>ครั้นบวชแล้ว</strong> บรรลุแล้ว ซึ่งพระอรหัต ต่อกาลไม่นานนั่นเทียว</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ในประโยคนี้ ปพฺพชิตฺวา ในประโยคหลัง กล่าวซ้ำ ปพฺพชิ ซึ่งอยู่ในประโยคหน้าและทั้ง ๒ บท ก็เป็นกิริยาของ โส ด้วยกัน ฉะนั้นจึงแปล ปพฺพชิตฺวา ว่า ครั้นบวชแล้ว ฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๒. สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ฯลฯ อิมา คาถา อภาสิ. (ธบ.๑/ หน้า ๔๒)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อ.พระศาสดา <strong>ครั้นทรงนำมาแล้ว</strong> ซึ่งพระธรรมเทศนา นี้ ฯลฯ ได้ตรัสแล้ว ซึ่งพระคาถา ท. เหล่านี้</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ในประโยคนี้ อาหริตฺวา กล่าวซ้ำกัน กับ อตีตํ อาหริ ซึ่งอยู่ในประโยคต้น มาทางซ้ายมือ ไกลกันมาก ถึงแม้จะไกลกันก็ยังมีความเกี่ยวพันกันอยู่ และกิริยา อาหริ กับ อาหริตฺวา ก็เป็นกิริยาของตัวเดียวกัน คือ สตฺถา ฉะนั้น จึงต้องแปลว่า ครั้น-แล้ว ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวา-ตวานปจจยครน-แลวประโยคหนามีกิริยาคุมพากยเปนธาตุอะไรกตามกลาวจบแลวมีประโยคหลงกลาวตอไปอีกตอนขึนประโยคหลงทานใชธาตุซำกนกบกิริยาคุมพากยของประโยคหนากิริยาทีกลาวซำนนลงตวา–ตวานปจจยทงกิริยาหนาและกิริยาหลงลวนเปนกิริยาของตวประธานบทเดียวกนเฉพาะทีลงตวา-ตวานปจจยอยูหลงใหแปลวาครน-แลวเชน๑.โสปินิกขมิตวาปพพชิ,ปพพชิตวาจปนนจิรสเสวอรหตตํปาปุณิ.(ธบ.๔หนา๕๐)แปลวาแมอ.บุตรนนออกแลวบวชแลว,กแลครนบวชแลวบรรลุแลวซึงพระอรหตตอกาลไมนานนนเทียวในประโยคนีปพพชิตวาในประโยคหลงกลาวซำปพพชิซึงอยูในประโยคหนาและทง๒บทกเปนกิริยาของโสดวยกนฉะนนจึงแปลปพพชิตวาวาครนบวชแลวฯ๒.สตถาอิมํธมมเทสนํอาหริตวาฯลฯอิมาคาถาอภาสิ.(ธบ.๑/หนา๔๒)แปลวาอ.พระศาสดาครนทรงนำมาแลวซึงพระธรรมเทศนานีฯลฯไดตรสแลวซึงพระคาถาท.เหลานีในประโยคนีอาหริตวากลาวซำกนกบอตีตํอาหริซึงอยูในประโยคตนมาทางซายมือไกลกนมากถึงแมจะไกลกนกยงมีความเกียวพนกนอยูและกิริยาอาหริกบอาหริตวากเปนกิริยาของตวเดียวกนคือสตถาฉะนนจึงตองแปลวาครน-แลวฯ","nex":2,"url":"tva-tvana"},{"id":"s039","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"วิธีใช้คำว่า ความ - การ ต่างกัน","level":2,"path":["วิธีใช้คำว่า ความ - การ ต่างกัน"],"pdf":32,"page":26,"html":"<p>คำว่า ความ – การ เป็นคำแปลนามกิตก์ ที่เป็นภาวสาธนะ หรือเป็นคำแปลภาวนาม คือ นามนามที่มาจากภาวสาธนะ ดังที่นักเรียนได้เคยศึกษามาแล้วนั้นเอง แต่ทั้ง ๒ นี้ ภาษาไทยนิยมใช้กิริยาต่างกัน หรือเป็นคำแปลศัพท์นามกิตก์ที่เป็นภาวสาธนะต่างกัน ดังนี้</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"bhavanama-khwam\">๑.คำว่า ความ -</h2>\n<p>ใช้เป็นคำแปลนามกิตก์ ที่เป็นกิริยาอาการภายในตัวบุคคลหรือใช้เป็นคำแปลกิริยาอาการต่างๆ ของจิตใจ เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">จินตนํ</div><div class=\"hb-gloss\">ความคิด</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ธรณํ</div><div class=\"hb-gloss\">ความทรงจำ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สญฺญา</div><div class=\"hb-gloss\">ความรู้แจ้ง</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ชาติ</div><div class=\"hb-gloss\">ความเกิด</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">พฺยาธิ</div><div class=\"hb-gloss\">ความเจ็บ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">มรณํ</div><div class=\"hb-gloss\">ความตาย</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โสโก</div><div class=\"hb-gloss\">ความเศร้าโศก</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ชรา</div><div class=\"hb-gloss\">ความแก่</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วุฑฺฒิ</div><div class=\"hb-gloss\">ความเจริญ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">หานิ</div><div class=\"hb-gloss\">ความเสื่อม</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วิปฺปโยค</div><div class=\"hb-gloss\">ความพลัดพราก</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปญฺญา</div><div class=\"hb-gloss\">ความรู้</div></div></div>\n<p>ฯลฯ กิริยาอาการต่างๆ ดังนี้ เป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งภายในตัว ของคนและสัตว์ และเป็นกิริยาของจิตใจ ท่านให้แปลว่า ความ -นำหน้า อย่าใช้คำว่า การ – ซึ่งถ้าใครใช้คำว่า การ - นำหน้า จะฟังขัดหู ไม่เข้าท่า เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ชาติ</div><div class=\"hb-gloss\">การเกิด</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">มรณํ</div><div class=\"hb-gloss\">การตาย</div></div></div>\n<p>ฟังไม่ดีเลย</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"bhavanama-kan\">๒.คำว่า การ -</h2>\n<p>เป็นคำแปลนามกิตก์ ที่เป็นภาวสาธนะเหมือข้อ ๑ แต่ท่านใช้กับกิริยาอาการ อันปรากฏออกภายนอกตัวของบุคคล ซึ่งปรากฏแก่ผู้อื่น หรือเป็นกิริยาการกระทำของร่างกาย เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กรณํ</div><div class=\"hb-gloss\">การกระทำ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ทานํ</div><div class=\"hb-gloss\">การให้</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วจนํ</div><div class=\"hb-gloss\">การกล่าว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">พนฺธนํ</div><div class=\"hb-gloss\">การผูก</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ฐานํ</div><div class=\"hb-gloss\">การยืน</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">คมนํ</div><div class=\"hb-gloss\">การไป</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">นิสฺสชฺชชา</div><div class=\"hb-gloss\">การนั่ง</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สยนํ</div><div class=\"hb-gloss\">การนอน</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โภชนํ</div><div class=\"hb-gloss\">การกิน</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปานํ</div><div class=\"hb-gloss\">การดื่ม</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปหรณํ</div><div class=\"hb-gloss\">การฆ่า</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">รุนฺธนํ</div><div class=\"hb-gloss\">การปิด</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เลปนํ</div><div class=\"hb-gloss\">การฉาบทา</div></div></div>\n<p>เป็นต้น กิริยาเหล่านี้ท่านห้ามไม่ให้ใช้ ความ - นำหน้า เพราะถ้าใช้จะฟังขัดหู ขัดความนิยมของภาษาไทย ลองดูเช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กรณํ</div><div class=\"hb-gloss\">ความทำ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ทานํ</div><div class=\"hb-gloss\">ความให้</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วจนํ</div><div class=\"hb-gloss\">ความกล่าว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เลปนํ</div><div class=\"hb-gloss\">ความฉาบทา</div></div></div>\n<p>เป็นต้น ฟังดูคำแปลกิริยาพวกนี้ ใช้คำว่า ความ – นำหน้าไม่เข้าท่าเลย ฯ แต่ในที่บางแห่งในคำพูดบางประโยค ท่านใช้คำว่า ความ - นำหน้ากิริยาเหล่านี้ ก็มีเหมือนกัน แต่ท่านใช้ในที่ๆ มีความหมายด้านในตัวบุคคลเหมือนกัน</p>","outline":[{"title":"ความ: อาการภายในและจิตใจ","section":"s039","anchor":"bhavanama-khwam"},{"title":"การ: การกระทำที่ปรากฏภายนอก","section":"s039","anchor":"bhavanama-kan"}],"topics":[{"anchor":"bhavanama-khwam","title":"๑.คำว่า ความ -","level":2},{"anchor":"bhavanama-kan","title":"๒.คำว่า การ -","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วิธีใชคำวาความ-การตางกนคำวาความ–การเปนคำแปลนามกิตกทีเปนภาวสาธนะหรือเปนคำแปลภาวนามคือนามนามทีมาจากภาวสาธนะดงทีนกเรียนไดเคยศึกษามาแลวนนเองแตทง๒นีภาษาไทยนิยมใชกิริยาตางกนหรือเปนคำแปลศพทนามกิตกทีเปนภาวสาธนะตางกนดงนี๑.คำวาความ-ใชเปนคำแปลนามกิตกทีเปนกิริยาอาการภายในตวบุคคลหรือใชเปนคำแปลกิริยาอาการตางๆของจิตใจเชนจินตนํความคิดธรณํความทรงจำสญญาความรูแจงชาติความเกิดพยาธิความเจบมรณํความตายโสโกความเศราโศกชราความแกวุฑฒิความเจริญหานิความเสือมวิปปโยคความพลดพรากปญญาความรูฯลฯกิริยาอาการตางๆดงนีเปนปรากฏการณอยางหนึงภายในตวของคนและสตวและเปนกิริยาของจิตใจทานใหแปลวาความ-นำหนาอยาใชคำวาการ–ซึงถาใครใชคำวาการ-นำหนาจะฟงขดหูไมเขาทาเชนชาติการเกิดมรณํการตายฟงไมดีเลย๒.คำวาการ-เปนคำแปลนามกิตกทีเปนภาวสาธนะเหมือขอ๑แตทานใชกบกิริยาอาการอนปรากฏออกภายนอกตวของบุคคลซึงปรากฏแกผูอืนหรือเปนกิริยาการกระทำของรางกายเชนกรณํการกระทำทานํการใหวจนํการกลาวพนธนํการผูกฐานํการยืนคมนํการไปนิสสชชชาการนงสยนํการนอนโภชนํการกินปานํการดืมปหรณํการฆารุนธนํการปิดเลปนํการฉาบทาเปนตนกิริยาเหลานีทานหามไมใหใชความ-นำหนาเพราะถาใชจะฟงขดหูขดความนิยมของภาษาไทยลองดูเชนกรณํความทำทานํความใหวจนํความกลาวเลปนํความฉาบทาเปนตนฟงดูคำแปลกิริยาพวกนีใชคำวาความ–นำหนาไมเขาทาเลยฯแตในทีบางแหงในคำพูดบางประโยคทานใชคำวาความ-นำหนากิริยาเหลานีกมีเหมือนกนแตทานใชในทีๆมีความหมายดานในตวบุคคลเหมือนกน","nex":31,"url":"khwam-kan"},{"id":"s040","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"วิธีแปล ปฏฺฐาย-ยาว","level":2,"path":["วิธีแปล ปฏฺฐาย-ยาว"],"pdf":33,"page":27,"html":"<p>ปฏฺฐาย จำเดิม หรือ ปฏูติ จำเดิม, ยาว เพียงใด ทั้ง ๒ ศัพท์นี้ บางทีก็มีเรียงไว้ทั้ง ๒ ศัพท์ ในประโยคนั้นๆ บางทีก็มีเฉพาะ ปฏฺฐาย บ้าง มีเฉพาะ ยาว บ้าง แต่มีกำหนดดังนี้ ข้างหน้า ปฏฺฐาย ต้องมีบทหนึ่งลง โต ปัจจัย อยู่ด้วยให้แปลว่าโต ปัจจัย ว่า แต่ข้าง หลัง ยาว ต้องมีบทที่ลง สฺมา ปัญจมีวิภัตติ แปลว่า แต่อยู่ด้วย เวลาแปลให้แปล ปฏฺฐาย และบทข้างหน้าก่อน จึงกลับมาแปล ยาวและบทข้างหลังต่อไปนี้</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๑. วตฺถุ</div><div class=\"hb-gloss\">อ. เรื่อง</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เทวทตฺตสฺส</div><div class=\"hb-gloss\">ของพระเทวทัต</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">( ธมฺมสงฺคาหกาจริเยหิ</div><div class=\"hb-gloss\">อันอาจารย์ผู้สังคายนาซึ่งธรรม ท. )</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ชาตกานิ</div><div class=\"hb-gloss\">ยังชาดก ท.</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สพฺพานิ</div><div class=\"hb-gloss\">ทั้งปวง</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เทวทตฺตํ-อารพฺภ-ภาสิตานิ</div><div class=\"hb-gloss\">อันพระศาสดาทรงปรารภซึ่งพระเทวทัต ตรัสไว้แล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ยาว</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เพียงใด</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปฐวิปฺ-ปเวสนา</div><div class=\"hb-gloss\">แต่อันเข้าไปสู่แผ่น ฯ  (ธ.บ.๑ หน้า ๑๒๙)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๒. สตฺถา</div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระศาสดา</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ฯเปฯ อาจิกฺขิตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">ตรัสบอกแล้ว</div></div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">มหาภินิกฺขมนโต-ยาว-อชปาลนิคฺโรธ-มูลา-มาเรน-อนุพนฺธภาวํ จ</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งความที่แห่งพระองค์เป็นผู้อันมาร ติดตามแล้ว <strong>จำเดิม</strong>แต่การออกเพื่อคุณอันยิ่งใหญ่ <strong>เพียงไร</strong> แต่โคนแห่งไทร อันเป็นที่อาศัยแห่งบุคคลผู้เลี้ยงซึ่งแพะด้วย ฯ (ธ.บ.๒ หน้า ๔๐ )</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"yava-alone\">ต่อไปนี้ จะนำตัวอย่างที่มีเฉพาะ ยาว มาแปลให้ดู ดังนี้</h2>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๓. อถ</div><div class=\"hb-gloss\">ครั้งนั้น</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สตฺถา</div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระศาสดา</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กเถสิ</div><div class=\"hb-gloss\">ตรัสบอกแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กมฺมฏฺฐานํ</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งพระกัมมัฏฐาน</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อสฺส มหาปาลสฺส</div><div class=\"hb-gloss\">แก่ภิกษุชื่อว่ามหาปาล</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ยาว</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เพียงไร</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อรหตฺตา</div><div class=\"hb-gloss\">แต่พระอรหัต ฯ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๔. โกลาหลํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ความโกลาหล</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เอกนินฺนาทํ</div><div class=\"hb-gloss\">มีอันบันลือออกเป็นอันเดียวกัน</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อคมาสิ</div><div class=\"hb-gloss\">ได้ไปแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ยาว</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เพียงใด</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อกนิฏฺฐภวนา</div><div class=\"hb-gloss\">แต่ภพชื่อว่าอกนิฏฐะฯ (ธ.บ. ๑ หน้า ๕๒)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๕. เอวํ วจเน</div><div class=\"hb-gloss\">ครั้นเมื่อคำอย่างนี้</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วุตฺเต</div><div class=\"hb-gloss\">อันพระศาสดาตรัสแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อคฺคสาวกา</div><div class=\"hb-gloss\">อ.อัครสาวก ท.๒</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วนฺทิตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">ถวายบังคมแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ภควนฺตํ</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งพระผู้มีพระภาค</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กเถตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">กราบทูลแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุํ</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งเรื่องอันเกิดขึ้นเฉพาะแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สพฺพํ</div><div class=\"hb-gloss\">ทั้งปวง</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ภนฺเต มยํ ฯเปฯ คตา อิติ</div><div class=\"hb-gloss\">ว่าดังนี้</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ยาว</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เพียงไร</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โสตาปตฺติผลปฏิเวธา</div><div class=\"hb-gloss\">แต่อันแทงตลอดซึ่งโสดาปัตติผล</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สนฺติกา</div><div class=\"hb-gloss\">จากสำนัก</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อสฺสชิตเถรสฺส</div><div class=\"hb-gloss\">แห่งพระเถระชื่อว่าอัสสชิ ฯ (ธ.บ. ๑ หน้า ๑๐๘ )</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๖. โส เทวทตฺโต</div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระเทวทัตนั้น</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปวิสิตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">เข้าไปแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ยาว</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เพียงไร</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โคปฺผกา</div><div class=\"hb-gloss\">แต่ข้อเท้า</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ยาว</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เพียงไร</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ชนฺนุกา</div><div class=\"hb-gloss\">แต่เข่า</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ยาว</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เพียงไร</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กฏิโต</div><div class=\"hb-gloss\">แต่สะเอว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ยาว</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เพียงไร</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กถโต</div><div class=\"hb-gloss\">แต่นม</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ยาว</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เพียงไร</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">คีวโต</div><div class=\"hb-gloss\">แต่คอ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อนุกฺกเมน</div><div class=\"hb-gloss\">โดยลำดับ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อาห</div><div class=\"hb-gloss\">กล่าวแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">คาถํ</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งคาถา ฯลฯ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">หนุกฏฺฐิกสฺส-ภูมิยํ-ปติฏฺฐิตกาเล</div><div class=\"hb-gloss\">ในกาลแห่งกระดูกแห่งคางตั้งอยู่แล้วบนดินฯ (ธ.บ.๑ หน้า ๑๔๓ )</div></div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๗. ภุมฺมเทเว- อาทึ-กตฺวา-ยาว-พฺรหฺมโลกา-สพฺพา-เทวา จ เอว</div><div class=\"hb-gloss\">อ.เทวดา ท. กระทำแล้ว ซึ่งเทวดา ผู้อยู่บนภาคพื้น ท. ให้เป็นต้น <strong>เพียงไร</strong> แต่พรหมโลกด้วย นั่นเทียว</div></div>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">นาคสุปณฺณา จ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.นาคและครุฑ ท. ด้วย</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อทํสุ</div><div class=\"hb-gloss\">ได้ให้แล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สาธุการํ</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งสาธุการ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สุตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">เพราะฟัง</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ตํ สาธุการํ</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งสาธุการนั้น ฯ ( ธ.บ.๑ หน้า ๑๕๒ )</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๘. ตสฺมึ โรเค</div><div class=\"hb-gloss\">ครั้นเมื่อโรคนั้น</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อุปฺปนฺเน</div><div class=\"hb-gloss\">เกิดขึ้นแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ติรจฺฉานคตา</div><div class=\"hb-gloss\">อ.สัตว์ดิรัจฉาน ท.</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">กระทำ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">มกฺขิกํ</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งแมลงวัน</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อาทึ</div><div class=\"hb-gloss\">ให้เป็นต้น</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ยาว</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เพียงไร</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">คาโว</div><div class=\"hb-gloss\">แต่โค ท.</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">มรนฺติ</div><div class=\"hb-gloss\">ย่อมตาย</div><div class=\"hb-gloss\">(ธ.บ.๒ หน้า ๖๖ )</div></div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">( คาโว ลง ปฐมา แต่ต้องหักว่า แต่เพื่อให้เข้ากันกับ ยาว สนิทดี )</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๙. สตฺตวิโธ อริยปุคฺคโล</div><div class=\"hb-gloss\">อ. พระอริยบุคคลมีอย่าง ๗</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">กระทำ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โสตาปตฺ-ติมคฺคฏฺฐํ</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสตาปัตติมรรค</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อาทึ</div><div class=\"hb-gloss\">ให้เป็นต้น</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ยาว</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เพียงใด</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อรหตฺตมคฺคฏฺฐา</div><div class=\"hb-gloss\">แต่พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในอรหัตมรรค</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เสโข</div><div class=\"hb-gloss\">ชื่อว่า เสขะ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สิกฺขนโต</div><div class=\"hb-gloss\">เพราะอันศึกษา</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สิกฺขา</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งสิกขา ท.</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ติสฺโส</div><div class=\"hb-gloss\">๓</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อิมา</div><div class=\"hb-gloss\">เหล่านี้ ฯ ( ธ.บ. ๓ หน้า ๒ )</div></div></div>","outline":[],"topics":[{"anchor":"yava-alone","title":"ต่อไปนี้ จะนำตัวอย่างที่มีเฉพาะ ยาว มาแปลให้ดู ดังนี้","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วิธีแปลปฏฐาย-ยาวปฏฐายจำเดิมหรือปฏูติจำเดิม,ยาวเพียงใดทง๒ศพทนีบางทีกมีเรียงไวทง๒ศพทในประโยคนนๆบางทีกมีเฉพาะปฏฐายบางมีเฉพาะยาวบางแตมีกำหนดดงนีขางหนาปฏฐายตองมีบทหนึงลงโตปจจยอยูดวยใหแปลวาโตปจจยวาแตขางหลงยาวตองมีบททีลงสมาปญจมีวิภตติแปลวาแตอยูดวยเวลาแปลใหแปลปฏฐายและบทขางหนากอนจึงกลบมาแปลยาวและบทขางหลงตอไปนี๑.วตถุอ.เรืองเทวทตตสสของพระเทวทต(ธมมสงคาหกาจริเยหิอนอาจารยผูสงคายนาซึงธรรมท.)ชาตกานิยงชาดกท.สพพานิทงปวงเทวทตตํ-อารพภ-ภาสิตานิอนพระศาสดาทรงปรารภซึงพระเทวทตตรสไวแลวยาวเพียงใดปฐวิป-ปเวสนาแตอนเขาไปสูแผนฯ(ธ.บ.๑หนา๑๒๙)๒.สตถาอ.พระศาสดาฯเปฯอาจิกขิตวาตรสบอกแลวมหาภินิกขมนโต-ยาว-อชปาลนิคโรธ-มูลา-มาเรน-อนุพนธภาวํจซึงความทีแหงพระองคเปนผูอนมารติดตามแลวจำเดิมแตการออกเพือคุณอนยิงใหญเพียงไรแตโคนแหงไทรอนเปนทีอาศยแหงบุคคลผูเลียงซึงแพะดวยฯ(ธ.บ.๒หนา๔๐)ตอไปนีจะนำตวอยางทีมีเฉพาะยาวมาแปลใหดูดงนี๓.อถครงนนสตถาอ.พระศาสดากเถสิตรสบอกแลวกมมฏฐานํซึงพระกมมฏฐานอสสมหาปาลสสแกภิกษุชือวามหาปาลยาวเพียงไรอรหตตาแตพระอรหตฯ๔.โกลาหลํอ.ความโกลาหลเอกนินนาทํมีอนบนลือออกเปนอนเดียวกนอคมาสิไดไปแลวยาวเพียงใดอกนิฏฐภวนาแตภพชือวาอกนิฏฐะฯ(ธ.บ.๑หนา๕๒)๕.เอวํวจเนครนเมือคำอยางนีวุตเตอนพระศาสดาตรสแลวอคคสาวกาอ.อครสาวกท.๒วนทิตวาถวายบงคมแลวภควนตํซึงพระผูมีพระภาคกเถตวากราบทูลแลวปจจุปปนนวตถุํซึงเรืองอนเกิดขึนเฉพาะแลวสพพํทงปวงภนเตมยํฯเปฯคตาอิติวาดงนียาวเพียงไรโสตาปตติผลปฏิเวธาแตอนแทงตลอดซึงโสดาปตติผลสนติกาจากสำนกอสสชิตเถรสสแหงพระเถระชือวาอสสชิฯ(ธ.บ.๑หนา๑๐๘)๖.โสเทวทตโตอ.พระเทวทตนนปวิสิตวาเขาไปแลวยาวเพียงไรโคปผกาแตขอเทายาวเพียงไรชนนุกาแตเขายาวเพียงไรกฏิโตแตสะเอวยาวเพียงไรกถโตแตนมยาวเพียงไรคีวโตแตคออนุกกเมนโดยลำดบอาหกลาวแลวคาถํซึงคาถาฯลฯหนุกฏฐิกสส-ภูมิยํ-ปติฏฐิตกาเลในกาลแหงกระดูกแหงคางตงอยูแลวบนดินฯ(ธ.บ.๑หนา๑๔๓)๗.ภุมมเทเว-อาทึ-กตวา-ยาว-พรหมโลกา-สพพา-เทวาจเอวอ.เทวดาท.กระทำแลวซึงเทวดาผูอยูบนภาคพืนท.ใหเปนตนเพียงไรแตพรหมโลกดวยนนเทียวนาคสุปณณาจอ.นาคและครุฑท.ดวยอทํสุไดใหแลวสาธุการํซึงสาธุการสุตวาเพราะฟงตํสาธุการํซึงสาธุการนนฯ(ธ.บ.๑หนา๑๕๒)๘.ตสมึโรเคครนเมือโรคนนอุปปนเนเกิดขึนแลวติรจฉานคตาอ.สตวดิรจฉานท.กตวากระทำมกขิกํซึงแมลงวนอาทึใหเปนตนยาวเพียงไรคาโวแตโคท.มรนติยอมตาย(คาโวลงปฐมาแตตองหกวาแตเพือใหเขากนกบยาวสนิทดี)(ธ.บ.๒หนา๖๖)๙.สตตวิโธอริยปุคคโลอ.พระอริยบุคคลมีอยาง๗กตวากระทำโสตาปต-ติมคคฏฐํซึงพระอริยบุคคลผูตงอยูในโสตาปตติมรรคอาทึใหเปนตนยาวเพียงใดอรหตตมคคฏฐาแตพระอริยบุคคลผูตงอยูในอรหตมรรคเสโขชือวาเสขะสิกขนโตเพราะอนศึกษาสิกขาซึงสิกขาท.ติสโส๓อิมาเหลานีฯ(ธ.บ.๓หนา๒)","nex":78,"url":"patthaya-yava"},{"id":"s041","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"การใช้ ภาวศัพท์ และ ภาวตัทธิต","level":2,"path":["การใช้ ภาวศัพท์ และ ภาวตัทธิต"],"pdf":34,"page":28,"html":"<p>ภาวศัพท์และภาวตัทธิต คือ กลุ่ม ตฺต , ณฺย ฯลฯ มีลักษณะการประกอบศัพท์เป็นลิงค์ต่างกันดังนี้ ภาวศัพท์ สำเร็จรูปเป็นปุงลิงค์ ตฺต ณฺย ตฺตน กณ ณ ปัจจัยเหล่านี้ สำเร็จรูปเป็นนปุงสกลิงค์ ตา ปัจจัย สำเร็จรูปเป็นอิตถีลิงค์ ภาวศัพท์ และภาวตัทธิตเหล่านี้ ประกอบเข้ากับท้ายนามนาม คุณนาม หรือกิริยานาม ก็มีสำนวนการแปลแตกต่างกันออกไป ดังนี้</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"bhava-noun\">ต่อท้ายกับศัพท์นามนาม แปลว่า ความที่แห่ง.........</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">....มคธรญฺญา รชฺเชน นิมนฺติยมาโน ตํ ปฏิกฺขิปิตฺวาสพฺพญฺญุตํ ปตฺวา....ฯ<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=77\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๗๗\">ธบ. ๑/๗๗</a></div><div class=\"hb-gloss\">(สตฺถา) อันพระราชาแห่งแคว้นมคธ ทรงเชื้อเชิญอยู่ ด้วย<strong>ความเป็นแห่ง</strong>พระราชา ทรงห้ามแล้ว ซึ่ง<strong>ความเป็นแห่ง</strong>พระราชา นั้น</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">จูฬปนฺถโก    พุทฺธสาสเน  สิเนเหน  คิหิภาวํ  น  ปตฺเถติ<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=78\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๗๘\">ธบ.๒/๗๘</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระจูฬปันถก  ย่อมไม่ปรารถนา  ซึ่งความแป็นแห่งคฤหัสถ์ เพราะความรัก  ในพระพุทธศาสนา</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"bhava-verb-noun\">ต่อท้ายกิริยานาม   หรือ  ภาวนาม  (ยุ ปัจจัย)</h2>\n<p>แปลว่า  ความเป็นคือ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">กามคุณํ  อารพฺภ  หสนภาโว นาม  หีโน ธมฺโม<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=6&amp;page=29\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๖ หน้า ๒๙\">ธบ.๖/๒๙</a></div><div class=\"hb-gloss\">ชื่อ อ.<strong>ความเป็นคือ</strong> การหัวเราะ  ปรารภซึ่งกามคุณ  เป็นธรรมอันเลว    (ย่อมเป็น)</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"bhava-adjective\">ต่อท้ายคุณนาม (ทั้งสมาส  ตัทธิต  กิริยากิตก์  นามกิตก์ที่เป็นคุณนาม)  แปลว่า ความที่แห่ง.........เป็น.........</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อถสฺส  มม  จกฺขูนํ  ปริหีนภาวํ  อาโรเจยฺยาถ ฯ<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=12\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๒\">ธบ.๑/๑๒</a></div><div class=\"hb-gloss\">ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้น  (สนฺเต) มีอยู่ อ.ท่านท. พึงบอก  ซึ่ง<strong>ความที่แห่ง</strong>จักษุ ท. ของเราเป็นธรรมเสื่อมรอบแล้ว  แก่นางชายผู้น้อยที่สุด นั้น</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อถสฺส อตฺตนา สทฺธึ เอกชฺฌาสยตํ   ณตฺวา  อุปติสฺโส อาห...ฯ<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=81\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๘๑\">ธบ.๑/๘๑</a></div><div class=\"hb-gloss\">ครั้นนั้น อ.อุปติสสะ ทราบแล้ว ซึ่ง<strong>ความที่แห่ง</strong>โกลิตะนั้นเป็นผู้มีอัธยาศัยอันเดียวกัน กับด้วยตน</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"bhava-atthi-natthi\">ต่อท้าย  อตฺถิ , นตฺถิ (เป็นจำพวกนิบาต)</h2>\n<p>แปลว่า  ความที่แห่ง</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตาย   สญฺญาย  (อมฺหากํ) อตฺถิภาวํ  ชานิสฺสาม<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=2\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๒\">ธบ.๒/๒</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.เราท. จักรู้ ซึ่ง<strong>ความที่แห่ง</strong>เราท. มีอยู่  ด้วยสัญญาณ นั้น</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ภิกฺขูนํ  อตฺถิภาวํ วา นตฺถิภาวํ วา   ชานาหิ ฯ<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=81\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๘๑\">ธบ. ๒/๘๑</a></div><div class=\"hb-gloss\">(ตฺวํ) อ.ท่าน จงรู้ ซึ่ง<strong>ความที่แห่ง</strong>ภิกษุท. มีอยู่  หรือ หรือว่า ซึ่ง<strong>ความที่แห่ง</strong>ภิกษุท.ไม่มีอยู่</div></div>","outline":[{"title":"ต่อท้ายศัพท์นามนาม","section":"s041","anchor":"bhava-noun"},{"title":"ต่อท้ายกิริยานามหรือภาวนาม","section":"s041","anchor":"bhava-verb-noun"},{"title":"ต่อท้ายคุณนาม","section":"s041","anchor":"bhava-adjective"},{"title":"ต่อท้าย อตฺถิ–นตฺถิ","section":"s041","anchor":"bhava-atthi-natthi"}],"topics":[{"anchor":"bhava-noun","title":"ต่อท้ายกับศัพท์นามนาม แปลว่า ความที่แห่ง.........","level":2},{"anchor":"bhava-verb-noun","title":"ต่อท้ายกิริยานาม   หรือ  ภาวนาม  (ยุ ปัจจัย)","level":2},{"anchor":"bhava-adjective","title":"ต่อท้ายคุณนาม (ทั้งสมาส  ตัทธิต  กิริยากิตก์  นามกิตก์ที่เป็นคุณนาม)  แปลว่า ความที่แห่ง.........เป็น.........","level":2},{"anchor":"bhava-atthi-natthi","title":"ต่อท้าย  อตฺถิ , นตฺถิ (เป็นจำพวกนิบาต)","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"การใชภาวศพทและภาวตทธิตภาวศพทและภาวตทธิตคือกลุมตต,ณยฯลฯมีลกษณะการประกอบศพทเปนลิงคตางกนดงนีภาวศพทสำเรจรูปเปนปุงลิงคตตณยตตนกณณปจจยเหลานีสำเรจรูปเปนนปุงสกลิงคตาปจจยสำเรจรูปเปนอิตถีลิงคภาวศพทและภาวตทธิตเหลานีประกอบเขากบทายนามนามคุณนามหรือกิริยานามกมีสำนวนการแปลแตกตางกนออกไปดงนีตอทายกบศพทนามนามแปลวาความทีแหง.............มคธรญญารชเชนนิมนติยมาโนตํปฏิกขิปิตวาสพพญญุตํปตวา....ฯธบ.๑/๗๗(สตถา)อนพระราชาแหงแควนมคธทรงเชือเชิญอยูดวยความเปนแหงพระราชาทรงหามแลวซึงความเปนแหงพระราชานนจูฬปนถโกพุทธสาสเนสิเนเหนคิหิภาวํนปตเถติธบ.๒/๗๘อ.พระจูฬปนถกยอมไมปรารถนาซึงความแปนแหงคฤหสถเพราะความรกในพระพุทธศาสนาตอทายกิริยานามหรือภาวนาม(ยุปจจย)แปลวาความเปนคือกามคุณํอารพภหสนภาโวนามหีโนธมโมธบ.๖/๒๙ชืออ.ความเปนคือการหวเราะปรารภซึงกามคุณเปนธรรมอนเลว(ยอมเปน)ตอทายคุณนาม(ทงสมาสตทธิตกิริยากิตกนามกิตกทีเปนคุณนาม)แปลวาความทีแหง.........เปน.........อถสสมมจกขูนํปริหีนภาวํอาโรเจยยาถฯธบ.๑/๑๒ครนเมือความเปนอยางนน(สนเต)มีอยูอ.ทานท.พึงบอกซึงความทีแหงจกษุท.ของเราเปนธรรมเสือมรอบแลวแกนางชายผูนอยทีสุดนนอถสสอตตนาสทธึเอกชฌาสยตํณตวาอุปติสโสอาห...ฯธบ.๑/๘๑ครนนนอ.อุปติสสะทราบแลวซึงความทีแหงโกลิตะนนเปนผูมีอธยาศยอนเดียวกนกบดวยตนตอทายอตถิ,นตถิ(เปนจำพวกนิบาต)แปลวาความทีแหงตายสญญาย(อมหากํ)อตถิภาวํชานิสสามธบ.๒/๒อ.เราท.จกรูซึงความทีแหงเราท.มีอยูดวยสญญาณนนภิกขูนํอตถิภาวํวานตถิภาวํวาชานาหิฯธบ.๒/๘๑(ตวํ)อ.ทานจงรูซึงความทีแหงภิกษุท.มีอยูหรือหรือวาซึงความทีแหงภิกษุท.ไมมีอยู","nex":7,"url":"bhava-sap-bhava-taddhita"},{"id":"s042","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"แปลหักวิภัตติ","level":2,"path":["แปลหักวิภัตติ"],"pdf":36,"page":30,"html":"<p>แปลหัก  ฉัฏฐี.  ลงเป็น  กัมม. คือ แปล ส-นํ ฉัฏฐี. ตามปกติต้องแปลว่า แห่ง-ของ แต่ไม่แปลอย่างนั้น  กลับไปแปลตามทติยาวิภัตติว่า  ซึ่งแปลอย่างนี้เรียกชื่อว่าแปลหักวิภัตติ</p>\n<p>ที่ลงวิภัตติผิดตัวอย่างนี้  ก็เนื่องด้วยความนิยมของภาษามคธ  บางแห่งบางประโยค  หรือเพื่อความไพเราะของภาษามคธ</p>\n<p>การแปลหักวิภัตติมีอยู่หลายหมวด ดังนี้</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลหกวิภตติแปลหกฉฏฐี.ลงเปนกมม.คือแปลส-นํฉฏฐี.ตามปกติตองแปลวาแหง-ของแตไมแปลอยางนนกลบไปแปลตามทติยาวิภตติวาซึงแปลอยางนีเรียกชือวาแปลหกวิภตติทีลงวิภตติผิดตวอยางนีกเนืองดวยความนิยมของภาษามคธบางแหงบางประโยคหรือเพือความไพเราะของภาษามคธการแปลหกวิภตติมีอยูหลายหมวดดงนี","nex":0,"url":"hak-vibhatti"},{"id":"s043","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"แปลหักฉัฏฐี. เป็นกัมม","level":2,"path":["แปลหักฉัฏฐี. เป็นกัมม"],"pdf":36,"page":30,"html":"<p>แปลหัก  ฉัฏฐี.ลงเป็น กัมม.คือ แปล ส-นํ ฉัฏฐีวิภัตติ ลงเป็น ทุติยาวิภัตติ ว่า ซึ่ง-สู่-ยัง-สิ้น เป็นต้น</p>\n<p>แต่ท่านกำหนดไว้ว่า  เมื่อบทนามกิตก์ที่ลงปัจจัยต่างๆ เว้น เตฺว กับ ตุํ  เสีย นอกนั้นให้แปลหัก ฉัฏฐี.เป็น กัมม. ทั้งสิ้น เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สพฺพปาปสฺส    อกรณํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.การไม่กระทำ <strong>ซึ่ง</strong>บาปทั้งปวง</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กุสลสฺส    อุปสมฺปทา</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ยังกุศล  ให้ถึงพร้อม</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อคฺคสฺส     ทาตา</div><div class=\"hb-gloss\">อ.บุคคลผู้ให้  <strong>ซึ่ง</strong>วัตถุอันเลิศ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ตสฺส  พุทฺธวจนสฺส  อุคฺคหนํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.การเรียนเอา <strong>ซึ่ง</strong>พระพุทธพจน์นั้น</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปณฺณสฺส เปสนํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.การส่งไป  <strong>ซึ่ง</strong>จดหมาย</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ธมฺมสฺส ปริปูรณํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.การยังธรรม  ให้เต็ม</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ชีวิตสฺส  ทานํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.การให้ <strong>ซึ่ง</strong>ชีวิต</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อรหตฺตสฺส  คหนํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.การถือเอา <strong>ซึ่ง</strong>พระอรหัตต์</div></div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลหกฉฏฐี.เปนกมมแปลหกฉฏฐี.ลงเปนกมม.คือแปลส-นํฉฏฐีวิภตติลงเปนทุติยาวิภตติวาซึง-สู-ยง-สินเปนตนแตทานกำหนดไววาเมือบทนามกิตกทีลงปจจยตางๆเวนเตวกบตุํเสียนอกนนใหแปลหกฉฏฐี.เปนกมม.ทงสินเชนสพพปาปสสอกรณํอ.การไมกระทำซึงบาปทงปวงกุสลสสอุปสมปทาอ.ยงกุศลใหถึงพรอมอคคสสทาตาอ.บุคคลผูใหซึงวตถุอนเลิศตสสพุทธวจนสสอุคคหนํอ.การเรียนเอาซึงพระพุทธพจนนนปณณสสเปสนํอ.การสงไปซึงจดหมายธมมสสปริปูรณํอ.การยงธรรมใหเตมชีวิตสสทานํอ.การใหซึงชีวิตอรหตตสสคหนํอ.การถือเอาซึงพระอรหตต","nex":8,"url":"hak-chatthi-kamma"},{"id":"s044","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หักฉัฏฐี.  เป็นตติยา.","level":2,"path":["หักฉัฏฐี.  เป็นตติยา."],"pdf":36,"page":30,"html":"<p>แปล ฉัฏฐีวิภัตติ  เป็น ตติยาวิภัตติ  คือให้แปล ส-นํ เป็น  อนภิหิตกัตตา  ว่า  อัน...</p>\n<p>ลักษณะหัก ฉัฏฐีวิภัตติ  อย่างนี้มีมากในภาษามคธ</p>\n<p>กิริยาอยู่ข้างหลังบท  ฉัฏฐีวิภัตติ นั้นเป็น  กัมมวาจก ลง ต ปัจจัย  เสียเป็นส่วนมาก  เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">มม   ทิฏฺฐกาลโต</div><div class=\"hb-gloss\">แต่กาลที่แห่งบุคคล  <strong>อันเรา</strong>  เห็นแล้ว ฯ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เถรสฺส ปหีนกาลโต</div><div class=\"hb-gloss\">แต่กาลที่แห่งกิเลส  <strong>อันพระเถระ</strong>  ละแล้ว ฯ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปุริสสฺส  ปหตกาลโต</div><div class=\"hb-gloss\">แต่กาลที่แห่งสัตว์   <strong>อันบุรุษ</strong>  ฆ่าแล้ว ฯ</div></div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หกฉฏฐี.เปนตติยา.แปลฉฏฐีวิภตติเปนตติยาวิภตติคือใหแปลส-นํเปนอนภิหิตกตตาวาอน...ลกษณะหกฉฏฐีวิภตติอยางนีมีมากในภาษามคธกิริยาอยูขางหลงบทฉฏฐีวิภตตินนเปนกมมวาจกลงตปจจยเสียเปนสวนมากเชนมมทิฏฐกาลโตแตกาลทีแหงบุคคลอนเราเหนแลวฯเถรสสปหีนกาลโตแตกาลทีแหงกิเลสอนพระเถระละแลวฯปุริสสสปหตกาลโตแตกาลทีแหงสตวอนบุรุษฆาแลวฯ","nex":3,"url":"hak-chatthi-tatiya"},{"id":"s045","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หักตติยา.  เป็นทุติยา.","level":2,"path":["หักตติยา.  เป็นทุติยา."],"pdf":37,"page":31,"html":"<p>หัก  ตติยา. เป็น ทุติยา. คือ ให้แปล นา-หิ วิภัตติ ว่า  ยัง โดยมากลักษณะนี้ต้องมีกิริยาที่เป็น เหตุกัตตุวาจก อยู่ข้างหลัง  เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สปฺเปน  อตฺตานํ ฑํสาเปตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ยังงู</strong>  ให้กัดแล้ว ซึ่งตน ฯ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สามเณเรน ปตฺตํ คาหาเปตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ยังสามเณร</strong>  ให้ถือเอาแล้ว ซึ่งบาตร ฯ</div></div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หกตติยา.เปนทุติยา.หกตติยา.เปนทุติยา.คือใหแปลนา-หิวิภตติวายงโดยมากลกษณะนีตองมีกิริยาทีเปนเหตุกตตุวาจกอยูขางหลงเชนสปเปนอตตานํฑํสาเปตวายงงูใหกดแลวซึงตนฯสามเณเรนปตตํคาหาเปตวายงสามเณรใหถือเอาแลวซึงบาตรฯ","nex":2,"url":"hak-tatiya-dutiya"},{"id":"s046","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หักฉัฏฐี.  เป็นตติยา.","level":2,"path":["หักฉัฏฐี.  เป็นตติยา."],"pdf":37,"page":31,"html":"<p>หักฉัฏฐี. เป็น ตติยา. คือ ให้แปล ส-นํ ว่า ด้วย ลักษณะนี้ต้องมีกิริยาที่เป็น ปูร ธาตุอยู่ข้างหลังเสมอ  เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โภชนสฺส   ปตฺตํ  ปูเรตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">ยังบาตร  ให้เต็มแล้ว <strong>ด้วยโภชนะ</strong> ฯ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปูวานํ     ภาชนํ ปูเรติ</div><div class=\"hb-gloss\">ยังภาชนะ ให้เต็มแล้ว <strong>ด้วยขนม</strong> ท. ฯ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อาหารสฺส  ปจฺฉึ  ปูเรตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">ยังกระเช้า ให้เต็มแล้ว <strong>ด้วยอาหาร</strong> ฯ</div></div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หกฉฏฐี.เปนตติยา.หกฉฏฐี.เปนตติยา.คือใหแปลส-นํวาดวยลกษณะนีตองมีกิริยาทีเปนปูรธาตุอยูขางหลงเสมอเชนโภชนสสปตตํปูเรตวายงบาตรใหเตมแลวดวยโภชนะฯปูวานํภาชนํปูเรติยงภาชนะใหเตมแลวดวยขนมท.ฯอาหารสสปจฉึปูเรตวายงกระเชาใหเตมแลวดวยอาหารฯ","nex":3,"url":"hak-chatthi-tatiya-2"},{"id":"s047","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หักสัตตมี.  เป็น ปฐมา.","level":2,"path":["หักสัตตมี.  เป็น ปฐมา."],"pdf":37,"page":31,"html":"<p>หัก  สัตตมี. เป็น  ปฐมา. คือให้แปล สฺมึ-สุ ว่า  อันว่า...</p>\n<p>หรือให้แปลว่าปัจจัยอัพยย-ศัพท์ที่แปลว่า ในวันนี้  เป็น  อ.วันนี้,  ในกาลนี้  เป็น  อ.กาลนี้  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑.อสุกคามโต   ฯเปฯ ตมฺพมตฺติกํ . (ธ.บ.๓ หน้า  ๑)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อสุกคามคมนมฏฺฐาเน (ลงสฺมึ) อ. ที่เป็นที่ไปสู่บ้านโน้น  อสุกคามโต จากบ้านโน้น สมํ เป็นที่เสมอ วิสมํ เป็นที่เสมอไปปราศแล้ว กทฺทมพหุลํ เป็นที่มีเปลือกตมมาก สกฺขรพหุลํ เป็นที่มีก้อนกรวดมาก กาฬมตฺติกํ เป็นที่มีดินดำ  ตมฺพมตฺติกํ เป็นที่มีดินแดง  (โหติ ย่อมเป็น) ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๒.อชฺช เม อุปชฺฌาเยน สทฺธึ ตติโย  ทิวโส เอกเสนาสเน วสนฺตสฺส.  (ธ.บ.๔ หน้า ๗๓)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>อ.วันนี้</strong>  เมื่อเรา  อยู่ๆ  ในเสนาสนะเดียวกัน  กับ  ด้วยพระอุปัชฌาย์  เป็นวันที่ ๓ (โหติ ย่อมเป็น) ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๓.อิทานิ   สายญฺจ.  (ธ.บ.๑ หน้า ๑๘-๑๙)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า  <strong>อ.กาลนี้</strong>  เป็นเวลาเย็นด้วย  หรือ  จะรวบว่า  อิทานิ  สายํ  (โหติ) จ  <strong>อ.กาลนี้</strong> เป็นเวลาเย็น ย่อมเป็นด้วย ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หกสตตมี.เปนปฐมา.หกสตตมี.เปนปฐมา.คือใหแปลสมึ-สุวาอนวา...หรือใหแปลวาปจจยอพยย-ศพททีแปลวาในวนนีเปนอ.วนนี,ในกาลนีเปนอ.กาลนีเชน๑.อสุกคามโตฯเปฯตมพมตติกํ.(ธ.บ.๓หนา๑)แปลวาอสุกคามคมนมฏฐาเน(ลงสมึ)อ.ทีเปนทีไปสูบานโนนอสุกคามโตจากบานโนนสมํเปนทีเสมอวิสมํเปนทีเสมอไปปราศแลวกททมพหุลํเปนทีมีเปลือกตมมากสกขรพหุลํเปนทีมีกอนกรวดมากกาฬมตติกํเปนทีมีดินดำตมพมตติกํเปนทีมีดินแดง(โหติยอมเปน)ฯ๒.อชชเมอุปชฌาเยนสทธึตติโยทิวโสเอกเสนาสเนวสนตสส.(ธ.บ.๔หนา๗๓)แปลวาอ.วนนีเมือเราอยูๆในเสนาสนะเดียวกนกบดวยพระอุปชฌายเปนวนที๓(โหติยอมเปน)ฯ๓.อิทานิสายญจ.(ธ.บ.๑หนา๑๘-๑๙)แปลวาอ.กาลนีเปนเวลาเยนดวยหรือจะรวบวาอิทานิสายํ(โหติ)จอ.กาลนีเปนเวลาเยนยอมเปนดวยฯ","nex":3,"url":"hak-sattami-pathama"},{"id":"s048","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"เรื่องภาวนาม","level":2,"path":["เรื่องภาวนาม"],"pdf":38,"page":32,"html":"<p><strong>ภาวนาม</strong> คือ  นามนามที่สำเร็จมาจากนามกิตก์ที่เป็น  ภาวสาธนะ  ซึ่งมีคำแปลประจำว่า ความ - อัน - การ  นั้นเอง</p>\n<p>โดยมากลง <strong>ยุ</strong> ปัจจัย ที่แปลงเป็น <strong>อน</strong> หรือ <strong>อณ</strong> แม้ที่ลง <strong>ตุํ</strong> ปัจจัยก็ดี  ลง <strong>ตพฺพ</strong> ปัจจัยก็ดี  <strong>สกฺกา</strong>  ก็ดี บางทีก็เป็นภาวนามด้วย</p>\n<p>มีวิธีแปลออกเสียงวิภัตติเหมือนนามนาม</p>\n<p>พวกภาวนามนี้ มีกิริยากิตก์ที่ลง  <strong>ตฺวา  ปัจจัย</strong>  และมีนามนามเป็นประธานเหมือนกันแต่กิริยากิตก์นั้นเรียงไว้ข้างหน้าภาวนาม</p>\n<p>และนามนามประธานนั้น  ท่านประกอบด้วย <strong>ส - นํ  ฉัฏฐีวิภัตติ</strong>  แปลว่า <strong>แห่ง</strong>  เรียงอยู่หน้าภาวนามนั้น</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"bhavanama-structure\">ภาวนาม</h2>\n<figure class=\"hb-diagram\" style=\"--hb-diagram-width:710px\"><div class=\"hb-diagram-scroll\"><img src=\"/handbook/img/bhavanama-diagram.png?v=1791818908155857609\" alt=\"แผนภาพภาวนาม: วงกลมหมายเลข ๑ เป็นประธาน (ป) ลง ส - นํ; วงรีหมายเลข ๒–๕ เป็นกิริยา ตฺวา; หมายเลข ๖ เป็นภาวนาม ลูกศรชี้จาก ๖ ไป ๕ ไป ๔ ไป ๓ ไป ๒\" width=\"710\" height=\"134\" loading=\"lazy\"></div></figure>\n<p>อธิบาย <strong>หมายเลข ๑</strong>  ได้แก่นามนามจริงๆ ซึ่งเป็นประธานของภาวนาม</p>\n<p><strong>หมายเลข ๒-๓-๔-๕</strong> เป็นกิริยากิตก์ที่ลง <strong>ตฺวา  ปัจจัย</strong></p>\n<p><strong>หมายเลข ๖</strong> คือตัวภาวนามเอง  ซึ่งเป็นธาตุตัวใด  ตัวหนึ่งที่ลง <strong>ยุ - ตุํ  ปัจจัย</strong>  เสียเป็นส่วนมาก ฯ</p>\n<p>นามนามจริงๆ ที่เป็นประธานนั้น  ท่านลง <strong>ส - นํ   ฉัฏฐีวิภัตติ</strong>  แปลว่า  <strong>แห่ง</strong></p>\n<p>ส่วนตัวภาวนามเองลงได้ทุกวิภัตติ  ลงวิภัตติใดก็ให้แปลออกเสียงวิภัตตินั้น  เหมือนแปลบทนามนามธรรมดา</p>\n<p>แต่โดยมากภาวนามชอบลง <strong>สิ ปฐมาวิภัตติ</strong> แปลว่า อ.อัน -ฯ</p>","outline":[{"title":"ภาวนามคืออะไร","section":"s048","anchor":"s048"},{"title":"แผนผังและส่วนประกอบ","section":"s048","anchor":"bhavanama-structure"},{"title":"ขั้นตอนการแปล","section":"s049","anchor":"s049"},{"title":"ยุ ปัจจัย","section":"s050","anchor":"s050"},{"title":"ตุํ ปัจจัย","section":"s051","anchor":"s051"},{"title":"ตพฺพ ปัจจัย","section":"s052","anchor":"s052"},{"title":"สกฺกา","section":"s053","anchor":"s053"},{"title":"ภาวศัพท์","section":"s054","anchor":"s054"},{"title":"ภาวตัทธิต","section":"s055","anchor":"s055"}],"topics":[{"anchor":"bhavanama-structure","title":"ภาวนาม","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"เรืองภาวนามภาวนามคือนามนามทีสำเรจมาจากนามกิตกทีเปนภาวสาธนะซึงมีคำแปลประจำวาความ-อน-การนนเองโดยมากลงยุปจจยทีแปลงเปนอนหรืออณแมทีลงตุํปจจยกดีลงตพพปจจยกดีสกกากดีบางทีกเปนภาวนามดวยมีวิธีแปลออกเสียงวิภตติเหมือนนามนามพวกภาวนามนีมีกิริยากิตกทีลงตวาปจจยและมีนามนามเปนประธานเหมือนกนแตกิริยากิตกนนเรียงไวขางหนาภาวนามและนามนามประธานนนทานประกอบดวยส-นํฉฏฐีวิภตติแปลวาแหงเรียงอยูหนาภาวนามนนภาวนาม[แผนภาพ:วงกลม๑=ป(ส-นํ)→วงรี๒=ตวา←๓=ตวา←๔=ตวา←๕=ตวา←๖=ภาว]อธิบายหมายเลข๑ไดแกนามนามจริงๆซึงเปนประธานของภาวนามหมายเลข๒-๓-๔-๕เปนกิริยากิตกทีลงตวาปจจยหมายเลข๖คือตวภาวนามเองซึงเปนธาตุตวใดตวหนึงทีลงยุ-ตุํปจจยเสียเปนสวนมากฯนามนามจริงๆทีเปนประธานนนทานลงส-นํฉฏฐีวิภตติแปลวาแหงสวนตวภาวนามเองลงไดทุกวิภตติลงวิภตติใดกใหแปลออกเสียงวิภตตินนเหมือนแปลบทนามนามธรรมดาแตโดยมากภาวนามชอบลงสิปฐมาวิภตติแปลวาอ.อน-ฯ","nex":0,"url":"bhavanama"},{"id":"s049","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"วิธีแปลภาวนาม","level":3,"path":["เรื่องภาวนาม","วิธีแปลภาวนาม"],"pdf":38,"page":32,"html":"<ol class=\"hb-procedure\"><li>ให้แปลเฉพาะ  <strong>วิภัตติ</strong>  ที่บทภาวนามนั้นก่อน  แต่ตัวภาวนามอย่าพึ่งแปล</li><li>พอแปลวิภัตติที่ภาวนามแล้วให้ไปแปลกิริยากิตก์ที่ลง  ตฺวา  ปัจจัย  ตัวที่ ๑  ก่อน  แล้วจึงส่งไปใส่กิริยาข้างหลังๆไปโดยลำดับ   จนสุดท้ายส่งไปใส่ภาวนาม</li><li>ให้แปลภาวนามแล้ว จึงแปลนามนามที่ลง  ส - นํ  นั้นว่า  แห่ง -</li><li>ถ้านามบทนั้นมีวิเสสนะอยู่ก็ให้แปลต่อไปจนจบ</li></ol>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วิธีแปลภาวนามใหแปลเฉพาะวิภตติทีบทภาวนามนนกอนแตตวภาวนามอยาพึงแปลพอแปลวิภตติทีภาวนามแลวใหไปแปลกิริยากิตกทีลงตวาปจจยตวที๑กอนแลวจึงสงไปใสกิริยาขางหลงๆไปโดยลำดบจนสุดทายสงไปใสภาวนามใหแปลภาวนามแลวจึงแปลนามนามทีลงส-นํนนวาแหง-ถานามบทนนมีวิเสสนะอยูกใหแปลตอไปจนจบ","nex":0,"url":"bhavanama#withi-plae"},{"id":"s050","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ภาวนามที่ลง ยุ  ปัจจัย","level":3,"path":["เรื่องภาวนาม","ภาวนามที่ลง ยุ  ปัจจัย"],"pdf":39,"page":33,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑.อตฺตโน  ปญฺญานุรูเปน  เอกํ วา เทฺว วา  นิกาเย   สกลํ วา ปน  เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ <strong>อุคฺคณฺหิตฺวา</strong> ตสฺส <strong>ธารณํ</strong> <strong>กถนํ</strong> <strong>วาจนํ</strong>.    <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=7\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๗\">(ธบ.๑/๗)</a></div></div>\n<p><strong>ธารณํ กถนํ วาจนํ</strong> ๓ บทนี้เป็นภาวนาม  เป็นประธานในประโยคนี้ด้วย จึงแปลว่า อันว่า - ทั้ง ๓ บท</p>\n<p>แต่เวลาแปลจริงๆ ให้แปลว่า  อันว่า  หนเดียว  อุคฺคณฺหิตฺวา  เป็นกิริยาที่จะต้องแปลส่งมาใส่ <strong>ธารณํ  กถนํ  วาจนํ</strong></p>\n<p>เฉพาะ <strong>ธารณํ  กถนํ  วาจนํ</strong> ให้แปลแต่เพียง  อ.อัน  เท่านั้น  อย่าพึ่งแปลตัว <strong>ธร กถ วจ</strong>  ธาตุพักไว้ก่อน</p>\n<p>ให้ไปแปล อุคฺคณฺหิตฺวา  พร้อมกับบทขยาย  ซึ่งอยู่หน้านั้นเสียให้หมด  จึงย้อนมาใส่ ธร กถ วจ ธาตุทีหลัง</p>\n<p>แต่โดยมากพึงจำไว้ว่า  ภาวนามมีอยู่ที่ไหน  ที่นั้นเมื่อจะแปลก็ให้อ่านรวบเข้ากัน   แล้วแปลจึงจะได้ความดี</p>\n<p class=\"hb-example-note\">และให้จัดแจงเรียงนามและเรียงศัพท์ต่างๆไว้หน้าไว้หลังเสียให้เรียบร้อยจึงแปล  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อตฺตโน   ปญฺญานุรูเปน   เอกํ วา เทฺว วา  นิกาเย   สกลํ วา ปน  เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ <strong>อุคฺคณฺหิตฺวา</strong> ตสฺส (พุทฺธวจนสฺส) <strong>ธารณํ</strong>   <strong>กถนํ</strong>   <strong>วาจนํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า  <strong>อ.อันเรียนเอา</strong>  ซึ่งนิกาย ๑  หรือ  หรือว่า  ซึ่งนิกาย ท.๒ ก็หรือว่า  ซึ่งพระพุทธวจน์ คือ ปิฏก ๓  ทั้งสิ้น  แล้วทรงไว้  กล่าวได้  บอกได้  ซึ่งพระพุทธพจน์นั้น ตามสมควรแก่ปัญญาของตน</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">อนึ่งเมื่อท่านจะรวบแปล ณ  ที่ใด  ณ  ที่นั้นให้ขีดเครื่องหมายรวบ (-) ไว้ด้วย  ดังขีดหมายไว้ที่แปลนี้ ฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">สลฺลหุกวุตฺติโน-ปน-ปนฺตเสนาสนาภิรตสฺส-อตฺตภาเว-ขยวยํ-<strong>ปฏฺฐเปตฺวา</strong>-สาตจฺจกิริยา-วเสน-วิปสฺสนํ-<strong>วฑฺเฒตฺวา</strong>-<strong>อรหตฺตคฺคหณํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>อ.อันเริ่มตั้งแล้ว</strong>  ซึ่งความสิ้นไปและความเสื่อมไป  ในอัตตภาพ  ยังวิปัสสนา  ให้เจริญแล้วด้วยสามารถแห่งอันกระทำให้เป็นไปติดต่อ  ถือเอาซึ่งพระอรหัต (ของภิกษุ) ผู้มีอันประพฤติเบาพร้อมเป็นปกติ  ผู้ยินดียิ่งแล้วในเสนาสนะอันสงัดแล้ว</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">คหณํ หรือ  อรหตฺตคฺคหณํ เป็นประธานในประโยค , ภิกฺขุโน ในวงเล็บเป็นนามนามประธาน ของ อรหตฺตคฺคหณํ  ซึ่งเป็นภาวนาม ๑  ปฏฺฐเปตฺวา  ส่งใส่  วฑฺเฒตฺวา ฯ ส่งใส่ คหณํ ดังแปลมานั้น  พึงเทียบกันดูกับตัวอย่างในข้อที่ ๑ ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ภาวนามทีลงยุปจจย๑.อตตโนปญญานุรูเปนเอกํวาเทววานิกาเยสกลํวาปนเตปิฏกํพุทธวจนํอุคคณหิตวาตสสธารณํกถนํวาจนํ.(ธบ.๑/๗)ธารณํกถนํวาจนํ๓บทนีเปนภาวนามเปนประธานในประโยคนีดวยจึงแปลวาอนวา-ทง๓บทแตเวลาแปลจริงๆใหแปลวาอนวาหนเดียวอุคคณหิตวาเปนกิริยาทีจะตองแปลสงมาใสธารณํกถนํวาจนํเฉพาะธารณํกถนํวาจนํใหแปลแตเพียงอ.อนเทานนอยาพึงแปลตวธรกถวจธาตุพกไวกอนใหไปแปลอุคคณหิตวาพรอมกบบทขยายซึงอยูหนานนเสียใหหมดจึงยอนมาใสธรกถวจธาตุทีหลงแตโดยมากพึงจำไววาภาวนามมีอยูทีไหนทีนนเมือจะแปลกใหอานรวบเขากนแลวแปลจึงจะไดความดีและใหจดแจงเรียงนามและเรียงศพทตางๆไวหนาไวหลงเสียใหเรียบรอยจึงแปลเชนอตตโนปญญานุรูเปนเอกํวาเทววานิกาเยสกลํวาปนเตปิฏกํพุทธวจนํอุคคณหิตวาตสส(พุทธวจนสส)ธารณํกถนํวาจนํแปลวาอ.อนเรียนเอาซึงนิกาย๑หรือหรือวาซึงนิกายท.๒กหรือวาซึงพระพุทธวจนคือปิฏก๓ทงสินแลวทรงไวกลาวไดบอกไดซึงพระพุทธพจนนนตามสมควรแกปญญาของตนอนึงเมือทานจะรวบแปลณทีใดณทีนนใหขีดเครืองหมายรวบ(-)ไวดวยดงขีดหมายไวทีแปลนีฯสลลหุกวุตติโน-ปน-ปนตเสนาสนาภิรตสส-อตตภาเว-ขยวยํ-ปฏฐเปตวา-สาตจจกิริยา-วเสน-วิปสสนํ-วฑเฒตวา-อรหตตคคหณํแปลวาอ.อนเริมตงแลวซึงความสินไปและความเสือมไปในอตตภาพยงวิปสสนาใหเจริญแลวดวยสามารถแหงอนกระทำใหเปนไปติดตอถือเอาซึงพระอรหต(ของภิกษุ)ผูมีอนประพฤติเบาพรอมเปนปกติผูยินดียิงแลวในเสนาสนะอนสงดแลวคหณํหรืออรหตตคคหณํเปนประธานในประโยค,ภิกขุโนในวงเลบเปนนามนามประธานของอรหตตคคหณํซึงเปนภาวนาม๑ปฏฐเปตวาสงใสวฑเฒตวาฯสงใสคหณํดงแปลมานนพึงเทียบกนดูกบตวอยางในขอที๑ฯ","nex":3,"url":"bhavanama#yu-paccaya"},{"id":"s051","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ภาวนามที่เป็น ตุํ ปัจจัย","level":3,"path":["เรื่องภาวนาม","ภาวนามที่เป็น ตุํ ปัจจัย"],"pdf":40,"page":34,"html":"<p>ธาตุที่ลง <strong>ตุํ ปัจจัย</strong> นามกิตก์สำเร็จแล้ว  แปลว่า  อันว่า อัน-บ้าง  เพื่ออัน-บ้าง เรียกว่า  ภาวนามเหมือนกัน</p>\n<p>เพราะแปลคล้ายๆที่ลง ยุ ปัจจัย  ซึ่งเป็นภาวสาธนะแสดงมาแล้วดังต่อไปนี้.</p>\n<p>ธาตุที่ลง  <strong>ตุํ ปัจจัย</strong> อยู่ในประโยคที่มี  <strong>วฏฺฏติ</strong>-ย่อมควร, <strong>ยุตฺตํ</strong>-ควรแล้ว, <strong>อยุตฺตํ</strong>-ไม่ควรแล้ว คุมพากย์  หรือ ธาตุที่ลง  ตุํ  ปัจจัย  อยู่ในประโยคที่มีบทว่า <strong>ปฏิรูปํ</strong>-เป็นของสมควร, อนุฉวิกํ เป็นของสมควร , อนุรูปํ-เป็นของสมควรฯ</p>\n<p>ตุํ ปัจจัย นั้น  ให้แปลว่า <strong>อ.อัน</strong> เป็นประธานในประโยค</p>\n<p>ธาตุที่ลง ตุํ ปัจจัย  นั้นก็มีนามนามประธานเหมือนกัน  แต่นามนามบทนั้นนิยมลง  นา-หิ  ตติยาวิภัตติ  เป็นบท  อนภิหิตกตฺตา  แปลว่า  อัน  บางทีท่านก็เรียงไว้  บางทีไม่เรียงไว้</p>\n<p>เวลาแปลให้คุดเข้ามาเอง  โดยมากให้คุดอนภิหิตกตฺตา เข้ามาตามเรื่องนิทานตรงนั้น  เป็นอันเรา  อันท่าน-อันใครๆ-อันบุคคล</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กาตุํ</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>อ.อันอันเรา</strong>-ทำ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วตฺตุํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.อันอันท่าน-กล่าว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ทาตุํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.อันอันใครๆ ให้</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โสตุํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.อันอันบุคคล-ฟัง</div></div></div>\n<p>เป็นต้น  ภาวนามที่ลง ตุํ ปัจจัย  อยู่หน้าหลายๆ บท  ก็มี กิริยา  ตฺวา  นั้น  ให้แปลใส่กันเป็นทอดๆ มาโดยลำดับ  จนถึงส่งใส่ธาตุที่ลง ตุํ  ปัจจัยเป็นสุดท้าย เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ภิกฺขุนา</strong> นาม อตฺตนา ปจฺจเย <strong>ลภิตฺวา</strong> อญฺญํ <strong>อโนโลเกตฺวา</strong> สยเมว <strong>ปริภุญฺชิตุํ</strong> วฏฺฏติ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า  <strong>อ.อันชื่ออันภิกษุ</strong>  ได้แล้วซึ่งปัจจัย  ท. ด้วยตน  ไม่แลดูแล้วซึ่งภิกษุอื่น  บริโภคเองนั้นเทียว  ย่อมควร ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\"><strong>ปริภุญฺชิตุํ</strong> เป็นภาวนาม  เป็นประธานในประโยคนี้ <strong>ภิกฺขุนา</strong> เป็นนามนามประธาน หรือเป็นเจ้าของแห่ง <strong>ปริภุญฺชิตุํ , ลภิตฺวา</strong> ส่งใส่ <strong>อโนโลเกตฺวา</strong> ฯ ส่งใส่ <strong>ปริภุญฺชิตุํ ฯ</strong></p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อชฺเชว  มยา  <strong>ปลายิตฺวา</strong>  <strong>ปพฺพชิตุํ</strong>  วฏฺฏติ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า  <strong>อ.อันอันเรา</strong>  หนีไปแล้วบวชในวันนี้นั่นเทียว  ย่อมควร ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ภาวนามทีเปนตุํปจจยธาตุทีลงตุํปจจยนามกิตกสำเรจแลวแปลวาอนวาอน-บางเพืออน-บางเรียกวาภาวนามเหมือนกนเพราะแปลคลายๆทีลงยุปจจยซึงเปนภาวสาธนะแสดงมาแลวดงตอไปนี.ธาตุทีลงตุํปจจยอยูในประโยคทีมีวฏฏติ-ยอมควร,ยุตตํ-ควรแลว,อยุตตํ-ไมควรแลวคุมพากยหรือธาตุทีลงตุํปจจยอยูในประโยคทีมีบทวาปฏิรูปํ-เปนของสมควร,อนุฉวิกํเปนของสมควร,อนุรูปํ-เปนของสมควรฯตุํปจจยนนใหแปลวาอ.อนเปนประธานในประโยคธาตุทีลงตุํปจจยนนกมีนามนามประธานเหมือนกนแตนามนามบทนนนิยมลงนา-หิตติยาวิภตติเปนบทอนภิหิตกตตาแปลวาอนบางทีทานกเรียงไวบางทีไมเรียงไวเวลาแปลใหคุดเขามาเองโดยมากใหคุดอนภิหิตกตตาเขามาตามเรืองนิทานตรงนนเปนอนเราอนทาน-อนใครๆ-อนบุคคลกาตุํอ.อนอนเรา-ทำ,วตตุํอ.อนอนทาน-กลาว,ทาตุํอ.อนอนใครๆให,โสตุํอ.อนอนบุคคล-ฟงเปนตนภาวนามทีลงตุํปจจยอยูหนาหลายๆบทกมีกิริยาตวานนใหแปลใสกนเปนทอดๆมาโดยลำดบจนถึงสงใสธาตุทีลงตุํปจจยเปนสุดทายเชนภิกขุนานามอตตนาปจจเยลภิตวาอญญํอโนโลเกตวาสยเมวปริภุญชิตุํวฏฏติ.แปลวาอ.อนชืออนภิกษุไดแลวซึงปจจยท.ดวยตนไมแลดูแลวซึงภิกษุอืนบริโภคเองนนเทียวยอมควรฯปริภุญชิตุํเปนภาวนามเปนประธานในประโยคนีภิกขุนาเปนนามนามประธานหรือเปนเจาของแหงปริภุญชิตุํ,ลภิตวาสงใสอโนโลเกตวาฯสงใสปริภุญชิตุํฯอชเชวมยาปลายิตวาปพพชิตุํวฏฏติ.แปลวาอ.อนอนเราหนีไปแลวบวชในวนนีนนเทียวยอมควรฯ","nex":6,"url":"bhavanama#tum-paccaya"},{"id":"s052","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ภาวนามที่เป็น ตพฺพ  ปัจจัย","level":3,"path":["เรื่องภาวนาม","ภาวนามที่เป็น ตพฺพ  ปัจจัย"],"pdf":40,"page":34,"html":"<p>ตพฺพ  ปัจจัยกิริยากิตก์  โดยมากเป็นกิริยา  แต่ที่เรียกว่า  ภาวนามก็เพราะมีใช้ในบางแห่งใช้เหมือนนามกิตก์ที่เป็นภาวสาธนะ  คือใช้เป็นตัวประธานในประโยคแปลออก</p>\n<p>เสียงวิภัตติเหมือนกันและเมื่อจะแปลก็ให้อ่านรวบบทต่างๆ เข้าใส่ ตพฺพ  ปัจจัย  แล้วจึงแปลเหมือนกับภาวนามที่ลง  ยุ และ ตุํ  ปัจจัย  ดังกล่าวแล้ว  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เอวํ  อริยมคฺคญาณคฺคินาปิ  มหนฺตานิ  จ ขุทฺทกานิ จ สญฺโญชนานิ  ฑหนฺเตน <strong>คนฺตพฺพํ</strong>  ภวิสฺสติ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า  <strong>อ.อันอันภิกษุ</strong>  เผาอยู่  ซึ่งสังโยชน์ ท. อันใหญ่ด้วย  อันเล็กด้วย  แม้ด้วยไฟคือ อริยมรรคญาณพึงไป  จักเป็น  ฉันนั้น ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">คนฺตพฺพํ  เป็นภาวนาม  และเป็นตัวประธานในประโยคนี้ ฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">มนุสฺสานํ มงฺคลามงฺคลฏฺฐาเนสุ ภิกฺขูหิ <strong>คนฺตพฺพํ</strong> โหติ .</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า  <strong>อ.อันอันภิกษุ</strong> ท. พึงไป  ในที่แห่งมงคลและอวมงคล ท. ของมนุษย์ ท. ย่อมมี ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ในประโยคนี้ คนฺตพฺพํ  เป็นภาวนาม  และเป็นบทประธานดังแปลมานี้ ฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อายุวฑฺฒนกุมาเรน  กิร  สตฺตเม  ทิวเส  <strong>มริตพฺพํ</strong>  อภวิสฺส.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า  ได้ยินว่า <strong>อ.อันอันกุมาร</strong>ชื่อว่าอายุวัฑฒนะ พึงตาย ในวันที่ ๗ จักได้เป็นแล้ว ฯ</div></div>\n<p>ในประโยคนี้มี  มริตพฺพํ  เป็นประธาน  เป็นภาวนาม</p>\n<p>เรื่อง ตพฺพ เป็นภาวนาม  แปลออกเสียงปฐมาวิภัตติว่า อันว่า  มีในธรรมบท ๘  ภาคเพียง ๓  แห่งเท่านั้น</p>\n<p>ตพฺพ ในประโยคต่างๆนอกนี้ล้วนใช้เป็นกิริยาคุมพากย์บ้าง ใช้เป็นวิเสสนะบ้าง วิกตกกตฺตาบ้าง ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ภาวนามทีเปนตพพปจจยตพพปจจยกิริยากิตกโดยมากเปนกิริยาแตทีเรียกวาภาวนามกเพราะมีใชในบางแหงใชเหมือนนามกิตกทีเปนภาวสาธนะคือใชเปนตวประธานในประโยคแปลออกเสียงวิภตติเหมือนกนและเมือจะแปลกใหอานรวบบทตางๆเขาใสตพพปจจยแลวจึงแปลเหมือนกบภาวนามทีลงยุและตุํปจจยดงกลาวแลวเชนเอวํอริยมคคญาณคคินาปิมหนตานิจขุททกานิจสญโญชนานิฑหนเตนคนตพพํภวิสสติ.แปลวาอ.อนอนภิกษุเผาอยูซึงสงโยชนท.อนใหญดวยอนเลกดวยแมดวยไฟคืออริยมรรคญาณพึงไปจกเปนฉนนนฯคนตพพํเปนภาวนามและเปนตวประธานในประโยคนีฯมนุสสานํมงคลามงคลฏฐาเนสุภิกขูหิคนตพพํโหติ.แปลวาอ.อนอนภิกษุท.พึงไปในทีแหงมงคลและอวมงคลท.ของมนุษยท.ยอมมีฯในประโยคนีคนตพพํเปนภาวนามและเปนบทประธานดงแปลมานีฯอายุวฑฒนกุมาเรนกิรสตตเมทิวเสมริตพพํอภวิสส.แปลวาไดยินวาอ.อนอนกุมารชือวาอายุวฑฒนะพึงตายในวนที๗จกไดเปนแลวฯในประโยคนีมีมริตพพํเปนประธานเปนภาวนามเรืองตพพเปนภาวนามแปลออกเสียงปฐมาวิภตติวาอนวามีในธรรมบท๘ภาคเพียง๓แหงเทานนตพพในประโยคตางๆนอกนีลวนใชเปนกิริยาคุมพากยบางใชเปนวิเสสนะบางวิกตกกตตาบางฯ","nex":3,"url":"bhavanama#tabba-paccaya"},{"id":"s053","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ภาวนามที่เป็น  สกฺกา","level":3,"path":["เรื่องภาวนาม","ภาวนามที่เป็น  สกฺกา"],"pdf":41,"page":35,"html":"<p><strong>สกฺกา</strong>  แปลว่า  <strong>อาจ</strong>  โดยปกติใช้เป็นกิริยาคุมพากย์   เป็นภาววาจก</p>\n<p>แต่มีบางแห่งใช้  <strong>สกฺกา</strong> เป็น  ตัวประธาน  ให้แปลออกเสียงวิภัตติว่า  อันว่า...ได้เหมือนนามนาม  ก็เลยเรียกว่า  ภาวนาม</p>\n<p>มีวิธีแปลเหมือนภาวนามทั้งหลายที่แสดงมาแล้ว  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตํ  ปน  เตน  เตน  อุปาเยน  มญฺจปฏิปาทกํ  วา  ปาทกฐลิกํ  วา  ผลกปีฐกํ  วา <strong>กาตุํ</strong> <strong>สกฺกา</strong>ปิ   ภเวยฺย.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า  แม้ อ. <strong>อันอันบุคคลอาจ</strong>  เพื่ออันกระทำ  ซึ่งไม้นั้นให้เป็นเชิงแห่งเตียงหรือ หรือว่าให้เป็นเขียงสำหรับรองซึ่งเท้า หรือว่าให้เป็นตั่งสำหรับรองซึ่ง แผ่นกระดาน โดยอุบายนั้นๆ  พึงเป็นฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ในประโยคนี้ สกฺกา   แปลว่า อ.อันอันบุคคลอาจ ก็เลยเป็นตัวประธานไปและจัดเป็นภาวนามด้วย  แต่มีบางท่านแปลประโยคนี้ ดังนี้</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตตฺถ  นํ  อาคตํ  <strong>คเหตุํ</strong>  <strong>สกฺกา</strong>  ภวิสฺสติ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า (รวบ)  อ.<strong>อันอันพระองค์อาจ</strong>เพื่ออันจับซึ่งพระราชาพระนามว่า  อุเทน  ผู้เสด็จมาแล้ว  ในที่นั้น  จักเป็น ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยตฺตเกน  <strong>โอโลเกตุํ</strong>  <strong>สกฺกา</strong>  โหติ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า (รวบ)  อ.<strong>อันอันท่าน ท. อาจ</strong>เพื่ออันแลดูโดยช่องมีประมาณเท่าใด  ย่อมเป็นฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ภาวนามทีเปนสกกาสกกาแปลวาอาจโดยปกติใชเปนกิริยาคุมพากยเปนภาววาจกแตมีบางแหงใชสกกาเปนตวประธานใหแปลออกเสียงวิภตติวาอนวา...ไดเหมือนนามนามกเลยเรียกวาภาวนามมีวิธีแปลเหมือนภาวนามทงหลายทีแสดงมาแลวเชนตํปนเตนเตนอุปาเยนมญจปฏิปาทกํวาปาทกฐลิกํวาผลกปีฐกํวากาตุํสกกาปิภเวยย.แปลวาแมอ.อนอนบุคคลอาจเพืออนกระทำซึงไมนนใหเปนเชิงแหงเตียงหรือหรือวาใหเปนเขียงสำหรบรองซึงเทาหรือวาใหเปนตงสำหรบรองซึงแผนกระดานโดยอุบายนนๆพึงเปนฯในประโยคนีสกกาแปลวาอ.อนอนบุคคลอาจกเลยเปนตวประธานไปและจดเปนภาวนามดวยแตมีบางทานแปลประโยคนีดงนีตตถนํอาคตํคเหตุํสกกาภวิสสติ.แปลวา(รวบ)อ.อนอนพระองคอาจเพืออนจบซึงพระราชาพระนามวาอุเทนผูเสดจมาแลวในทีนนจกเปนฯยตตเกนโอโลเกตุํสกกาโหติ.แปลวา(รวบ)อ.อนอนทานท.อาจเพืออนแลดูโดยชองมีประมาณเทาใดยอมเปนฯ","nex":3,"url":"bhavanama#sakka"},{"id":"s054","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ภาวนามที่เป็น  ภาว  ศัพท์","level":3,"path":["เรื่องภาวนาม","ภาวนามที่เป็น  ภาว  ศัพท์"],"pdf":42,"page":36,"html":"<p><strong>ภาวศัพท์</strong>  ได้แสดงวิธีแปลไว้ในหนังสือ บันทึกเรียนบาลีไวยากรณ์</p>\n<p>ภาวศัพท์  มีอยู่ในที่ใดในที่นั้นต้องอ่านรวบบทต่างๆ ที่อยู่หน้าเข้ามาใส่ภาวศัพท์  แล้วแปลดังนี้ :-</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตถาคตสฺส  ตตฺถ   หตฺถินาเคน  อุปฏฺฐิยมานสฺส  <strong>วสนภาโว</strong>  สกลชมฺพุทีเป   ปากโฏ อโหสิ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า (รวบ) อ.<strong>ความเป็นคือ</strong>อันอยู่ในที่นั้นแห่งพระตถาคต  ผู้อันช้างตัวประเสริฐบำรุงอยู่  เป็นอาการอันปรากฏแล้ว  ในชมพูทวีปทั้งสิ้น  ได้เป็นแล้ว ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ในประโยคนี้ <strong>ภาโว</strong> ซึ่งสมาสติดกับ <strong>วาสน</strong> เป็นภาวนาม  และเป็นประธาน ฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อเถโก  ภิกฺขุ  ตถาคตํ  อุปสงฺกมิตฺวา  ฯเปฯ อุกฺเขปเกปิ  วาริยมานานํปิ  จ  เตสํ  ตํ อนุปริ-าเรตฺวา  <strong>วิจรณภาวํ</strong>  อาโรเจสิ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า  ครั้งนั้น  อ.ภิกษุ  รูปหนึ่ง  เข้าไปหาแล้ว  ซึ่งพระตถาคต  กราบทูลแล้ว ฯเปฯ ซึ่ง<strong>ความเป็นคือ</strong>อันตามแวดล้อมแล้ว  ซึ่งพระธรรมกถึก  นั้น  เที่ยวไป  แห่งภิกษุ ท. เหล่านั้น   แม้ผู้อันภิกษุ ท. ผู้ยกวัตรห้ามอยู่ด้วย ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ภาวนามทีเปนภาวศพทภาวศพทไดแสดงวิธีแปลไวในหนงสือบนทึกเรียนบาลีไวยากรณภาวศพทมีอยูในทีใดในทีนนตองอานรวบบทตางๆทีอยูหนาเขามาใสภาวศพทแลวแปลดงนี:-ตถาคตสสตตถหตถินาเคนอุปฏฐิยมานสสวสนภาโวสกลชมพุทีเปปากโฏอโหสิ.แปลวา(รวบ)อ.ความเปนคืออนอยูในทีนนแหงพระตถาคตผูอนชางตวประเสริฐบำรุงอยูเปนอาการอนปรากฏแลวในชมพูทวีปทงสินไดเปนแลวฯในประโยคนีภาโวซึงสมาสติดกบวาสนเปนภาวนามและเปนประธานฯอเถโกภิกขุตถาคตํอุปสงกมิตวาฯเปฯอุกเขปเกปิวาริยมานานํปิจเตสํตํอนุปริ-าเรตวาวิจรณภาวํอาโรเจสิ.แปลวาครงนนอ.ภิกษุรูปหนึงเขาไปหาแลวซึงพระตถาคตกราบทูลแลวฯเปฯซึงความเปนคืออนตามแวดลอมแลวซึงพระธรรมกถึกนนเทียวไปแหงภิกษุท.เหลานนแมผูอนภิกษุท.ผูยกวตรหามอยูดวยฯ","nex":2,"url":"bhavanama#bhava-sap"},{"id":"s055","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ภาวนามที่เป็น  ภาวตัทธิต","level":3,"path":["เรื่องภาวนาม","ภาวนามที่เป็น  ภาวตัทธิต"],"pdf":42,"page":36,"html":"<p>ศัพท์ที่ลงปัจจัยภาวตัทธิต มี  <strong>ตฺต ตา ปัจจัย</strong>  เป็นต้น  มีวิธีแปลเหมือนภาวศัพท์ ดังที่แสดงไว้แล้วในหนังสือบันทึก   แต่ในที่นี้จะยกตัวอย่างเท่านั้น  ดังนี้:-</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ปุพฺเพเปเต  คทฺรภโยนิยํ  นิพฺพตฺตา  ปญฺจสตา  ฯเปฯ นิหีนํ  ปิวิตฺวา  มธุมตฺตา  วิย นทนฺตา  วิจรึสุ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า  อ.บุคคลผู้เคียวกินซึ่งเดน ท. เหล่านั้น  เกิดแล้ว  ในกำเนิดแห่งฬา  เป็นฬา  มีร้อยห้าเป็นประมาณ  แม้ในกาลก่อน  ดื่มแล้ว  ซึ่งน้ำอันมีรสน้อย  อันเลว  อันถึงแล้ว ซึ่งนั้นนับ  ว่าน้ำหาง  ดังนี้ (รวบ)  <strong>เพราะความที่</strong> (แห่งน้ำนั้นเป็นน้ำอันบุคคล) ขยำแล้ว ซึ่งกากอันเป็นเดน   อันเหลือลงจากน้ำเป็นอันเขาพึงดื่ม (อันบุคคลปรุงแล้ว) ด้วยเปลือกปอและผ้าท่อนเก่า ท. เป็นราวกะว่าเมาแล้ว  ด้วยน้ำหวาน (หุตฺวาเป็น) นทนฺตา  บันลืออยู่  เที่ยวไปแล้ว ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ในประโยคนี้  ปริสฺสาวิตตฺตา เป็นภาวนาม ลง สฺมา ปัญฺจมีวิภัตติ เป็นเหตุแปลรวบบทข้างหน้าเข้ามาใส่มากมาย  แปลยากเสียด้วย  ต้องกำหนดให้ดี ฯ</p>\n<p>จำพวกปัจจัย  ภาวตัทธิตมีอยู่ที่ใด  ที่นั้นต้องแปลรวบบทข้างหน้าเข้ามาหาปัจจัยภาวตัทธิตเสมอ</p>\n<p>แต่การรวบนั้นต้องพิจารณารวบเข้ามาเฉพาะบทที่เกี่ยวข้องกันเท่านั้น บทที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัจจัยตัทธิตนั้นก็ไม่ต้องรวบเข้ามาแปลด้วย</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ภาวนามทีเปนภาวตทธิตศพททีลงปจจยภาวตทธิตมีตตตาปจจยเปนตนมีวิธีแปลเหมือนภาวศพทดงทีแสดงไวแลวในหนงสือบนทึกแตในทีนีจะยกตวอยางเทานนดงนี:-ปุพเพเปเตคทรภโยนิยํนิพพตตาปญจสตาฯเปฯนิหีนํปิวิตวามธุมตตาวิยนทนตาวิจรึสุ.แปลวาอ.บุคคลผูเคียวกินซึงเดนท.เหลานนเกิดแลวในกำเนิดแหงฬาเปนฬามีรอยหาเปนประมาณแมในกาลกอนดืมแลวซึงนำอนมีรสนอยอนเลวอนถึงแลวซึงนนนบวานำหางดงนี(รวบ)เพราะความที(แหงนำนนเปนนำอนบุคคล)ขยำแลวซึงกากอนเปนเดนอนเหลือลงจากนำเปนอนเขาพึงดืม(อนบุคคลปรุงแลว)ดวยเปลือกปอและผาทอนเกาท.เปนราวกะวาเมาแลวดวยนำหวาน(หุตวาเปน)นทนตาบนลืออยูเทียวไปแลวฯในประโยคนีปริสสาวิตตตาเปนภาวนามลงสมาปญจมีวิภตติเปนเหตุแปลรวบบทขางหนาเขามาใสมากมายแปลยากเสียดวยตองกำหนดใหดีฯจำพวกปจจยภาวตทธิตมีอยูทีใดทีนนตองแปลรวบบทขางหนาเขามาหาปจจยภาวตทธิตเสมอแตการรวบนนตองพิจารณารวบเขามาเฉพาะบททีเกียวของกนเทานนบททีไมเกียวของกบปจจยตทธิตนนกไมตองรวบเขามาแปลดวย","nex":1,"url":"bhavanama#bhava-taddhita"},{"id":"s056","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"วิธีแปล น โน มา","level":2,"path":["วิธีแปล น โน มา"],"pdf":43,"page":37,"html":"<p>น  โน  มา  เรียกว่านิบาตบอกความปฏิเสธ  โดยมากปฏิเสธในกิริยาอาขยาต</p>\n<p>มีปฏิเสธในกิริยากิตก์บ้างเล็กน้อย   ปฏิเสธในกิริยาคุมพากย์ทั้งสิ้น</p>\n<p>เวลาแปลให้แปลรวบพร้อมกันกับกิริยานั้นๆจึงจะได้ความ  มีใช้ต่างกันดังนี้</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"negative-na-no\">น  โน  แปลว่า  ไม่</h2>\n<p>ใช้ปฏิเสธกับกิริยาอาขยาตได้ทุกหมวดวิภัตติอาขยาต  ให้แปลรวบเข้ากับกิริยาอาขยาต  นั้น  เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">น-โหติ</div><div class=\"hb-gloss\">ย่อมไม่มี</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โน-กโรติ</div><div class=\"hb-gloss\">ย่อมไม่กระทำ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">น-ภเวยฺย</div><div class=\"hb-gloss\">ไม่พึงมี</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โน-ภวิสฺสติ</div><div class=\"hb-gloss\">จักไม่มี</div></div></div>\n<p>เป็นต้น  ถ้าจะปฏิเสธเฉพาะบทนามนามคุณนามกิริยากิตก์และนามกิตก์นั้นๆ  ท่านแปลงเป็น อ. หรือเป็น  อน  แปลว่า  มิใช่-ไม่ใช่ , ไม่เป็น-เป็น.....หามิได้, ไม่มี-มี.....หามิได้เรียงไว้หน้าทั้งบททั้ง ๒ เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อพฺราหฺมโณ</div><div class=\"hb-gloss\">มิใช่พราหมณ์</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อนสฺโส</div><div class=\"hb-gloss\">มิใช่ม้า</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อนุปฺปนฺโน</div><div class=\"hb-gloss\">ไม่เกิดขึ้นแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อกตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">ไม่กทำแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อกรณํ</div><div class=\"hb-gloss\">การไม่กระทำ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อทานํ</div><div class=\"hb-gloss\">การไม่ให้</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อปุตฺตโก</div><div class=\"hb-gloss\">ไม่มีบุตร</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อนาลโย</div><div class=\"hb-gloss\">ไม่มีความอาลัย</div></div></div>\n<p>เป็นต้น แต่ น  โน  เรียงไว้โดด ๆ ไม่ปฏิเสธในบทใดโดยเฉพาะ  แต่ปฏิเสธเนื้อความหมดทั้งประโยคเลย  ก็ไม่ต้องแปลรวบเข้ากับกิริยาใด  ให้แปลเฉพาะ  น โน  ว่าหามิได้เท่านั้น ฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"negative-ma\">เฉพาะ  มา  แปลว่า  อย่า</h2>\n<p>ใช้ปฏิเสธกิริยาอาขยาต  เฉพาะที่ลงวิภัตติหมวด  ปัญจมี สัตตมี และ อัชชัตนี ,  เท่านั้น  และให้แปลรวบเข้ากับกิริยานั้น  เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">มา-โหตุ</div><div class=\"hb-gloss\">จงอย่ามี</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">มา-กโรตุ</div><div class=\"hb-gloss\">จงอย่าทำ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">มา-ภเวยฺย</div><div class=\"hb-gloss\">อย่าพึงมี</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">มา-กเรยฺย</div><div class=\"hb-gloss\">อย่าพึงกระทำ</div></div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>","outline":[{"title":"น–โน: ไม่","section":"s056","anchor":"negative-na-no"},{"title":"มา: อย่า","section":"s056","anchor":"negative-ma"}],"topics":[{"anchor":"negative-na-no","title":"น  โน  แปลว่า  ไม่","level":2},{"anchor":"negative-ma","title":"เฉพาะ  มา  แปลว่า  อย่า","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วิธีแปลนโนมานโนมาเรียกวานิบาตบอกความปฏิเสธโดยมากปฏิเสธในกิริยาอาขยาตมีปฏิเสธในกิริยากิตกบางเลกนอยปฏิเสธในกิริยาคุมพากยทงสินเวลาแปลใหแปลรวบพรอมกนกบกิริยานนๆจึงจะไดความมีใชตางกนดงนีนโนแปลวาไมใชปฏิเสธกบกิริยาอาขยาตไดทุกหมวดวิภตติอาขยาตใหแปลรวบเขากบกิริยาอาขยาตนนเชนน-โหติยอมไมมี,โน-กโรติยอมไมกระทำ,น-ภเวยยไมพึงมี,โน-ภวิสสติจกไมมีเปนตนถาจะปฏิเสธเฉพาะบทนามนามคุณนามกิริยากิตกและนามกิตกนนๆทานแปลงเปนอ.หรือเปนอนแปลวามิใช-ไมใช,ไมเปน-เปน.....หามิได,ไมมี-มี.....หามิไดเรียงไวหนาทงบททง๒เชนอพราหมโณมิใชพราหมณอนสโสมิใชมาอนุปปนโนไมเกิดขึนแลวอกตวาไมกทำแลวอกรณํการไมกระทำอทานํการไมใหอปุตตโกไมมีบุตรอนาลโยไมมีความอาลยเปนตนแตนโนเรียงไวโดดๆไมปฏิเสธในบทใดโดยเฉพาะแตปฏิเสธเนือความหมดทงประโยคเลยกไมตองแปลรวบเขากบกิริยาใดใหแปลเฉพาะนโนวาหามิไดเทานนฯเฉพาะมาแปลวาอยาใชปฏิเสธกิริยาอาขยาตเฉพาะทีลงวิภตติหมวดปญจมีสตตมีและอชชตนี,เทานนและใหแปลรวบเขากบกิริยานนเชนมา-โหตุจงอยามี,มา-กโรตุจงอยาทำ,มา-ภเวยยอยาพึงมี,มา-กเรยยอยาพึงกระทำเปนตนฯ","nex":16,"url":"na-no-ma"},{"id":"s057","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการแปล  เสยฺยถีทํ","level":2,"path":["หลักการแปล  เสยฺยถีทํ"],"pdf":44,"page":38,"html":"<p>เสยฺยถีทํ   นี้เป็นศัพท์นิบาต  ใช้ในความหมายเป็นคำถาม  แปลว่า  อย่างไร สัมพันธ์ว่า \"ปุจฺฉนตฺถ\"</p>\n<p>โดยมากจะวางไว้เฉพาะ  เสยฺยถีทํ  บทเดียว เวลาแปลต้องขึ้นปุจฺฉา  มาเปิด  อิติ  ศัพท์  ประโยคภายในนั้น   ต้องดูเนื้อความข้างหน้าว่าจะเติมอะไรมาเป็นตัวประธาน    เมื่อมีตัวประธานก็ต้องเติมกิริยามาด้วย</p>\n<p>ส่วนประโยคหลังเป็นประโยคแก้ก็เติม   วิสชฺชนํ   เข้ามาเปิด ประโยคภายใน พร้อมทั้งเติม อิติ ศัพท์เข้ามา</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. (ปุจฺฉา) \"(สตฺถา) เสยฺยถีทํ (อนุปุพฺพีกถํ  กเถสิ) (อิติ). วิสชฺชนํ) \"(สตฺถา) ทา-นกถํ  สีลกถํ  สคฺคกถํ  กามานํ  อาทีนวํ  โอการํ  สงฺกิเลสํ  เนกฺขมฺเม  อานิสํสํ  ปกา-เสสิ (อิติ)  .<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=5\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๕\">(๑/๕)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปล  (อ.ถาม) ว่า (อ.พระศาสดา)  ตรัสแล้ว  ซึ่งอนุปุพพีกถา  <strong>อย่างไร</strong>  ดังนี้ ฯ (อ.อันแก้)  ว่า อ.พระศาสดา  ทรงประกาศแล้ว  ซึ่งวาจาเป็นเครื่องกล่าวซึ่งทาน ซึ่งวาจาเป็นเครื่องกล่าวซึ่งศีล  ซึ่งวาจาเป็นเครื่องกล่าวซึ่งสวรรค์  ซึ่งโทษ  ซึ่งความต่ำช้า  ซึ่งความเศร้าหมองพร้อม  แห่งกาม ท.  ซึ่งอานิสงส์  ในการออกบวช  ดังนี้</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลเสยยถีทํเสยยถีทํนีเปนศพทนิบาตใชในความหมายเปนคำถามแปลวาอยางไรสมพนธวา\"ปุจฉนตถ\"โดยมากจะวางไวเฉพาะเสยยถีทํบทเดียวเวลาแปลตองขึนปุจฉามาเปิดอิติศพทประโยคภายในนนตองดูเนือความขางหนาวาจะเติมอะไรมาเปนตวประธานเมือมีตวประธานกตองเติมกิริยามาดวยสวนประโยคหลงเปนประโยคแกกเติมวิสชชนํเขามาเปิดประโยคภายในพรอมทงเติมอิติศพทเขามาอุ.(ปุจฉา)\"(สตถา)เสยยถีทํ(อนุปุพพีกถํกเถสิ)(อิติ).วิสชชนํ)\"(สตถา)ทา-นกถํสีลกถํสคคกถํกามานํอาทีนวํโอการํสงกิเลสํเนกขมเมอานิสํสํปกา-เสสิ(อิติ).(๑/๕)แปล(อ.ถาม)วา(อ.พระศาสดา)ตรสแลวซึงอนุปุพพีกถาอยางไรดงนีฯ(อ.อนแก)วาอ.พระศาสดาทรงประกาศแลวซึงวาจาเปนเครืองกลาวซึงทานซึงวาจาเปนเครืองกลาวซึงศีลซึงวาจาเปนเครืองกลาวซึงสวรรคซึงโทษซึงความตำชาซึงความเศราหมองพรอมแหงกามท.ซึงอานิสงสในการออกบวชดงนี","nex":1,"url":"seyyathidam"},{"id":"s058","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการแปลประโยค อุปมา (เปรียบเทียบ)","level":2,"path":["หลักการแปลประโยค อุปมา (เปรียบเทียบ)"],"pdf":44,"page":38,"html":"<p>อุปมา  หมายถึง  ข้อความที่นำมาเปรียบเทียบ มีใช้มากในธรรมบท ผู้ศึกษาควรทำความเข้าใจให้ดี  คำว่า  อุปมา  เป็นการขยายความที่มีอยู่แล้วให้เด่นขึ้น  เปรียบได้ทั้งฝ่ายดี  ทั้งฝ่ายชั่ว</p>\n<p>ดังภาษาไทยว่า  หญิงคนนี้ช่างงดงาม เหมือนกับพระจันทร์วันเพ็ญ คำว่า  เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ  เป็นคำแสดงให้รู้ว่า  หาหญิงใดเปรียบได้ยาก  เพราะพระจันทร์วันเพ็ญเป็นคือที่พระจันทร์เต็มดวงและถือได้ว่าสวยที่สุดกว่าทุก ๆ วัน</p>\n<p>ศัพท์ที่ใช้เป็น  อุปมา  เปรียบเทียบมี  วิย  (ราวกะ) ,  อิว (เพียงดัง) ,  ยถา (ราวกะ),  วางไว้หลังบทเนื้อความที่นำมาเปรียบเทียบ  นั้นๆ  แปลได้ ๔ อย่างตามหลักการแปล  คือ</p>\n<p>๑.อุปมาลิงคตฺถะ ๒.อุปมาวิเสสนะ ๓.อุปมาวิกติกัตตา ๔.อุปมาวิกติกัมมะ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"upama-lingattha\">๑.อุปมาลิงคัตถะ</h2>\n<p>คือการแปลบทประธานของประโยคลิงคัตถะนั่นเองต่างแต่ควบด้วย  วิย, อิว, ยถา  ศัพท์  ซึ่งจัดเป็นอุปมา  แทรกมาในประโยคใหญ่  มีการวางบทไว้เฉพาะบทเดียวก็มี  หลายๆ บทก็มี  แปลแล้วสัมพันธ์ได้  ได้ความหมายไม่ต้องเติมอะไรมา  ถ้าแปลแล้วสัมพันธ์ไม่ได้  ไม่ได้ความหมายต้องเติมมา  โดยเฉพาะในรูปของคาถานิยมเติมโดยมาก  เพราะบังคับฉันท์</p>\n<p>วิธีเติมให้เอาธาตุที่กิริยาคุมพากย์ในประโยคใหญ่มาประกอบ  ด้วยเครื่องปรุงในกิริยากิตก์โดยลง  อนฺต, มาน  ปัจจัย  และต้องให้มีลิงค์ , วจนะ,วิภัตติ  เสมอกับบทประธาน   ประโยคอุปมาลิงคัตถะ  นิยมแปลหลัง  กิริยาในระหว่าง  หรือ  กิริยาคุมพากย์  แปลหลังนามนามได้บ้างมีส่วนน้อย</p>\n<p>วิย  ศัพท์   ควบ   สำนวนแปลว่า   ราวกะ อ. ....................... อิว  ศัพท์   ควบ   สำนวนแปลว่า   เพียงดัง อ. ...................... ยถา ศัพท์   ควบ   สำนวนแปลว่า   ราวกะ  อ. ......................</p>\n<p>ไม่เติม  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตาลปตฺตํ  วิย    เวฐยมาโน  ถรุมูลํ  อคมาสิ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=124\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๑๒๔\">๔/๑๒๔</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ดาบ  ม้วนอยู่  <strong>ราวกะ</strong> อ. ใบแห่งตาล  ได้ไปแล้ว  สู่โคนแห่งด้าม ฯ</div></div>\n<p>เติมในรูปของคาถา  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตโต  (ติวิธทุจฺจริตโต)  ตํ  (ปุคฺคลํ) ทุกฺขํ – อนฺเวติ  (ธุรํ) วหโต พลิวทฺทสฺส)  ปทํ  (อนฺเวนฺตํ) จกฺกํ  อิว.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=3\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๓\">๑/๓</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ทุกข์  ย่อมไปตาม  (ซึ่งบุคคล)  นั้น (เพราะทุจริตอันมีอย่าง ๓) นั้น  <strong>เพียงดัง</strong> อ.ล้อ (หมุนไปตามอยู่)  ซึ่งร้อยเท้า(แห่งโคตัวเนื่องด้วยกำลัง)  ตัวนำไปอยู่  (ซึ่งแอก) ฯ</div></div>","outline":[{"title":"๑.อุปมาลิงคตฺถะ","section":"s058","anchor":"upama-lingattha"},{"title":"๒.อุปมาวิเสสนะ","section":"s059","anchor":"upama-visesana"},{"title":"๓.อุปมาวิกติกัตตา","section":"s060","anchor":"upama-vikati-katta"},{"title":"๔.อุปมาวิกติกัมมะ","section":"s061","anchor":"upama-vikati-kamma"}],"topics":[{"anchor":"upama-lingattha","title":"๑.อุปมาลิงคัตถะ","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลประโยคอุปมา(เปรียบเทียบ)อุปมาหมายถึงขอความทีนำมาเปรียบเทียบมีใชมากในธรรมบทผูศึกษาควรทำความเขาใจใหดีคำวาอุปมาเปนการขยายความทีมีอยูแลวใหเดนขึนเปรียบไดทงฝายดีทงฝายชวดงภาษาไทยวาหญิงคนนีชางงดงามเหมือนกบพระจนทรวนเพญคำวาเหมือนพระจนทรวนเพญเปนคำแสดงใหรูวาหาหญิงใดเปรียบไดยากเพราะพระจนทรวนเพญเปนคือทีพระจนทรเตมดวงและถือไดวาสวยทีสุดกวาทุกๆวนศพททีใชเปนอุปมาเปรียบเทียบมีวิย(ราวกะ),อิว(เพียงดง),ยถา(ราวกะ),วางไวหลงบทเนือความทีนำมาเปรียบเทียบนนๆแปลได๔อยางตามหลกการแปลคือ๑.อุปมาลิงคตถะ๒.อุปมาวิเสสนะ๓.อุปมาวิกติกตตา๔.อุปมาวิกติกมมะ๑.อุปมาลิงคตถะคือการแปลบทประธานของประโยคลิงคตถะนนเองตางแตควบดวยวิย,อิว,ยถาศพทซึงจดเปนอุปมาแทรกมาในประโยคใหญมีการวางบทไวเฉพาะบทเดียวกมีหลายๆบทกมีแปลแลวสมพนธไดไดความหมายไมตองเติมอะไรมาถาแปลแลวสมพนธไมไดไมไดความหมายตองเติมมาโดยเฉพาะในรูปของคาถานิยมเติมโดยมากเพราะบงคบฉนทวิธีเติมใหเอาธาตุทีกิริยาคุมพากยในประโยคใหญมาประกอบดวยเครืองปรุงในกิริยากิตกโดยลงอนต,มานปจจยและตองใหมีลิงค,วจนะ,วิภตติเสมอกบบทประธานประโยคอุปมาลิงคตถะนิยมแปลหลงกิริยาในระหวางหรือกิริยาคุมพากยแปลหลงนามนามไดบางมีสวนนอยวิยศพทควบสำนวนแปลวาราวกะอ........................อิวศพทควบสำนวนแปลวาเพียงดงอ.......................ยถาศพทควบสำนวนแปลวาราวกะอ.......................ไมเติมเชนตาลปตตํวิยเวฐยมาโนถรุมูลํอคมาสิ.๔/๑๒๔อ.ดาบมวนอยูราวกะอ.ใบแหงตาลไดไปแลวสูโคนแหงดามฯเติมในรูปของคาถาเชนตโต(ติวิธทุจจริตโต)ตํ(ปุคคลํ)ทุกขํ–อนเวติ(ธุรํ)วหโตพลิวททสส)ปทํ(อนเวนตํ)จกกํอิว.๑/๓อ.ทุกขยอมไปตาม(ซึงบุคคล)นน(เพราะทุจริตอนมีอยาง๓)นนเพียงดงอ.ลอ(หมุนไปตามอยู)ซึงรอยเทา(แหงโคตวเนืองดวยกำลง)ตวนำไปอยู(ซึงแอก)ฯ","nex":2,"url":"upama"},{"id":"s059","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ประโยคเทียบเคียง","level":3,"path":["หลักการแปลประโยค อุปมา (เปรียบเทียบ)","ประโยคเทียบเคียง"],"pdf":45,"page":39,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑. เทฺว  อกฺขีนิ  ทีปสิขา  วิย  วิชฺฌายึสุ<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=19\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๙\">๑/๑๙</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.นัยน์ตา  ท. สอง  ดับแล้ว  <strong>ราวกะ</strong> อ. เปลวแห่งประทีป ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๒.โส  (โฆสโก)  เสฏฺฐิโน  อกฺขิมฺหิ  กณฺฏโก  วิย   ขายิ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=17\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑๗\">๒/๑๗</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.นายโฆสกะ) นั้น  ปรากฏแล้ว  แก่เศรษฐี  <strong>ราวกะ</strong>  อ.หนามที่นัยน์ตา ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๓. กึ  อยํ  ราชา  คหปติโก  วิย  ธาวติ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=50\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๕๐\">๓/๕๐</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระราชานี้  ย่อมทรงวิ่ง  ทำไม  <strong>ราวกะ</strong> อ. คฤหบดี  ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"upama-visesana\">๒.อุปมาวิเสสนะ</h2>\n<p>คือ. การแปลบทคุณที่มี. ลิงค์,  วจนะ, วิภัตติ  เสมอกับบทนามนาม แต่ทำหน้าที่เป็นวิสสนะ  ควบด้วย วิย, อิว, ยถา  ศัพท์ซึ่งจัดเป็น. อุปมาวิเสสนะ</p>\n<p>วิธีการแปลก็แปลไปตามหลักการแปล วางไว้ตรงไหนเมื่อแปลไปถึง  อุปมาวิเสสนะก็แปลได้เลย</p>\n<p>วิย ศัพท์ ควบ วิเสสนะของคน สำนวนแปลว่า ผู้ราวกะว่า......... วิย ศัพท์ ควบ วิเสสนะของสิ่งของ สำนวนแปลว่า อันราวกะว่า......... วิย ศัพท์ ควบ วิเสสนะของสัตว์ สำนวนแปลว่า ตัวราวกะว่า......... ยถา ศัพท์ ควบ ก็มีนัยเดียวกับ วิย ศัพท์ อิว ศัพท์ ควบ วิเสสนะของคน สำนวนแปลว่า ผู้เพียงดัง......... อิว ศัพท์ ควบ วิเสสนะของสิ่งของ สำนวนแปลว่า อันเพียงดัง......... อิว ศัพท์ ควบ วิเสสนะของสัตว์ สำนวนแปลว่า ตัวเพียงดัง.........</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เช่น เตปิ (ชนา) อปสฺสนฺตา วิย อตฺตโน กมฺมเมว กโรนฺตา โถกํ อาคมํสุ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=81\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๘๑\">๓/๘๑</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.ชน ท.) แม้เหล่านั้น <strong>ผู้ราวกะว่า</strong> ไม่เห็นอยู่ กระทำอยู่ ซึ่งการงาน ของตนนั้น เทียว รอแล้ว หน่อยหนึ่ง ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[{"anchor":"upama-visesana","title":"๒.อุปมาวิเสสนะ","level":2}],"hide_title":true,"navigation_toc":false,"n":"ประโยคเทียบเคียง๑.เทวอกขีนิทีปสิขาวิยวิชฌายึสุ๑/๑๙อ.นยนตาท.สองดบแลวราวกะอ.เปลวแหงประทีปฯ๒.โส(โฆสโก)เสฏฐิโนอกขิมหิกณฏโกวิยขายิ.๒/๑๗(อ.นายโฆสกะ)นนปรากฏแลวแกเศรษฐีราวกะอ.หนามทีนยนตาฯ๓.กึอยํราชาคหปติโกวิยธาวติ.๓/๕๐อ.พระราชานียอมทรงวิงทำไมราวกะอ.คฤหบดีฯ๒.อุปมาวิเสสนะคือ.การแปลบทคุณทีมี.ลิงค,วจนะ,วิภตติเสมอกบบทนามนามแตทำหนาทีเปนวิสสนะควบดวยวิย,อิว,ยถาศพทซึงจดเปน.อุปมาวิเสสนะวิธีการแปลกแปลไปตามหลกการแปลวางไวตรงไหนเมือแปลไปถึงอุปมาวิเสสนะกแปลไดเลยวิยศพทควบวิเสสนะของคนสำนวนแปลวาผูราวกะวา.........วิยศพทควบวิเสสนะของสิงของสำนวนแปลวาอนราวกะวา.........วิยศพทควบวิเสสนะของสตวสำนวนแปลวาตวราวกะวา.........ยถาศพทควบกมีนยเดียวกบวิยศพทอิวศพทควบวิเสสนะของคนสำนวนแปลวาผูเพียงดง.........อิวศพทควบวิเสสนะของสิงของสำนวนแปลวาอนเพียงดง.........อิวศพทควบวิเสสนะของสตวสำนวนแปลวาตวเพียงดง.........เชนเตปิ(ชนา)อปสสนตาวิยอตตโนกมมเมวกโรนตาโถกํอาคมํสุ.๓/๘๑(อ.ชนท.)แมเหลานนผูราวกะวาไมเหนอยูกระทำอยูซึงการงานของตนนนเทียวรอแลวหนอยหนึงฯ","nex":4,"url":"upama#prayok-thiap-khiang"},{"id":"s060","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ประโยคเทียบเคียง","level":3,"path":["หลักการแปลประโยค อุปมา (เปรียบเทียบ)","ประโยคเทียบเคียง"],"pdf":46,"page":40,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑.โส (จุฬกาโล) เขตฺตํ คนฺตฺวา โอโลเกนฺโต สกลเขตฺเต กณฺณิกาพทฺเธหิ วิย สาลิสีเสหิ สญฺฉนฺนํ (เขตฺตํ) ทิสฺวา ฯเปฯ<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=81\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๘๑\">๑/๘๑</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.จุลกาล) นั้น ไปแล้ว สู่นา แลดูอยู่ เห็นแล้ว (ซึ่งนา) อันดาดาษแล้ว ด้วยรวงแห่งข้าวสาลี ท. <strong>อันราวกะว่า</strong> เนื่องกันแล้ว โดยความเป็นช่อ ในนาทั้งสิ้น ฯลฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๒.(เอวํ) โส (เสฏฺฐี) ปพฺพเตน วิย มหนฺเตน โสเกน อวตฺถริโต หุตฺวา อนปฺปกํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวเทสิ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=18\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑๘\">๒/๑๘</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.เศรษฐี) นั้น เป็นผู้อันความโศกใหญ่ <strong>อันราวกะว่า</strong>ภูเขา ท่วมทับแล้ว เสวยเฉพาะซึ่งความโทมนัส อันไม่น้อย (ฉันนั้น)ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๓.หิโรตฺตปฺปสมฺปนฺนา กุลธีตา ปจฺโจรสฺมึ สตฺติปฺปหารํ วิย (จ) วเณ ขารปริเสกํ วิย จ</div><div class=\"hb-gloss\">(อาการํ) <strong>อันราวกะว่า</strong> การประหารด้วยหอกที่อกเฉพาะด้วย<strong>อันราวกะว่า</strong> การรดด้วยน้ำด่างที่แผลด้วย ฯลฯ.</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"upama-vikati-katta\">๓.อุปมาวิกติกัตตา</h2>\n<p>คือ การแปลบทคุณ ที่มี วิภัตติ , วจนะ เสมอกับบทนามนาม ส่วนลิงค์ต่างกันได้ควบด้วย วิย, อิว, ยถา ศัพท์ แปลเน้นความ ซึ่งจัดเป็นอุปมาวิกติกัตตา โดยมากมักวางไว้ใกล้กับธาตุรับวิกติกัตตา ๔ ตัว คือ หุ, ภู, อส,ชน ธาตุ ทั้งที่มีแล้วและเติมเข้ามารับ</p>\n<p>สำหรับที่เติมเข้ามาถ้าไม่จบประโยค ให้ขึ้น หุตฺวา มารับ ถ้าจบประโยค ให้นำธาตุตัวใดตัวหนึ่งใน ๔ ตัวนั้น มาประกอบด้วยเครื่องปรุงอาขยาตโดยให้มี บุรุษ , วจนะ ตรงกับบทประธานเสมอ วิธีการแปลก็แปลไปตามหลักการแปล วางไว้ตรงไหนเมื่อแปลไปถึง อุปมาวิกติกัตตา ก็แปลได้เลย</p>\n<p>วิย ศัพท์ ควบ สำนวนแปลว่า เป็นราวกะว่า........., เป็นผู้ราวกะว่า........., ยถา ศัพท์ ควบ ก็มีนัยเดียวกับ วิย ศัพท์ อิว ศัพท์ ควบ สำนวนแปลว่า เป็นเพียงดังว่า.........</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เช่น โส (สสุโร) ปน พาโล เถรํ ทิสฺวาปิ อปสฺสนฺโต วิย หุตฺวา อโธมุโข ภุญฺชติ เอว.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=60\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๖๐\">๓/๖๐</a></div><div class=\"hb-gloss\">แต่ว่า (อ.พ่อผัว) นั้น เป็นคนพาล (เป็น) แม้เห็นแล้ว ซึ่งพระเถระ <strong>เป็นราวกะว่า</strong> ไม่เห็นอยู่ เป็น ผู้มีหน้าในเบื้องต่ำ บริโภคอยู่ นั่นเทียวฯ</div></div>","outline":[],"topics":[{"anchor":"upama-vikati-katta","title":"๓.อุปมาวิกติกัตตา","level":2}],"hide_title":true,"navigation_toc":false,"n":"ประโยคเทียบเคียง๑.โส(จุฬกาโล)เขตตํคนตวาโอโลเกนโตสกลเขตเตกณณิกาพทเธหิวิยสาลิสีเสหิสญฉนนํ(เขตตํ)ทิสวาฯเปฯ๑/๘๑(อ.จุลกาล)นนไปแลวสูนาแลดูอยูเหนแลว(ซึงนา)อนดาดาษแลวดวยรวงแหงขาวสาลีท.อนราวกะวาเนืองกนแลวโดยความเปนชอในนาทงสินฯลฯ๒.(เอวํ)โส(เสฏฐี)ปพพเตนวิยมหนเตนโสเกนอวตถริโตหุตวาอนปปกํโทมนสสํปฏิสํเวเทสิ.๒/๑๘(อ.เศรษฐี)นนเปนผูอนความโศกใหญอนราวกะวาภูเขาทวมทบแลวเสวยเฉพาะซึงความโทมนสอนไมนอย(ฉนนน)ฯ๓.หิโรตตปปสมปนนากุลธีตาปจโจรสมึสตติปปหารํวิย(จ)วเณขารปริเสกํวิยจ(อาการํ)อนราวกะวาการประหารดวยหอกทีอกเฉพาะดวยอนราวกะวาการรดดวยนำดางทีแผลดวยฯลฯ.๓.อุปมาวิกติกตตาคือการแปลบทคุณทีมีวิภตติ,วจนะเสมอกบบทนามนามสวนลิงคตางกนไดควบดวยวิย,อิว,ยถาศพทแปลเนนความซึงจดเปนอุปมาวิกติกตตาโดยมากมกวางไวใกลกบธาตุรบวิกติกตตา๔ตวคือหุ,ภู,อส,ชนธาตุทงทีมีแลวและเติมเขามารบสำหรบทีเติมเขามาถาไมจบประโยคใหขึนหุตวามารบถาจบประโยคใหนำธาตุตวใดตวหนึงใน๔ตวนนมาประกอบดวยเครืองปรุงอาขยาตโดยใหมีบุรุษ,วจนะตรงกบบทประธานเสมอวิธีการแปลกแปลไปตามหลกการแปลวางไวตรงไหนเมือแปลไปถึงอุปมาวิกติกตตากแปลไดเลยวิยศพทควบสำนวนแปลวาเปนราวกะวา.........,เปนผูราวกะวา.........,ยถาศพทควบกมีนยเดียวกบวิยศพทอิวศพทควบสำนวนแปลวาเปนเพียงดงวา.........เชนโส(สสุโร)ปนพาโลเถรํทิสวาปิอปสสนโตวิยหุตวาอโธมุโขภุญชติเอว.๓/๖๐แตวา(อ.พอผว)นนเปนคนพาล(เปน)แมเหนแลวซึงพระเถระเปนราวกะวาไมเหนอยูเปนผูมีหนาในเบืองตำบริโภคอยูนนเทียวฯ","nex":4,"url":"upama#prayok-thiap-khiang-2"},{"id":"s061","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ประโยคเทียบเคียง","level":3,"path":["หลักการแปลประโยค อุปมา (เปรียบเทียบ)","ประโยคเทียบเคียง"],"pdf":47,"page":41,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑. มม วา ภริยา สรีรวณฺโณ เอตสฺส (เถรสฺส) สรีรวณฺโณ วิย ภเวยฺย.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=125\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑๒๕\">๒/๑๒๕</a></div><div class=\"hb-gloss\">หรือว่า อ.วรรณะแห่งสรีระ ของภรรยา ของเรา <strong>เป็นราวกะว่า</strong> วรรณะแห่งสรีระ (ของพระเถระ) นั้น พึงเป็นฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๒. สา (วิสาขา) นิจฺจํ โสฬสวสฺสุทฺเทสิกา วิย อโหสิ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=67\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๖๗\">๓/๖๗</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.นางวิสาขา) นั้น <strong>เป็นราวกะว่า</strong>หญิงผู้อันบุคคลพึงแสดงขึ้นว่าหญิงนี้มีกาลฝน ๑๖ ได้เป็นแล้วเนืองนิตย์ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๓. อิทานิ. (มม อสิ) เอกวารํ นมิโต เอกวารํ ตาลปตฺตเวฐโก วิย ชาโต<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=125\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๑๒๕\">๔/๑๒๕</a></div><div class=\"hb-gloss\">ในกาลนี้ (อ.ดาบส ของเรา) น้อมไปแล้ว สิ้นวาระหนึ่ง <strong>เป็นราวกะว่า</strong> ใบแห่งตาลอันม้วน เกิดแล้วฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"upama-vikati-kamma\">๔.อุปมาวิกติกัมมะ</h2>\n<p>คือ การแปลบทคุณ ที่มี วิภัตติ ตรงกับบทนามนามส่วนลิงค์และวจนะต่างกันได้ ต่างแต่ว่าบทวิกติกัมมะสัมพันธ์เข้าได้กับ จร ธาตุ และ กรุ ธาตุ เท่านั้น ถ้าไม่มีก็ต้องขึ้นมารับเสมอ ส่วนที่มีกิริยาคุมพากย์อยู่แล้วให้เติม กตฺวา ถ้ายังไม่มีกิริยาคุมพากย์ให้นำเอา กรุ ธาตุไปประกอบด้วยเครื่องปรุงอาขยาต</p>\n<p>วิย ศัพท์ ควบ สำนวนแปลว่า ให้เป็นราวกะว่า.........</p>\n<p>ยถา ศัพท์ ควบ สำนวนแปลว่า ให้เป็นราวกะว่า.........</p>\n<p>อิว ศัพท์ ควบ สำนวนแปลว่า ให้เป็นเพียงดังว่า......... เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เอตฺตกํ กาลํ เอส ทหโร อิมินา กตํ วิย (กตฺวา) ปกาเสสิ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=116\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๑๑๖\">๓/๑๑๖</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ภิกษุหนุ่ม นั้น ประกาศแล้ว ซึ่งวัตรอันภิกษุนี้ กระทำแล้ว (กระทำ)<strong>ให้เป็นราวกะว่า</strong>วัตรอันตนกระทำแล้ว ตลอดกาลมีประมาณเท่านี้ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[{"anchor":"upama-vikati-kamma","title":"๔.อุปมาวิกติกัมมะ","level":2}],"hide_title":true,"navigation_toc":false,"n":"ประโยคเทียบเคียง๑.มมวาภริยาสรีรวณโณเอตสส(เถรสส)สรีรวณโณวิยภเวยย.๒/๑๒๕หรือวาอ.วรรณะแหงสรีระของภรรยาของเราเปนราวกะวาวรรณะแหงสรีระ(ของพระเถระ)นนพึงเปนฯ๒.สา(วิสาขา)นิจจํโสฬสวสสุทเทสิกาวิยอโหสิ.๓/๖๗(อ.นางวิสาขา)นนเปนราวกะวาหญิงผูอนบุคคลพึงแสดงขึนวาหญิงนีมีกาลฝน๑๖ไดเปนแลวเนืองนิตยฯ๓.อิทานิ.(มมอสิ)เอกวารํนมิโตเอกวารํตาลปตตเวฐโกวิยชาโต๔/๑๒๕ในกาลนี(อ.ดาบสของเรา)นอมไปแลวสินวาระหนึงเปนราวกะวาใบแหงตาลอนมวนเกิดแลวฯ๔.อุปมาวิกติกมมะคือการแปลบทคุณทีมีวิภตติตรงกบบทนามนามสวนลิงคและวจนะตางกนไดตางแตวาบทวิกติกมมะสมพนธเขาไดกบจรธาตุและกรุธาตุเทานนถาไมมีกตองขึนมารบเสมอสวนทีมีกิริยาคุมพากยอยูแลวใหเติมกตวาถายงไมมีกิริยาคุมพากยใหนำเอากรุธาตุไปประกอบดวยเครืองปรุงอาขยาตวิยศพทควบสำนวนแปลวาใหเปนราวกะวา.........ยถาศพทควบสำนวนแปลวาใหเปนราวกะวา.........อิวศพทควบสำนวนแปลวาใหเปนเพียงดงวา.........เชนเอตตกํกาลํเอสทหโรอิมินากตํวิย(กตวา)ปกาเสสิ.๓/๑๑๖อ.ภิกษุหนุมนนประกาศแลวซึงวตรอนภิกษุนีกระทำแลว(กระทำ)ใหเปนราวกะวาวตรอนตนกระทำแลวตลอดกาลมีประมาณเทานีฯ","nex":4,"url":"upama#prayok-thiap-khiang-3"},{"id":"s062","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ประโยคเทียบเคียง","level":3,"path":["หลักการแปลประโยค อุปมา (เปรียบเทียบ)","ประโยคเทียบเคียง"],"pdf":48,"page":42,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑.(เถโร) “อตฺถิ ทินฺนํ, อตฺถิ ยิฏฺฐนฺติ ทินฺนทานาทีนํ ผลํ คคณตเล จนฺทํ วิย(กตฺวา) ทสฺเสสิ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=34\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๓๔\">๓/๓๔</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.พระเถระ) แสดงแล้ว ซึ่งธรรม (แก่เมียและผัว ท.) แม้ทั้งสองกล่าวแล้ว ซึ่งคุณแห่งรัตนะท.๓ แสดง ซึ่งผล (แห่งกุศล) มีทานอันบุคคลถวายแล้วเป็นต้นว่า (อ.ทาน) อันบุคคลให้แล้ว มีอยู่, อ.ยัญอันบุคคลบูชาแล้ว มีอยู่ ดังนี้เป็นต้น. (กระทำ) <strong>ให้เป็นราวกะว่า</strong>พระจันทร์ ในพื้นแห่งท้องฟ้าฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๒. สา (วิสาขา) ฯเปฯ ปณฺณาการํ เปเสนฺตี สกลนคราวาสิโน ญาตเก วิย อกาสิ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=59\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๕๙\">๓/๕๙</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.นางวิสาขา) นั้น ส่งไปอยู่ ซึ่งเครื่องบรรณาการ ได้กระทำแล้ว (ซึ่งชนท.) ผู้อยู่ในพระนครทั้งสิ้นโดยปกติ <strong>ให้เป็นราวกะว่า</strong>ญาติ ด้วยประการฉะนี้ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๓. สสฺสุํปิ สสุรํปิ สามิกํปิ อคฺคิกฺขนฺธํ วิย (จ) อุรุคราชานํ วิย จ กตฺวา ปสฺสิตุํ วฏฺฏติ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=63\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๖๓\">๓/๖๓</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.อัน(อันเจ้า) เห็น แม้ซึ่งแม่ผัว แม้ซึ่งพ่อผัว แม้ซึ่งสามี กระทำ <strong>ให้เป็นราวกะว่า</strong>กองไฟด้วย <strong>ให้เป็นราวกะว่า</strong>นาคผู้พระราชาด้วย ย่อมควร</div></div>\n<p>ในอุปมาทั้ง ๔ นั้น อุปมาวิเสสนะสามารถแปลเป็น อุปมาวิกติกัตตาได้ แล้วเติมธาตุรับวิกติกัตตา มารับฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":true,"navigation_toc":false,"n":"ประโยคเทียบเคียง๑.(เถโร)“อตถิทินนํ,อตถิยิฏฐนติทินนทานาทีนํผลํคคณตเลจนทํวิย(กตวา)ทสเสสิ.๓/๓๔(อ.พระเถระ)แสดงแลวซึงธรรม(แกเมียและผวท.)แมทงสองกลาวแลวซึงคุณแหงรตนะท.๓แสดงซึงผล(แหงกุศล)มีทานอนบุคคลถวายแลวเปนตนวา(อ.ทาน)อนบุคคลใหแลวมีอยู,อ.ยญอนบุคคลบูชาแลวมีอยูดงนีเปนตน.(กระทำ)ใหเปนราวกะวาพระจนทรในพืนแหงทองฟาฯ๒.สา(วิสาขา)ฯเปฯปณณาการํเปเสนตีสกลนคราวาสิโนญาตเกวิยอกาสิ.๓/๕๙(อ.นางวิสาขา)นนสงไปอยูซึงเครืองบรรณาการไดกระทำแลว(ซึงชนท.)ผูอยูในพระนครทงสินโดยปกติใหเปนราวกะวาญาติดวยประการฉะนีฯ๓.สสสุํปิสสุรํปิสามิกํปิอคคิกขนธํวิย(จ)อุรุคราชานํวิยจกตวาปสสิตุํวฏฏติ.๓/๖๓อ.อน(อนเจา)เหนแมซึงแมผวแมซึงพอผวแมซึงสามีกระทำใหเปนราวกะวากองไฟดวยใหเปนราวกะวานาคผูพระราชาดวยยอมควรในอุปมาทง๔นนอุปมาวิเสสนะสามารถแปลเปนอุปมาวิกติกตตาไดแลวเติมธาตุรบวิกติกตตามารบฯ","nex":3,"url":"upama#prayok-thiap-khiang-4"},{"id":"s063","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"แปลศัพท์ สกรรถ","level":2,"path":["แปลศัพท์ สกรรถ"],"pdf":48,"page":42,"html":"<p>บทนามนาม คุณนาม กิริยากิตก์ และ นามกิตก์ รูปศัพท์เดิมเป็นอย่างไรเวลาลงวิภัตตินามก็ลงไปตามรูปศัพท์เดิมนั้นเอง</p>\n<p>เวลาแปลก็ให้แปลไปตามวิภัตตินั้นๆ แปลให้ครบถ้วนให้หมดทุกศัพท์จึงจะใช้ได้ จะปล่อยศัพท์ใดศัพท์หนึ่งทิ้งไม่ได้ ถ้าไม่แปลเอาจะขาดจะเสียความหมาย นับว่าเป็นการแปลผิดอย่างสำคัญ</p>\n<p>แต่มีบางศัพท์ ลงข้างหลังศัพท์ต่างๆ แล้ว ท่านห้ามไม่ให้แปลเอา ให้ตัดทิ้งคงให้แปลเอาเฉพาะศัพท์หน้าเท่านั้น หรือใช้แปลทับศัพท์ ไว้ในรูปเดิมก็ได้ ศัพท์ที่ไม่แปลเอานี้ ท่านเรียกศัพท์สกรรถ (คำว่า สกรรถ มคธเป็น สกตฺโถ แปลว่ามีเนื้อความเท่าเดิม คือ ศัพท์ข้างหลังไม่มีความหมายเป็นพิเศษ คงมีความหมายเป็นพิเศษ คงมี</p>\n<p>ความหมายเฉพาะศัพท์หน้าเท่านั้น) ศัพท์สกรรถนี้ลงไว้ เพื่อทำศัพท์ที่เป็นลิงค์ใดลิงค์หนึ่งอยู่แล้ว ให้กลายเป็นลิงค์อื่นบ้าง เพื่อความไพเราะสละสลวยของภาษาบ้าง ฯ</p>\n<p>ศัพท์สกรรถ คือ ก อนฺต คต ชาต ชาติ เป็นต้น มีวิธีประกอบและแปลดังนี้</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"ka\">(๑) ก สกรรถ</h2>\n<p>เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วตฺถุกํ</div><div class=\"hb-gloss\">เป็นที่ตั้ง (วตฺถุ-ก)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อคนฺธกํ</div><div class=\"hb-gloss\">ไม่มีกลิ่น (อคนฺธ-ก)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">องฺคุลิมาลเก</div><div class=\"hb-gloss\">ในพระองคุลิมาล (องฺคุลิมาลา-ก)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อจกฺขุโก</div><div class=\"hb-gloss\">ไม่มีจักษุ (อจกฺขุ-ก)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อจิตฺตกํ</div><div class=\"hb-gloss\">ไม่มีจิต (อจิตฺต-ก)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อญฺญวิหิตโก</div><div class=\"hb-gloss\">มีใจส่งไปแล้วในที่อื่น (อญฺญวิหิต-ก)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อญฺญาตโก</div><div class=\"hb-gloss\">ผู้อัน-ไม่รู้แล้ว (อญฺญาต-ก)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อุปกีตโก</div><div class=\"hb-gloss\">ผู้อันพระศาสดาทรงไถ่ไว้แล้ว (อุปกีต-ก)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อุปกปฺปนกํ</div><div class=\"hb-gloss\">อันเข้าไปสำเร็จ (อุปกปฺปน-ก)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อคฺฆนโก</div><div class=\"hb-gloss\">อันควรค่า (อคฺฆน-ก)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วิจรณโก</div><div class=\"hb-gloss\">ผู้เที่ยวไป (วิจรณ-ก)</div></div></div>\n<p>รูปศัพท์ที่ลง ก สกรรถ ดังแสดงมานี้ อาจทำให้หลงผิดไปว่า เป็น ณฺวุ ปัจจัยแปลงเป็น อก ต้องกำหนดให้ดี ฯ</p>\n<p>อีกอย่างหนึ่ง ศัพท์ที่มี ก เป็นที่สุดให้แปลว่า น้อยก็มี ถ้าอย่างนี้ไม่ใช่ ก สกรรถ แต่ ก นั้น เป็นคุณนามไป เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปุตฺตโก</div><div class=\"hb-gloss\">อ.บุตร<strong>น้อย</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กุมารโก</div><div class=\"hb-gloss\">อ.กุมาร<strong>น้อย</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">คามโก</div><div class=\"hb-gloss\">อ.บ้าน<strong>น้อย</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">มญฺจโก</div><div class=\"hb-gloss\">อ.เตียง<strong>น้อย</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปีฐกํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ตั่ง<strong>น้อย</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">หตฺถิโปตโก</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ช้างผู้ลูก<strong>น้อย</strong></div></div></div>\n<p>พึงกำหนดว่า ก สกรรถนั้นเป็น อ หรือ อา การันต์ แจกได้ทั้ง ๓ ลิงค์</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"anta\">(๒)อนฺต สกรรถ</h2>\n<p>(อนฺต ตามปกติแปลว่า ที่สุด แต่ใช้เป็นศัพท์สกรรถ ไม่ต้องแปลเอา) เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กมฺมนฺโต - กมฺมนฺตา</div><div class=\"hb-gloss\">อ.การงาน (กมฺม-อนฺต)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สุตฺตนฺโต</div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระสูตร (สุตฺต-อนฺต)</div></div></div>\n<p>อนฺต สกรรถ ทำศัพท์ที่เป็นลิงค์อื่นให้เป็น ปุํลิงค์ ดัง กมฺม สุตฺต เดิมเป็น นปุํ. แต่ใช้ อนฺตสกรรถ แล้วกลายเป็น ปุํ. ฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"gata\">(๓) คต สกรรถ</h2>\n<p>(คต เดิมแปลว่า ไปแล้ว แต่ใช้เป็นศัพท์สกรรถไม่ต้องแปลเอา ) เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ทิฏฺฐิคตานิ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ทิฏฺฐิ ท. (ทิฏฺฐิ-คต)</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ติรจฺฉานคโต</div><div class=\"hb-gloss\">อ.สัตว์ดิรัจฉาน (ติรจฺฉาน-คต)</div></div></div>\n<p>คต สกรรถ เห็นท่านใช้เป็น ปุํ. และ นปุํ. ดังตัวอย่างเท่านั้น ฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"jata\">(๔) ชาต สกรรถ</h2>\n<p>( ชาต เดิมแปลว่า เกิดแล้ว ) เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กิเลสชาตํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.กิเลส        หรือ        อ.กิเลสชาต</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ธมฺมชาตํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ธรรมชาต    หรือ        อ.ธรรม</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โทสชาตํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.โทษ        หรือ        อ.โทษชาต</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">คุณชาตํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.คุณ        หรือ        อ.คุณชาต</div></div></div>\n<p>ชาต สกรรถ เห็นท่านใช้เฉพาะ นปุํ. เท่านั้น ฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"jati\">(๕) ชาติ สกรรถ</h2>\n<p>(ชาติเดิมแปลว่า ความเกิด) เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ธมฺมชาติ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ธรรมชาติ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">คุณชาติ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.คุณชาติ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โทสชาติ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.โทษชาติ</div></div></div>\n<p>ชาติ เห็นท่านใช้เฉพาะ อิต. เท่านั้น ดังตัวอย่างที่แสดงมานี้ ฯ</p>\n<p>จึงสรุปลงเป็นหลักได้ว่า ถ้าอยากจะเปลี่ยนแปลงลิงค์เดิมของศัพท์นั้นๆ ก็ให้ลง ก อนฺต คต ชาต ชาติ สกรรถศัพท์เท่านั้นๆ ก็จะกลายเป็นลิงค์อื่นจากลิงค์เดิมทันทีตามความประสงค์ ฯ</p>","outline":[{"title":"ก สกรรถ","section":"s063","anchor":"ka"},{"title":"อนฺต สกรรถ","section":"s063","anchor":"anta"},{"title":"คต สกรรถ","section":"s063","anchor":"gata"},{"title":"ชาต สกรรถ","section":"s063","anchor":"jata"},{"title":"ชาติ สกรรถ","section":"s063","anchor":"jati"}],"topics":[{"anchor":"ka","title":"(๑) ก สกรรถ","level":2},{"anchor":"anta","title":"(๒)อนฺต สกรรถ","level":2},{"anchor":"gata","title":"(๓) คต สกรรถ","level":2},{"anchor":"jata","title":"(๔) ชาต สกรรถ","level":2},{"anchor":"jati","title":"(๕) ชาติ สกรรถ","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลศพทสกรรถบทนามนามคุณนามกิริยากิตกและนามกิตกรูปศพทเดิมเปนอยางไรเวลาลงวิภตตินามกลงไปตามรูปศพทเดิมนนเองเวลาแปลกใหแปลไปตามวิภตตินนๆแปลใหครบถวนใหหมดทุกศพทจึงจะใชไดจะปลอยศพทใดศพทหนึงทิงไมไดถาไมแปลเอาจะขาดจะเสียความหมายนบวาเปนการแปลผิดอยางสำคญแตมีบางศพทลงขางหลงศพทตางๆแลวทานหามไมใหแปลเอาใหตดทิงคงใหแปลเอาเฉพาะศพทหนาเทานนหรือใชแปลทบศพทไวในรูปเดิมกไดศพททีไมแปลเอานีทานเรียกศพทสกรรถ(คำวาสกรรถมคธเปนสกตโถแปลวามีเนือความเทาเดิมคือศพทขางหลงไมมีความหมายเปนพิเศษคงมีความหมายเปนพิเศษคงมีความหมายเฉพาะศพทหนาเทานน)ศพทสกรรถนีลงไวเพือทำศพททีเปนลิงคใดลิงคหนึงอยูแลวใหกลายเปนลิงคอืนบางเพือความไพเราะสละสลวยของภาษาบางฯศพทสกรรถคือกอนตคตชาตชาติเปนตนมีวิธีประกอบและแปลดงนี(๑)กสกรรถเชนวตถุกํเปนทีตง(วตถุ-ก),อคนธกํไมมีกลิน(อคนธ-ก)องคุลิมาลเกในพระองคุลิมาล(องคุลิมาลา-ก),อจกขุโกไมมีจกษุ(อจกขุ-ก),อจิตตกํไมมีจิต(อจิตต-ก),อญญวิหิตโกมีใจสงไปแลวในทีอืน(อญญวิหิต-ก),อญญาตโกผูอน-ไมรูแลว(อญญาต-ก),อุปกีตโกผูอนพระศาสดาทรงไถไวแลว(อุปกีต-ก),อุปกปปนกํอนเขาไปสำเรจ(อุปกปปน-ก),อคฆนโกอนควรคา(อคฆน-ก),วิจรณโกผูเทียวไป(วิจรณ-ก)รูปศพททีลงกสกรรถดงแสดงมานีอาจทำใหหลงผิดไปวาเปนณวุปจจยแปลงเปนอกตองกำหนดใหดีฯอีกอยางหนึงศพททีมีกเปนทีสุดใหแปลวานอยกมีถาอยางนีไมใชกสกรรถแตกนนเปนคุณนามไปเชนปุตตโกอ.บุตรนอยกุมารโกอ.กุมารนอยคามโกอ.บานนอยมญจโกอ.เตียงนอยปีฐกํอ.ตงนอยหตถิโปตโกอ.ชางผูลูกนอยพึงกำหนดวากสกรรถนนเปนอหรืออาการนตแจกไดทง๓ลิงค(๒)อนตสกรรถ(อนตตามปกติแปลวาทีสุดแตใชเปนศพทสกรรถไมตองแปลเอา)เชนกมมนโต-กมมนตาอ.การงาน(กมม-อนต)สุตตนโตอ.พระสูตร(สุตต-อนต)อนตสกรรถทำศพททีเปนลิงคอืนใหเปนปุํลิงคดงกมมสุตตเดิมเปนนปุํ.แตใชอนตสกรรถแลวกลายเปนปุํ.ฯ(๓)คตสกรรถ(คตเดิมแปลวาไปแลวแตใชเปนศพทสกรรถไมตองแปลเอา)เชนทิฏฐิคตานิอ.ทิฏฐิท.(ทิฏฐิ-คต)ติรจฉานคโตอ.สตวดิรจฉาน(ติรจฉาน-คต)คตสกรรถเหนทานใชเปนปุํ.และนปุํ.ดงตวอยางเทานนฯ(๔)ชาตสกรรถ(ชาตเดิมแปลวาเกิดแลว)เชนกิเลสชาตํอ.กิเลสหรืออ.กิเลสชาตธมมชาตํอ.ธรรมชาตหรืออ.ธรรมโทสชาตํอ.โทษหรืออ.โทษชาตคุณชาตํอ.คุณหรืออ.คุณชาตชาตสกรรถเหนทานใชเฉพาะนปุํ.เทานนฯ(๕)ชาติสกรรถ(ชาติเดิมแปลวาความเกิด)เชนธมมชาติอ.ธรรมชาติคุณชาติอ.คุณชาติโทสชาติอ.โทษชาติชาติเหนทานใชเฉพาะอิต.เทานนดงตวอยางทีแสดงมานีฯจึงสรุปลงเปนหลกไดวาถาอยากจะเปลียนแปลงลิงคเดิมของศพทนนๆกใหลงกอนตคตชาตชาติสกรรถศพทเทานนๆกจะกลายเปนลิงคอืนจากลิงคเดิมทนทีตามความประสงคฯ","nex":28,"url":"sakattha"},{"id":"s064","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ว่าด้วย สนฺต ศัพท์","level":2,"path":["ว่าด้วย สนฺต ศัพท์"],"pdf":50,"page":44,"html":"<h2 class=\"hb-topic\" id=\"santa-peace\">ก. สนฺต แปลว่า สงบแล้ว</h2>\n<p>เป็น สม ธาตุ ลง ต ปัจจัย แปลง ต เป็น นต แล้วลบที่สุดธาตุจึงเป็น สนฺต</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"santa-existing\">ข. สนฺต แปลว่า มีอยู่</h2>\n<p>เป็น อส ธาตุ ลง อนฺต ลบต้นธาตุ จึงเป็น สนฺต วิธีแจก สนฺต ทั้ง ๒ ชนิด ให้แจกตามแบบ ปุริส และ ภวนฺต จะแจกตามแบบ ภวนฺต เป็น ปุํ. ให้ดูดังนี้</p>","outline":[{"title":"สนฺต แปลว่าสงบแล้ว","section":"s064","anchor":"santa-peace"},{"title":"สนฺต แปลว่ามีอยู่","section":"s064","anchor":"santa-existing"},{"title":"แจกตามแบบ ภวนฺต","section":"s065","anchor":"s065"},{"title":"สํ","section":"s065","anchor":"sam"},{"title":"สติ","section":"s065","anchor":"sati"},{"title":"สตํ","section":"s065","anchor":"satam"},{"title":"อสฺส","section":"s065","anchor":"assa"}],"topics":[{"anchor":"santa-peace","title":"ก. สนฺต แปลว่า สงบแล้ว","level":2},{"anchor":"santa-existing","title":"ข. สนฺต แปลว่า มีอยู่","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วาดวยสนตศพทก.สนตแปลวาสงบแลวเปนสมธาตุลงตปจจยแปลงตเปนนตแลวลบทีสุดธาตุจึงเปนสนตข.สนตแปลวามีอยูเปนอสธาตุลงอนตลบตนธาตุจึงเปนสนตวิธีแจกสนตทง๒ชนิดใหแจกตามแบบปุริสและภวนตจะแจกตามแบบภวนตเปนปุํ.ใหดูดงนี","nex":0,"url":"santa"},{"id":"s065","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"สนฺต (สงบแล้ว) แจกตามแบบ ภวนฺต ดังนี้","level":3,"path":["ว่าด้วย สนฺต ศัพท์","สนฺต (สงบแล้ว) แจกตามแบบ ภวนฺต ดังนี้"],"pdf":50,"page":44,"html":"<div class=\"hb-tablewrap\"><table><tbody><tr><td>ป.</td><td>สํ</td><td>สนฺตา</td><td>สนฺโต</td></tr><tr><td>ทุ.</td><td>สนฺตํ</td><td>สนฺเต</td><td>สนฺโต</td></tr><tr><td>ต.</td><td>สตา</td><td>สนฺเตหิ</td><td>สนฺเตภิ</td></tr><tr><td>จ.</td><td>สโต</td><td>สตํ</td><td>สนฺตานํ</td></tr><tr><td>ปญฺจ</td><td>สตา</td><td>สนฺเตหิ</td><td>สนฺเตภิ</td></tr><tr><td>ฉ.</td><td>สโต</td><td>สตํ</td><td>สนฺตานํ</td></tr><tr><td>ส.</td><td>สติ สนฺเต</td><td>สนฺเตสุ</td><td></td></tr><tr><td>อา.</td><td>สนฺต</td><td>สนฺตา</td><td>สนฺโต</td></tr></tbody></table></div>\n<p>วิธีทำตัวเปลี่ยนแปลงวิภัตติ และการันต์ พึงดู ภวนฺต ในนาม ๒ ส่วน สนฺต แจกตามแบบ ปุริส นั้นง่ายแล้ว</p>\n<p>มีปัญหาถามว่า ศัพท์เหล่านี้คือ สํ สติ สตํ อสฺส เป็นศัพท์อะไรบ้าง จงจาระไนมาดู ?</p>\n<p>มีคำตอบดังนี้</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"sam\">ก. สํ</h2>\n<p>เป็น สํ อุปสัค แปลว่า พร้อม - กับ - ดี</p>\n<p>ข. สํ เป็น สนฺต แปลว่า สงบแล้ว หรือ มีอยู่ ลง สิ ปฐมา. แปลง สิ กับ นต เป็น อํ จึงเป็น สํ</p>\n<p>ค.สํ เป็น สยํ ๆ แปลงเป็น สํ แปลว่า ของตน ลง สิ หรือ อํ วิภัตติ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"sati\">ก. สติ</h2>\n<p>แปลว่า สงบแล้ว หรือ มีอยู่ เดิมเป็น สนฺต ลง สฺมึ สตฺตมี แปลง นต กับ สฺมึ เป็น ติ จึงเป็น สติ</p>\n<p>ข. สติ แปลว่า ธรรมชาติเป็นเครื่องระลึก เดิมเป็น สร ธาตุ ลง ติ ปัจจัย ลบที่สุดธาตุ วิเคราะห์ว่า สรติ เอตายาติ - สติ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"satam\">ก. สตํ</h2>\n<p>แปลว่า ของผู้สงบแล้วทั้งหลาย หรือ ของผู้มีอยู่ทั้งหลาย เดิมเป็น สม ธาตุหรือ อส ธาตุ ลง อนฺต หรือ ต ปัจจัย ลง นํ จตุตฺถี และฉฏฺฐี แปลง นต กับ นํ เป็น ตํ จึงเป็น สตํ</p>\n<p>ข. สตํ แปลว่า ร้อย เป็นปกติสังขยา ลง สิ หรือ อํ จึงเป็น สตํ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"assa\">ก. อสฺส</h2>\n<p>แปลว่า ม้า ศัพท์เดิมเป็น อสฺส ลง สิ อาลปนะ ลบ สิ เสีย</p>\n<p>ข. อสฺส แปลว่า นี้ หรือ นั้น เดิมเป็น อิม หรือ ต ลง ส จตุตฺถี และ ฉฏฺฐี แปลง อิม หรือ ต เป็น อ แปลง ส เป็น สฺส จึงเป็น อสฺส</p>\n<p>ค. อสฺส แปลว่า พึงเป็น เดิมเป็น อส ธาตุ แปลงกับ เอยย เป็น อสฺส</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"sam","title":"ก. สํ","level":2},{"anchor":"sati","title":"ก. สติ","level":2},{"anchor":"satam","title":"ก. สตํ","level":2},{"anchor":"assa","title":"ก. อสฺส","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"สนต(สงบแลว)แจกตามแบบภวนตดงนี||||||---|---|---|---||ป.|สํ|สนตา|สนโต||ทุ.|สนตํ|สนเต|สนโต||ต.|สตา|สนเตหิ|สนเตภิ||จ.|สโต|สตํ|สนตานํ||ปญจ|สตา|สนเตหิ|สนเตภิ||ฉ.|สโต|สตํ|สนตานํ||ส.|สติสนเต|สนเตสุ|||อา.|สนต|สนตา|สนโต|วิธีทำตวเปลียนแปลงวิภตติและการนตพึงดูภวนตในนาม๒สวนสนตแจกตามแบบปุริสนนงายแลวมีปญหาถามวาศพทเหลานีคือสํสติสตํอสสเปนศพทอะไรบางจงจาระไนมาดู?มีคำตอบดงนีก.สํเปนสํอุปสคแปลวาพรอม-กบ-ดีข.สํเปนสนตแปลวาสงบแลวหรือมีอยูลงสิปฐมา.แปลงสิกบนตเปนอํจึงเปนสํค.สํเปนสยํๆแปลงเปนสํแปลวาของตนลงสิหรืออํวิภตติก.สติแปลวาสงบแลวหรือมีอยูเดิมเปนสนตลงสมึสตตมีแปลงนตกบสมึเปนติจึงเปนสติข.สติแปลวาธรรมชาติเปนเครืองระลึกเดิมเปนสรธาตุลงติปจจยลบทีสุดธาตุวิเคราะหวาสรติเอตายาติ-สติก.สตํแปลวาของผูสงบแลวทงหลายหรือของผูมีอยูทงหลายเดิมเปนสมธาตุหรืออสธาตุลงอนตหรือตปจจยลงนํจตุตถีและฉฏฐีแปลงนตกบนํเปนตํจึงเปนสตํข.สตํแปลวารอยเปนปกติสงขยาลงสิหรืออํจึงเปนสตํก.อสสแปลวามาศพทเดิมเปนอสสลงสิอาลปนะลบสิเสียข.อสสแปลวานีหรือนนเดิมเปนอิมหรือตลงสจตุตถีและฉฏฐีแปลงอิมหรือตเปนอแปลงสเปนสสจึงเปนอสสค.อสสแปลวาพึงเปนเดิมเปนอสธาตุแปลงกบเอยยเปนอสส","nex":0,"url":"santa#santa-bhavanta"},{"id":"s066","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"เรื่อง อนฺต ปัจจัยอีก","level":2,"path":["เรื่อง อนฺต ปัจจัยอีก"],"pdf":51,"page":45,"html":"<p>ขอเตือนว่า อนฺต ปัจจัย เมื่อลงหลังธาตุแล้วเป็น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ททนฺต</div><div class=\"hb-gloss\">- ให้อยู่</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กุพฺพนฺต</div><div class=\"hb-gloss\">กระทำอยู่</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กรนฺต</div><div class=\"hb-gloss\">- กระทำอยู่</div></div></div>\n<p>แล้วแจกตามแบบ ภวนฺต</p>\n<p>มีอยู่ในประโยคธรรมบทแล้วทำให้งง หลงไปว่า เป็น ต ปัจจัย เช่น ททโต กุพฺพโต กรํ ใครว่าเป็น วิภัตติอะไรจงตอบ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"เรืองอนตปจจยอีกขอเตือนวาอนตปจจยเมือลงหลงธาตุแลวเปนททนต-ใหอยูกุพพนตกระทำอยูกรนต-กระทำอยูแลวแจกตามแบบภวนตมีอยูในประโยคธรรมบทแลวทำใหงงหลงไปวาเปนตปจจยเชนททโตกุพพโตกรํใครวาเปนวิภตติอะไรจงตอบ","nex":3,"url":"anta-paccaya"},{"id":"s067","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"แปลประโยค ย – ต ต่างๆ โดยพยัญชนะ","level":2,"path":["แปลประโยค ย – ต ต่างๆ โดยพยัญชนะ"],"pdf":52,"page":46,"html":"<p>ภาษามคธ นิยมใช้คำพูด – นั้น มากเป็นพิเศษ คงถือว่าเป็นคำพูดที่ไพเราะและเป็นคำเปรียบเทียบ ให้ผู้ฟังเล็งเห็นเป็นภาพชัดเจนนั่นเอง</p>\n<p>คำว่า ใด – นั้น ก็คือ ประโยค ย. ประโยค ต. ซึ่งมีรวมทั้งหมด ๕ ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้</p>\n<p>๑. ประโยค ย – ต ใด – นั้น เรียกว่า ย. ต. สามัญ</p>\n<p>๒. ประโยค ยถา- เสยยถา ฉันใด เรียกว่า ประโยคอุปมา, ตถา-เอวํ ฉันนั้น เรียกว่า ประโยคอุปไมย</p>\n<p>๓. ประโยค ยถา โดยประการใด, ตถา-เอวํ โดยประการนั้น เรียกรวมกันว่าประโยคปการัตถะ</p>\n<p>๔. ประโยค ยาว เพียงใด, ตาว เพียงนั้น เรียกรวมกันว่า ประโยคปริเฉท</p>\n<p>๕. ประโยค ยสฺมา เหตุใด, ตสฺมา เพราะเหตุนั้น เรียกรวมกันว่า ประโยคเหตุ</p>\n<p>การแปลประโยค ย-ต เหล่านี้ บางแห่งก็ง่าย บางแห่งก็ยากมาก เพราะท่านเรียงไว้สับสนกันผู้แปลต้องยึดหลักไวยากรณ์ไว้อย่างมั่นคง จึงจะแปลไม่ผิดความหมาย และตรงกับภาษาไทย</p>\n<p>แต่วิธีแปลประโยค ย-ต มีหลักที่จะต้องยึดและคำนึงอยู่เสมอ ในขณะแปลดังนี้</p>","outline":[{"title":"ประโยค ย–ต ทั้ง ๕ ประเภท","section":"s067","anchor":"s067"},{"title":"วิธีเดินประโยค","section":"s068","anchor":"s068"}],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลประโยคย–ตตางๆโดยพยญชนะภาษามคธนิยมใชคำพูด–นนมากเปนพิเศษคงถือวาเปนคำพูดทีไพเราะและเปนคำเปรียบเทียบใหผูฟงเลงเหนเปนภาพชดเจนนนเองคำวาใด–นนกคือประโยคย.ประโยคต.ซึงมีรวมทงหมด๕ประเภทใหญๆดงนี๑.ประโยคย–ตใด–นนเรียกวาย.ต.สามญ๒.ประโยคยถา-เสยยถาฉนใดเรียกวาประโยคอุปมา,ตถา-เอวํฉนนนเรียกวาประโยคอุปไมย๓.ประโยคยถาโดยประการใด,ตถา-เอวํโดยประการนนเรียกรวมกนวาประโยคปการตถะ๔.ประโยคยาวเพียงใด,ตาวเพียงนนเรียกรวมกนวาประโยคปริเฉท๕.ประโยคยสมาเหตุใด,ตสมาเพราะเหตุนนเรียกรวมกนวาประโยคเหตุการแปลประโยคย-ตเหลานีบางแหงกงายบางแหงกยากมากเพราะทานเรียงไวสบสนกนผูแปลตองยึดหลกไวยากรณไวอยางมนคงจึงจะแปลไมผิดความหมายและตรงกบภาษาไทยแตวิธีแปลประโยคย-ตมีหลกทีจะตองยึดและคำนึงอยูเสมอในขณะแปลดงนี","nex":0,"url":"ya-ta"},{"id":"s068","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"วิธีแปลประโยค ย - ต","level":3,"path":["แปลประโยค ย – ต ต่างๆ โดยพยัญชนะ","วิธีแปลประโยค ย - ต"],"pdf":52,"page":46,"html":"<p>๑.ให้เข้าแปลประโยค <strong>ย</strong> ก่อน เมื่อแปลประโยค <strong>ย</strong> หมดทุกบทแล้วจึงเข้าแปล ประโยค <strong>ต</strong> ที่หลังฯ</p>\n<p>๒.แต่มีประโยค <strong>ย - ต</strong> บางแห่ง เฉพาะประโยค <strong>ต</strong> เป็นประโยคใหญ่และยาวมาก แต่มีประโยค <strong>ย</strong> เข้าไปแทรกตรงกลาง และประโยค <strong>ย</strong> นั้น เป็นประโยคเล็กๆ มีบทต่างๆ เพียงเล็กน้อย</p>\n<p>ถ้าอย่างนี้ก็ให้ดำเนินการแปลขึ้นก่อนที่ประโยค <strong>ต</strong> แปลส่งไปบทต่างๆไปเป็นทอดๆ พอไปถึง <strong>ต</strong> จะเป็น <strong>ต</strong> ชนิดใดก็ตาม ก็อย่าพึ่งแปลให้พัก <strong>ต</strong> ไว้ก่อน เข้าแปลประโยค <strong>ย</strong> จนหมดทุกบทแล้ว จึงกลับมาแปลตัว <strong>ต</strong> ที่หลัง แล้วดำเนินการแปลจนถึงจบประโยค ฯ</p>\n<p>๓.มีประโยค <strong>ย - ต</strong> บางแห่งท่านเรียงประโยค <strong>ต</strong> ไว้ข้างหน้า เรียงประโยค ย ไว้ข้างหลัง ซึ่งผิดธรรมดา <strong>ย - ต</strong> ทั้งหลายดังนี้</p>\n<p>ถ้า <strong>ย - ต</strong> ตั้งอยู่อย่างนี้ มีวิธีแปล ๒ อย่างคือ</p>\n<p>-ถ้าทั้ง <strong>ย - ต</strong> ลง <strong>สิ - โย</strong> ปฐมาวิภัตติ เป็นบทประธานในประโยค ก็ให้ข้ามไปแปลประโยค <strong>ย</strong> ซึ่งอยู่ข้างหลังนั้นก่อน แปลประโยค <strong>ย</strong> หมดทุกบทแล้ว จึงกลับมาแปลประโยค <strong>ต</strong> ที่หลัง ฯ</p>\n<p>-ถ้าประโยค <strong>ต</strong> เฉพาะตัว <strong>ต</strong> ไม่ได้เป็นประธาน ลง วิภัตติ ต่างๆ ตั้งแต่ ทุติยา จนถึงสัตตมี ถ้าอย่างนี้ก็ให้แปลนามนามอื่น ที่เป็นประธานในประโยค ต นั้นก่อน เมื่อแปลถึงตัว ต ก็อย่าพึ่งแปลให้พัก ต ไว้ก่อน เข้าแปลประโยค ย จนหมดทุกบทแล้ว กลับมาแปลตัว ต ที่หลังก็เป็นอันว่าหมดเท่านี้</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วิธีแปลประโยคย-ต๑.ใหเขาแปลประโยคยกอนเมือแปลประโยคยหมดทุกบทแลวจึงเขาแปลประโยคตทีหลงฯ๒.แตมีประโยคย-ตบางแหงเฉพาะประโยคตเปนประโยคใหญและยาวมากแตมีประโยคยเขาไปแทรกตรงกลางและประโยคยนนเปนประโยคเลกๆมีบทตางๆเพียงเลกนอยถาอยางนีกใหดำเนินการแปลขึนกอนทีประโยคตแปลสงไปบทตางๆไปเปนทอดๆพอไปถึงตจะเปนตชนิดใดกตามกอยาพึงแปลใหพกตไวกอนเขาแปลประโยคยจนหมดทุกบทแลวจึงกลบมาแปลตวตทีหลงแลวดำเนินการแปลจนถึงจบประโยคฯ๓.มีประโยคย-ตบางแหงทานเรียงประโยคตไวขางหนาเรียงประโยคยไวขางหลงซึงผิดธรรมดาย-ตทงหลายดงนีถาย-ตตงอยูอยางนีมีวิธีแปล๒อยางคือ-ถาทงย-ตลงสิ-โยปฐมาวิภตติเปนบทประธานในประโยคกใหขามไปแปลประโยคยซึงอยูขางหลงนนกอนแปลประโยคยหมดทุกบทแลวจึงกลบมาแปลประโยคตทีหลงฯ-ถาประโยคตเฉพาะตวตไมไดเปนประธานลงวิภตติตางๆตงแตทุติยาจนถึงสตตมีถาอยางนีกใหแปลนามนามอืนทีเปนประธานในประโยคตนนกอนเมือแปลถึงตวตกอยาพึงแปลใหพกตไวกอนเขาแปลประโยคยจนหมดทุกบทแลวกลบมาแปลตวตทีหลงกเปนอนวาหมดเทานี","nex":0,"url":"ya-ta#withi-plae"},{"id":"s069","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"แผนผัง ย - ต สามัญ","level":3,"path":["แปลประโยค ย – ต ต่างๆ โดยพยัญชนะ","แผนผัง ย - ต สามัญ"],"pdf":53,"page":47,"html":"<p class=\"hb-lead\">หัวข้อนำของ <a href=\"#s070\">ใด - นั้น</a></p>","outline":[{"title":"แผนผังใด–นั้น","section":"s070","anchor":"s070"},{"title":"ย แทรกในประโยค ต","section":"s071","anchor":"s071"}],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แผนผงย-ตสามญ","nex":0,"url":"ya-ta#phaenphang"},{"id":"s070","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ใด - นั้น","level":3,"path":["แปลประโยค ย – ต ต่างๆ โดยพยัญชนะ","ใด - นั้น"],"pdf":53,"page":47,"html":"<figure class=\"hb-diagram\" style=\"--hb-diagram-width:450px\"><div class=\"hb-diagram-scroll\"><img src=\"/handbook/img/ya-ta-samanya-diagram.png?v=1791819075996481826\" alt=\"แผนผัง ย–ต สามัญ ๓ แบบ แสดงตำแหน่งประโยคใดและประโยคนั้น\" width=\"450\" height=\"138\" loading=\"lazy\"></div></figure>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑. อนฺนปานเภสชฺเชสุ โย ยํ อิจฺฉติ, ตสฺส ตํ ยถิจฺฉิตเมว สมฺปชฺชติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=4\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๔\">(ธบ.๑/๔</a>-๕)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>โย ภิกฺขุ</strong> อ. ภิกษุใด <strong>อิจฺฉติ</strong> ย่อมปรารถนา <strong>อนฺนปานเภสชฺเชสุ</strong> ในข้าวและน้ำเป็นที่อันเขาพึงดื่ม และยา ท. หนา <strong>ยํ วตฺถุ</strong> ซึ่งวัตถุใด, <strong>ตํ (วตฺถุ)</strong> อ.วัตถุ นั้น <strong>สมฺปชฺชติ</strong> ย่อมสำเร็จ <strong>ตสฺส (ภิกฺขุโน)</strong> แก่ภิกษุนั้น ยถิจฺฉิตํ เอว ตามความปรารถนา นั่นเทียว ฯ (ประโยคนี้ ตรงกับ แผนผังที่ ๑)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๒.ยํ นิสฺสาย เต ตํ ฯลฯ เตสํ ปุพฺพงฺคโมติ วุจฺจติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=22\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๒๒\">(ธบ.๑/๒๒)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>เต โจรา</strong> อ. โจร ท. เหล่านั้น <strong>นิสฺสาย</strong> อาศัยแล้ว <strong>ยํ โจรํ</strong> ซึ่งโจรใด <strong>กโรนฺติ</strong> ย่อมกระทำ <strong>กมฺมํ</strong> ซึ่งกรรม <strong>ตํ</strong> นั้น, <strong>โส โจโร</strong> อ.โจร นั้น <strong>ทตฺตโต วา</strong> ชื่อว่า ทัตตะ หรือ <strong>มตฺโต วา</strong> หรือว่า ชื่อว่า มัตตะ (<strong>ชเนหิ</strong> อันชน ท.) <strong>วุจฺจติ</strong> ย่อมกล่าวว่า <strong>เตสํ ปุพฺพงฺคโม อิติ</strong> ว่าเป็นผู้ถึงก่อนแห่งโจร ท. เหล่านั้น ดังนี้ฯ (ประโยคนี้ ตรงกับแผนผังที่ ๑)</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ใด-นน๑.ย.........,ต..........๒.(ต).........,ย..........๓.........,ย..........ต..........๑.อนนปานเภสชเชสุโยยํอิจฉติ,ตสสตํยถิจฉิตเมวสมปชชติ.(ธบ.๑/๔-๕)แปลวาโยภิกขุอ.ภิกษุใดอิจฉติยอมปรารถนาอนนปานเภสชเชสุในขาวและนำเปนทีอนเขาพึงดืมและยาท.หนายํวตถุซึงวตถุใด,ตํ(วตถุ)อ.วตถุนนสมปชชติยอมสำเรจตสส(ภิกขุโน)แกภิกษุนนยถิจฉิตํเอวตามความปรารถนานนเทียวฯ(ประโยคนีตรงกบแผนผงที๑)๒.ยํนิสสายเตตํฯลฯเตสํปุพพงคโมติวุจจติ.(ธบ.๑/๒๒)แปลวาเตโจราอ.โจรท.เหลานนนิสสายอาศยแลวยํโจรํซึงโจรใดกโรนติยอมกระทำกมมํซึงกรรมตํนน,โสโจโรอ.โจรนนทตตโตวาชือวาทตตะหรือมตโตวาหรือวาชือวามตตะ(ชเนหิอนชนท.)วุจจติยอมกลาววาเตสํปุพพงคโมอิติวาเปนผูถึงกอนแหงโจรท.เหลานนดงนีฯ(ประโยคนีตรงกบแผนผงที๑)","nex":2,"url":"ya-ta#dai-nan"},{"id":"s071","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ชนิดประโยค ย. แทรกประโยค ต.","level":2,"path":["ชนิดประโยค ย. แทรกประโยค ต."],"pdf":54,"page":48,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เตปิ อนุปุพฺเพน เชตวนํ ฯเปฯ ตํ วิถึ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=13\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๓\">(ธบ.๑/๑๓)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>เตปิ ภิกฺขู</strong> อ.ภิกษุ ท. แม้เหล่านั้น <strong>คนฺตฺวา</strong> ไปแล้ว <strong>เชตวนํ</strong> สู่พระพระวิหารชื่อว่าเชตวัน <strong>อนุปุพฺเพน</strong> โดยลำดับ <strong>วนฺทิตฺวา</strong> ไหว้แล้ว <strong>สตฺถารํ จ</strong> ซึ่งพระศาสดาด้วย <strong>มหาเถเร จ</strong> ซึ่ง มหาเถระ ท. ด้วย <strong>วจเนน</strong> ตามคำ <strong>เถรสฺส</strong> ของพระเถระ (ส่งข้าม ป.ย. ว่า) <strong>กนิฏฺโฐ</strong> อ.น้องชายผู้น้อยที่สุด <strong>เถรสฺส</strong> ของพระเถระ <strong>วสติ</strong> ย่อมอยู่ <strong>ยตฺถ วิถิยํ</strong> ในถนนใด (กลับมาแปลตัว ต ว่า ) วิถึ สู่ถนน <strong>ตํ</strong> นั้น <strong>ปิณฺฑาย</strong> เพื่อบิณฑะ ฯ (ตรงกับแผนผังที่ ๓)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อิทํ วิสฺสชฺเชตฺวา ยทูนํ, ตํ ปูเรยฺยาสิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=71\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๗๑\">(ธบ.๑/๗๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ตฺวํ</strong> อ.ท่าน <strong>วิสฺสชฺเชตฺวา</strong> พึงสละแล้ว <strong>อิทํ วตฺถุํ</strong> (เข้ามาแปล ป.ย ว่า <strong>ยํ วตฺถุํ</strong> อ.วัตถุใด <strong>อูนํ</strong> เป็นวัตถุพร่อง (<strong>โหติ</strong> ย่อมเป็น) <strong>ตํ วตฺถุํ ปูเรยฺยาสิ</strong> พึงยังวัตถุนั้นให้เติม ฯ (ตรงกับแผนที่ ๓)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อถโข อายสฺมา นนฺโท สหายกานํ ภิกฺขูนํ ฯเปฯ อุปสมฺปชฺช วิหาสิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=116\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๑๖\">(ธบ.๑/๑๑๖)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>อถโข</strong> ครั้งนั้นแล <strong>อายสฺมา</strong> อ.ท่านผู้มีอายุ <strong>นนฺโท</strong> ชื่อว่านันทะ ฯลฯ เอโก ผู้เดียว <strong>วูปกฏฺโฐ</strong> หลีกออกแล้ว <strong>อปฺปมตฺโต</strong> ไม่ประมาทแล้ว <strong>อาตาปี</strong> ผู้มีความเพียรเป็นเครื่องยังกิเลสให้ร้อนทั่ว <strong>ปหิตตฺโต</strong> มีตนอันส่งไปแล้ว <strong>วิหรนฺโต</strong> อยู่ๆ (ข้าม ป.ย ไปหาพวก ต ว่า) <strong>สจฺฉิกตฺวา</strong> กระทำให้แจ้งแล้ว (พักพวก ป.ต ไว้เข้าไปแปลพวก ย ว่า) <strong>กุลปุตฺตา</strong> อ.กุลบุตร ท. (<strong>นิกฺขมิตฺวา</strong> ออกแล้ว) จากเรือน <strong>ปพฺพชนฺติ</strong> ย่อมบวช <strong>อนาคาริยํ</strong> ไม่มีเรือน <strong>สมฺมเทว</strong> โดยชอบนั่นเทียว <strong>อตฺถาย</strong> เพื่อประโยชน์ <strong>ยสฺส</strong> (<strong>คุณชาตสฺส</strong> แก่คุณชาต) ใด <strong>น จิรสฺส เอว</strong> ต่อกาลไม่นานนั่นเทียว (กลับคืนแปลพวก ต ว่า) <strong>ตํ (คุณชาตํ)</strong> ซึ่งคุณชาตินั้น <strong>อนุตฺตรํ</strong> อันยอดเยี่ยม <strong>พฺรหฺมจริยปริโยสานํ</strong> อันเป็นที่สุดรอบแห่งพรหมจรรย์ <strong>อภิญฺญา</strong> เพราะอันรู้ยิ่ง <strong>ธมฺเม</strong> ในธรรม <strong>ทิฏฺเฐเอว</strong> อันสัตว์เห็นแล้ว นั่นเทียว <strong>สยํ</strong> เอง <strong>อุปสมฺปชฺช</strong> เข้าถึงแล้ว <strong>วิหาสิ</strong> อยู่แล้ว (ตรงกับแผนผังที่ ๓)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ฉาตกกาเล สกเฏน วีหิ อาทาย ชนปทํ คนฺตฺวา เอกนาฬิทฺวินาฬิมตฺเตน คามสูกรโปตเก กีณิตฺวา สกฏํ ปูเรตฺวา อาคนฺตฺวา ปจฺฉานิเวสเน วชํ วิย เสกฏฺฐานํ ปริกฺขิปิตฺวา ตตฺเถว เตสํ นิวาปํ โรเปตฺวา , เตสุ นานาคจฺเฉ จ สรีรวลญฺชญฺจ ขาทิตฺวา วฑฺฒิเตสุ , ยํ ยํ มาเรตุกาโม โหติ ,ตํ ตํ อาฬาหเน นิจฺจลํ พนฺธิตฺวา สรีรมํสสฺส อุทฺธุมายิตฺวา พหลภาวตฺถํ จตุรสฺสมุคฺคเรน โปเถตฺวา“พหลมํโส ชาโตติ ญตฺวา มุขํ วิวริตฺวา ทนฺตนฺตเร ตรณฺฑกํ ทตฺวา โลหนาฬิยา ปกฺกุฏฺฐิตํ อุณฺโหทกํ มุเข อาสิญฺจติ ฉาตกกาเล สกเฏน วีหิ อาทาย ฯลฯ อุณฺโหทกํ มุเข อาสิญฺจติ <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=117\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๑๗\">(ธบ.๑/๑๑๗)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า (<strong>โส จุนฺโท</strong> อ.นายจุนทะนั้น) <strong>อาทาย</strong> บรรทุกแล้ว <strong>วีหิ</strong> ซึ่งข้าวเปลือก ท. <strong>สกเฏน</strong> ด้วยเกวียน ฯลฯ <strong>โรเปตฺวา</strong> ปลูกแล้ว <strong>นิวาปํ</strong> ซึ่งผัก <strong>ตตฺถ เอว ฐาเน</strong> ในที่นั้น นั่นเทียว <strong>เตสํ สูกรานํ</strong> เพื่อสุกร ท.เหล่านั้น <strong>เตสุ สูกเรสุ</strong> ครั้นเมื่อสุกร ท. เหล่านั้น <strong>ขาทิตฺวา</strong> เคี้ยวกินแล้ว <strong>นานาคจฺเฉ จ</strong> ซึ่งกอต่างๆ ท.ด้วย <strong>สรีรวลญฺชํ จ</strong> ซึ่งเหยื่อในสรีระด้วย <strong>วฑฺฒิเตสุ</strong> เจริญแล้ว (ข้ามไปแปลพวก ต ว่า) <strong>พนฺธิตฺวา</strong> ผูกแล้ว (พักพวก ต ไว้ เข้าไปแปลพวก ย ว่า) <strong>อตฺตา</strong> อ.ตน <strong>ยํ ยํ สุกรํ มาเรตุกาโม</strong> เป็นผู้ใคร่เพื่ออันยังสุกรใดๆให้ตาย <strong>โหติ</strong> ย่อมเป็น (กลับคืนแปลพวก ต ว่า) <strong>ตํ ตํ สุกรํ</strong> ซึ่งสุกรนั้นๆ <strong>อาฬาหเน</strong> ในที่เป็นที่นำมาฆ่า (<strong>กตฺวา</strong> กระทำ) <strong>นิจฺจลํ</strong> ให้เป็นสัตว์มีอันไหลออกแล้ว <strong>โปเถตฺวา</strong> ทุบแล้ว (รวบ) <strong>สรีรมํสสฺส อุทฺธุมายิตฺวา พหลภาวตฺถํ</strong> เพื่อความที่แห่งเนื้อในสรีระเป็นอวัยวะพองขึ้นหนา <strong>จตุรสฺสมุคฺคเรน</strong> ด้วยไม้ค้อนมีเหลี่ยมสี่ ฯลฯ(ตรงกับแผนผังที่๓) ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">(อตฺตา) ยํ ยํ (สุกรํ) มาเรตุกาโม โหติ, ตํ ตํ (สุกรํ)</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่ง-อ.ตนเป็นผู้ใคร่เพื่ออันยังสุกรตัวใดใด ให้ตาย ย่อมเป็น - สุกร ตัวนั้นนั้น</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">มม โลหิตภกฺขสฺส ฯเปฯ ตํ พหุํ, ยํ ปิ ชีวสิ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ตฺวํ</strong> อ.ท่าน (รวบ) <strong>มม โลหิตภกฺขสฺส นิจฺจํ ลุทฺทานิ กุพฺพโต ทนฺตนฺตรคโต</strong> เป็นผู้ไปแล้วในระหว่างแห่งฟัน ของเรา ผู้มีโลหิตเป็นภักษา ผู้กระทำอยู่ซึ่งกรรมอันหยาบช้า ท. เป็นนิตย์ <strong>สนฺโต</strong> มีอยู่ <strong>ชีวสิ</strong> ย่อมเป็นอยู่ (<strong>นิสฺสาย</strong>) เพราะอาศัย <strong>ยํ มํสํ</strong> ซึ่งเนื้อใด, <strong>ตํ มํสํ</strong> อ.เนื้อนั้น <strong>พหุํ</strong> เป็นเนื้อมาก (<strong>อตฺถิ</strong>) มีอยู่) ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตํ อาจริเย อุปสงฺกมิตฺวา ฯเปฯ ตกฺกโร น โหติ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า (<strong>โส นโร</strong> อ.นระนั้น) <strong>อุปสงฺกมิตฺวา</strong> เข้าไปหาแล้ว <strong>อาจริเย</strong> ซึ่งอาจารย์ ท. <strong>อุคฺคณฺหิตฺวา</strong> เรียนเอาแล้ว <strong>ตํ พุทฺธวจนํ</strong> ซึ่งพระพุทธพจน์นั้น <strong>ภาสมาโน</strong> กล่าวอยู่ <strong>ภาสมาโน</strong> คือว่า <strong>วเจนฺโต</strong> บอกอยู่ <strong>วาเจนฺโต</strong> คือว่า แสดงอยู่ <strong>พหุํปิ พุทฺธวจนํ</strong> ซึ่งพระพุทธพจน์แม้มาก <strong>ปเรสํ ชนานํ</strong> แก่ชน ท. เหล่าอื่น (รวบ ป.ย ทั้งหมดเข้าใส่ ต ว่า) <strong>ตํ ธมฺมํ สุตฺวา (ยํ กิจฺจํ) การเณน ปุคฺคเลน กตฺตพฺพํ, ตกฺกโร น โหติ</strong> ย่อมเป็นผู้ไม่กระทำซึ่ง - อ.กิจใด อันบุคคลผู้กระทำ ฟังแล้วซึ่งธรรมนั้นพึงกระทำ,กิจนั้นฯ</div></div>\n<p>ในข้อนี้ ต ที่สมาส เป็น ตกฺกโร นั้นเอง รับกันกับ ยํ ต่างก็โยค กิจฺจํ ด้วยกัน แต่เวลาแปลจะต้องรวบ จึงจะแปลได้ความดังแปลมานี้ ฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตตฺถ เอโก สุวราชา ฯเปฯ อญฺญตฺถ น คจฺฉติ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ตตฺถ สุเวสุ</strong> ในนกแขกเต้า ท. เหล่านั้นหนา <strong>สุวราชา</strong> อ.นกแขกเต้าผู้พระราชา <strong>เอโก</strong> ตัวหนึ่ง <strong>ผเลสุ</strong> ครั้นเมื่อผล ท. <strong>อตฺตโน นิวาสนรุกฺขสฺส</strong> แห่งต้นไม้เป็นที่อยู่ ของตน สิ้นแล้ว (ข้ามไปแปลพวก ต ว่า) <strong>ขาทิตฺวา</strong> เคี้ยวกินแล้ว (พักพวก ต ไว้ เข้าไปแปลพวก ย ว่า) <strong>ยํ เอว รุกฺขาวยวํ</strong> อ. รุกขาวัยวะใด <strong>องฺกุโร วา</strong> คือ อ.หน่อหรือ <strong>ปตฺตํ วา</strong> หรือคือ อ. ใบ <strong>ตโจ วา</strong> หรือคือ อ.เปลือก <strong>อวสิฏฺฐํ</strong> เป็นของเหลือลงแล้ว <strong>โหติ</strong> ย่อมเป็น (กลับคืนแปลพวก ต ว่า) <strong>ตํ รุกฺขาวยวํ</strong> ซึ่งรุกขาวัยวะนั้น <strong>ปิวิตฺวา</strong> ดื่มแล้ว <strong>ปานียํ</strong> ซึ่งน้ำอันบุคคลพึงดื่ม <strong>คงฺคายํ</strong> ในแม่น้ำคงคาฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ชนิดประโยคย.แทรกประโยคต.เตปิอนุปุพเพนเชตวนํฯเปฯตํวิถึปิณฑายปวิสึสุ.(ธบ.๑/๑๓)แปลวาเตปิภิกขูอ.ภิกษุท.แมเหลานนคนตวาไปแลวเชตวนํสูพระพระวิหารชือวาเชตวนอนุปุพเพนโดยลำดบวนทิตวาไหวแลวสตถารํจซึงพระศาสดาดวยมหาเถเรจซึงมหาเถระท.ดวยวจเนนตามคำเถรสสของพระเถระ(สงขามป.ย.วา)กนิฏโฐอ.นองชายผูนอยทีสุดเถรสสของพระเถระวสติยอมอยูยตถวิถิยํในถนนใด(กลบมาแปลตวตวา)วิถึสูถนนตํนนปิณฑายเพือบิณฑะฯ(ตรงกบแผนผงที๓)อิทํวิสสชเชตวายทูนํ,ตํปูเรยยาสิ.(ธบ.๑/๗๑)แปลวาตวํอ.ทานวิสสชเชตวาพึงสละแลวอิทํวตถุํ(เขามาแปลป.ยวายํวตถุํอ.วตถุใดอูนํเปนวตถุพรอง(โหติยอมเปน)ตํวตถุํปูเรยยาสิพึงยงวตถุนนใหเติมฯ(ตรงกบแผนที๓)อถโขอายสมานนโทสหายกานํภิกขูนํฯเปฯอุปสมปชชวิหาสิ.(ธบ.๑/๑๑๖)แปลวาอถโขครงนนแลอายสมาอ.ทานผูมีอายุนนโทชือวานนทะฯลฯเอโกผูเดียววูปกฏโฐหลีกออกแลวอปปมตโตไมประมาทแลวอาตาปีผูมีความเพียรเปนเครืองยงกิเลสใหรอนทวปหิตตโตมีตนอนสงไปแลววิหรนโตอยูๆ(ขามป.ยไปหาพวกตวา)สจฉิกตวากระทำใหแจงแลว(พกพวกป.ตไวเขาไปแปลพวกยวา)กุลปุตตาอ.กุลบุตรท.(นิกขมิตวาออกแลว)จากเรือนปพพชนติยอมบวชอนาคาริยํไมมีเรือนสมมเทวโดยชอบนนเทียวอตถายเพือประโยชนยสส(คุณชาตสสแกคุณชาต)ใดนจิรสสเอวตอกาลไมนานนนเทียว(กลบคืนแปลพวกตวา)ตํ(คุณชาตํ)ซึงคุณชาตินนอนุตตรํอนยอดเยียมพรหมจริยปริโยสานํอนเปนทีสุดรอบแหงพรหมจรรยอภิญญาเพราะอนรูยิงธมเมในธรรมทิฏเฐเอวอนสตวเหนแลวนนเทียวสยํเองอุปสมปชชเขาถึงแลววิหาสิอยูแลว(ตรงกบแผนผงที๓)ฉาตกกาเลสกเฏนวีหิอาทายชนปทํคนตวาเอกนาฬิทวินาฬิมตเตนคามสูกรโปตเกกีณิตวาสกฏํปูเรตวาอาคนตวาปจฉานิเวสเนวชํวิยเสกฏฐานํปริกขิปิตวาตตเถวเตสํนิวาปํโรเปตวา,เตสุนานาคจเฉจสรีรวลญชญจขาทิตวาวฑฒิเตสุ,ยํยํมาเรตุกาโมโหติ,ตํตํอาฬาหเนนิจจลํพนธิตวาสรีรมํสสสอุทธุมายิตวาพหลภาวตถํจตุรสสมุคคเรนโปเถตวา“พหลมํโสชาโตติญตวามุขํวิวริตวาทนตนตเรตรณฑกํทตวาโลหนาฬิยาปกกุฏฐิตํอุณโหทกํมุเขอาสิญจติฉาตกกาเลสกเฏนวีหิอาทายฯลฯอุณโหทกํมุเขอาสิญจติ(ธบ.๑/๑๑๗)แปลวา(โสจุนโทอ.นายจุนทะนน)อาทายบรรทุกแลววีหิซึงขาวเปลือกท.สกเฏนดวยเกวียนฯลฯโรเปตวาปลูกแลวนิวาปํซึงผกตตถเอวฐาเนในทีนนนนเทียวเตสํสูกรานํเพือสุกรท.เหลานนเตสุสูกเรสุครนเมือสุกรท.เหลานนขาทิตวาเคียวกินแลวนานาคจเฉจซึงกอตางๆท.ดวยสรีรวลญชํจซึงเหยือในสรีระดวยวฑฒิเตสุเจริญแลว(ขามไปแปลพวกตวา)พนธิตวาผูกแลว(พกพวกตไวเขาไปแปลพวกยวา)อตตาอ.ตนยํยํสุกรํมาเรตุกาโมเปนผูใครเพืออนยงสุกรใดๆใหตายโหติยอมเปน(กลบคืนแปลพวกตวา)ตํตํสุกรํซึงสุกรนนๆอาฬาหเนในทีเปนทีนำมาฆา(กตวากระทำ)นิจจลํใหเปนสตวมีอนไหลออกแลวโปเถตวาทุบแลว(รวบ)สรีรมํสสสอุทธุมายิตวาพหลภาวตถํเพือความทีแหงเนือในสรีระเปนอวยวะพองขึนหนาจตุรสสมุคคเรนดวยไมคอนมีเหลียมสีฯลฯ(ตรงกบแผนผงที๓)ฯ(อตตา)ยํยํ(สุกรํ)มาเรตุกาโมโหติ,ตํตํ(สุกรํ)ซึง-อ.ตนเปนผูใครเพืออนยงสุกรตวใดใดใหตายยอมเปน-สุกรตวนนนนมมโลหิตภกขสสฯเปฯตํพหุํ,ยํปิชีวสิ.แปลวาตวํอ.ทาน(รวบ)มมโลหิตภกขสสนิจจํลุททานิกุพพโตทนตนตรคโตเปนผูไปแลวในระหวางแหงฟนของเราผูมีโลหิตเปนภกษาผูกระทำอยูซึงกรรมอนหยาบชาท.เปนนิตยสนโตมีอยูชีวสิยอมเปนอยู(นิสสาย)เพราะอาศยยํมํสํซึงเนือใด,ตํมํสํอ.เนือนนพหุํเปนเนือมาก(อตถิ)มีอยู)ฯตํอาจริเยอุปสงกมิตวาฯเปฯตกกโรนโหติ.แปลวา(โสนโรอ.นระนน)อุปสงกมิตวาเขาไปหาแลวอาจริเยซึงอาจารยท.อุคคณหิตวาเรียนเอาแลวตํพุทธวจนํซึงพระพุทธพจนนนภาสมาโนกลาวอยูภาสมาโนคือวาวเจนโตบอกอยูวาเจนโตคือวาแสดงอยูพหุํปิพุทธวจนํซึงพระพุทธพจนแมมากปเรสํชนานํแกชนท.เหลาอืน(รวบป.ยทงหมดเขาใสตวา)ตํธมมํสุตวา(ยํกิจจํ)การเณนปุคคเลนกตตพพํ,ตกกโรนโหติยอมเปนผูไมกระทำซึง-อ.กิจใดอนบุคคลผูกระทำฟงแลวซึงธรรมนนพึงกระทำ,กิจนนฯในขอนีตทีสมาสเปนตกกโรนนเองรบกนกบยํตางกโยคกิจจํดวยกนแตเวลาแปลจะตองรวบจึงจะแปลไดความดงแปลมานีฯตตถเอโกสุวราชาฯเปฯอญญตถนคจฉติแปลวาตตถสุเวสุในนกแขกเตาท.เหลานนหนาสุวราชาอ.นกแขกเตาผูพระราชาเอโกตวหนึงผเลสุครนเมือผลท.อตตโนนิวาสนรุกขสสแหงตนไมเปนทีอยูของตนสินแลว(ขามไปแปลพวกตวา)ขาทิตวาเคียวกินแลว(พกพวกตไวเขาไปแปลพวกยวา)ยํเอวรุกขาวยวํอ.รุกขาวยวะใดองกุโรวาคืออ.หนอหรือปตตํวาหรือคืออ.ใบตโจวาหรือคืออ.เปลือกอวสิฏฐํเปนของเหลือลงแลวโหติยอมเปน(กลบคืนแปลพวกตวา)ตํรุกขาวยวํซึงรุกขาวยวะนนปิวิตวาดืมแลวปานียํซึงนำอนบุคคลพึงดืมคงคายํในแมนำคงคาฯ","nex":8,"url":"ya-saek-ta"},{"id":"s072","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ยถา - เอวํ ตถา อุปมา อุปไมย","level":3,"path":["ชนิดประโยค ย. แทรกประโยค ต.","ยถา - เอวํ ตถา อุปมา อุปไมย"],"pdf":56,"page":50,"html":"<p class=\"hb-lead\">หัวข้อนำของ <a href=\"#s073\">ฉันใด ฉันนั้น</a></p>","outline":[{"title":"แผนผังฉันใด–ฉันนั้น","section":"s073","anchor":"s073"},{"title":"ตถา–เอวํ อยู่หน้า","section":"s074","anchor":"s074"},{"title":"ยถา แทรกในประโยค ต","section":"s075","anchor":"s075"},{"title":"ย–ต ที่สับสนกัน","section":"s076","anchor":"s076"}],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ยถา-เอวํตถาอุปมาอุปไมย","nex":0,"url":"ya-saek-ta#yatha-evam-upama"},{"id":"s073","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ฉันใด ฉันนั้น","level":3,"path":["ชนิดประโยค ย. แทรกประโยค ต.","ฉันใด ฉันนั้น"],"pdf":56,"page":50,"html":"<figure class=\"hb-diagram\" style=\"--hb-diagram-width:505px\"><div class=\"hb-diagram-scroll\"><img src=\"/handbook/img/yatha-evam-upama-diagram.png?v=1791819076019430922\" alt=\"แผนผัง ยถา–เอวํ ตถา อุปมาอุปไมย ๓ แบบ ฉันใด–ฉันนั้น\" width=\"505\" height=\"120\" loading=\"lazy\"></div></figure>\n<p>ประโยคอุปมา ใช้นิบาต ๒ ศัพท์คือ <strong>ยถา - เสยยถา</strong> แปลว่า ฉันใด เหมือนกัน ประโยคอุปไมย ใช้นินาต ๒ ศัพท์คือ <strong>ตถา - เอวํ</strong> แปลว่า ฉันนั้นฯ</p>\n<p>ทั้ง๒ชนิดนี้ เรียกว่า ประโยค <strong>ย-ต</strong> เหมือนกัน แต่เป็น <strong>ย-ต</strong> ชนิด อุปมา อุปไมย มีวิธีเรียงหน้า เรียงหลัง ก็เหมือน <strong>ย-ต</strong> สามัญที่กล่าวมาแล้ว ดังแผนผังข้างบนนี้</p>\n<p>ส่วนวิธีแปลก็เหมือน <strong>ย-ต</strong> สามัญคือให้แปลพวกประโยค <strong>ยถา</strong> ก่อนแล้วแปลพวกประโยค <strong>ตถา-เอวํ</strong> ที่หลัง แต่ถ้าเป็นประโยค ยถา แทรกเข้าไปในประโยค <strong>ตถา - เอวํ</strong> ตัว <strong>ตถา - เอวํ</strong> เรียงอยู่หลังประโยค ยถา ดังนี้ ก็ให้แปลประโยค ตถา-เอวํ นั้นก่อน ให้แปลส่งกันไปเป็นทอดๆไป ครั้นถึงตัว <strong>ตถา-เอวํ</strong> ก็อย่าพึ่งแปล ให้พักไว้ก่อนแล้วเข้าไปแปลประโยค <strong>ยถา</strong> จนหมดทุกบท จึงกลับมาแปลตัว <strong>ตถา - เอวํ</strong> แล้วส่งใส่กันไปเป็นทอดๆไปจนจบประโยคเหมือนๆกันกับการแปลประโยค <strong>ย-ต</strong> สามัญ ไม่มีอะไรแปลกกันเช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยถา ตุมฺเห ตํ น ปสฺสถ, ตถา โสปิ เต ปาณเก น ปสฺสติ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=19\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๙\">(ธ.บ.๑/๑๙)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ตุมฺเห</strong> อ.ท่าน ท. <strong>น ปสฺสถ</strong> ย่อมไม่เห็น <strong>ตํ จกฺขุปาลํ</strong> ซึ่งพระจักขุบาลนั้น <strong>ยถา เอว</strong> ฉันใด นั่นเทียว <strong>โสปิ จกฺขุปาโล</strong> อ. พระจักขุปาลแม้นั้น <strong>น ปสฺสติ</strong> ย่อมไม่เห็น <strong>ปาณเก</strong> ซึ่งสัตว์เล็ก ท. <strong>เต</strong> เหล่า เหล่านั้น <strong>ตถา</strong> ฉันนั้น ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยถา ปน ทารุอาทีหิ นิปฺผนฺนานิ ตานิ ตานิ ภณฺฑานิ ทารุมยาทีนิ นาม โหนฺติ, <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=21\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๒๑\">(ธ.บ.๑/๒๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ปน</strong> เหมือนอย่างว่า <strong>ภณฺฑานิ</strong> อ.ภัณฑะ ท. <strong>ตานิ ตานิ</strong> เหล่านั้นๆ <strong>นิปฺผนฺนานิ</strong> อันสำเร็จแล้ว <strong>ทารุอาทีหิ</strong> ด้วยวัตถุท. มีท่อนไม้เป็นต้น <strong>ทารุมยาทีนิ นาม</strong> ชื่อว่าเป็นวัตถุมีวัตถุอันสำเร็จแล้วด้วยไม้เป็นต้น <strong>โหนฺติ</strong> ย่อมเป็น <strong>ยถา</strong> ฉันใด, <strong>เอเตปิ ธมฺมา</strong> อ.ธรรม ท. แม้เหล่านั้น <strong>มโนมยา นาม</strong> ชื่อว่าเป็นสภาพสำเร็จแล้ว จากใจ (<strong>โหนฺติ</strong> ย่อมเป็น) <strong>ตถา</strong> ฉันนั้น (ตรงกับแผนผังที่๑)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยถา</div><div class=\"hb-pali\">ตถาห. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=55\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๕๕\">(ธ.บ.๑/๕๕)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า (<strong>ธมฺมสงฺคาหกาจริโย</strong> อ.อาจารย์ผู้สังคายนาซึ่งพระธรรม) <strong>อาห</strong> กล่าวแล้ว <strong>ยถา</strong> ฉันใด,(<strong>ธมฺมสงฺคาหกาจริโย</strong> อ.อาจารย์ผู้สังคายนาซึ่งพระธรรม) กล่าวแล้ว <strong>ตถา</strong> ฉันนั้นฯ (มีอยู่บางแห่งให้จำวิธีแปลไว้)</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(เพิ่มว่า)</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยถา หิ ทุคฺคตมนุสฺสา ฯเปฯ สมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>หิ</strong> เหมือนอย่างว่า <strong>ทุคฺคตมนุสฺสา</strong> อ.มนุษย์ผู้ถึงแล้วซึ่งยาก ท. <strong>กตฺถจิ คนฺตุกามา</strong> เป็นผู้ใคร่เพื่ออันไปในที่ไหน (<strong>หุตฺวา</strong> เป็น) <strong>นิกฺขมนฺติ</strong> ย่อมออกไป <strong>ขิปฺปํ เอว</strong> พลันนั่นเทียว, <strong>ปน</strong> ส่วนว่า <strong>ราชูนํ ลทฺธุํ</strong> อ.อันอันพระราชา ท. ได้ <strong>ปริกมฺมํ</strong> ซึ่งการตระเตรียม <strong>มหนฺตํ</strong> อันใหญ่ <strong>หตฺถิวาหนกปฺปนาที</strong> มีการตระเตรียมซึ่งพาหนะคือช้างเป็นต้น <strong>ยถา</strong> ฉันใด, <strong>สมฺปทํ</strong> อ.คำอุปไมยเป็นเครื่องยังอุปมาให้ถึงพร้อม <strong>อิทํ</strong> นี้ (ปณฺฑิเตน อันบัณฑิต) <strong>เวทิตพฺพํ</strong> พึงทราบ <strong>เอวํ</strong> ฉันนั้น ฯ (ตรงกับแผนผังที่๑)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เสยฺยถาปิ สา ภนฺเต ฉินฺนกณฺณนาสงฺคุฏฺฐา ฯเปฯ ภาคํปิ น อุเปติ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ภนฺเต</strong> ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ <strong>ปลุฏฺฐมกฺกฏี</strong> อ.นางลิงลุ่น <strong>ฉินฺนกณฺณนาสนงฺคุฏฺฐา</strong> ตัวมีหูและจมูกและหางอันขาดแล้ว สา นั้น (โหติ ย่อมเป็น) <strong>เสยฺยถาปิ</strong> แม้ฉันใด, <strong>ภนฺเต</strong> ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ <strong>สากิยานี</strong> อ.นางสากิยานี ชนปทกลฺยาณี ผู้งามในชนบท <strong>น อุเปติ</strong> ย่อมไม่เข้าถึง <strong>สงฺขยํปิ</strong> แม้ซึ่งการนับ <strong>น อุเปติ</strong> ย่อมไม่เข้าถึง <strong>กลํปิ</strong> แม้ซึ่งเสี้ยว <strong>น อุเปติ</strong> ย่อมไม่เข้าถึง <strong>ภาคํปิ</strong> แม้ซึ่งส่วน <strong>อุปนิธาย</strong> เพราะอันเข้าไป เทียบเคียง <strong>อจฺฉราสตานํ</strong> ซึ่งร้อยแห่งนางอัปสร ท. <strong>ปญฺจนฺนํ</strong> ๕ <strong>อิเมสํ</strong> เหล่านี้ <strong>เอวํ เอว โข</strong> ฉันนั้น นั่นเทียวแล ฯ (ตรงกับแผนที่๑)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยถา มหาราช กูฏาคารมตฺโต ฯเปฯ มาตุกุจฺฉิคตา วิย วิลียนฺติ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>มหาราช</strong> ดูก่อนพระราชาผู้ใหญ่ <strong>ปาสาโณปิ</strong> แม้ อ.แผ่นหิน <strong>กูฏาคารมตฺโต</strong> มีเรือนยอดเป็นประมาณ <strong>ปกฺขิตฺโต</strong> อันบุคคลใส่เข้าแล้ว <strong>นิรยอคฺคิมฺหิ</strong> ในไฟแห่งนรก <strong>คจฺฉติ</strong> ย่อมถึง <strong>วิลยํ</strong> ซึ่งความย่อยยับไป <strong>ขเณน</strong> โดยขณะ <strong>ยถา</strong> ฉันใด, <strong>ปน</strong> แต่ว่า <strong>เอตฺถ นิพฺพตฺตสตฺตา</strong> อ.สัตว์ผู้เกิดแล้ว ท. ในนรกนั้น <strong>น วิลียนฺติ</strong> ย่อมไม่ย่อยยับไป <strong>กมฺมพเลน</strong> ด้วยกำลังแห่งกรรม <strong>มาตุกุจฺฉิคตา (สตฺตา) วิย</strong> ราวกะ อ.สัตว์ ท. ผู้ไปแล้วในท้องแห่งมารดา (<strong>เอวํ</strong> ฉันนั้น)</div></div>\n<p>ในประโยคนี้ ประโยค ต ไม่มี ตถา - เอวํ เวลาแปลต้องเพิ่มเอาเอง ส่วน ยถา ท่านเรียงไว้แล้ว เราเห็นแต่ ยถา จะไม่ใส่ ตถา-เอวํ ใช้ไม่ได้ ฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">(ยถา) สงฺคามํ โอติณฺณหตฺถิโน หิ ฯเปฯ มยฺหํ ภาโร .</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>หิ</strong> เหมือนอย่างว่า <strong>สหิตํ</strong> อ. อันอดกลั้น <strong>สเร</strong> ซึ่งลูกสร ท. <strong>อาคเต</strong> อันมาแล้ว <strong>ทิสาหิ</strong> จากทิศ ท. <strong>จตูหิ ๔ ภาโร</strong> เป็นภาระ <strong>สงฺคามํ โอติณฺณหตฺถิโน</strong> แห่งช้างตัวหลั่งลงแล้วสู่สงคราม (โหติ ย่อมเป็น) (ยถา ฉันใด), <strong>สหนํ นาม</strong> ชื่อ อ.อันอดกลั้น <strong>พหูหิ ทุสฺสีเลหิ กถิตกถานํ</strong> ซึ่งถ้อยคำ อันชน ท. มากผู้มีศีลอันโทษประทุษร้ายแล้วกล่าว ท. <strong>ภาโร</strong> เป็นภาระ <strong>มยฺหํ</strong> ของเรา (โหติ ย่อมเป็น) <strong>ตถา เอว</strong> ฉันนั้น นั่นเทียว ฯ (ตรงกับแผนผังที่ ๑)</div></div>\n<p>ในข้อนี้ ประโยค ย ท่านไม่เรียง ยถา ไว้ให้ คงเรียงไว้เฉพาะ ตถา เราก็ต้องรู้เอาเองว่า เมื่อมี ตถา อยู่ข้างหลัง ข้างหน้าก็ต้องเพิ่ม ยถา แน่นอน ถ้าไม่เพิ่มจะแปลไม่ได้ความ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ฉนใดฉนนน๑.ยถา.........,เอวํตถา..........๒.(เอวํตถา).........,ยถา..........๓.........,ยถา........,เอวํตถา..........ประโยคอุปมาใชนิบาต๒ศพทคือยถา-เสยยถาแปลวาฉนใดเหมือนกนประโยคอุปไมยใชนินาต๒ศพทคือตถา-เอวํแปลวาฉนนนฯทง๒ชนิดนีเรียกวาประโยคย-ตเหมือนกนแตเปนย-ตชนิดอุปมาอุปไมยมีวิธีเรียงหนาเรียงหลงกเหมือนย-ตสามญทีกลาวมาแลวดงแผนผงขางบนนีสวนวิธีแปลกเหมือนย-ตสามญคือใหแปลพวกประโยคยถากอนแลวแปลพวกประโยคตถา-เอวํทีหลงแตถาเปนประโยคยถาแทรกเขาไปในประโยคตถา-เอวํตวตถา-เอวํเรียงอยูหลงประโยคยถาดงนีกใหแปลประโยคตถา-เอวํนนกอนใหแปลสงกนไปเปนทอดๆไปครนถึงตวตถา-เอวํกอยาพึงแปลใหพกไวกอนแลวเขาไปแปลประโยคยถาจนหมดทุกบทจึงกลบมาแปลตวตถา-เอวํแลวสงใสกนไปเปนทอดๆไปจนจบประโยคเหมือนๆกนกบการแปลประโยคย-ตสามญไมมีอะไรแปลกกนเชนยถาตุมเหตํนปสสถ,ตถาโสปิเตปาณเกนปสสติ.(ธ.บ.๑/๑๙)แปลวาตุมเหอ.ทานท.นปสสถยอมไมเหนตํจกขุปาลํซึงพระจกขุบาลนนยถาเอวฉนใดนนเทียวโสปิจกขุปาโลอ.พระจกขุปาลแมนนนปสสติยอมไมเหนปาณเกซึงสตวเลกท.เตเหลาเหลานนตถาฉนนนฯยถาปนทารุอาทีหินิปผนนานิตานิตานิภณฑานิทารุมยาทีนินามโหนติ,(ธ.บ.๑/๒๑)แปลวาปนเหมือนอยางวาภณฑานิอ.ภณฑะท.ตานิตานิเหลานนๆนิปผนนานิอนสำเรจแลวทารุอาทีหิดวยวตถุท.มีทอนไมเปนตนทารุมยาทีนินามชือวาเปนวตถุมีวตถุอนสำเรจแลวดวยไมเปนตนโหนติยอมเปนยถาฉนใด,เอเตปิธมมาอ.ธรรมท.แมเหลานนมโนมยานามชือวาเปนสภาพสำเรจแลวจากใจ(โหนติยอมเปน)ตถาฉนนน(ตรงกบแผนผงที๑)ยถา(เพิมวา)ตถาห.(ธ.บ.๑/๕๕)แปลวา(ธมมสงคาหกาจริโยอ.อาจารยผูสงคายนาซึงพระธรรม)อาหกลาวแลวยถาฉนใด,(ธมมสงคาหกาจริโยอ.อาจารยผูสงคายนาซึงพระธรรม)กลาวแลวตถาฉนนนฯ(มีอยูบางแหงใหจำวิธีแปลไว)ยถาหิทุคคตมนุสสาฯเปฯสมปทมิทํเวทิตพพํแปลวาหิเหมือนอยางวาทุคคตมนุสสาอ.มนุษยผูถึงแลวซึงยากท.กตถจิคนตุกามาเปนผูใครเพืออนไปในทีไหน(หุตวาเปน)นิกขมนติยอมออกไปขิปปํเอวพลนนนเทียว,ปนสวนวาราชูนํลทธุํอ.อนอนพระราชาท.ไดปริกมมํซึงการตระเตรียมมหนตํอนใหญหตถิวาหนกปปนาทีมีการตระเตรียมซึงพาหนะคือชางเปนตนยถาฉนใด,สมปทํอ.คำอุปไมยเปนเครืองยงอุปมาใหถึงพรอมอิทํนี(ปณฑิเตนอนบณฑิต)เวทิตพพํพึงทราบเอวํฉนนนฯ(ตรงกบแผนผงที๑)เสยยถาปิสาภนเตฉินนกณณนาสงคุฏฐาฯเปฯภาคํปินอุเปติ.แปลวาภนเตขาแตพระองคผูเจริญปลุฏฐมกกฏีอ.นางลิงลุนฉินนกณณนาสนงคุฏฐาตวมีหูและจมูกและหางอนขาดแลวสานน(โหติยอมเปน)เสยยถาปิแมฉนใด,ภนเตขาแตพระองคผูเจริญสากิยานีอ.นางสากิยานีชนปทกลยาณีผูงามในชนบทนอุเปติยอมไมเขาถึงสงขยํปิแมซึงการนบนอุเปติยอมไมเขาถึงกลํปิแมซึงเสียวนอุเปติยอมไมเขาถึงภาคํปิแมซึงสวนอุปนิธายเพราะอนเขาไปเทียบเคียงอจฉราสตานํซึงรอยแหงนางอปสรท.ปญจนนํ๕อิเมสํเหลานีเอวํเอวโขฉนนนนนเทียวแลฯ(ตรงกบแผนที๑)ยถามหาราชกูฏาคารมตโตฯเปฯมาตุกุจฉิคตาวิยวิลียนติ.แปลวามหาราชดูกอนพระราชาผูใหญปาสาโณปิแมอ.แผนหินกูฏาคารมตโตมีเรือนยอดเปนประมาณปกขิตโตอนบุคคลใสเขาแลวนิรยอคคิมหิในไฟแหงนรกคจฉติยอมถึงวิลยํซึงความยอยยบไปขเณนโดยขณะยถาฉนใด,ปนแตวาเอตถนิพพตตสตตาอ.สตวผูเกิดแลวท.ในนรกนนนวิลียนติยอมไมยอยยบไปกมมพเลนดวยกำลงแหงกรรมมาตุกุจฉิคตา(สตตา)วิยราวกะอ.สตวท.ผูไปแลวในทองแหงมารดา(เอวํฉนนน)ในประโยคนีประโยคตไมมีตถา-เอวํเวลาแปลตองเพิมเอาเองสวนยถาทานเรียงไวแลวเราเหนแตยถาจะไมใสตถา-เอวํใชไมไดฯ(ยถา)สงคามํโอติณณหตถิโนหิฯเปฯมยหํภาโร.แปลวาหิเหมือนอยางวาสหิตํอ.อนอดกลนสเรซึงลูกสรท.อาคเตอนมาแลวทิสาหิจากทิศท.จตูหิ๔ภาโรเปนภาระสงคามํโอติณณหตถิโนแหงชางตวหลงลงแลวสูสงคราม(โหติยอมเปน)(ยถาฉนใด),สหนํนามชืออ.อนอดกลนพหูหิทุสสีเลหิกถิตกถานํซึงถอยคำอนชนท.มากผูมีศีลอนโทษประทุษรายแลวกลาวท.ภาโรเปนภาระมยหํของเรา(โหติยอมเปน)ตถาเอวฉนนนนนเทียวฯ(ตรงกบแผนผงที๑)ในขอนีประโยคยทานไมเรียงยถาไวใหคงเรียงไวเฉพาะตถาเรากตองรูเอาเองวาเมือมีตถาอยูขางหลงขางหนากตองเพิมยถาแนนอนถาไมเพิมจะแปลไมไดความ","nex":7,"url":"ya-saek-ta#chan-dai-chan-nan"},{"id":"s074","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ชนิด ตถา - เอวํ อยู่หน้า","level":3,"path":["ชนิดประโยค ย. แทรกประโยค ต.","ชนิด ตถา - เอวํ อยู่หน้า"],"pdf":58,"page":52,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">โส ปพฺพเตน วิย มหนฺเตน โสเกน อวตฺถริโต หุตฺวา อนปฺปกํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวเทสิ ยถาตํ อปฺปทุฏฺฐสฺส ปทุฏฺฐมาโน.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>โส เสฏฺฐี</strong> อ.เศรษฐีนั้น (รวบ) <strong>ปพฺพเตน วิย มหนฺเตน โสเกน อวถริโต</strong> เป็นผู้อันความโศกใหญ่ ราวกะว่า ภูเขา ท่วมทับแล้ว (หุตฺวา เป็น) <strong>ปฏิสํเวเทสิ</strong> เสวยแล้ว <strong>โทมนสฺสํ</strong> ซึ่งโทมนัส <strong>อนปฺปกํ</strong> อันมีประมาณไม่น้อย (ตรงหน้า <strong>ปฏิสํเวเทสิ</strong> เพิ่ม ตถา แต่อย่าพึ่งแปลให้แปล ประโยค ย ก่อนว่า ) <strong>อปฺปทุฏฺฐสฺส (ปุคฺคลสฺส) ปทุฏฺฐมโน (ปุคฺคโล)</strong> อ.บุคคลผู้ประทุษร้ายแล้ว (ต่อบุคคล) ผู้ไม่ประทุษร้ายแล้ว (<strong>ปฏิสํเวเทสิ</strong> ย่อมเสวย <strong>โทมนสฺสํ</strong> ซึ่งโทมนัส <strong>อนปฺปกํ</strong> อันมีประมาไม่น้อย ) ฉันใดนั้น (แปล ต ว่า <strong>ตถา</strong> ฉันนั้น) (ตรงกับแผนผังที่ ๒)</div></div>\n<p>ในข้อนี้ ประโยค ตถา อยู่ต้น แต่ท่านไม่เรียง ตถา ไว้ ให้เพิ่มเอาเอง ศัพท์ว่า <strong>ยถาตํ</strong> เป็นนิบาต ทั้ง ตํ ให้แปลว่า ยถาตํ ฉันใดนั้น ฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อยํ นิคฺคยฺหวาที นาม, เสยฺยถาปิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ</div><div class=\"hb-pali\">(ตถา) อยํ นิคฺคยฺหวาที นาม (โหติ) เสยฺยถาปิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ (นิคฺคยฺหวาที โหติ)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>อยํ อาจริโย</strong> อ.อาจารย์คนนี้ <strong>นิคฺคยฺหวาที นาม</strong> ชื่อว่า เป็นผู้มีปกติกล่าวข่ม (โหติ) ย่อมเป็น) <strong>สมฺมาสมฺพุทฺโธ</strong> อ.พระสัมมาสัมพุทโธ <strong>นิคฺคยฺหวาที</strong> เป็นผู้มีปกติกล่าวข่ม (<strong>โหติ</strong> ย่อมเป็น) <strong>เสยฺยถาปิ</strong> แม้ฉันใด (ตถา) ฉันนั้น) ฯ(ตรงกับแผนผังที่๒)</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(เพิ่มว่า)</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ปุพฺเพว สนฺนิวาเสน    ปจฺจุปนฺนหิเตน วา (ทฺวีหิ การเณหิ) (ชายมานํ) เอวนฺตํ ชายเต เปมํ    อุปฺปลํ ยโถทเกติ (ปทุมาทิกํ เสสชลชาติกํ วา) (ชายมานํ) อุทกํ จ กลลํ จ นิสฺสาย ชายเต)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>เปมํ</strong> อ.ความรัก <strong>ตํ</strong> นั้น (<strong>ชายมานานํ</strong> เมื่อเกิด) ชายเต ย่อมเกิด (<strong>ทฺวีหิ การเณหิ</strong> ด้วยเหตุ ท. ๒) <strong>ปุพฺเพ สนฺนิวาเสน วา</strong> คือ ด้วยการอยู่ร่วมกันในปางก่อนหรือ <strong>ปจฺจุปนฺนหิเตน วา</strong> หรือคือด้วยประโยชน์เกื้อกูลในปัจจุบัน (พัก <strong>เอวํ</strong> ไว้ก่อน เข้าแปล ป.<strong>ยถา</strong> ว่า) <strong>อุปฺปลํ วา</strong> อ.ดอกอุบล หรือ <strong>ปทุมาทิกํ เสสชลชาติกํ วา</strong> หรือว่า อ.ชลชาติที่เหลือมีดอกปทุมเป็นต้น (<strong>ชายมานํ</strong> เมื่อเกิด) <strong>อุทเก</strong> ในน้ำ (<strong>ชายเต</strong> ย่อมเกิด <strong>นิสฺสาย</strong> เพราะอาศัย <strong>อุทกํ จ</strong> ซึ่งน้ำด้วย <strong>กลลํ จ</strong> ซึ่งเปลือกตมด้วย <strong>ยถา</strong> ฉันใด เอวํ ฉันนั้น ฯ (ตรงกับแผนผังที่๒)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เทวทตฺตสฺสาปิ กมฺมํ เนว ตถา รญฺโญ มาราปิตตฺตา, น วธกานํ ปโยชิตตฺตา, น สิลาย ปวิทฺธตฺตา, ปากฏํ อโหสิ; ยถา นาฬาคิริหตฺถิโน วิสฺสชฺชิตตฺตา. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=131\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๓๑\">(ธ.บ.๑/๑๓๑)</a> ก.เทวทตฺตสฺสาปิ กมฺมํ เนว ตถา รญฺโญ มาราปิตตฺตา ( ปากฏํ อโหสิ ),(เทวทตฺตสฺสาปิ กมฺมํ) ยถา นฬาคิริหตฺถิโน วิสชฺชิตตฺตา (ปากฏํ อโหสิ) ฯ ข.(เทวทตฺตสฺสาปิ กมฺมํ ตถา) น วธกานํ ปโยชิตตฺตา (ปากฏํ อโหสิ), (เทวทตฺตสฺสาปิ กมฺมํ) ยถา นาฬาคิริหตฺถิโน วิสชฺชิตตฺตา (ปากฏํ อโหสิ) ฯ ค.(เทวทตฺตสฺสาปิ กมฺมํ ตถา น สิลาย ปวิทฺธตฺตา (ปากฏํ อโหสิ), (เทวทตฺตสฺ สาปิ กมฺมํ) ยถา นาฬาคิริหตฺถิโน วิสชฺชิตตฺตา (ปากฏํ อโหสิ) ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">ก.แปลว่า (แปล ป.ต ก่อนว่า) <strong>กมฺมํ</strong> อ.กรรม <strong>เทวทตฺตสฺสาปิ</strong> แม้ของพระเทวทัต (<strong>ปากฏํ</strong> เป็นกรรมอันปรากฏแล้ว <strong>อโหสิ</strong> ได้เป็นแล้ว) <strong>รญฺโญ มาราปิตตฺตา</strong> เพราะความที่แห่งพระราชาเป็นผู้อันพระเทวทัต ให้ๆ ตายแล้ว (ให้สวรรคตแล้ว) (พัก เนว กับ ตถา ไว้อย่าพึ่งแปล ไปแปล ป.ยถา ก่อนว่า) <strong>กมฺมํ</strong> อ.กรรม <strong>เทวทตฺตสฺสาปิ วิสชฺชิตตฺตา</strong> เพราะความที่ช้างชื่อว่านาฬาคิรีเป็นสัตว์อันพระเทวทัตให้ปล่อยแล้ว <strong>ยถา</strong> ฉันใด, (กลับไปแปล เนว ตถา ว่า) <strong>ตถา</strong> ฉันนั้น <strong>น เอว</strong> หามิได้นั่นเทียว ฯ ข.แปลว่า <strong>กมฺมํ</strong> อ.กรรม <strong>เทวทตฺตสฺสาปิ</strong> แม้ของพระเทวทัต (<strong>ปากฏํ</strong> เป็นกรรมปรากฏแล้ว <strong>อโหสิ</strong> ได้เป็นแล้ว) <strong>วธกานํ ปโยชิตตฺตา</strong> เพราะความที่แห่งนายขมังธนู ท. เป็นผู้อันพระเทวทัตประกอบแล้ว (พัก <strong>น ตถา</strong> ไว้ไปแปล <strong>ป.ย</strong> ว่า) (<strong>กมฺมํ</strong> อ.กรรม <strong>เทวทตฺตสฺสาปิ</strong> แม้ของพระเทวทัต <strong>ปากฏํ</strong> เป็นกรรมปรากฏแล้ว <strong>อโหสิ</strong> ได้เป็นแล้ว) <strong>นาฬาคิริหตฺถิโน วิสชฺชิตตฺตา</strong> เพราะความที่แห่งช้างชื่อว่านาฬาคิรีเป็นสัตว์อันพระเทวทัตให้ปล่อยแล้ว <strong>ยถา</strong> ฉันใด, (คนไปแปล <strong>น ตถา</strong> ว่า) <strong>ตถา</strong> ฉันนั้น <strong>น</strong> หามิได้ ฯ ค.แปลว่า <strong>กมฺมํ</strong> อ.กรรม <strong>เทวทตฺตสฺสาปิ</strong> แม้ของพระเทวทัต (<strong>ปากฏํ</strong> เป็นกรรมปรากฏแล้ว อโหสิ) <strong>สิลาย ปวิทฺธตฺตา</strong> เพราะความที่แห่งศิลาเป็นของอันพระเทวทัตกลิ้งแล้ว (พัก <strong>น ตถา</strong> ไว้ไปแปล ป.ยถา ว่า) <strong>กมฺมํ</strong> อ.กรรม <strong>เทวทตฺตสฺสาปิ</strong> แม้ของพระเทวทัต (<strong>ปากฏํ</strong> เป็นกรรมอันปรากฏแล้ว <strong>อโหสิ</strong> ได้เป็นแล้ว) <strong>นาฬาคิริหตฺถิโน วิสชฺชิตตฺตา</strong> เพราะความที่แห่งช้างชื่อว่านาฬาคิรี เป็นสัตว์อันพระเทวทัตให้ปล่อยแล้ว <strong>ยถา</strong> ฉันใด (คืนไปแปล น ตถา) <strong>ตถา</strong> ฉันนั้น หามิได้ ฯ (ตรงกับแผนผังที่ ๒)</div></div>\n<p>ใน ๓ ประโยคนี้ นักเรียนใหม่คงจะเข้าใจยากมาก จงพยายามจดจำวิธีแปลตามที่ได้เพิ่มเติมประโยคให้แล้วนั้น ประโยคนี้จะแปลเท่าที่มีอยู่ โดยไม่เพิ่มไม่ได้เด็ดขาด ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ชนิดตถา-เอวํอยูหนาโสปพพเตนวิยมหนเตนโสเกนอวตถริโตหุตวาอนปปกํโทมนสสํปฏิสํเวเทสิยถาตํอปปทุฏฐสสปทุฏฐมาโน.แปลวาโสเสฏฐีอ.เศรษฐีนน(รวบ)ปพพเตนวิยมหนเตนโสเกนอวถริโตเปนผูอนความโศกใหญราวกะวาภูเขาทวมทบแลว(หุตวาเปน)ปฏิสํเวเทสิเสวยแลวโทมนสสํซึงโทมนสอนปปกํอนมีประมาณไมนอย(ตรงหนาปฏิสํเวเทสิเพิมตถาแตอยาพึงแปลใหแปลประโยคยกอนวา)อปปทุฏฐสส(ปุคคลสส)ปทุฏฐมโน(ปุคคโล)อ.บุคคลผูประทุษรายแลว(ตอบุคคล)ผูไมประทุษรายแลว(ปฏิสํเวเทสิยอมเสวยโทมนสสํซึงโทมนสอนปปกํอนมีประมาไมนอย)ฉนใดนน(แปลตวาตถาฉนนน)(ตรงกบแผนผงที๒)ในขอนีประโยคตถาอยูตนแตทานไมเรียงตถาไวใหเพิมเอาเองศพทวายถาตํเปนนิบาตทงตํใหแปลวายถาตํฉนใดนนฯอยํนิคคยหวาทีนาม,เสยยถาปิสมมาสมพุทโธ(เพิมวา)(ตถา)อยํนิคคยหวาทีนาม(โหติ)เสยยถาปิสมมาสมพุทโธ(นิคคยหวาทีโหติ)แปลวาอยํอาจริโยอ.อาจารยคนนีนิคคยหวาทีนามชือวาเปนผูมีปกติกลาวขม(โหติ)ยอมเปน)สมมาสมพุทโธอ.พระสมมาสมพุทโธนิคคยหวาทีเปนผูมีปกติกลาวขม(โหติยอมเปน)เสยยถาปิแมฉนใด(ตถา)ฉนนน)ฯ(ตรงกบแผนผงที๒)ปุพเพวสนนิวาเสนปจจุปนนหิเตนวา(ทวีหิการเณหิ)(ชายมานํ)เอวนตํชายเตเปมํอุปปลํยโถทเกติ(ปทุมาทิกํเสสชลชาติกํวา)(ชายมานํ)อุทกํจกลลํจนิสสายชายเต)แปลวาเปมํอ.ความรกตํนน(ชายมานานํเมือเกิด)ชายเตยอมเกิด(ทวีหิการเณหิดวยเหตุท.๒)ปุพเพสนนิวาเสนวาคือดวยการอยูรวมกนในปางกอนหรือปจจุปนนหิเตนวาหรือคือดวยประโยชนเกือกูลในปจจุบน(พกเอวํไวกอนเขาแปลป.ยถาวา)อุปปลํวาอ.ดอกอุบลหรือปทุมาทิกํเสสชลชาติกํวาหรือวาอ.ชลชาติทีเหลือมีดอกปทุมเปนตน(ชายมานํเมือเกิด)อุทเกในนำ(ชายเตยอมเกิดนิสสายเพราะอาศยอุทกํจซึงนำดวยกลลํจซึงเปลือกตมดวยยถาฉนใดเอวํฉนนนฯ(ตรงกบแผนผงที๒)เทวทตตสสาปิกมมํเนวตถารญโญมาราปิตตตา,นวธกานํปโยชิตตตา,นสิลายปวิทธตตา,ปากฏํอโหสิ;ยถานาฬาคิริหตถิโนวิสสชชิตตตา.(ธ.บ.๑/๑๓๑)ก.เทวทตตสสาปิกมมํเนวตถารญโญมาราปิตตตา(ปากฏํอโหสิ),(เทวทตตสสาปิกมมํ)ยถานฬาคิริหตถิโนวิสชชิตตตา(ปากฏํอโหสิ)ฯข.(เทวทตตสสาปิกมมํตถา)นวธกานํปโยชิตตตา(ปากฏํอโหสิ),(เทวทตตสสาปิกมมํ)ยถานาฬาคิริหตถิโนวิสชชิตตตา(ปากฏํอโหสิ)ฯค.(เทวทตตสสาปิกมมํตถานสิลายปวิทธตตา(ปากฏํอโหสิ),(เทวทตตสสาปิกมมํ)ยถานาฬาคิริหตถิโนวิสชชิตตตา(ปากฏํอโหสิ)ฯก.แปลวา(แปลป.ตกอนวา)กมมํอ.กรรมเทวทตตสสาปิแมของพระเทวทต(ปากฏํเปนกรรมอนปรากฏแลวอโหสิไดเปนแลว)รญโญมาราปิตตตาเพราะความทีแหงพระราชาเปนผูอนพระเทวทตใหๆตายแลว(ใหสวรรคตแลว)(พกเนวกบตถาไวอยาพึงแปลไปแปลป.ยถากอนวา)กมมํอ.กรรมเทวทตตสสาปิวิสชชิตตตาเพราะความทีชางชือวานาฬาคิรีเปนสตวอนพระเทวทตใหปลอยแลวยถาฉนใด,(กลบไปแปลเนวตถาวา)ตถาฉนนนนเอวหามิไดนนเทียวฯข.แปลวากมมํอ.กรรมเทวทตตสสาปิแมของพระเทวทต(ปากฏํเปนกรรมปรากฏแลวอโหสิไดเปนแลว)วธกานํปโยชิตตตาเพราะความทีแหงนายขมงธนูท.เปนผูอนพระเทวทตประกอบแลว(พกนตถาไวไปแปลป.ยวา)(กมมํอ.กรรมเทวทตตสสาปิแมของพระเทวทตปากฏํเปนกรรมปรากฏแลวอโหสิไดเปนแลว)นาฬาคิริหตถิโนวิสชชิตตตาเพราะความทีแหงชางชือวานาฬาคิรีเปนสตวอนพระเทวทตใหปลอยแลวยถาฉนใด,(คนไปแปลนตถาวา)ตถาฉนนนนหามิไดฯค.แปลวากมมํอ.กรรมเทวทตตสสาปิแมของพระเทวทต(ปากฏํเปนกรรมปรากฏแลวอโหสิ)สิลายปวิทธตตาเพราะความทีแหงศิลาเปนของอนพระเทวทตกลิงแลว(พกนตถาไวไปแปลป.ยถาวา)กมมํอ.กรรมเทวทตตสสาปิแมของพระเทวทต(ปากฏํเปนกรรมอนปรากฏแลวอโหสิไดเปนแลว)นาฬาคิริหตถิโนวิสชชิตตตาเพราะความทีแหงชางชือวานาฬาคิรีเปนสตวอนพระเทวทตใหปลอยแลวยถาฉนใด(คืนไปแปลนตถา)ตถาฉนนนหามิไดฯ(ตรงกบแผนผงที๒)ใน๓ประโยคนีนกเรียนใหมคงจะเขาใจยากมากจงพยายามจดจำวิธีแปลตามทีไดเพิมเติมประโยคใหแลวนนประโยคนีจะแปลเทาทีมีอยูโดยไมเพิมไมไดเดดขาดฯ","nex":4,"url":"ya-saek-ta#tatha-yu-na"},{"id":"s075","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ชนิด ยถา แทรกในประโยค ตถา - เอวํ","level":3,"path":["ชนิดประโยค ย. แทรกประโยค ต.","ชนิด ยถา แทรกในประโยค ตถา - เอวํ"],"pdf":61,"page":55,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เต ปมาทมรเณน มตตฺตา , ยถา ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉเทน มตา ทารุขนฺธสทิสา อปคตวิญฺญาณา, ตเถว โหนฺติ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>เต สตฺตา</strong> อ.สัตว์ ท. เหล่านั้น (ข้ามไปแปลพวก ตถา ว่า)<strong>โหนฺติ</strong> ย่อมเป็น (เข้าไปแปลพวก ยถา ว่า) <strong>สตฺตา</strong> อ.สัตว์ ท. <strong>มตา</strong> ชื่อว่าตายแล้ว <strong>ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉเทน</strong> เพราะเข้าไปตัดซึ่งอินทรีย์คือชีวิต <strong>ทารุขนฺธสทิสา</strong> เป็นเช่นกับด้วยท่อนไม้ <strong>อปคตวิญฺญาณา</strong> เป็นผู้มีวิญญาณไปปราศ แล้ว <strong>โหนฺติ</strong> ย่อมเป็น <strong>ยถา</strong> ฉันใด, <strong>ตถา เอว</strong> ฉันนั้นนั่นเทียว <strong>ปมาทมรเณน มตตฺตา</strong> เพราะความที่แห่งสัตว์ ท. เหล่านั้นเป็นผู้ตายแล้วด้วยความตายคือความประมาท ฯ (ตรงกับแผนที่ ๓)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตโต กมฺมฏฺฐานํ กถาเปตฺวา ปฏิปตฺติยํ ฯเปฯ โลกุตฺตรธมฺมํปิ วิชานาติ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ตโต</strong> ลำดับนั้น <strong>ปณฺฑิโต</strong> อ.บัณฑิต <strong>กถาเปตฺวา</strong> ยังบัณฑิตอื่นให้บอกแล้ว <strong>กมฺมฏฺฐานํ</strong> ซึ่งกัมมัฏฐาน <strong>ฆเฏนฺโต</strong> สืบต่ออยู่ <strong>วายมนฺโต</strong> พยายามอยู่ <strong>ปฏิปตฺติยํ</strong> ในการปฏิบัติ <strong>วิชานาติ</strong> ย่อมรู้แจ้ง <strong>โลกุตฺตรธมฺมํปิ</strong> แม้ซึ่งโลกุตตรธรรม <strong>ขิปฺปํ เอว</strong> พลันนั่นเทียว (พัก เอวํไว้อย่าพึ่งแปลให้แปล ป. ยถา ก่อนว่า ) <strong>ปุริโส</strong> อ.บุรุษ <strong>อนุปหตชิวฺหาปสาโท</strong> ผู้มีชิวหาประสาทอันโรคไม่เข้าไปกระทบแล้ว <strong>ฐเปตฺวา ว</strong> ตั้งไว้แล้วเทียว <strong>ชิวฺหคฺเค</strong> บนปลายแห่งลิ้น <strong>รสวิชานนตฺถํ</strong> เพื่ออันรู้แจ้งซึ่งรส (เพื่ออันชิมซึ่งรส) <strong>วิชานาติ</strong> ย่อมรู้แจ้ง <strong>รสํ</strong> ซึ่งรส <strong>โลณิกาทิเภทํ</strong> อันต่างด้วยรสมีรสเค็มเป็นต้น <strong>ยถา นาม</strong> ชื่อฉันใด (แปล <strong>เอวํ</strong>ได้ว่า) <strong>เอวํ</strong> ฉันนั้น (ตรงกับแผนผังที่ ๓)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตสฺส อนงฺคณสฺส กายาทีหิ นิจฺจํ ฯเปฯ กาตุํ เนว สกฺกุเณยฺย .</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>เทโว วา</strong> อ.เทวดา หรือ <strong>คนฺธพฺโพ วา</strong> หรือว่า อ.คนธรรพ์ <strong>วา ปน</strong> ก็หรือว่า <strong>มาโร</strong> อ.มาร <strong>สห</strong> กับ <strong>พฺรหฺมุนา</strong> ด้วยพรหม <strong>อุฏฺฐหิตฺวา</strong> ลุกขึ้นแล้ว <strong>ฆเฏนฺโตปิ</strong> แม้สืบต่ออยู่ (แม้พยายามอยู่) (จินฺเตน ด้วยอันคิดว่า) <strong>อหํ</strong> อ.เรา <strong>กริสฺสามิ</strong> จักกระทำ <strong>ชิตํ</strong> ซึ่งความชนะ <strong>อสฺส ปุคฺคลสฺส</strong> ของบุคคลนั้น <strong>อปชิตํ</strong> ให้เป็นความแพ้, <strong>อหํ</strong> อ.เรา <strong>กิเลเส</strong> ยังกิเลส ท. <strong>ปหีเน</strong> อันบุคคลละแล้ว,<strong>มคฺคภาวนาย</strong> ด้วยการยังมรรคให้เจริญ <strong>อุปฺปาเทสฺสามิ</strong> จักให้เกิดขึ้น <strong>ปุน</strong> อีก ดังนี้ (ข้ามพวก <strong>ยถา</strong> ไปแปลพวก <strong>เอวํ</strong> ว่า) <strong>น เอว สกฺกุเณยฺย</strong> ไม่พึงอาจนั่นเทียว <strong>กาตุํ</strong> เพื่ออันกระทำ (เพิ่มว่า <strong>ชิตํ</strong> ซึ่งความชนะ) <strong>ตสฺส โปสสฺส</strong> ของบุคคลผู้เป็นสัตว์อันเขาพึงพอกเลี้ยง นั้น (<strong>ตสฺส</strong> อยู่ต้น ประโยค)<strong>อนงฺคณสฺส</strong> ผู้ไม่มีกิเลสเพียงดังว่าเนิน <strong>กายาทีหิ นิจฺจํ สญฺญตจาริโน</strong> ผู้มีปกติประพฤติสำรวมแล้ว ด้วยทวาร ท. มีกายเป็นต้น <strong>ชนฺตุโน</strong> ผู้เป็นสัตว์เกิด <strong>เอวรูปสฺส</strong> ผู้มีอย่างนั้นเป็นรูป เอว-<strong>รูปสฺส</strong> คือว่า <strong>อิเมหิ กายสญฺญมาทีหิ สญฺญตสฺส</strong> ผู้สำรวมแล้ว <strong>กายสญฺญมาทีหิ</strong> ด้วยการสำรวม ท. มีการสำรวมด้วยกายเป็นต้น (คืนไปแปลสุดประโยค) <strong>อปชิตํ</strong> ให้เป็นความแพ้ (พัก <strong>เอวํ</strong> ไว้เข้าแปล ป. <strong>ยถา</strong> ว่า) <strong>ปราชิโต (ปุคฺคโล )</strong> อ. บุคคลผู้แพ้แล้ว <strong>ธนาทีหิ</strong> ด้วยวัตถุ ท. มีทรัพย์ เป็นต้น <strong>ปกฺขนฺตโร</strong> เป็นผู้เป็นฝักฝ่ายอื่น <strong>หุตฺวา</strong> เป็น <strong>ชินนฺโต</strong> ชนะอยู่ <strong>อิตเรน ปุคฺคเลน ชิตํ (ปุคฺคลํ)</strong> ซึ่งบุคคลผู้อันบุคคลนอกนี้ชนะแล้ว <strong>กเรยฺย</strong> พึงกระทำ <strong>อปชิตํ</strong> ให้เป็นผู้แพ้ <strong>ปุน</strong> อีก <strong>ยถา</strong> ฉันใด <strong>เอวํ</strong> ฉันนั้น ฯ (ตรงกับแผนผังที่ ๓)</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ชนิดยถาแทรกในประโยคตถา-เอวํเตปมาทมรเณนมตตตา,ยถาชีวิตินทริยุปจเฉเทนมตาทารุขนธสทิสาอปคตวิญญาณา,ตเถวโหนติแปลวาเตสตตาอ.สตวท.เหลานน(ขามไปแปลพวกตถาวา)โหนติยอมเปน(เขาไปแปลพวกยถาวา)สตตาอ.สตวท.มตาชือวาตายแลวชีวิตินทริยุปจเฉเทนเพราะเขาไปตดซึงอินทรียคือชีวิตทารุขนธสทิสาเปนเชนกบดวยทอนไมอปคตวิญญาณาเปนผูมีวิญญาณไปปราศแลวโหนติยอมเปนยถาฉนใด,ตถาเอวฉนนนนนเทียวปมาทมรเณนมตตตาเพราะความทีแหงสตวท.เหลานนเปนผูตายแลวดวยความตายคือความประมาทฯ(ตรงกบแผนที๓)ตโตกมมฏฐานํกถาเปตวาปฏิปตติยํฯเปฯโลกุตตรธมมํปิวิชานาติ.แปลวาตโตลำดบนนปณฑิโตอ.บณฑิตกถาเปตวายงบณฑิตอืนใหบอกแลวกมมฏฐานํซึงกมมฏฐานฆเฏนโตสืบตออยูวายมนโตพยายามอยูปฏิปตติยํในการปฏิบติวิชานาติยอมรูแจงโลกุตตรธมมํปิแมซึงโลกุตตรธรรมขิปปํเอวพลนนนเทียว(พกเอวํไวอยาพึงแปลใหแปลป.ยถากอนวา)ปุริโสอ.บุรุษอนุปหตชิวหาปสาโทผูมีชิวหาประสาทอนโรคไมเขาไปกระทบแลวฐเปตวาวตงไวแลวเทียวชิวหคเคบนปลายแหงลินรสวิชานนตถํเพืออนรูแจงซึงรส(เพืออนชิมซึงรส)วิชานาติยอมรูแจงรสํซึงรสโลณิกาทิเภทํอนตางดวยรสมีรสเคมเปนตนยถานามชือฉนใด(แปลเอวํไดวา)เอวํฉนนน(ตรงกบแผนผงที๓)ตสสอนงคณสสกายาทีหินิจจํฯเปฯกาตุํเนวสกกุเณยย.แปลวาเทโววาอ.เทวดาหรือคนธพโพวาหรือวาอ.คนธรรพวาปนกหรือวามาโรอ.มารสหกบพรหมุนาดวยพรหมอุฏฐหิตวาลุกขึนแลวฆเฏนโตปิแมสืบตออยู(แมพยายามอยู)(จินเตนดวยอนคิดวา)อหํอ.เรากริสสามิจกกระทำชิตํซึงความชนะอสสปุคคลสสของบุคคลนนอปชิตํใหเปนความแพ,อหํอ.เรากิเลเสยงกิเลสท.ปหีเนอนบุคคลละแลว,มคคภาวนายดวยการยงมรรคใหเจริญอุปปาเทสสามิจกใหเกิดขึนปุนอีกดงนี(ขามพวกยถาไปแปลพวกเอวํวา)นเอวสกกุเณยยไมพึงอาจนนเทียวกาตุํเพืออนกระทำ(เพิมวาชิตํซึงความชนะ)ตสสโปสสสของบุคคลผูเปนสตวอนเขาพึงพอกเลียงนน(ตสสอยูตนประโยค)อนงคณสสผูไมมีกิเลสเพียงดงวาเนินกายาทีหินิจจํสญญตจาริโนผูมีปกติประพฤติสำรวมแลวดวยทวารท.มีกายเปนตนชนตุโนผูเปนสตวเกิดเอวรูปสสผูมีอยางนนเปนรูปเอว-รูปสสคือวาอิเมหิกายสญญมาทีหิสญญตสสผูสำรวมแลวกายสญญมาทีหิดวยการสำรวมท.มีการสำรวมดวยกายเปนตน(คืนไปแปลสุดประโยค)อปชิตํใหเปนความแพ(พกเอวํไวเขาแปลป.ยถาวา)ปราชิโต(ปุคคโล)อ.บุคคลผูแพแลวธนาทีหิดวยวตถุท.มีทรพยเปนตนปกขนตโรเปนผูเปนฝกฝายอืนหุตวาเปนชินนโตชนะอยูอิตเรนปุคคเลนชิตํ(ปุคคลํ)ซึงบุคคลผูอนบุคคลนอกนีชนะแลวกเรยยพึงกระทำอปชิตํใหเปนผูแพปุนอีกยถาฉนใดเอวํฉนนนฯ(ตรงกบแผนผงที๓)","nex":3,"url":"ya-saek-ta#yatha-saek-tatha"},{"id":"s076","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ประโยค ย - ต ที่สับสนกัน","level":3,"path":["ชนิดประโยค ย. แทรกประโยค ต.","ประโยค ย - ต ที่สับสนกัน"],"pdf":62,"page":56,"html":"<p>ในข้อความท่อนเดียว มีปีชระโยค ย - ต หลายชนิดทั้งเป็น ย - ต สามัญทั้งเป็น ย - ต อุปมาอุปไมย เรียงสับสนกัน มีอยู่หลายแห่งเช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยถา ปน อคนฺธกํ ปุปฺผํ ฯเปฯ น อาวหติ อผลํ โหติ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ปน</strong> เหมือนอย่างว่า <strong>ปุปฺผํ</strong> อ.ดอกไม้ <strong>อคนฺธกํ</strong> อันหากลิ่นมิได้ <strong>โย ปุคฺคโล</strong> อ.บุคคลใด <strong>ธาเรติ</strong> ย่อมทรงไว้ <strong>นํ ปุปฺผํ</strong> ซึ่งดอกไม้นั้น <strong>คนฺโธ</strong> อ.กลิ่น <strong>น ผรติ</strong> ย่อมไม่แผ่ไป (ย่อมไม่ซาบซ่าน)<strong>สรีเร</strong> ในสรีระ <strong>ตสฺส ปุคฺคลสฺส</strong> ของบุคคลนั้น <strong>ยถา</strong> ฉันใด ฯ <strong>เอตํปิ พุทฺธวจนํ</strong> อ. พระพุทธพจน์แม้นั้น <strong>เอวํ</strong> ฉันนั้น (ต่อนี้จงกำหนดให้ดี) <strong>น อาวหติ</strong> ย่อมม่นำมา <strong>สุตคนฺธํ จ</strong> ซึ่งกลิ่นคือสุตะด้วย <strong>ธารณคนฺธํ จ</strong> ซึ่งกลิ่นคือธารณะด้วย <strong>ปฏิปตฺติคนฺธํ จ</strong> ซึ่งกลิ่นคือปฏิบัติด้วย <strong>อผลํ</strong> โหติ ชื่อว่า ย่อมเป็นคุณชาติไม่มีผล (รวบหมดว่า) <strong>โย นํ สกฺกจฺจํ</strong> ฯเปฯ <strong>ตํ อกุพฺพโต (ปุคฺคลสฺส)</strong> แก่ - อ. บุคคลใด ย่อมไม่ประพฤติโดยเอื้อเฟื้อ ซึ่งพระพุทธพจน์นั้น ด้วยกิจ ท. มีการฟังเป็นต้น โดยเคารพ, - บุคคลนั้น ผู้ไม่ประพฤติโดยเอื้อเฟื้ออยู่ โดยเคารพ ชื่อว่า (แก่บุคคล) ผู้ไม่กระทำอยู่ ซึ่ง - อ.กิจใดอันตนพึงกระทำในพระพุทธพจน์นั้น- กิจนั้น ฯ</div></div>\n<p>ในข้อนี้ ครูควรชี้ให้นักเรียนดูว่า ต ตัวไหน รับกับ ย ตัวไหน แบ่งเป็นกี่ประโยค แปลขึ้นตรงนี้ก่อน แล้วส่งไปหาบทนั้นๆ เพราะตรงนี้ยากมาก ต้องชี้ให้ดูจึงจะเข้าใจ</p>\n<p>ยิ่งแปลโดยอรรถ ตรงนี้เอาความยาก เพราะต้องตัด ย - ต ทิ้งก็มี ควรให้นักเรียนท่องจำเอาคำแปลโดยพยัญชนะ และโดยอรรถเสียเลยจะดีกว่า ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ประโยคย-ตทีสบสนกนในขอความทอนเดียวมีปีชระโยคย-ตหลายชนิดทงเปนย-ตสามญทงเปนย-ตอุปมาอุปไมยเรียงสบสนกนมีอยูหลายแหงเชนยถาปนอคนธกํปุปผํฯเปฯนอาวหติอผลํโหติ.แปลวาปนเหมือนอยางวาปุปผํอ.ดอกไมอคนธกํอนหากลินมิไดโยปุคคโลอ.บุคคลใดธาเรติยอมทรงไวนํปุปผํซึงดอกไมนนคนโธอ.กลินนผรติยอมไมแผไป(ยอมไมซาบซาน)สรีเรในสรีระตสสปุคคลสสของบุคคลนนยถาฉนใดฯเอตํปิพุทธวจนํอ.พระพุทธพจนแมนนเอวํฉนนน(ตอนีจงกำหนดใหดี)นอาวหติยอมมนำมาสุตคนธํจซึงกลินคือสุตะดวยธารณคนธํจซึงกลินคือธารณะดวยปฏิปตติคนธํจซึงกลินคือปฏิบติดวยอผลํโหติชือวายอมเปนคุณชาติไมมีผล(รวบหมดวา)โยนํสกกจจํฯเปฯตํอกุพพโต(ปุคคลสส)แก-อ.บุคคลใดยอมไมประพฤติโดยเอือเฟือซึงพระพุทธพจนนนดวยกิจท.มีการฟงเปนตนโดยเคารพ,-บุคคลนนผูไมประพฤติโดยเอือเฟืออยูโดยเคารพชือวา(แกบุคคล)ผูไมกระทำอยูซึง-อ.กิจใดอนตนพึงกระทำในพระพุทธพจนนน-กิจนนฯในขอนีครูควรชีใหนกเรียนดูวาตตวไหนรบกบยตวไหนแบงเปนกีประโยคแปลขึนตรงนีกอนแลวสงไปหาบทนนๆเพราะตรงนียากมากตองชีใหดูจึงจะเขาใจยิงแปลโดยอรรถตรงนีเอาความยากเพราะตองตดย-ตทิงกมีควรใหนกเรียนทองจำเอาคำแปลโดยพยญชนะและโดยอรรถเสียเลยจะดีกวาฯ","nex":1,"url":"ya-saek-ta#ya-ta-sapson"},{"id":"s077","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ยถา-เอวํ ตถา ปการัตถะ","level":2,"path":["ยถา-เอวํ ตถา ปการัตถะ"],"pdf":63,"page":57,"html":"<p class=\"hb-lead\">หัวข้อในตอนนี้</p><ul class=\"hb-children\"><li><a href=\"#s078\">โดยประการใด – โดยประการนั้น</a></li><li><a href=\"#s079\">แผนผัง</a></li><li><a href=\"#s080\">อธิบายวิธีแปลตามแผนผัง</a></li><li><a href=\"#s081\">ชนิดที่ ยถา แทรกประโยค ตถา - เอวํ</a></li></ul>","outline":[{"title":"แผนผังโดยประการใด–โดยประการนั้น","section":"s079","anchor":"s079"},{"title":"วิธีแปลและตัวอย่าง","section":"s080","anchor":"s080"},{"title":"ยถา แทรกประโยค ตถา–เอวํ","section":"s081","anchor":"s081"}],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ยถา-เอวํตถาปการตถะ","nex":0,"url":"yatha-evam-pakarattha"},{"id":"s078","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"โดยประการใด – โดยประการนั้น","level":3,"path":["ยถา-เอวํ ตถา ปการัตถะ","โดยประการใด – โดยประการนั้น"],"pdf":63,"page":57,"html":"<p class=\"hb-lead\">หัวข้อนำของ <a href=\"#s079\">แผนผัง</a></p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":true,"navigation_toc":false,"n":"โดยประการใด–โดยประการนน","nex":0,"url":"yatha-evam-pakarattha#doi-prakan-dai"},{"id":"s079","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"แผนผัง","level":3,"path":["ยถา-เอวํ ตถา ปการัตถะ","แผนผัง"],"pdf":63,"page":57,"html":"<figure class=\"hb-diagram\" style=\"--hb-diagram-width:515px\"><div class=\"hb-diagram-scroll\"><img src=\"/handbook/img/yatha-evam-pakarattha-diagram.png?v=1791819076044516484\" alt=\"แผนผัง ยถา–เอวํ ตถา ปการัตถะ ๓ แบบ โดยประการใด–โดยประการนั้น พร้อมลูกศรโยงในแบบที่ ๓\" width=\"515\" height=\"170\" loading=\"lazy\"></div></figure>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แผนผง๑.ยถา.........................,เอวํตถา..........................๒.(ตถา).......................,ยถา................................๓...................,ยถา.................,เอวํตถา.............[แผนภาพลูกศรโยงจากยถาและเอวํในบรรทดที๓]","nex":0,"url":"yatha-evam-pakarattha#phaenphang"},{"id":"s080","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"อธิบายวิธีแปลตามแผนผัง","level":3,"path":["ยถา-เอวํ ตถา ปการัตถะ","อธิบายวิธีแปลตามแผนผัง"],"pdf":63,"page":57,"html":"<p>พอมองเห็นเส้นขีดแผนผัง ก็คงจะรู้ได้ว่าชนิดไหน <strong>ประโยค ย</strong> ตั้งอยู่หน้าตั้งอยู่หลัง จึงไม่จำเป็นต้องอธิบายอีก และวิธีแปลทั้ง ๓ ชนิดนี้ ก็เหมือนกันกับแปล <strong>ย-ต</strong> สามัญ ไม่มีอะไรแปลกกันจะยกตัวอย่างเลยดังนี้</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑. <strong>ยถา เม ธนจฺเฉโท น โหติ, ตถา กริสฺสามิ.</strong> (ธ.บ. ๑ หน้า ๒๔)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ธนจฺเฉโท</strong> อ.ความขาดไปแห่งทรัพย์ <strong>เม</strong> ของเรา <strong>น โหติ</strong> จะไม่มี <strong>ยถา</strong> <strong>โดยประการใด</strong>, <strong>อหํ</strong> อ. เรา <strong>กริสฺสามิ</strong> จักกระทำ <strong>ตถา</strong> <strong>โดยประการนั้น</strong> (ตรงกับแผนผังที่ ๑)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๒. <strong>ยถา ทารกํ น ลภติ, ตเถว นํ กาตุํ วฏฺฏติ.</strong> (ธ.บ. ๑ หน้า ๔๕)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>(อยํ กุลธีตา)</strong> อ.นางกุลธิดา นี้ <strong>น ลภติ</strong> จะไม่ได้ <strong>ทารกํ</strong> ซึ่งทารก <strong>ยถา</strong> <strong>โดยประการใด</strong>, <strong>กาตุํ</strong> อ. อันอันเรา <strong>น กุลธีตรํ</strong> ซึ่งนางกุลธิดา <strong>ตถา เอว</strong> <strong>โดยประการนั้น</strong>นั่นเทียว <strong>วฏฺฏติ</strong> ย่อมควรฯ (ตรงกับแผนผังที่ ๑)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๓. <strong>ยถา นิสฺสทฺทา หุตฺวา คณฺหนฺติ, ตถา เม อุปาโย กโต.</strong> <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=31\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๓๑\">(ธ.บ ๒/๓๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ชนา</strong> อ.ชน ท. <strong>นิสฺสทฺทา</strong> เป็นผู้มีเสียงออกแล้ว <strong>หุตฺวา</strong> เป็น <strong>คณฺหนฺติ</strong> ย่อมถือเอา <strong>ยถา</strong> <strong>โดยประการใด</strong> <strong>อุปาโย</strong> อ.อุบาย <strong>เม</strong> อันกระผม <strong>กโต</strong> กระทำแล้ว <strong>ตถา</strong> <strong>โดยประการนั้น</strong> ฯ (ตรงกับแผนผังที่ ๑)</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"อธิบายวิธีแปลตามแผนผงพอมองเหนเสนขีดแผนผงกคงจะรูไดวาชนิดไหนประโยคยตงอยูหนาตงอยูหลงจึงไมจำเปนตองอธิบายอีกและวิธีแปลทง๓ชนิดนีกเหมือนกนกบแปลย-ตสามญไมมีอะไรแปลกกนจะยกตวอยางเลยดงนี๑.ยถาเมธนจเฉโทนโหติ,ตถากริสสามิ.(ธ.บ.๑หนา๒๔)แปลวาธนจเฉโทอ.ความขาดไปแหงทรพยเมของเรานโหติจะไมมียถาโดยประการใด,อหํอ.เรากริสสามิจกกระทำตถาโดยประการนน(ตรงกบแผนผงที๑)๒.ยถาทารกํนลภติ,ตเถวนํกาตุํวฏฏติ.(ธ.บ.๑หนา๔๕)แปลวา(อยํกุลธีตา)อ.นางกุลธิดานีนลภติจะไมไดทารกํซึงทารกยถาโดยประการใด,กาตุํอ.อนอนเรานกุลธีตรํซึงนางกุลธิดาตถาเอวโดยประการนนนนเทียววฏฏติยอมควรฯ(ตรงกบแผนผงที๑)๓.ยถานิสสททาหุตวาคณหนติ,ตถาเมอุปาโยกโต.(ธ.บ๒/๓๑)แปลวาชนาอ.ชนท.นิสสททาเปนผูมีเสียงออกแลวหุตวาเปนคณหนติยอมถือเอายถาโดยประการใดอุปาโยอ.อุบายเมอนกระผมกโตกระทำแลวตถาโดยประการนนฯ(ตรงกบแผนผงที๑)","nex":3,"url":"yatha-evam-pakarattha#athibai-phaenphang"},{"id":"s081","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ชนิดที่ ยถา แทรกประโยค ตถา - เอวํ","level":3,"path":["ยถา-เอวํ ตถา ปการัตถะ","ชนิดที่ ยถา แทรกประโยค ตถา - เอวํ"],"pdf":63,"page":57,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๔. <strong>สตฺถา ตสฺสา อาคมนภาวํ ญตฺวา, ยถา อตฺตโน สนฺติเก นิสินฺนา ภิกฺขู น ปญฺญายนฺติ เอวมกาสิฯ</strong> (ธ.บ. ๔ หน้า ๒๐)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>สตฺถา</strong> อ.พระศาสดา <strong>ญตฺวา</strong> ทรงทราบแล้ว <strong>ตสฺสา อาคมนภาวํ</strong> ซึ่งความเป็นคืออันมาแห่งพระเทวีนั้น (ส่งข้าม ป. ยถาไปใส่พวก เอวํ ว่า) <strong>อกาสิ</strong> ได้ ทรงกระทำแล้ว (พัก เอวํ ไว้ เข้าแปลประโยค ยถา ว่า) <strong>ภิกฺขู</strong> อ.ภิกษุ ท. <strong>นิสินฺนา</strong> ผู้นั่งแล้ว <strong>สนฺติเก</strong> ในสำนัก <strong>อตฺตโน</strong> ของพระองค์ <strong>น ปญฺญายนฺติ</strong> จะไม่ปรากฏ <strong>ยถา</strong> <strong>โดยประการใด</strong>, <strong>เอวํ</strong> <strong>โดยประการนั้น</strong> ฯ (ตรงกับแผนผังที่ ๓)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๕. <strong>ตสฺมา ตตฺถ มาสมตฺตํ วสิตฺวา ฯเปฯ นิกฺขนฺตกาเล อิทฺธึ วิสชฺเชสิ.</strong></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ตสฺมา</strong> เพราะเหตุนั้น <strong>สตฺถา</strong> อ.พระศาสดา <strong>วสิตฺวา</strong> ประทับอยู่แล้ว <strong>ตตฺถ (ฐาเน)</strong> ในที่นั้น (ส่งข้าม ป. ยถา) <strong>อธิฏฺฐหิตฺวา</strong> ทรงอธิษฐานแล้ว (พัก ตถา ไว้เข้าแปล ป. ยถา ว่า) <strong>ภิกฺขู</strong> อ.ภิกษุ ท. <strong>เต</strong> เหล่านั้น <strong>ปมุสฺสนฺติ</strong> จะลืม <strong>เตลนาฬึ</strong> ซึ่งทะนานแห่งน้ำมันด้วย <strong>อุทกตุมฺพํ จ</strong> ซึ่งลักจั่นแห่งน้ำด้วย <strong>อุปหนา จ</strong> ซึ่งรองเท้า ท. ด้วย <strong>ยถา</strong> <strong>โดยประการใด</strong> <strong>ตถา</strong> <strong>โดยประการนั้น</strong> <strong>นิกฺขมนทิวเส</strong> ในวันเป็นที่เสด็จออก <strong>นิกฺขมนฺโต</strong> เสด็จออกไปอยู่ <strong>วิสชฺเชสิ</strong> ทรงคลายแล้ว <strong>อิทฺธึ</strong> ซึ่งฤทธิ์ <strong>พหิ นิกฺขนฺตกาเล</strong> ในกาลที่แห่งพระองค์เสด็จออกไปแล้ว ในภายนอก ฯ (ตรงกับแผนผัง ที่ ๓)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๖. <strong>ยงฺกิญฺจิ กตฺวา อิมสฺส สีลํ ภินฺทิตฺวา, ยถา มํ น มุญฺจตุ, ตถา กาตุํ วฏฺฏติ.</strong> (ธ.บ. ๒ หน้า ๖)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า (ต้องรวมแปลทั้งหมดจึงจะแปลได้) <strong>ยงฺกิญฺจิ กตฺวา ฯเปฯ กาตุํ</strong> อ.อันอันเรากระทำซึ่งเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งทำลายแล้ว ซึ่งศีล ของดาบสนี้ กระทำ (เข้า ป.ยถา ว่า) อ.ดาบสนี้จงไม่ปล่อย ซึ่งเรา <strong>โดยประการใด</strong>, <strong>โดยประการนั้น</strong> <strong>วฏฺฏติ</strong> ย่อมควร ฯ (ตรงกับแผนผังที่ ๓)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๗. <strong>อยํ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล สากุณิโก หุตฺวา พหู สกุเณ วธิตฺวา อิสฺสรชนํ อุปฏฺฐหิ, เตสํ ทินฺนาวเสเส วิกฺกีณาติ, \"วิกฺกีณาวเสสา มาเรตฺวา ฐปิตา ปูติกา ภวิสฺสนฺตีติ, ยถา อุปฺปติตุํ น สกฺโกนฺติ; ตถา เตสํ ชงฺฆฏฺฐีนิ จ ปกฺขฏฺฐีนิ จ ภินฺทิตฺวา ราสึ กตฺวา ฐเปสิ.</strong> (ธ.บ. ๒ หน้า ๑๔๘)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>อยํ (ติสฺโส)</strong> อ.ภิกษุชื่อว่า ติสสะ นี้ <strong>สากุณิโก</strong> เป็นบุคคลผู้ฆ่าซึ่งนก เป็นอยู่ เป็นในกาลแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ฆ่าแล้ว ซึ่งนก ท. มาก บำรุงแล้ว ซึ่งอิสรชน <strong>วิกฺกีณาติ</strong> ย่อมขาย <strong>เตสํ ทินฺนาวเสเส (สกุเณ)</strong> ซึ่งนก ท. อันเหลือลงจากนกอันตนให้แล้ว แก่อิสรชน ท. เหล่านั้น (<strong>จินฺเตตฺวา</strong> คิดแล้วว่า) <strong>วิกฺกีณาวเสสา (สกุณา)</strong> อ.นก ท. อันเหลือลงจากนกอันเราขายแล้ว <strong>มาเรตฺวา ฐปิตา</strong> อันเราให้ตายแล้ว เก็บไว้แล้ว <strong>ปูติกา</strong> จักเป็นนกเปื่อยเน่า <strong>ภวิสฺสนฺติ</strong> จักเป็นดังนี้ (ข้าม ป. ยถา ไปแปลพวก ตถา ว่า ) <strong>ภินฺทิตฺวา</strong> ทำลายแล้ว <strong>ชงฺฆฏฺฐีนิ จ</strong> ซึ่งกระดูกแห่งแข้ง ท. ด้วย <strong>ปกฺขฏฺฐีนิ จ</strong> ซึ่งกระดูกแห่งปีก ท. ด้วย <strong>เตสํ สกุณานํ</strong> แห่งนก ท. เหล่านั้น (พัก ตถา ไว้ เข้าแปล ป. ยถา ว่า ) <strong>สกุณา</strong> อ.นก ท. <strong>น สกฺโกนฺติ</strong> ย่อมไม่อาจ <strong>อุปฺปติตุํ</strong> เพื่ออันบินไป <strong>ยถา</strong> <strong>โดยประการใด</strong>, <strong>ตถา</strong> <strong>โดยประการนั้น</strong> <strong>ฐเปสิ</strong> ตั้งไว้แล้ว <strong>กตฺวา</strong> กระทำ <strong>ราสึ</strong> ให้เป็นกอง ฯ (ตรงกับแผนผังที่ ๓)</div></div>\n<p>ส่วน <strong>ยถา - เอวํ</strong> ตามแผนผังที่ ๒ หาตัวอย่างมาแสดงไม่ได้ไม่เห็นมีใน ธ.บ. ภาค ๑-๒-๓-๔ หรือจะมีก็น้อยมาก มีตามแผนผังที่ ๑ กับที่ ๓ เป็นส่วนมาก</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ชนิดทียถาแทรกประโยคตถา-เอวํ๔.สตถาตสสาอาคมนภาวํญตวา,ยถาอตตโนสนติเกนิสินนาภิกขูนปญญายนติเอวมกาสิฯ(ธ.บ.๔หนา๒๐)แปลวาสตถาอ.พระศาสดาญตวาทรงทราบแลวตสสาอาคมนภาวํซึงความเปนคืออนมาแหงพระเทวีนน(สงขามป.ยถาไปใสพวกเอวํวา)อกาสิไดทรงกระทำแลว(พกเอวํไวเขาแปลประโยคยถาวา)ภิกขูอ.ภิกษุท.นิสินนาผูนงแลวสนติเกในสำนกอตตโนของพระองคนปญญายนติจะไมปรากฏยถาโดยประการใด,เอวํโดยประการนนฯ(ตรงกบแผนผงที๓)๕.ตสมาตตถมาสมตตํวสิตวาฯเปฯนิกขนตกาเลอิทธึวิสชเชสิ.แปลวาตสมาเพราะเหตุนนสตถาอ.พระศาสดาวสิตวาประทบอยูแลวตตถ(ฐาเน)ในทีนน(สงขามป.ยถา)อธิฏฐหิตวาทรงอธิษฐานแลว(พกตถาไวเขาแปลป.ยถาวา)ภิกขูอ.ภิกษุท.เตเหลานนปมุสสนติจะลืมเตลนาฬึซึงทะนานแหงนำมนดวยอุทกตุมพํจซึงลกจนแหงนำดวยอุปหนาจซึงรองเทาท.ดวยยถาโดยประการใดตถาโดยประการนนนิกขมนทิวเสในวนเปนทีเสดจออกนิกขมนโตเสดจออกไปอยูวิสชเชสิทรงคลายแลวอิทธึซึงฤทธิพหินิกขนตกาเลในกาลทีแหงพระองคเสดจออกไปแลวในภายนอกฯ(ตรงกบแผนผงที๓)๖.ยงกิญจิกตวาอิมสสสีลํภินทิตวา,ยถามํนมุญจตุ,ตถากาตุํวฏฏติ.(ธ.บ.๒หนา๖)แปลวา(ตองรวมแปลทงหมดจึงจะแปลได)ยงกิญจิกตวาฯเปฯกาตุํอ.อนอนเรากระทำซึงเหตุอยางใดอยางหนึงทำลายแลวซึงศีลของดาบสนีกระทำ(เขาป.ยถาวา)อ.ดาบสนีจงไมปลอยซึงเราโดยประการใด,โดยประการนนวฏฏติยอมควรฯ(ตรงกบแผนผงที๓)๗.อยํกสสปสมมาสมพุทธกาเลสากุณิโกหุตวาพหูสกุเณวธิตวาอิสสรชนํอุปฏฐหิ,เตสํทินนาวเสเสวิกกีณาติ,\"วิกกีณาวเสสามาเรตวาฐปิตาปูติกาภวิสสนตีติ,ยถาอุปปติตุํนสกโกนติ;ตถาเตสํชงฆฏฐีนิจปกขฏฐีนิจภินทิตวาราสึกตวาฐเปสิ.(ธ.บ.๒หนา๑๔๘)แปลวาอยํ(ติสโส)อ.ภิกษุชือวาติสสะนีสากุณิโกเปนบุคคลผูฆาซึงนกเปนอยูเปนในกาลแหงพระสมมาสมพุทธเจาพระนามวากสสปะฆาแลวซึงนกท.มากบำรุงแลวซึงอิสรชนวิกกีณาติยอมขายเตสํทินนาวเสเส(สกุเณ)ซึงนกท.อนเหลือลงจากนกอนตนใหแลวแกอิสรชนท.เหลานน(จินเตตวาคิดแลววา)วิกกีณาวเสสา(สกุณา)อ.นกท.อนเหลือลงจากนกอนเราขายแลวมาเรตวาฐปิตาอนเราใหตายแลวเกบไวแลวปูติกาจกเปนนกเปือยเนาภวิสสนติจกเปนดงนี(ขามป.ยถาไปแปลพวกตถาวา)ภินทิตวาทำลายแลวชงฆฏฐีนิจซึงกระดูกแหงแขงท.ดวยปกขฏฐีนิจซึงกระดูกแหงปีกท.ดวยเตสํสกุณานํแหงนกท.เหลานน(พกตถาไวเขาแปลป.ยถาวา)สกุณาอ.นกท.นสกโกนติยอมไมอาจอุปปติตุํเพืออนบินไปยถาโดยประการใด,ตถาโดยประการนนฐเปสิตงไวแลวกตวากระทำราสึใหเปนกองฯ(ตรงกบแผนผงที๓)สวนยถา-เอวํตามแผนผงที๒หาตวอยางมาแสดงไมไดไมเหนมีในธ.บ.ภาค๑-๒-๓-๔หรือจะมีกนอยมากมีตามแผนผงที๑กบที๓เปนสวนมาก","nex":4,"url":"yatha-evam-pakarattha#yatha-saek-tatha"},{"id":"s082","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","level":2,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ"],"pdf":65,"page":59,"html":"<p class=\"hb-lead\">หัวข้อในตอนนี้</p><ul class=\"hb-children\"><li><a href=\"#s083\">เพียงใด เพียงนั้น</a></li><li><a href=\"#s084\">แผนผัง</a></li><li><a href=\"#s085\">อธิบายวิธีแปล</a></li><li><a href=\"#s086\">ชนิด ตาว อยู่หน้า</a></li><li><a href=\"#s087\">ชนิด ยาว แทรกประโยค ตาว</a></li><li><a href=\"#s088\">วิธีแปล ยสฺมา - ตสฺมา ประโยค เหตุ</a></li><li><a href=\"#s089\">อธิบายแผนผัง</a></li><li><a href=\"#s090\">ชนิด ยสฺมา แทรกประโยค ตสฺมา</a></li><li><a href=\"#s091\">แผนผังที่ ๒ เพิ่ม ตสฺมา</a></li><li><a href=\"#s092\">ใช้ หิ แทน ยสฺมา ในบางคาถา</a></li><li><a href=\"#s093\">วิธีแปล ยํ กิริยาปรามาส</a></li><li><a href=\"#s094\">หลักการแปล ต ปัจจัย กัมมวาจก คุมพากย์</a></li><li><a href=\"#s095\">ประโยคตัวอย่าง</a></li><li><a href=\"#s096\">อนีย, ตพฺพ ปัจจัย คุมพากย์</a></li><li><a href=\"#s097\">การแปล สัมภาวนะ</a></li><li><a href=\"#s098\">ประโยคเทียบเคียง</a></li><li><a href=\"#s099\">หลักการแปล ปเคว มีการแปลได้ ๒ แบบ</a></li><li><a href=\"#s100\">หลักการแปล วิเสสนลาภี</a></li></ul>","outline":[{"title":"แผนผังเพียงใด–เพียงนั้น","section":"s084","anchor":"s084"},{"title":"วิธีแปลและตัวอย่าง","section":"s085","anchor":"s085"},{"title":"ตาว อยู่หน้า","section":"s086","anchor":"s086"},{"title":"ยาว แทรกประโยค ตาว","section":"s087","anchor":"s087"}],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ยาว-ตาวปริจเฉทนตถะ","nex":0,"url":"yava-tava"},{"id":"s083","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"เพียงใด เพียงนั้น","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","เพียงใด เพียงนั้น"],"pdf":65,"page":59,"html":"<p class=\"hb-lead\">หัวข้อนำของ <a href=\"#s084\">แผนผัง</a></p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":true,"navigation_toc":false,"n":"เพียงใดเพียงนน","nex":0,"url":"yava-tava#phiang-dai-phiang-nan"},{"id":"s084","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"แผนผัง","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","แผนผัง"],"pdf":65,"page":59,"html":"<figure class=\"hb-diagram\" style=\"--hb-diagram-width:580px\"><div class=\"hb-diagram-scroll\"><img src=\"/handbook/img/yava-tava-pariccheda-diagram.png?v=1791819076065919406\" alt=\"แผนผัง ยาว–ตาว ปริจเฉทนัตถะ ๓ แบบ เพียงใด–เพียงนั้น\" width=\"580\" height=\"120\" loading=\"lazy\"></div></figure>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แผนผง๑.ยาว.......................................,ตาว..................................๒.(ตาว).....................................,ยาว................................๓...............................,ยาว....................,ตาว....................","nex":0,"url":"yava-tava#phaenphang"},{"id":"s085","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"อธิบายวิธีแปล","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","อธิบายวิธีแปล"],"pdf":65,"page":59,"html":"<p>พอมองดูแผนผังข้างบนนี้ ก็จะรู้ได้ทันทีว่า ชนิดไหน ประโยค <strong>ย</strong> ตั้งอยู่ข้างหน้าและข้างหลังเพราะได้อธิบายมาแล้ว ในพวก <strong>ย - ต</strong> ทั้งปวงที่แสดงมาแล้ว จึงจะยกตัวอย่างมาแปลให้ดูเท่านั้น ดังนี้</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ยาว อิทํ พนฺธนํ น พนฺธติ, ตาวเทว ฉินฺทิสฺสามิ.</strong></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>พนฺธนํ</strong> อ.เครื่องผูก <strong>อิทํ</strong> นี้ <strong>น พนฺธติ</strong> จะไม่ผูก<strong>เพียงใด</strong>, <strong>อหํ</strong> อ.เรา <strong>ฉินฺทิสฺสามิ</strong> จักตัด ตาวเทว <strong>เพียงนั้นนั่นเทียว</strong> ฯ (ตรงกับแผนที่๑)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยาว ตสฺมา ปวตฺตึ น สุโณม, ตาว เนว ยุทฺธํ ทสฺสาม น รชฺชํ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>มยํ</strong> อ.เรา ท. <strong>น สุโณม</strong> จะไม่ฟัง <strong>ปวตฺตึ</strong> ซึ่งเรื่องอันเป็นไปทั่ว <strong>ตสฺสา เทวิยา</strong> แห่งพระเทวีนั้น <strong>ยาว</strong> <strong>เพียงใด</strong>, <strong>มยํ</strong> อ. เรา ท. <strong>เนว ทสฺสาม</strong> จักไม่ให้นั่นเทียว <strong>ยุทฺธํ</strong> ซึ่งการรบ <strong>น ทสฺสาม</strong> จักไม่ให้ <strong>รชฺชํ</strong> ซึ่งความเป็นแห่งพระราชา <strong>ตาว</strong> <strong>เพียงนั้น</strong> ฯ (ตรงกับแผนที่๑)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ยาว เม ปสนฺนจิตฺตํ น ปฏิกุฏฺฐติ, ตาวเทว ปูชํ กริสฺสามิ.</strong></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ปสนฺนจิตฺตํ</strong> อ. จิตอันเลื่อมใสแล้ว <strong>เม</strong> ของเรา <strong>น ปฏิกุฏฺฐติ</strong> ย่อมไม่คลาย (ย่อมไม่งอกลับ - ย่อมไม่หดหาย) <strong>ยาว</strong> <strong>เพียงใด</strong> <strong>อหํ</strong> อ.เรา <strong>กริสฺสามิ</strong> จักกระทำ <strong>ปูชํ</strong> ซึ่งการบูชา <strong>ตาวเทว</strong> <strong>เพียงนั้น</strong> นั่นเทียว ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"อธิบายวิธีแปลพอมองดูแผนผงขางบนนีกจะรูไดทนทีวาชนิดไหนประโยคยตงอยูขางหนาและขางหลงเพราะไดอธิบายมาแลวในพวกย-ตทงปวงทีแสดงมาแลวจึงจะยกตวอยางมาแปลใหดูเทานนดงนียาวอิทํพนธนํนพนธติ,ตาวเทวฉินทิสสามิ.แปลวาพนธนํอ.เครืองผูกอิทํนีนพนธติจะไมผูกเพียงใด,อหํอ.เราฉินทิสสามิจกตดตาวเทวเพียงนนนนเทียวฯ(ตรงกบแผนที๑)ยาวตสมาปวตตึนสุโณม,ตาวเนวยุทธํทสสามนรชชํแปลวามยํอ.เราท.นสุโณมจะไมฟงปวตตึซึงเรืองอนเปนไปทวตสสาเทวิยาแหงพระเทวีนนยาวเพียงใด,มยํอ.เราท.เนวทสสามจกไมใหนนเทียวยุทธํซึงการรบนทสสามจกไมใหรชชํซึงความเปนแหงพระราชาตาวเพียงนนฯ(ตรงกบแผนที๑)ยาวเมปสนนจิตตํนปฏิกุฏฐติ,ตาวเทวปูชํกริสสามิ.แปลวาปสนนจิตตํอ.จิตอนเลือมใสแลวเมของเรานปฏิกุฏฐติยอมไมคลาย(ยอมไมงอกลบ-ยอมไมหดหาย)ยาวเพียงใดอหํอ.เรากริสสามิจกกระทำปูชํซึงการบูชาตาวเทวเพียงนนนนเทียวฯ","nex":3,"url":"yava-tava#athibai-withi-plae"},{"id":"s086","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ชนิด ตาว อยู่หน้า","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","ชนิด ตาว อยู่หน้า"],"pdf":66,"page":60,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">น ตาวิมํ ปลฺลงฺกํ ภินฺทิสฺสามิ, ยาว เม อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ น วิมุจฺจิสฺสติ,</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>อหํ</strong> อ.เรา <strong>น ภินฺทิสฺสามิ</strong> จักไม่ทำลาย <strong>ปลฺลงฺกํ อิมํ</strong> นี้ (พัก <strong>ตาว</strong> ไว้ก่อนไปแปลพวก ยาว) <strong>จิตฺตํ</strong> อ.จิต <strong>เม</strong> ของเรา <strong>น วิมุจฺจิสฺสติ</strong> จักไม่พ้น <strong>อาสเวหิ</strong> จากอาสวะ ท. <strong>อนุปาทาย</strong> เพราะอันไม่เข้าไปยึดถือ <strong>ยาว</strong> <strong>เพียงใด</strong> <strong>ตาว</strong> <strong>เพียงนั้น</strong> ฯ (ตรงกับแผนที่ ๑)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อาคเมหิ ตาว เมฆิย, เอกโกมฺหิ ยาว อญฺโญปิ ภิกฺขุ ทิสฺสติ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>เมฆิย</strong> ดูก่อนเมฆิยะ <strong>ตฺวํ</strong> อ.เธอ <strong>อาคเมหิ</strong> จงรอ (พัก <strong>ตาว</strong> ไว้เข้าแปล พวก <strong>ยาว</strong> ว่า) <strong>อหํ</strong> อ.เรา <strong>เอกโก</strong> เป็นผู้ๆ เดียว <strong>อมฺหิ</strong> ย่อมเป็น, <strong>ภิกฺขุ</strong> อ.ภิกษุ <strong>อญฺโญปิ</strong> แม้อื่น <strong>โกจิ</strong> บางรูป <strong>ทิสฺสติ</strong> จะปรากฏ <strong>ยาว</strong> <strong>เพียงใด</strong>, <strong>ตาว</strong> <strong>เพียงนั้น</strong> ฯ (ตรงกับแผนผังที่ ๒)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เตนหิ สามิ อาคเมหิ ตาว , ยาววาหํ กุจฺฉิคตํ ทารกํ วิชายามิ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>สามิ</strong> ข้าแต่นาย ถ้าอย่างนั้น <strong>ตฺวํ</strong> อ.ท่าน <strong>อาคเมหิ</strong> จงรอ (พัก <strong>ตาว</strong> ไว้ก่อน) <strong>อหํ</strong> อ.ดิฉัน <strong>วิชายามิ</strong> จะคลอด <strong>ทารกํ</strong> ซึ่งทารก <strong>กุจฺฉิคตํ</strong> ผู้ไปแล้วในท้อง <strong>ยาว</strong> <strong>เพียงใด</strong>, <strong>ตาว</strong> <strong>เพียงนั้น</strong>ฯ (ตรงกับแผนผังที่ ๒)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อาคเมหิ ตาว สามิ, ยาว อยํ วยปฺปตฺโต โหติ,</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>สามิ</strong> ข้าแต่นาย <strong>ตฺวํ</strong> อ.ท่าน <strong>อาคเมหิ</strong> จงรอ (ยังกาลให้มา) (พัก ตาวไว้ก่อน) <strong>อยํ ปุตฺโต</strong> อ.บุตร นี้ <strong>วยปฺปตฺโต</strong> เป็นผู้ถึงแล้วซึ่งวัย <strong>โหติ</strong> ย่อมเป็น <strong>ยาว</strong> <strong>เพียงใด</strong> , <strong>ตาว</strong> <strong>เพียงนั้น</strong>ฯ (ตรงกับแผนผังที่ ๒)</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ชนิดตาวอยูหนานตาวิมํปลลงกํภินทิสสามิ,ยาวเมอนุปาทายอาสเวหิจิตตํนวิมุจจิสสติ,แปลวาอหํอ.เรานภินทิสสามิจกไมทำลายปลลงกํอิมํนี(พกตาวไวกอนไปแปลพวกยาว)จิตตํอ.จิตเมของเรานวิมุจจิสสติจกไมพนอาสเวหิจากอาสวะท.อนุปาทายเพราะอนไมเขาไปยึดถือยาวเพียงใดตาวเพียงนนฯ(ตรงกบแผนที๑)อาคเมหิตาวเมฆิย,เอกโกมหิยาวอญโญปิภิกขุทิสสติแปลวาเมฆิยดูกอนเมฆิยะตวํอ.เธออาคเมหิจงรอ(พกตาวไวเขาแปลพวกยาววา)อหํอ.เราเอกโกเปนผูๆเดียวอมหิยอมเปน,ภิกขุอ.ภิกษุอญโญปิแมอืนโกจิบางรูปทิสสติจะปรากฏยาวเพียงใด,ตาวเพียงนนฯ(ตรงกบแผนผงที๒)เตนหิสามิอาคเมหิตาว,ยาววาหํกุจฉิคตํทารกํวิชายามิ.แปลวาสามิขาแตนายถาอยางนนตวํอ.ทานอาคเมหิจงรอ(พกตาวไวกอน)อหํอ.ดิฉนวิชายามิจะคลอดทารกํซึงทารกกุจฉิคตํผูไปแลวในทองยาวเพียงใด,ตาวเพียงนนฯ(ตรงกบแผนผงที๒)อาคเมหิตาวสามิ,ยาวอยํวยปปตโตโหติ,แปลวาสามิขาแตนายตวํอ.ทานอาคเมหิจงรอ(ยงกาลใหมา)(พกตาวไวกอน)อยํปุตโตอ.บุตรนีวยปปตโตเปนผูถึงแลวซึงวยโหติยอมเปนยาวเพียงใด,ตาวเพียงนนฯ(ตรงกบแผนผงที๒)","nex":4,"url":"yava-tava#tava-yu-na"},{"id":"s087","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ชนิด ยาว แทรกประโยค ตาว","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","ชนิด ยาว แทรกประโยค ตาว"],"pdf":67,"page":61,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อิตราปิ นามคฺคหณทิวเส ตํ ทารกํ นหาเปตฺวา ฯเปฯ อนฺโตวิหาราภิมุขี ปกฺขนฺทิ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อ.นางกุลธิดา แม้นอกนี้ ยังทารกนั้นให้อาบแล้ว ในวันเป็นที่ถือเอาซึ่งชื่อ กระทำแล้วซึ่งชื่อ(กล่าวแล้วว่า) ข้าแต่นาย อ.เรา ท. จะไปสู่เรือนของตนในกาลนี้ อุ้มเอาแล้วซึ่งบุตร ไปอยู่โดยหนทางอันไปแล้ว ในท่ามกลางแห่งวิหาร กับด้วยสามี ให้แล้วซึ่งบุตรแก่สามี อาบอยู่, ยังบุตรให้ดื่มอยู่ ยืนอยู่แล้ว เห็นแล้ว ซึ่งนางยักษณี ผู้มาอยู่ จำได้แล้วกระทำแล้ว ซึ่งเสียงสูงว่า ข้าแต่นาย อ.ท่านจงมาโดยเร็ว <strong>อยํ อิตฺถี</strong> อ.หญิงนี้ <strong>สา ยกฺขินี</strong> เป็นนางยักษิณี นั้น <strong>โหติ</strong> ย่อมเป็น ดังนี้ (ส่งข้ามพวก <strong>ยาว</strong> ไปว่า) <strong>อสกฺโกนฺตี</strong> ไม่อาจอยู่ <strong>สณฺฐาตุํ</strong> เพื่ออันดำรงอยู่ (หน้า <strong>สณฺฐาตุํ</strong> ต้องเพิ่ม <strong>ตาว</strong> แต่อย่าพึ่งแปล ให้เข้าแปล ป. <strong>ยาว</strong> ก่อนว่า ) <strong>อาคมนํ</strong> อ.การมา <strong>ตสฺส สามิกสฺส</strong> แห่งสามีนั้น <strong>ยาว</strong> <strong>เพียงใด</strong> (<strong>ตาว</strong>) <strong>เพียงนั้น</strong> ฯ (ตรงกับแผนผังที่ ๓)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เตสุ กนฺตารํ ปฏิปนฺโน , ยาว อิจฺฉิตฏฺฐานํ น ปาปุณาติ, ตาว อทฺธิโกเอว .</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ปุคฺคโล</strong> อ.บุคคล <strong>ปฏิปนฺโน</strong> ดำเนินไปแล้ว <strong>เตสุ อทฺธาเนสุ</strong> ในทางไกล ท. เหล่านั้น <strong>กนฺตารํ</strong> สู่ทางกันดาร <strong>อทฺธิโกเอว</strong> เป็นผู้ดำเนินไปสู่หนทางไกลนั่นเทียว (พัก <strong>ตาว</strong> ไว้ เข้าแปล ป.<strong>ยาว</strong> ก่อนว่า) <strong>อตฺตา</strong> อ.ตน น ปาปุณาติ ย่อมไม่ถึง <strong>อิจฺฉิตฏฺฐานํ</strong> ซึ่งที่อันตนปรารถนาแล้ว <strong>ยาว</strong> <strong>เพียงใด</strong>, <strong>ตาว</strong> <strong>เพียงนั้น</strong> (<strong>โหติ</strong> ย่อมเป็น) ฯ ( ตรงกับแผนผังที่ ๓)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">วฏฺฏสนฺนิสฺสิตาปิ สตฺตา , ยาว วฏฺเฏ วสนฺติ , อทฺธิกาเอว .</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>สตฺตา</strong> อ.สัตว์ ท. <strong>วฏฺฏสนฺนิสฺสิตาปิ</strong> แม้ผู้อาศัยแล้วซึ่งวัฏฏะ <strong>อทฺธิกาเอว</strong> เป็นผู้ดำเนินไปแล้วสู้หนทางไกล นั่นเทียว (พัก <strong>ตาว</strong> ไว้ก่อน เข้าแปล ป. <strong>ยาว</strong> ว่า) <strong>สตฺตา</strong> อ.สัตว์ ท. วสนฺติ ย่อมอยู่ วฏฺเฏ ในวัฏฏะ ยาว <strong>เพียงใด</strong> , ตาว <strong>เพียงนั้น</strong> ฯ (ตรงกับแผนผังที่ ๓)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">โส อิมํ กมฺมํ กตฺวา อายุหปริโยสาเน ฯเปฯ โยนิมุเข ติริยํ นิปฺปชฺชิ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>โส ราชา</strong> อ.พระราชา <strong>กตฺวา</strong> ครั้นกระทำแล้ว <strong>กมฺมํ</strong> ซึ่งกรรม <strong>อิมํ</strong> นี้ นิพฺพตฺติตฺวา บังเกิดแล้ว <strong>อวีจิมฺหิ</strong> ในนรกชื่อว่า อเวจี อายุหปริโยสาเน ในกาลเป็นที่สุดรอบแห่งอายุ(แห่งกรรมเป็นเครื่องประมวลมา) <strong>ปจิตฺวา</strong> ไหม้แล้ว <strong>นิรเย</strong> ในนรก (พัก ตาว ไว้ ก่อน) <strong>มหาปฐวี</strong> อ.แผ่นดินใหญ่ <strong>อยํ</strong> นี้ <strong>อุสฺสนฺนา</strong> หนาขึ้น <strong>โยชนมตฺตํ</strong> (<strong>ฐานํ</strong>) สิ้นที่มีโยชน์เป็นประมาณ <strong>ยาว</strong> <strong>เพียงใด</strong>, <strong>ตาว</strong> <strong>เพียงนั้น</strong> เคลื่อนแล้ว จากอัตภาพนั้น ถือเอาแล้ว ซึ่งปฏิสนฺธิ ในท้องแห่งมารดานั้นนั่นเทียว อยู่แล้ว ในภายในแห่งท้อง สิ้นปี ท.๗ อันยิ่งด้วยเดือน ๗ <strong>จตุนฺนํ จูฬทฺวารานํ ปิหิตตฺตา</strong> เพราะความที่แห่งประตูน้อย ท. ๔ เป็นประตูอันตนปิดแล้วฯ (ตรงกับแผนผังที่ ๓)</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ชนิดยาวแทรกประโยคตาวอิตราปินามคคหณทิวเสตํทารกํนหาเปตวาฯเปฯอนโตวิหาราภิมุขีปกขนทิ.แปลวาอ.นางกุลธิดาแมนอกนียงทารกนนใหอาบแลวในวนเปนทีถือเอาซึงชือกระทำแลวซึงชือ(กลาวแลววา)ขาแตนายอ.เราท.จะไปสูเรือนของตนในกาลนีอุมเอาแลวซึงบุตรไปอยูโดยหนทางอนไปแลวในทามกลางแหงวิหารกบดวยสามีใหแลวซึงบุตรแกสามีอาบอยู,ยงบุตรใหดืมอยูยืนอยูแลวเหนแลวซึงนางยกษณีผูมาอยูจำไดแลวกระทำแลวซึงเสียงสูงวาขาแตนายอ.ทานจงมาโดยเรวอยํอิตถีอ.หญิงนีสายกขินีเปนนางยกษิณีนนโหติยอมเปนดงนี(สงขามพวกยาวไปวา)อสกโกนตีไมอาจอยูสณฐาตุํเพืออนดำรงอยู(หนาสณฐาตุํตองเพิมตาวแตอยาพึงแปลใหเขาแปลป.ยาวกอนวา)อาคมนํอ.การมาตสสสามิกสสแหงสามีนนยาวเพียงใด(ตาว)เพียงนนฯ(ตรงกบแผนผงที๓)เตสุกนตารํปฏิปนโน,ยาวอิจฉิตฏฐานํนปาปุณาติ,ตาวอทธิโกเอว.แปลวาปุคคโลอ.บุคคลปฏิปนโนดำเนินไปแลวเตสุอทธาเนสุในทางไกลท.เหลานนกนตารํสูทางกนดารอทธิโกเอวเปนผูดำเนินไปสูหนทางไกลนนเทียว(พกตาวไวเขาแปลป.ยาวกอนวา)อตตาอ.ตนนปาปุณาติยอมไมถึงอิจฉิตฏฐานํซึงทีอนตนปรารถนาแลวยาวเพียงใด,ตาวเพียงนน(โหติยอมเปน)ฯ(ตรงกบแผนผงที๓)วฏฏสนนิสสิตาปิสตตา,ยาววฏเฏวสนติ,อทธิกาเอว.แปลวาสตตาอ.สตวท.วฏฏสนนิสสิตาปิแมผูอาศยแลวซึงวฏฏะอทธิกาเอวเปนผูดำเนินไปแลวสูหนทางไกลนนเทียว(พกตาวไวกอนเขาแปลป.ยาววา)สตตาอ.สตวท.วสนติยอมอยูวฏเฏในวฏฏะยาวเพียงใด,ตาวเพียงนนฯ(ตรงกบแผนผงที๓)โสอิมํกมมํกตวาอายุหปริโยสาเนฯเปฯโยนิมุเขติริยํนิปปชชิ.แปลวาโสราชาอ.พระราชากตวาครนกระทำแลวกมมํซึงกรรมอิมํนีนิพพตติตวาบงเกิดแลวอวีจิมหิในนรกชือวาอเวจีอายุหปริโยสาเนในกาลเปนทีสุดรอบแหงอายุ(แหงกรรมเปนเครืองประมวลมา)ปจิตวาไหมแลวนิรเยในนรก(พกตาวไวกอน)มหาปฐวีอ.แผนดินใหญอยํนีอุสสนนาหนาขึนโยชนมตตํ(ฐานํ)สินทีมีโยชนเปนประมาณยาวเพียงใด,ตาวเพียงนนเคลือนแลวจากอตภาพนนถือเอาแลวซึงปฏิสนธิในทองแหงมารดานนนนเทียวอยูแลวในภายในแหงทองสินปีท.๗อนยิงดวยเดือน๗จตุนนํจูฬทวารานํปิหิตตตาเพราะความทีแหงประตูนอยท.๔เปนประตูอนตนปิดแลวฯ(ตรงกบแผนผงที๓)","nex":4,"url":"yava-tava#yava-saek-tava"},{"id":"s088","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"วิธีแปล ยสฺมา - ตสฺมา ประโยค เหตุ","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","วิธีแปล ยสฺมา - ตสฺมา ประโยค เหตุ"],"pdf":68,"page":62,"html":"<figure class=\"hb-diagram\" style=\"--hb-diagram-width:570px\"><div class=\"hb-diagram-scroll\"><img src=\"/handbook/img/yasma-tasma-cause-diagram.png?v=1791819076087743579\" alt=\"แผนผัง ยสฺมา–ตสฺมา ประโยคเหตุ ๓ แบบ แสดงประโยคเหตุและประโยคผล\" width=\"570\" height=\"120\" loading=\"lazy\"></div></figure>","outline":[{"title":"แผนผังประโยคเหตุ","section":"s088","anchor":"s088"},{"title":"อธิบายแผนผัง","section":"s089","anchor":"s089"},{"title":"ยสฺมา แทรกประโยค ตสฺมา","section":"s090","anchor":"s090"},{"title":"เพิ่มประโยค ตสฺมา","section":"s091","anchor":"s091"},{"title":"ใช้ หิ แทน ยสฺมา","section":"s092","anchor":"s092"}],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วิธีแปลยสมา-ตสมาประโยคเหตุ๑ยสมา........................................,ตสมา..............................๒ยสมา........................................,(ตสมา............................)๓..............................,ยสมา................,ตสมา....................","nex":0,"url":"yava-tava#yasma-tasma"},{"id":"s089","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"อธิบายแผนผัง","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","อธิบายแผนผัง"],"pdf":68,"page":62,"html":"<p>ตามปกติ ย - ต ชนิดนี้ ยสฺมา ชอบอยู่ประโยคหน้า ตสฺมา เรียงอยู่ประโยคหลังเสมอ ดังแผนผังที่ขีดไว้นั้น <strong>ตสฺมา</strong> เรียงอยู่ประโยคต้นไม่มี ส่วนประโยค <strong>ยสฺมา</strong> ไปแทรกอยู่ในประโยค <strong>ตสฺมา</strong> ก็มีน้อยที่สุด ไม่ว่าในคัมภีไหนก็เหมือนกันหมด เห็นมีอยู่เพียงประโยคเดียว ในธรรมบทภาค ๖ เรื่องยมกปาฏิหาริย์ ตอนพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์</p>\n<p>ดังจะยกตัวอย่างมาให้ดูต่อไป</p>\n<p>ทั้ง ๒ ประโยคนี้ เรียกว่า ประโยคเหตุ คือประโยคที่มี <strong>ยสฺมา</strong> เรียงอยู่ เป็นประโยคเหตุ ประโยคที่มี <strong>ตสฺมา</strong> เรียงอยู่ เป็นประโยคผล</p>\n<p>ทั้ง ๒ ประโยคนี้มีเนื้อความแตกต่างกัน แต่ใจความก็สัมพันธ์กันอยู่ ประโยค <strong>ยสฺมา</strong> กล่าวถึงการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ประโยค <strong>ตสฺมา</strong> กล่าวถึงผลลัพธ์ของการกระทำนั้น เช่น ยสฺมา สทฺธมฺมเทสนํ อาคมฺม ชาติอาทิธมฺมา สตฺตา ชาติอาที หิมุจฺจนฺติ , ตสฺมา สทฺธมฺม-</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เทสนา สุขา ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อ.สัตว์ ท. ผู้มีชาติเป็นต้นเป็นธรรมดา อาศัยแล้ว ซึ่งการแสดงพนระสัทธรรม ย่อมพ้นจากทุกข์มีชาติเป็นต้น <strong>เหตุใด</strong>, <strong>เพราะเหตุนั้น</strong> อ.การแสดง ซึ่งพระสัทธรรม ย่อมเป็นเหตุนำมาซึ่งความสุขฯ</div></div>\n<p>อธิบาย ขึ้นต้นว่า <strong>ยสฺมา</strong> จนถึง <strong>มุจฺจนฺติ</strong> เป็นประโยค <strong>ยสฺมา</strong> กล่าวถึงเหตุ คือการแสดงพระสัทธรรม ซึ่งเป็นต้นเหตุ จะให้สัตว์พ้นทุกข์ จะได้มีความสุข , ส่วนประโยค <strong>ตสฺมา สทฺธมฺมเทสนา สุขา</strong> เป็นประโยค <strong>ตสฺมา</strong> กล่าวถึงผลที่ได้จากการ</p>\n<p>แสดงพระสัทธรรม คือความสุขที่พ้นจากชาติ เป็นต้น ฉะนั้น จึงเรียกประโยค <strong>ยสฺมา</strong> ว่าประโยคเหตุ เรียกประโยค <strong>ตสฺมา</strong> ว่า ประโยคผล</p>\n<p>สำหรับวิธีแปล ก็เหมือนกันกับประโยค ย - ต ทั้งปวงที่กล่าวมาแล้ว คือถ้าเป็นประโยคที่มี <strong>ยสฺมา</strong> เรียงอยู่หน้า ก็ให้แปลประโยค <strong>ยสฺมา</strong> นั้นก่อน ถ้าประโยคที่มี <strong>ยสฺมา</strong> เข้าไปแทรกในประโยค <strong>ตสฺมา</strong> ก็ให้แปลพวกประโยค <strong>ตสฺมา</strong> นั้นก่อน ครั้นแปลไปถึงตัว <strong>ตสฺมา</strong> ก็อย่าพึ่งแปล ให้พัก <strong>ตสฺมา</strong> ไว้ก่อน เข้าแปลพวกประโยค <strong>ยสฺมา</strong> เสียให้หมด แล้วกลับมาแปลตัว <strong>ตสฺมา</strong> ต่อจากนั้นก็ให้แปลส่งใส่บทต่างๆ เป็นทอดๆ ดังแสดงมาแล้ว</p>\n<p>ตัวอย่างเช่น (ตามแผนผังที่๑)</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยสฺมา สปฺปุริโส สีลคนฺเธน สพฺพา ทิสา อชฺโฌตฺถริตฺวา คจฺฉติ, ตสฺมา “ตสฺส คนฺโธ ปฏิวาตเมตีติ” วตฺตพฺโพ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>สปฺปุริโส</strong> อ.สัตบุรุษ <strong>อชฺโฌตฺถริตฺวา</strong> ครอบงำแล้ว <strong>ทิสา</strong> ซึ่งทิศ ท. <strong>สพฺพา</strong> ทั้งปวง <strong>สีลคนฺเธน</strong> ด้วนกลิ่นแห่งศีล <strong>คจฺฉติ</strong> ย่อมไป <strong>ยสฺมา</strong> <strong>เหตุใด</strong>, <strong>ตสฺมา</strong> <strong>เพราะเหตุนั้น</strong> <strong>โส สปฺปุริโส</strong> อ.สัตบุรุษนั้น <strong>ปณฺฑิเตน</strong> อันบัณฑิต <strong>วตฺตพฺโพ</strong> พึงกล่าวว่า <strong>คนฺโธ</strong> อ.กลิ่น <strong>ตสฺส สปฺปุริสสิส</strong> แห่งสัตบุรุษนั้น <strong>เอติ</strong> ย่อมฟุ้งไป <strong>ปฏิวาตํ</strong> สู่ที่เป็นที่ทวนตอบซึ่งลม ดังนี้ ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยสฺมา พุทฺธา อุปฺปชฺชมานา มหาชนํ ราคกนฺตาราทีหิ ตาเรนฺติ, ตสฺมา พุทฺธานํ อุปฺ- ปาโท สุโข.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>พุทฺธา</strong> อ.พระพุทธเจ้า ท. <strong>อุปฺปชฺชมานา</strong> เกิดขึ้นอยู่ <strong>มหาชนํ</strong> ยังมหาชน <strong>ตาเรนฺติ</strong> ย่อมให้ข้าม <strong>ราคกนฺตาราทีหิ</strong> จากกันดาร ท. มีกันดารคือราคะเป็นต้น <strong>ยสฺ- มา</strong> <strong>เหตุใด</strong>, <strong>ตสฺมา</strong> <strong>เพราะเหตุนั้น</strong> <strong>อุปฺปาโท</strong> อ.ความเกิดขึ้น <strong>พุทฺธานํ</strong> แห่งพระพุทธเจ้า ท. <strong>สุโข</strong> (โหติ) เป็นภาวะนำมาซึ่งความสุข ย่อมเป็นฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">สมคฺคานํ ปน เอกจิตฺตานํ ยสฺมา ฯเปฯ ตสฺมา “ สมคฺคานํ ตโป สุโขติ” วุตฺตํ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ปน</strong> อนึ่ง <strong>สมคฺคานํ</strong> (ไข) <strong>เอกจิตฺตานํ พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตุํ วา</strong> อ.อันอันชน ท. ผู้พร้อมเพียงกัน คือ ผู้มีจิตเป็นอันเดียวกัน เรียนเอา ซึ่งพระพุทธพจน์ หรือ <strong>สมคฺคานํ เอกจิตฺตานํ ธูตงฺคานิ ปริหริตุํ วา</strong> หรือว่า อ. อันอันชน ท. ผู้พร้อมเพรียงกัน คือว่า ผู้มีจิตเป็นอันเดียว (แปล <strong>นํ</strong> เป็น อัน) รักษา ซึ่งธุดงค์ ท. <strong>สมคฺคานํ เอกจิตฺ- ตานํ สมณธมฺมํ กาตุํ วา</strong> หรือว่า อ.อันอันชน ท. ผู้พร้อมเพรียงกัน คือว่า ผู้มีจิตเป็นอันเดียวกันกระทำ ซึ่งสมณธรรม สุขํ เป็นสุข (<strong>โหติ</strong> ย่อมเป็น) <strong>ยสฺมา</strong> <strong>เหตุใด</strong>, <strong>ตสฺมา</strong> <strong>เพราะเหตุนั้น</strong> <strong>วจนํ</strong> อ. คำ “<strong>สมคฺคานํ ตโป สุโข อิติ</strong> ว่า อ.ตบะ ของชน ท.ผู้พร้อมเพียงกัน เป็นเหตุนำมาซึ่งความสุข (ย่อมเป็น) ดังนี้ <strong>วุตฺตํ</strong> อันพระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"อธิบายแผนผงตามปกติย-ตชนิดนียสมาชอบอยูประโยคหนาตสมาเรียงอยูประโยคหลงเสมอดงแผนผงทีขีดไวนนตสมาเรียงอยูประโยคตนไมมีสวนประโยคยสมาไปแทรกอยูในประโยคตสมากมีนอยทีสุดไมวาในคมภีไหนกเหมือนกนหมดเหนมีอยูเพียงประโยคเดียวในธรรมบทภาค๖เรืองยมกปาฏิหาริยตอนพระพุทธเจาเสดจลงจากสวรรคดงจะยกตวอยางมาใหดูตอไปทง๒ประโยคนีเรียกวาประโยคเหตุคือประโยคทีมียสมาเรียงอยูเปนประโยคเหตุประโยคทีมีตสมาเรียงอยูเปนประโยคผลทง๒ประโยคนีมีเนือความแตกตางกนแตใจความกสมพนธกนอยูประโยคยสมากลาวถึงการกระทำอยางใดอยางหนึงประโยคตสมากลาวถึงผลลพธของการกระทำนนเชนยสมาสทธมมเทสนํอาคมมชาติอาทิธมมาสตตาชาติอาทีหิมุจจนติ,ตสมาสทธมม-เทสนาสุขาฯแปลวาอ.สตวท.ผูมีชาติเปนตนเปนธรรมดาอาศยแลวซึงการแสดงพนระสทธรรมยอมพนจากทุกขมีชาติเปนตนเหตุใด,เพราะเหตุนนอ.การแสดงซึงพระสทธรรมยอมเปนเหตุนำมาซึงความสุขฯอธิบายขึนตนวายสมาจนถึงมุจจนติเปนประโยคยสมากลาวถึงเหตุคือการแสดงพระสทธรรมซึงเปนตนเหตุจะใหสตวพนทุกขจะไดมีความสุข,สวนประโยคตสมาสทธมมเทสนาสุขาเปนประโยคตสมากลาวถึงผลทีไดจากการแสดงพระสทธรรมคือความสุขทีพนจากชาติเปนตนฉะนนจึงเรียกประโยคยสมาวาประโยคเหตุเรียกประโยคตสมาวาประโยคผลสำหรบวิธีแปลกเหมือนกนกบประโยคย-ตทงปวงทีกลาวมาแลวคือถาเปนประโยคทีมียสมาเรียงอยูหนากใหแปลประโยคยสมานนกอนถาประโยคทีมียสมาเขาไปแทรกในประโยคตสมากใหแปลพวกประโยคตสมานนกอนครนแปลไปถึงตวตสมากอยาพึงแปลใหพกตสมาไวกอนเขาแปลพวกประโยคยสมาเสียใหหมดแลวกลบมาแปลตวตสมาตอจากนนกใหแปลสงใสบทตางๆเปนทอดๆดงแสดงมาแลวตวอยางเชน(ตามแผนผงที๑)ยสมาสปปุริโสสีลคนเธนสพพาทิสาอชโฌตถริตวาคจฉติ,ตสมา“ตสสคนโธปฏิวาตเมตีติ”วตตพโพ.แปลวาสปปุริโสอ.สตบุรุษอชโฌตถริตวาครอบงำแลวทิสาซึงทิศท.สพพาทงปวงสีลคนเธนดวนกลินแหงศีลคจฉติยอมไปยสมาเหตุใด,ตสมาเพราะเหตุนนโสสปปุริโสอ.สตบุรุษนนปณฑิเตนอนบณฑิตวตตพโพพึงกลาววาคนโธอ.กลินตสสสปปุริสสิสแหงสตบุรุษนนเอติยอมฟุงไปปฏิวาตํสูทีเปนทีทวนตอบซึงลมดงนีฯยสมาพุทธาอุปปชชมานามหาชนํราคกนตาราทีหิตาเรนติ,ตสมาพุทธานํอุป-ปาโทสุโข.แปลวาพุทธาอ.พระพุทธเจาท.อุปปชชมานาเกิดขึนอยูมหาชนํยงมหาชนตาเรนติยอมใหขามราคกนตาราทีหิจากกนดารท.มีกนดารคือราคะเปนตน**ยส-มาเหตุใด,ตสมาเพราะเหตุนนอุปปาโทอ.ความเกิดขึนพุทธานํแหงพระพุทธเจาท.สุโข**(โหติ)เปนภาวะนำมาซึงความสุขยอมเปนฯสมคคานํปนเอกจิตตานํยสมาฯเปฯตสมา“สมคคานํตโปสุโขติ”วุตตํ.แปลวาปนอนึงสมคคานํ(ไข)เอกจิตตานํพุทธวจนํอุคคณหิตุํวาอ.อนอนชนท.ผูพรอมเพียงกนคือผูมีจิตเปนอนเดียวกนเรียนเอาซึงพระพุทธพจนหรือสมคคานํเอกจิตตานํธูตงคานิปริหริตุํวาหรือวาอ.อนอนชนท.ผูพรอมเพรียงกนคือวาผูมีจิตเปนอนเดียว(แปลนํเปนอน)รกษาซึงธุดงคท.**สมคคานํเอกจิต-ตานํสมณธมมํกาตุํวาหรือวาอ.อนอนชนท.ผูพรอมเพรียงกนคือวาผูมีจิตเปนอนเดียวกนกระทำซึงสมณธรรมสุขํเปนสุข(โหติยอมเปน)ยสมาเหตุใด,ตสมาเพราะเหตุนนวจนํอ.คำ“สมคคานํตโปสุโขอิติวาอ.ตบะของชนท.ผูพรอมเพียงกนเปนเหตุนำมาซึงความสุข(ยอมเปน)ดงนีวุตตํ**อนพระผูมีพระภาคตรสแลวฯ","nex":4,"url":"yava-tava#athibai-phaenphang"},{"id":"s090","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ชนิด ยสฺมา แทรกประโยค ตสฺมา","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","ชนิด ยสฺมา แทรกประโยค ตสฺมา"],"pdf":70,"page":64,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">สารีปุตฺตตฺเถโรปิ อาคนฺตวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ฯเปฯ ปิหยนฺติ ปตฺเถนฺตีติ อาห.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>สารีปุตฺตตฺเถโรปิ</strong> แม้ อ.พระเถระชื่อว่าสารีบุตร <strong>อาคนฺตฺวา</strong> มาแล้ว <strong>วนฺทิตฺวา</strong> ถวายบังคมแล้ว <strong>สตฺถารํ</strong> ซึ่งพระศาสดา (พัก <strong>ตสฺมา</strong> ไว้เข้าแปลพวก <strong>ยสฺมา</strong> ว่า ) <strong>สตฺถา</strong> อ.พระศาสดา <strong>โอตรนฺโต</strong> เสด็จลงอยู่ <strong>พุทฺธสิริยา</strong> ด้วยสิริแห่งพระพุทธเจ้า <strong>ตถารูปาย</strong> อันมีอย่างนั้นเป็นรูป <strong>เตน สารีปุตฺเตน น ทิฏฺฐปุพฺโพ (โหติ)</strong> เป็นผู้อันพระเถระชื่อว่าสารีบุตรนั้น ไม่เคยเห็นแล้ว (ย่อมเป็น) <strong>ปุพฺเพ</strong> ในกาลก่อน <strong>อิโต กาลโต</strong> แต่กาลนี้ <strong>ยสฺมา</strong> <strong>เหตุใด</strong>, <strong>ตสฺมา</strong> <strong>เพราะเหตุนั้น</strong> <strong>ปกาเสตฺวา</strong> ประกาศแล้ว <strong>ตุฏฺฐี</strong> ซึ่งความยินดี <strong>วจเนหิ</strong> ด้วยคำ ท. มีคำว่า “<strong>สตฺถา</strong> อ.พระศาสดา <strong>วคฺคุคุโภ</strong> ผู้มีพระวาจาอันไพเราะ <strong>เอวํ</strong> อย่างนี้ <strong>คณี</strong> ผู้เป็นอาจารย์แห่งคณะ <strong>อาคโต</strong> เสด็จมาแล้ว <strong>ตุสิตา</strong> จากภพ ชื่อว่าดุสิต (ตรงนี้บางอาจารย์แปลว่า <strong>อาคโต</strong> เสด็จมาแล้ว <strong>ตุสิตา</strong> จากภพชื่อว่าดุสิต <strong>คณี</strong> สู่แผ่นดิน <strong>เม</strong> อันข้าพเจ้า <strong>น ทิฏฺโฐ</strong> ไม่เคยเห็นแล้ว <strong>อุท</strong> หรือว่า <strong>น สุโต</strong> ไม่เคยฟังแล้ว <strong>กสฺสจิ</strong> ต่อใครๆ <strong>ปุพฺเพ</strong> ในกาลก่อน <strong>อิโต กาลโต</strong> แต่กาลนี้ดังนี้เป็นต้น <strong>อาห</strong> กราบทูลแล้ว ว่า ภนฺเต ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ <strong>เทวมนุสสา</strong> อ.เทวดาและมนุษย์ ท. <strong>สพฺเพปิ</strong> แม้ทั้งปวง <strong>ปิหยนฺติ</strong> ย่อมกระหยิ่ม <strong>ปตฺเถนฺติ</strong> ย่อมปรารถนา <strong>ตุมฺหากํ</strong> ต่อพระองค์ <strong>อชฺช</strong> ในวันนี้ ดังนี้ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ชนิดยสมาแทรกประโยคตสมาสารีปุตตตเถโรปิอาคนตวาสตถารํวนทิตวาฯเปฯปิหยนติปตเถนตีติอาห.แปลวาสารีปุตตตเถโรปิแมอ.พระเถระชือวาสารีบุตรอาคนตวามาแลววนทิตวาถวายบงคมแลวสตถารํซึงพระศาสดา(พกตสมาไวเขาแปลพวกยสมาวา)สตถาอ.พระศาสดาโอตรนโตเสดจลงอยูพุทธสิริยาดวยสิริแหงพระพุทธเจาตถารูปายอนมีอยางนนเปนรูปเตนสารีปุตเตนนทิฏฐปุพโพ(โหติ)เปนผูอนพระเถระชือวาสารีบุตรนนไมเคยเหนแลว(ยอมเปน)ปุพเพในกาลกอนอิโตกาลโตแตกาลนียสมาเหตุใด,ตสมาเพราะเหตุนนปกาเสตวาประกาศแลวตุฏฐีซึงความยินดีวจเนหิดวยคำท.มีคำวา“สตถาอ.พระศาสดาวคคุคุโภผูมีพระวาจาอนไพเราะเอวํอยางนีคณีผูเปนอาจารยแหงคณะอาคโตเสดจมาแลวตุสิตาจากภพชือวาดุสิต(ตรงนีบางอาจารยแปลวาอาคโตเสดจมาแลวตุสิตาจากภพชือวาดุสิตคณีสูแผนดินเมอนขาพเจานทิฏโฐไมเคยเหนแลวอุทหรือวานสุโตไมเคยฟงแลวกสสจิตอใครๆปุพเพในกาลกอนอิโตกาลโตแตกาลนีดงนีเปนตนอาหกราบทูลแลววาภนเตขาแตพระองคผูเจริญเทวมนุสสาอ.เทวดาและมนุษยท.สพเพปิแมทงปวงปิหยนติยอมกระหยิมปตเถนติยอมปรารถนาตุมหากํตอพระองคอชชในวนนีดงนีฯ","nex":1,"url":"yava-tava#yasma-saek-tasma"},{"id":"s091","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"แผนผังที่ ๒ เพิ่ม ตสฺมา","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","แผนผังที่ ๒ เพิ่ม ตสฺมา"],"pdf":70,"page":64,"html":"<p>มีบางแห่งท่านจะเรียงไว้เฉพาะประโยค <strong>ยสฺมา</strong> ประโยค <strong>ตสฺมา</strong> ไม่มี ท่านไม่ได้เรียงไว้ เวลาแปลโดยพยัญชนะ จะแปลเพียงประโยค <strong>ยสฺมา</strong> ที่มีอยู่เท่านั้นไม่ได้ เมื่อแปลประโยค <strong>ยสฺมา</strong> จบแล้ว ต้องเพิ่มประโยค <strong>ตสฺมา</strong> เข้ามาเอง ดังแผนผังที่ขีดให้ดูนี้</p>\n<figure class=\"hb-diagram\" style=\"--hb-diagram-width:805px\"><div class=\"hb-diagram-scroll\"><img src=\"/handbook/img/yasma-tasma-added-result-diagram.png?v=1791819086767138298\" alt=\"แผนผังที่ ๒ เพิ่ม ตสฺมา หลังประโยค ยสฺมา เมื่อไม่มีประโยคผลเรียงไว้\" width=\"805\" height=\"40\" loading=\"lazy\"></div></figure>\n<p>การแปลเพิ่มประโยค <strong>ตสฺมา</strong> จะเอาประโยคจำพวกไหนมาเพิ่มเป็นพวก <strong>ตสฺมา</strong> ? ข้อนี้ได้อธิบายมาแล้วว่า ประโยค <strong>ยสฺมา</strong> เป็น ประโยคเหตุ ประโยค <strong>ตสฺมา</strong> เป็นประโยคผล ฯ</p>\n<p>เมื่อท่านเรียงไว้เฉพาะประโยค <strong>ยสฺมา</strong> ซึ่งเป็นประโยค <strong>เหตุ</strong> เท่านั้น เวลาจะเพิ่มเป็นประโยค <strong>ตสฺมา</strong> ก็ต้องเอาประโยคผลมาเพิ่ม ประโยคผลนั้น เป็นประโยคที่กล่าวมาแล้วอยู่ข้างต้น ซึ่งแปลผ่านมาแล้วนั้นเองเช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยสฺมา นาพฺพณํ วิสมนุเวติ.</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>วีสํ</strong> อ.ยาพิษ <strong>น อนุเวติ</strong> ย่อมไม่ไปตาม <strong>อพฺพณํ (ปาณึ)</strong> ซึ่งฝ่ามืออันหาแผลมิได้ <strong>ยสฺมา</strong> <strong>เหตุใด</strong>,</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ตสฺมา</strong> <strong>เพราะเหตุนั้น</strong> <strong>เจ</strong> หากว่า <strong>วโณ</strong> อ.แผล <strong>น อสฺส</strong> ไม่พึงมี <strong>ปาณิมฺหิ</strong> ที่ฝ่ามือไซร้, <strong>ปุคฺค- โล</strong> อ.บุคคล <strong>หเรยฺย</strong> พึงนำไป<strong>ได้ วิสํ</strong> ซึ่งยาพิษ ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ประโยคนี้มีเฉพาะ <strong>ยสฺมา นาพฺพณํ วิสมนุเวติ</strong> แปลว่า</p>\n<p class=\"hb-example-note\">ส่วน <strong>ตสฺมา</strong> (เฉพาะประโยคนี้) ให้เอาจำพวกประโยคที่อยู่ในคาถาเพิ่มคือ (<strong>ตสฺมา</strong>) <strong>ปาณิมฺหิ เจ วโร นาสฺส หเรยฺย ปาณินา วิสํ</strong> . โดยเพิ่ม <strong>ตสฺมา</strong> ไว้ต้นประโยค ดังใส่วงเล็บไว้นั้น แปลว่า</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยสฺมา เชฏฺฐํ ฐเปตฺวา กนิฏฺฐํ อาหราเปตฺวา เชฏฺฐาปจายิกกมฺมํ น กโรสิ</div><div class=\"hb-pali\">ตสฺมา ตฺวํ เกวลํ เทวธมฺเม ชานาสิเยว, น ปน เตสุ วตฺตสิ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ตฺวํ</strong> อ.ท่าน <strong>อาหราเปตฺวา</strong> ยังเราให้นำมาแล้ว <strong>กนิฏฺฐํ</strong> ซึ่งน้องชายผู้น้อยที่สุด <strong>ฐเปตฺวา</strong> เว้น <strong>เชฏฺฐํ</strong> ซึ่งน้องชายผู้เจริญที่สุด <strong>น กโรสิ</strong> ย่อมไม่กระทำ <strong>เชฏฺฐาป- จายิกกมฺมํ</strong> ซึ่งกรรมของบุคคลผู้ประพฤติถ่อมตนต่อบุคคลผู้เจริญที่สุด <strong>ยสฺมา</strong> <strong>เหตุใด</strong>, (<strong>ตสฺมา</strong> <strong>เพราะเหตุนั้น</strong> <strong>ตฺวํ</strong> อ.ท่าน <strong>เกวลํ เทวธมฺเม ชานาสิเยว</strong> ย่อมรู้ซึ่งเทวธรรม ท. อย่างเดียวนั่นเทียว, <strong>ปน</strong> ก็แต่ว่า <strong>น วตฺตสิ</strong> ย่อมไม่ประพฤติ <strong>เตสุ เทวธมฺเมสุ</strong> ในเทวธรรม ท. เหล่านั้น) ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(เอาประโยคผลข้างต้นมาเพิ่มว่า)</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยสฺมา สพฺพสตฺตานํ ชีวิตํ มรณปริโยสานเมว</div><div class=\"hb-pali\">(ตสฺมา) ภิชฺช-ติ ปูติ สนฺโท.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ชีวิตํ</strong> อ.ชีวิต <strong>สพฺพสตฺตานํ</strong> ของสัตว์ทั้งปวงทั้งหลาย <strong>มรณปริโยสานํ เอว</strong> เป็นธรรมชาติมีความตายเป็นที่สุดลงรอบ นั่นเทียว (โหติ ย่อมเป็น <strong>ยสฺมา</strong> <strong>เหตุใด</strong> <strong>ตสฺ- มา</strong> <strong>เพราะเหตุนั้น</strong> <strong>สนฺเทโห</strong> อ.กายของตน <strong>ภิชฺชติ</strong> จะแตก ) ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(เอาประโยคผลในคาถามาเพิ่มว่า)</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยสฺมา เต กามคเวสิโน น โหนฺติ,</div><div class=\"hb-pali\">(ตสฺมา) ยตฺถ น รมตี ชโน (ตตฺถ) วีตราคา รเมสสนฺติ .</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>เต วีตราคา</strong> อ.ชน ท. ผู้มีราคะไปปราศแล้วเหล่านั้น <strong>กามคเวสิโน น โหนฺติ</strong> ย่อมเป็นผู้มีปกติแสวงหาซึ่งกามหามิได้ <strong>ยสฺมา</strong> <strong>เหตุใด</strong> , (<strong>ตสฺมา</strong> <strong>เพราะเหตุนั้น</strong> ชโน อ.ชน <strong>น รมติ</strong> ย่อมไม่ยินดี <strong>ยตฺถ อรญฺเญ</strong> ในป่าใด <strong>วีตราคา</strong> อ.ชน ท.ผู้มีราคะไปปราศแล้ว <strong>รเมสสนฺติ</strong> จักยินดี (<strong>ตตฺถ อรญฺเญ</strong>) ในป่านั้น) ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(เอาประโยคผลอฺญในคาถามาเพิ่มว่า)</p>\n<p>อนึ่ง ยังมีศัพท์ที่ใช้แทน <strong>ยสฺมา - ตสฺมา</strong> อยู่อีก คือ <strong>ยํ</strong> เหตุใด, <strong>หิ</strong> เหตุใด, <strong>ยโต</strong> เหตุใด, <strong>เตน</strong> เพราะเหตุนั้น, <strong>ตโต</strong> เพราะเหตุนั้น, <strong>อิติ</strong> เพราะเหตุนั้น, <strong>ตํ</strong> เพราะเหตุนั้น,</p>\n<p>แต่ศัพท์เหล่านี้ ไม่ค่อยใช้ในคัมภีร์ธรรมบทมากนัก โดยมากใช้มากอยู่ในคัมภีร์อื่นมีมงคลและสามนต์ เป็นต้น ส่วนในธรรมบท เห็นท่านใช้ <strong>หิ</strong> เหตุใด <strong>อิติ</strong> เพราะเหตุนั้น</p>\n<p>อยู่แห่งหนึ่งคือ ธ.บ. ภาค ๑ เรื่องพระเทวทัตต์ หน้า ๑๕๒ เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">โส หิ ภคว วธเก เทวทตฺตมฺหิ ฯเปฯ ปุนปฺปุนํ ยาจิ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ภควา</strong> อ.พระผู้มีพระภาคเจ้า <strong>โส</strong> พระองค์นั้น (อย่าพึ่งแปล <strong>หิ</strong>) <strong>สมมานโส</strong> เป็นผู้มีพระทัยเสมอ <strong>สพฺพตฺถ ชเนสุ</strong> ในชน ท.ทั้งปวง <strong>วธเก จ</strong> คือในนายขมังธนูด้วย <strong>เทวทตฺตมฺหิ จ</strong> คือในพระเทวทัตด้วย <strong>องฺคุลิมาลเก โจเร จ</strong> คือในโจรองคุลีมาลด้วย <strong>ธนปาเล จ</strong> คือในช้างธนบาลด้วย <strong>ราหุเล จ</strong> คือในพระกุมารพระนามว่าราหุลด้วย <strong>หิ</strong> <strong>เหตุใด</strong>, <strong>เพราะเหตุนั้น</strong> (<strong>อิติ</strong> ติดอยู่หลัง <strong>สมมานโส</strong>) <strong>โส เทวทตฺโต</strong> อ. พระเทวทัตนั้น <strong>ยาจิ</strong> อ้อนวอนแล้ว <strong>ปุนปฺปุนํ</strong> บ่อยๆว่า <strong>ตุมฺเห</strong> อ.ท่าน ท. <strong>ทสฺเสถ</strong> จงแสดง <strong>ภควนฺตํ</strong> ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า <strong>เม</strong> แก่เรา ดังนี้ ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แผนผงที๒เพิมตสมามีบางแหงทานจะเรียงไวเฉพาะประโยคยสมาประโยคตสมาไมมีทานไมไดเรียงไวเวลาแปลโดยพยญชนะจะแปลเพียงประโยคยสมาทีมีอยูเทานนไมไดเมือแปลประโยคยสมาจบแลวตองเพิมประโยคตสมาเขามาเองดงแผนผงทีขีดใหดูนียสมา......................................,ตสมา........................................)จึงจะใชไดฯการแปลเพิมประโยคตสมาจะเอาประโยคจำพวกไหนมาเพิมเปนพวกตสมา?ขอนีไดอธิบายมาแลววาประโยคยสมาเปนประโยคเหตุประโยคตสมาเปนประโยคผลฯเมือทานเรียงไวเฉพาะประโยคยสมาซึงเปนประโยคเหตุเทานนเวลาจะเพิมเปนประโยคตสมากตองเอาประโยคผลมาเพิมประโยคผลนนเปนประโยคทีกลาวมาแลวอยูขางตนซึงแปลผานมาแลวนนเองเชนยสมานาพพณํวิสมนุเวติ.ประโยคนีมีเฉพาะยสมานาพพณํวิสมนุเวติแปลวาวีสํอ.ยาพิษนอนุเวติยอมไมไปตามอพพณํ(ปาณึ)ซึงฝามืออนหาแผลมิไดยสมาเหตุใด,สวนตสมา(เฉพาะประโยคนี)ใหเอาจำพวกประโยคทีอยูในคาถาเพิมคือ(ตสมา)ปาณิมหิเจวโรนาสสหเรยยปาณินาวิสํ.โดยเพิมตสมาไวตนประโยคดงใสวงเลบไวนนแปลวาตสมาเพราะเหตุนนเจหากวาวโณอ.แผลนอสสไมพึงมีปาณิมหิทีฝามือไซร,**ปุคค-โลอ.บุคคลหเรยยพึงนำไปไดวิสํ**ซึงยาพิษฯยสมาเชฏฐํฐเปตวากนิฏฐํอาหราเปตวาเชฏฐาปจายิกกมมํนกโรสิ(เอาประโยคผลขางตนมาเพิมวา)ตสมาตวํเกวลํเทวธมเมชานาสิเยว,นปนเตสุวตตสิ.แปลวาตวํอ.ทานอาหราเปตวายงเราใหนำมาแลวกนิฏฐํซึงนองชายผูนอยทีสุดฐเปตวาเวนเชฏฐํซึงนองชายผูเจริญทีสุดนกโรสิยอมไมกระทำ**เชฏฐาป-จายิกกมมํซึงกรรมของบุคคลผูประพฤติถอมตนตอบุคคลผูเจริญทีสุดยสมาเหตุใด,(ตสมาเพราะเหตุนนตวํอ.ทานเกวลํเทวธมเมชานาสิเยวยอมรูซึงเทวธรรมท.อยางเดียวนนเทียว,ปนกแตวานวตตสิยอมไมประพฤติเตสุเทวธมเมสุ**ในเทวธรรมท.เหลานน)ฯยสมาสพพสตตานํชีวิตํมรณปริโยสานเมว(เอาประโยคผลในคาถามาเพิมวา)(ตสมา)ภิชช-ติปูติสนโท.แปลวาชีวิตํอ.ชีวิตสพพสตตานํของสตวทงปวงทงหลายมรณปริโยสานํเอวเปนธรรมชาติมีความตายเปนทีสุดลงรอบนนเทียว(โหติยอมเปนยสมาเหตุใด**ตส-มาเพราะเหตุนนสนเทโหอ.กายของตนภิชชติ**จะแตก)ฯยสมาเตกามคเวสิโนนโหนติ,(เอาประโยคผลอญในคาถามาเพิมวา)(ตสมา)ยตถนรมตีชโน(ตตถ)วีตราคารเมสสนติ.แปลวาเตวีตราคาอ.ชนท.ผูมีราคะไปปราศแลวเหลานนกามคเวสิโนนโหนติยอมเปนผูมีปกติแสวงหาซึงกามหามิไดยสมาเหตุใด,(ตสมาเพราะเหตุนนชโนอ.ชนนรมติยอมไมยินดียตถอรญเญในปาใดวีตราคาอ.ชนท.ผูมีราคะไปปราศแลวรเมสสนติจกยินดี(ตตถอรญเญ)ในปานน)ฯอนึงยงมีศพททีใชแทนยสมา-ตสมาอยูอีกคือยํเหตุใด,หิเหตุใด,ยโตเหตุใด,เตนเพราะเหตุนน,ตโตเพราะเหตุนน,อิติเพราะเหตุนน,ตํเพราะเหตุนน,แตศพทเหลานีไมคอยใชในคมภีรธรรมบทมากนกโดยมากใชมากอยูในคมภีรอืนมีมงคลและสามนตเปนตนสวนในธรรมบทเหนทานใชหิเหตุใดอิติเพราะเหตุนนอยูแหงหนึงคือธ.บ.ภาค๑เรืองพระเทวทตตหนา๑๕๒เชนโสหิภคววธเกเทวทตตมหิฯเปฯปุนปปุนํยาจิ.แปลวาภควาอ.พระผูมีพระภาคเจาโสพระองคนน(อยาพึงแปลหิ)สมมานโสเปนผูมีพระทยเสมอสพพตถชเนสุในชนท.ทงปวงวธเกจคือในนายขมงธนูดวยเทวทตตมหิจคือในพระเทวทตดวยองคุลิมาลเกโจเรจคือในโจรองคุลีมาลดวยธนปาเลจคือในชางธนบาลดวยราหุเลจคือในพระกุมารพระนามวาราหุลดวยหิเหตุใด,เพราะเหตุนน(อิติติดอยูหลงสมมานโส)โสเทวทตโตอ.พระเทวทตนนยาจิออนวอนแลวปุนปปุนํบอยๆวาตุมเหอ.ทานท.ทสเสถจงแสดงภควนตํซึงพระผูมีพระภาคเจาเมแกเราดงนีฯ","nex":5,"url":"yava-tava#phaenphang-2"},{"id":"s092","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ใช้ หิ แทน ยสฺมา ในบางคาถา","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","ใช้ หิ แทน ยสฺมา ในบางคาถา"],"pdf":72,"page":66,"html":"<p>ในบางคาถา มีข้อความขึ้นต้น กล่าวถึงเหตุ คือการทำดีและการทำชั่วอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นต้น ตอนปลายกล่าวสรุปลงเป็นผล ตอนสรุปลงเป็นผล บางทีท่านก็เรียง <strong>นิบาต</strong> คือ <strong>หิ</strong> ไว้ให้ด้วย (หิ ต้องแปลว่า เพราะว่า)</p>\n<p>ถ้าท่านไม่เรียง หิ ไว้ให้ก็ให้ใส่มาเอง จึงค่อยแปลบทต่างๆ ต่อไปแต่ถ้าไม่อยากใส่ <strong>หิ</strong> เข้ามา จะใส่ <strong>ยสฺมา</strong> ลงไปก็ได้ ในประโยคที่สรุปลงเป็นผลนั้น</p>\n<p>แต่ต้องเพิ่ม <strong>ตสฺมา</strong> กับยกเอาประโยคเหตุมาแปลซ้ำอีก เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">สุทุทฺทสํ สุนิปุณํ ยตฺถกามนิปาตินํ จิตฺตํ รกฺขถ เมธาวี, (ยสฺมา) จิตฺตํ คุตฺตํ สุขาวหํ, (ตสฺมา) สุทุทฺทสํ สุนิปุณํ ยตฺถกามนิปาตินํ จิตฺตํ รกฺขถ เมธาวี.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>เมธาวี</strong> อ.บุคคลผู้มีปัญญา <strong>รกฺขถ</strong> พึงรักษา <strong>จิตฺตํ</strong> ซึ่งจิต <strong>สุทุทฺทสํ</strong> อันบุคคลเห็นได้โดยยากด้วยดี <strong>สุนิปุณํ</strong> อันละเอียดด้วยดี <strong>ยตฺถกามนิปาตินํ</strong> อันมีปกติตกลงในอารมณ์อันบุคคลพึงใคร่ใด <strong>จิตฺตํ</strong> อ.จิต <strong>คุตฺตํ</strong> อันบุคคลคุ้มครองแล้ว <strong>สุขาวหํ (โหติ)</strong> เป็นธรรมชาตินำมาซึ่งความสุข(ย่อมเป็น) (<strong>ยสฺมา</strong> เหตุใด) (<strong>ตสฺมา</strong> เพราะเหตุนั้น) <strong>เมธาวี</strong> อ.บุคคลผู้มีปัญญา <strong>รกฺขถ</strong> พึงรักษา ฯลฯ ให้แปลอย่างที่แปลมาแล้ว</div></div>\n<p>ประโยคสรุปลงเป็นผลว่า <strong>จิตฺตํ คุตฺตํ สุขาวหํ</strong> ถ้าเพิ่ม <strong>หิ</strong> ว่า <strong>จิตฺตํ(หิ) คุตฺตํ สุขาวหํ</strong> ก็ไม่ต้องเพิ่ม <strong>ยสฺมา - ตสฺมา</strong> แต่สำหรับ <strong>หิ</strong> ต้องแปลว่า เพราะว่าทุกแห่งไป ฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยตฺถ น รมตี ชโน, (ตตฺถ) วีตราคา รเมสฺสนฺติ, (ยสฺมา) น เต กามคเวสิโน (โหนฺติ) (ตสฺมา) ยตฺถ น รมตี ชโน, (ตตฺถ) วีตราคา รเมสฺสนฺติ.</div></div>\n<p>ประโยคนี้ ก็ขอให้ครูสอนให้ด้วย นักเรียนก็ควรเปิดหนังสือดู ตรงหน้าที่บอกไว้นั้นจะได้เห็นประโยคจริงว่าเป็นอย่างไร ฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ทุนฺนิคฺคหสฺส ลหุโน ยตฺถ กามนิปาติโน จิตตสฺส ทมโถ สาธุ, (ยสฺมา) จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ (โหติ) ตสฺมา ทุนฺนิคฺคหสฺส ลหุโน ยตฺถ กามนิปาติโน จิตตสฺส ทมโถ สาธุ.</div></div>\n<p>ข้อนี้ก็ให้ครูสอนแปลให้นักเรียนด้วย แต่พึงจำไว้ว่า โดยมากท่านไม่ค่อยแปลใส่ <strong>ยสฺมา – ตสฺมา</strong> ดังแนะนำมานี้ ท่านชอบใส่ <strong>หิ</strong> เข้าไปในประโยคผลดังอธิบายมาแล้ว เพราะง่ายแก่การแปลไม่วนหน้า วนหลัง</p>\n<p>อนึ่ง ประโยคใดก็ตาม ถ้ามีเฉพาะ <strong>ต</strong> จะเป็น <strong>โส-สา-ตํ-ตถา-เอวํ-ตาว-ตสฺมา</strong> เป็นต้นก็ตามเวลาแปลก็ให้แปลเฉพาะ <strong>ต</strong> เท่านั้น ไม่ต้องใส่ <strong>ย</strong> เข้ามาอีก ดังมีอยู่ทั่วไป</p>\n<p>แต่ถ้าประโยคใด มี <strong>ย</strong> อยู่แล้ว จะเป็น <strong>ย</strong> ชนิดใดก็ตาม เวลาแปลประโยค <strong>ย</strong> เสร็จแล้วต้องเพิ่มประโยค <strong>ต</strong> หรือเพิ่มตัว <strong>ต</strong> เข้ามาเสมอ ไม่เพิ่มไม่ได้เป็นอันขาดถือว่าผิด ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ใชหิแทนยสมาในบางคาถาในบางคาถามีขอความขึนตนกลาวถึงเหตุคือการทำดีและการทำชวอยางใดอยางหนึงเปนตนตอนปลายกลาวสรุปลงเปนผลตอนสรุปลงเปนผลบางทีทานกเรียงนิบาตคือหิไวใหดวย(หิตองแปลวาเพราะวา)ถาทานไมเรียงหิไวใหกใหใสมาเองจึงคอยแปลบทตางๆตอไปแตถาไมอยากใสหิเขามาจะใสยสมาลงไปกไดในประโยคทีสรุปลงเปนผลนนแตตองเพิมตสมากบยกเอาประโยคเหตุมาแปลซำอีกเชนสุทุททสํสุนิปุณํยตถกามนิปาตินํจิตตํรกขถเมธาวี,(ยสมา)จิตตํคุตตํสุขาวหํ,(ตสมา)สุทุททสํสุนิปุณํยตถกามนิปาตินํจิตตํรกขถเมธาวี.แปลวาเมธาวีอ.บุคคลผูมีปญญารกขถพึงรกษาจิตตํซึงจิตสุทุททสํอนบุคคลเหนไดโดยยากดวยดีสุนิปุณํอนละเอียดดวยดียตถกามนิปาตินํอนมีปกติตกลงในอารมณอนบุคคลพึงใครใดจิตตํอ.จิตคุตตํอนบุคคลคุมครองแลวสุขาวหํ(โหติ)เปนธรรมชาตินำมาซึงความสุข(ยอมเปน)(ยสมาเหตุใด)(ตสมาเพราะเหตุนน)เมธาวีอ.บุคคลผูมีปญญารกขถพึงรกษาฯลฯใหแปลอยางทีแปลมาแลวประโยคสรุปลงเปนผลวาจิตตํคุตตํสุขาวหํถาเพิมหิวาจิตตํ(หิ)คุตตํสุขาวหํกไมตองเพิมยสมา-ตสมาแตสำหรบหิตองแปลวาเพราะวาทุกแหงไปฯยตถนรมตีชโน,(ตตถ)วีตราคารเมสสนติ,(ยสมา)นเตกามคเวสิโน(โหนติ)(ตสมา)ยตถนรมตีชโน,(ตตถ)วีตราคารเมสสนติ.ประโยคนีกขอใหครูสอนใหดวยนกเรียนกควรเปิดหนงสือดูตรงหนาทีบอกไวนนจะไดเหนประโยคจริงวาเปนอยางไรฯทุนนิคคหสสลหุโนยตถกามนิปาติโนจิตตสสทมโถสาธุ,(ยสมา)จิตตํทนตํสุขาวหํ(โหติ)ตสมาทุนนิคคหสสลหุโนยตถกามนิปาติโนจิตตสสทมโถสาธุ.ขอนีกใหครูสอนแปลใหนกเรียนดวยแตพึงจำไววาโดยมากทานไมคอยแปลใสยสมา–ตสมาดงแนะนำมานีทานชอบใสหิเขาไปในประโยคผลดงอธิบายมาแลวเพราะงายแกการแปลไมวนหนาวนหลงอนึงประโยคใดกตามถามีเฉพาะตจะเปนโส-สา-ตํ-ตถา-เอวํ-ตาว-ตสมาเปนตนกตามเวลาแปลกใหแปลเฉพาะตเทานนไมตองใสยเขามาอีกดงมีอยูทวไปแตถาประโยคใดมียอยูแลวจะเปนยชนิดใดกตามเวลาแปลประโยคยเสรจแลวตองเพิมประโยคตหรือเพิมตวตเขามาเสมอไมเพิมไมไดเปนอนขาดถือวาผิดฯ","nex":3,"url":"yava-tava#hi-thaen-yasma"},{"id":"s093","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"วิธีแปล ยํ กิริยาปรามาส","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","วิธีแปล ยํ กิริยาปรามาส"],"pdf":73,"page":67,"html":"<p>ประโยคที่มี <strong>ย</strong> ศัพท์ ประกอบรูปเป็น <strong>ยํ</strong> ทำหน้าที่ระบุถึงกิริยา เรียกว่า กิริยา-ปรามาส</p>\n<p>ตามปกติ <strong>ย</strong> ศัพท์ เป็นวิเสสนะสัพพนาม ต้องประกอบ ลิงค์ วจนะ วิภัตติ ตามบทนามนาม เช่น โย ปุริโส , ยา อิตฺถี , ยํ จิตฺตํ</p>\n<p>แต่ในลักษณะประโยค กิริยา-ปรามาสนี้ ย ศัพท์ ไม่ได้ทำหน้าที่ขยายบทใดๆ เลย แปลเป็นลำดับ สุดท้าย คือแปลเป็นบทที่ระบุถึงกิริยา</p>\n<p>๑ . ให้นำบทประธาน, วิเสสนะ , อัพภันตรกิริยาของประโยค ย มาประกอบเป็นฉัฏฐีวิภัตติ</p>\n<p>๒. กิริยาคุมพากย์ของประโยค ย เป็น ภู , หุ , อส ธาตุให้นำบทวิกติกัตตาประกอบ ภาว, ตต, ตา ตัทธิต มีลิงค์ วจนะ วิภัตติตาม ต ศัพท์</p>\n<p>๓.กิริยาคุมพากย์ของประโยค ย เป็นธาตุอื่นๆ ให้นำธาตุนั้นประกอบ ยุ ปัจจัย แล้วลง สิ ปฐมาวิภัตติเพื่อใช้เป็นประธาน</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อิธ โข ตํ ภิกฺขเว โสเภถ; ยํ ตุมฺเห เอวํ สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิตา สมานา ขมา จ ภเวยฺยาถ โสรตา จาติฯ <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=51\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๕๑\">(ธบ.๑/๕๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ภิกฺขเว</strong> ดูก่อนภิกษุท. <strong>ตุมฺเห</strong> อ.เธอท. <strong>ตํ (เอวํ) สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิตา</strong> เป็นผู้บวชแล้วในธรรมวินัย อันอันเราตรัสดีแล้ว อย่างนี้ <strong>สมานา</strong> เป็นอยู่ ขมา จ พึงเป็นผู้อดทนด้วย <strong>โสรตา จ</strong> พึงเป็นผู้เสงี่ยมด้วย <strong>ภเวยฺยาถ</strong> พึงเป็น <strong>ยํ</strong> ใด , <strong>ตํ</strong> (<u><strong>เอวํ มยา สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิตานํ ตุมฺหากํ ขมโสรตตฺตํ</strong></u>) อ.ความที่แห่งเธอท. ผู้บวชแล้ว ในธรรมและวินัย อันอันเราตรัสดีแล้วอย่างนี้ เป็นผู้อดทนและเสงี่ยม นั้น <strong>โสเภถ</strong> พึงงาม <strong>อิธ โข (ธมฺมวินเย)</strong> ในธรรมและวินัยนี้แล <strong>อิติ</strong> ดังนี้</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อนุจฺฉริยํ โข ปเนตํ ภิกฺขุ , ยํ ตฺวํ มาทิสํ อาจริยํ ลภิตฺวา อปฺปิจฺโฉ อโหสิ ฯ <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=118\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑๑๘\">(ธบ.๒/๑๑๘)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ภิกฺขุ ดูก่อนภิกษุ ปน ก็, ตฺวํ อ.เธอ ได้แล้ว อาจริยํ ซึ่งอาจารย์ มาทิสํ ผู้เช่นกับด้วยเรา อปฺปิจฺโฉ เป็นผู้มีความปรารถนาน้อย อโหสิ ได้เป็นแล้ว ยํ ใด (แปลประโยค ต รวบว่า) <strong>เอตํ (ตว มาทิสํ อาจริยํ ลภิตฺวา อปฺปิจฺฉตฺตํ)</strong> อ.ความที่แห่งเธอได้แล้ว ซึ่งอาจารย์ผู้เช่นกับด้วยเราเป็นผู้มีความปรารถนาน้อยนั้น <strong>อนุจฺฉริยํ โข</strong> ไม่น่าอัศจรรย์แล</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชติ, ยํ ตฺวํ กุมาโร ว สมาโน กาลํ กเรยยาสิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=136\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๓๖\">(ธบ.๑/๑๓๖)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>ปน</strong> ก็ <strong>ตฺวํ</strong> อ.พระองค์ <strong>กุมาโร ว</strong> เป็นกุมารเทียว <strong>สมาโน</strong> มีอยู่ <strong>กเรยยาสิ</strong> พึงกระทำ <strong>กาลํ</strong> ซึ่งกาละ <strong>ยํ</strong> ใด (แปล ป.ต. รวบว่า) <strong>เอตํ (ตว กุมารสฺส สมานสฺส กาลํ กรณํ)</strong> อ.อันกระทำ ซึ่งกาละ แห่งพระองค์ผู้เป็นกุมารมีอยู่นั้น <strong>ฐานํ โข</strong> เป็นฐานะแล <strong>วิชฺชติ</strong> มีอยู่</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วิธีแปลยํกิริยาปรามาสประโยคทีมียศพทประกอบรูปเปนยํทำหนาทีระบุถึงกิริยาเรียกวากิริยา-ปรามาสตามปกติยศพทเปนวิเสสนะสพพนามตองประกอบลิงควจนะวิภตติตามบทนามนามเชนโยปุริโส,ยาอิตถี,ยํจิตตํแตในลกษณะประโยคกิริยา-ปรามาสนียศพทไมไดทำหนาทีขยายบทใดๆเลยแปลเปนลำดบสุดทายคือแปลเปนบททีระบุถึงกิริยา๑.ใหนำบทประธาน,วิเสสนะ,อพภนตรกิริยาของประโยคยมาประกอบเปนฉฏฐีวิภตติ๒.กิริยาคุมพากยของประโยคยเปนภู,หุ,อสธาตุใหนำบทวิกติกตตาประกอบภาว,ตต,ตาตทธิตมีลิงควจนะวิภตติตามตศพท๓.กิริยาคุมพากยของประโยคยเปนธาตุอืนๆใหนำธาตุนนประกอบยุปจจยแลวลงสิปฐมาวิภตติเพือใชเปนประธานอิธโขตํภิกขเวโสเภถ;ยํตุมเหเอวํสวากขาเตธมมวินเยปพพชิตาสมานาขมาจภเวยยาถโสรตาจาติฯ(ธบ.๑/๕๑)ภิกขเวดูกอนภิกษุท.ตุมเหอ.เธอท.ตํ(เอวํ)สวากขาเตธมมวินเยปพพชิตาเปนผูบวชแลวในธรรมวินยอนอนเราตรสดีแลวอยางนีสมานาเปนอยูขมาจพึงเปนผูอดทนดวยโสรตาจพึงเปนผูเสงียมดวยภเวยยาถพึงเปนยํใด,ตํ(**เอวํมยาสวากขาเตธมมวินเยปพพชิตานํตุมหากํขมโสรตตตํ)อ.ความทีแหงเธอท.ผูบวชแลวในธรรมและวินยอนอนเราตรสดีแลวอยางนีเปนผูอดทนและเสงียมนนโสเภถพึงงามอิธโข(ธมมวินเย)ในธรรมและวินยนีแลอิติ**ดงนีอนุจฉริยํโขปเนตํภิกขุ,ยํตวํมาทิสํอาจริยํลภิตวาอปปิจโฉอโหสิฯ(ธบ.๒/๑๑๘)แปลวาภิกขุดูกอนภิกษุปนก,ตวํอ.เธอไดแลวอาจริยํซึงอาจารยมาทิสํผูเชนกบดวยเราอปปิจโฉเปนผูมีความปรารถนานอยอโหสิไดเปนแลวยํใด(แปลประโยคตรวบวา)เอตํ(ตวมาทิสํอาจริยํลภิตวาอปปิจฉตตํ)อ.ความทีแหงเธอไดแลวซึงอาจารยผูเชนกบดวยเราเปนผูมีความปรารถนานอยนน**อนุจฉริยํโข**ไมนาอศจรรยแลฐานํโขปเนตํวิชชติ,ยํตวํกุมาโรวสมาโนกาลํกเรยยาสิ.(ธบ.๑/๑๓๖)แปลวาปนกตวํอ.พระองคกุมาโรวเปนกุมารเทียวสมาโนมีอยูกเรยยาสิพึงกระทำกาลํซึงกาละยํใด(แปลป.ต.รวบวา)**เอตํ(ตวกุมารสสสมานสสกาลํกรณํ)อ.อนกระทำซึงกาละแหงพระองคผูเปนกุมารมีอยูนนฐานํโขเปนฐานะแลวิชชติ**มีอยู","nex":3,"url":"yava-tava#yam-kiriyaparamasa"},{"id":"s094","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการแปล ต ปัจจัย กัมมวาจก คุมพากย์","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","หลักการแปล ต ปัจจัย กัมมวาจก คุมพากย์"],"pdf":74,"page":68,"html":"<p>การแปล ต ปัจจัย คุมพากย์ในรูปของกัมมวาจก นับได้ว่าเป็นประโยคที่ยากสำหรับนักศึกษาที่เริ่มแปลใหม่ๆ ข้าพเจ้าเองจึงได้ค้นคว้านำเอารูปประโยคมาเพื่อให้นักศึกษาได้แปลดู เพื่อความชำนาญในการเดินประโยค โดยเฉพาะที่มีกิริยาในระหว่าง คือ อนฺต, มาน, ต, ตูน, ตฺวา, ตฺวาน ขยายประธาน ผู้ศึกษาจะต้องจำโครงสร้างการแปลกัมมวาจกให้ได้ก่อนจะทำให้การแปลง่ายขึ้น</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"passive-structure\">โครงสร้างหลักการแปลกัมมวาจก ดังนี้</h2>\n<p>๑. บทประธาน (อ.) ขาดไม่ได้</p>\n<p>๒. บทตติยาวิภัตติ (อัน) ขาดไม่ได้</p>\n<p>๓. กิริยาในระหว่าง (ถ้ามี)</p>\n<p>๔.กิริยาคุมพากย์ ต ปัจจัย (ขาดไม่ได้)</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"no-intermediate\">ต ปัจจัย คุมพากย์ ประโยคกัมมวาจก ไม่มีกิริยาในระหว่างขยายประธาน</h2>\n<p>ให้แปลบทตติยาวิภัตติ (อัน) หลังประธาน</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. ปุตฺโต <strong>เม</strong> ลทฺโ<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=13\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑๓\">ธ. ๒/๑๓</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.บุตร <strong>อันเรา</strong> ได้แล้ว</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. ยทิ มม <strong>ปิตรา</strong> อตฺตโน สนฺตกํ (วตฺถุ) มยฺหํ นิยยาติตํ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=26\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๒๖\">๒/๒๖</a></div><div class=\"hb-gloss\">ผิว่า (อ.วัตถุ) อันเป็นของมีอยู่ ของตน <strong>อันบิดา</strong> ของเรา มอบให้แล้ว แก่เรา ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"agent-qualifiers\">ต ปัจจัย คุมพากย์ ประโยคกัมมวาจก ไม่มีกิริยาในระหว่างขยาย แต่มีบทวิเสสนะๆ ขยายตติยาวิภัตติหลาย ๆ บท</h2>\n<p>ให้แปลบทตติยาวิภัตติ (อัน) หลังบทประธาน</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>ตุมฺเหหิ</strong> เตมาสํ เอกเกหิ ติฏฺฐนเตหิ นิสีทนเตหิ ว ทุกกรํ กตํ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=56\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๕๖\">๑/๕๖</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.กรรม) อันบุคคลกระทำได้โดยยาก <strong>อันพระองค์</strong> ผู้ผู้เดียว ผู้ประทับยืนด้วย ผู้ประทับนั่งด้วย ตลอดประชุมแห่งเดือนสาม ทรงกระทำแล้ว ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>ตุมฺเหหิ</strong> ปน มม วจนํ อกโรนฺเตหิ ภาริยํ (กมฺมํ) กตํ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=59\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๕๙\">๑/๕๙</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.กรรม) อันหนัก <strong>อันเธอ ท.</strong> ผู้ไม่กระทำอยู่ ซึ่งคำ ของเรา กระทำแล้วฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"tva-before-participle\">ต ปัจจัย คุมพากย์ ประโยค กัมมวาจก มี ตูนาทิปัจจัย ขยายบทประธานเรียงไว้หน้า อนฺต, มาน ปัจจัย ที่ทำหน้าที่ขยายประธาน</h2>\n<p>ให้แปล กิริยาในระหว่างที่เป็น ตูนาทิปัจจัย จนถึง อนฺต, มาน ปัจจัย แล้วจึงแปลบทตติยาวิภัตติ (อัน) อนฺต , มาน ปัจจัย</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. (อยํ ปุริโส) กปโณ วิย ปิโลติกํ นิวาเสตฺวา ภตกวีถิยํ ภตึ กตฺวา ชีวนฺโต <strong>มยา</strong> อิมินา นาม อุปาเยน ญาโต.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=72\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๗๒\">๒/๗๒</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.บุรุษ นี้) เป็นราวกะว่าชนผู้กำพร้า (เป็น) นุ่งแล้ว ซึ่งผ้าเก่า กระทำแล้วซึ่งการรับจ้าง ในถนนอันเป็นที่อยู่แห่งนายจ้าง เป็นอยู่อยู่ <strong>อันหม่อมฉัน</strong> รู้แล้ว ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"participle-before-agent\">ต ปัจจัย คุมพากย์ ประโยค กัมมวาจก มี อนฺต , มาน ปัจจัย ขยายบทประธานซึ่งทำหน้าที่เป็น กิริยาในระหว่าง</h2>\n<p>ให้แปลบท ตติยาวิภัตติ (อัน) หลัง อนฺต, มาน ปัจจัย</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>(ตยา)</strong> อิเม เต ภิกฺขู อาคจฺฉนฺตา ทิฏฺฐา.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=36\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๓๖\">๑/๓๖</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ. ภิกษุ ท. เหล่านั้น ผู้มาอยู่ <strong>(อันเธอ)</strong> เห็นแล้ว หรือ ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. กึ ปน โส (จกฺขุปาลตฺเถโร) ตุมฺเหหิ มาเรนฺโต ทิฏฺโฐ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=18\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๘\">๑/๑๘</a></div><div class=\"hb-gloss\">ก็ (อ.ภิกษุ ชื่อว่า จักขุบาล) (ยังสัตว์มีปาณะ ท. ) ให้ตายอยู่ <strong>อันเธอ</strong> ท. เห็นแล้ว หรือ ฯ</div></div>","outline":[{"title":"โครงสร้างกัมมวาจก","section":"s094","anchor":"passive-structure"},{"title":"ไม่มีกิริยาในระหว่าง","section":"s094","anchor":"no-intermediate"},{"title":"วิเสสนะขยายตติยาวิภัตติ","section":"s094","anchor":"agent-qualifiers"},{"title":"ตูนาทิอยู่หน้า อนฺต–มาน","section":"s094","anchor":"tva-before-participle"},{"title":"อนฺต–มานขยายประธาน","section":"s094","anchor":"participle-before-agent"},{"title":"ตัวอย่าง ต ปัจจัยในวาจกต่างๆ","section":"s095","anchor":"s095"}],"topics":[{"anchor":"passive-structure","title":"โครงสร้างหลักการแปลกัมมวาจก ดังนี้","level":2},{"anchor":"no-intermediate","title":"ต ปัจจัย คุมพากย์ ประโยคกัมมวาจก ไม่มีกิริยาในระหว่างขยายประธาน","level":2},{"anchor":"agent-qualifiers","title":"ต ปัจจัย คุมพากย์ ประโยคกัมมวาจก ไม่มีกิริยาในระหว่างขยาย แต่มีบทวิเสสนะๆ ขยายตติยาวิภัตติหลาย ๆ บท","level":2},{"anchor":"tva-before-participle","title":"ต ปัจจัย คุมพากย์ ประโยค กัมมวาจก มี ตูนาทิปัจจัย ขยายบทประธานเรียงไว้หน้า อนฺต, มาน ปัจจัย ที่ทำหน้าที่ขยายประธาน","level":2},{"anchor":"participle-before-agent","title":"ต ปัจจัย คุมพากย์ ประโยค กัมมวาจก มี อนฺต , มาน ปัจจัย ขยายบทประธานซึ่งทำหน้าที่เป็น กิริยาในระหว่าง","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลตปจจยกมมวาจกคุมพากยการแปลตปจจยคุมพากยในรูปของกมมวาจกนบไดวาเปนประโยคทียากสำหรบนกศึกษาทีเริมแปลใหมๆขาพเจาเองจึงไดคนควานำเอารูปประโยคมาเพือใหนกศึกษาไดแปลดูเพือความชำนาญในการเดินประโยคโดยเฉพาะทีมีกิริยาในระหวางคืออนต,มาน,ต,ตูน,ตวา,ตวานขยายประธานผูศึกษาจะตองจำโครงสรางการแปลกมมวาจกใหไดกอนจะทำใหการแปลงายขึนโครงสรางหลกการแปลกมมวาจกดงนี๑.บทประธาน(อ.)ขาดไมได๒.บทตติยาวิภตติ(อน)ขาดไมได๓.กิริยาในระหวาง(ถามี)๔.กิริยาคุมพากยตปจจย(ขาดไมได)ตปจจยคุมพากยประโยคกมมวาจกไมมีกิริยาในระหวางขยายประธานใหแปลบทตติยาวิภตติ(อน)หลงประธานอุ.ปุตโตเมลทโธ.๒/๑๓อ.บุตรอนเราไดแลวอุ.ยทิมมปิตราอตตโนสนตกํ(วตถุ)มยหํนิยยาติตํ.๒/๒๖ผิวา(อ.วตถุ)อนเปนของมีอยูของตนอนบิดาของเรามอบใหแลวแกเราฯตปจจยคุมพากยประโยคกมมวาจกไมมีกิริยาในระหวางขยายแตมีบทวิเสสนะๆขยายตติยาวิภตติหลายๆบทใหแปลบทตติยาวิภตติ(อน)หลงบทประธานอุ.ตุมเหหิเตมาสํเอกเกหิติฏฐนเตหินิสีทนเตหิวทุกกรํกตํ.๑/๕๖(อ.กรรม)อนบุคคลกระทำไดโดยยากอนพระองคผูผูเดียวผูประทบยืนดวยผูประทบนงดวยตลอดประชุมแหงเดือนสามทรงกระทำแลวฯอุ.ตุมเหหิปนมมวจนํอกโรนเตหิภาริยํ(กมมํ)กตํ.๑/๕๙(อ.กรรม)อนหนกอนเธอท.ผูไมกระทำอยูซึงคำของเรากระทำแลวฯตปจจยคุมพากยประโยคกมมวาจกมีตูนาทิปจจยขยายบทประธานเรียงไวหนาอนต,มานปจจยทีทำหนาทีขยายประธานใหแปลกิริยาในระหวางทีเปนตูนาทิปจจยจนถึงอนต,มานปจจยแลวจึงแปลบทตติยาวิภตติ(อน)อนต,มานปจจยอุ.(อยํปุริโส)กปโณวิยปิโลติกํนิวาเสตวาภตกวีถิยํภตึกตวาชีวนโตมยาอิมินานามอุปาเยนญาโต.๒/๗๒(อ.บุรุษนี)เปนราวกะวาชนผูกำพรา(เปน)นุงแลวซึงผาเกากระทำแลวซึงการรบจางในถนนอนเปนทีอยูแหงนายจางเปนอยูอยูอนหมอมฉนรูแลวฯตปจจยคุมพากยประโยคกมมวาจกมีอนต,มานปจจยขยายบทประธานซึงทำหนาทีเปนกิริยาในระหวางใหแปลบทตติยาวิภตติ(อน)หลงอนต,มานปจจยอุ.(ตยา)อิเมเตภิกขูอาคจฉนตาทิฏฐา.๑/๓๖อ.ภิกษุท.เหลานนผูมาอยู(อนเธอ)เหนแลวหรือฯอุ.กึปนโส(จกขุปาลตเถโร)ตุมเหหิมาเรนโตทิฏโฐ.๑/๑๘ก(อ.ภิกษุชือวาจกขุบาล)(ยงสตวมีปาณะท.)ใหตายอยูอนเธอท.เหนแลวหรือฯ","nex":7,"url":"yava-tava#ta-paccaya-kammavacaka"},{"id":"s095","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ประโยคตัวอย่าง","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","ประโยคตัวอย่าง"],"pdf":76,"page":70,"html":"<p>ต ปัจจัยคุมพากย์เป็นได้ ๕ วาจก (ยกเว้น เหตุกัตตุวาจก ไม่มีที่ใช้)</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"kattu\">กัตฯ</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑. ภนฺเต เวลา <strong>อุปกฺฏฐา.</strong><a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=37\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๓๗\">๒/๓๗</a></div><div class=\"hb-gloss\">ข้าแต่ท่านผู้เจริญ อ.เวลา <strong>ใกล้เข้ามาแล้ว</strong> ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"s095-kamma\">กัมฯ</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๒. สรีรํ สุริยเตเชน <strong>ตตฺตํ.</strong><a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=37\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๓๗\">๒/๓๗</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ร่างกาย อันเดชแห่งพระอาทิตย์ <strong>แผดเผาแล้ว</strong> ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"s095-bhava\">ภาวฯ</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๓. อิมสฺมึ เต วาเร <strong>จิรายิตํ.</strong></div><div class=\"hb-gloss\">อันท่าน <strong>ประพฤติช้าแล้ว</strong> ในวาระ นี้ ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"s095-hetukamma\">เหตุกัมฯ</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๔. อปิจ ปน เต เถโร <strong>ขมาปิโต.</strong></div><div class=\"hb-gloss\">เออก็ อ.พระเถระ อันเธอ <strong>ให้อดโทษแล้ว</strong> หรือ ฯ</div></div>","outline":[{"title":"กัตฯ","section":"s095","anchor":"kattu"},{"title":"กัมฯ","section":"s095","anchor":"s095-kamma"},{"title":"ภาวฯ","section":"s095","anchor":"s095-bhava"},{"title":"เหตุกัมฯ","section":"s095","anchor":"s095-hetukamma"}],"topics":[{"anchor":"kattu","title":"กัตฯ","level":2},{"anchor":"s095-kamma","title":"กัมฯ","level":2},{"anchor":"s095-bhava","title":"ภาวฯ","level":2},{"anchor":"s095-hetukamma","title":"เหตุกัมฯ","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ประโยคตวอยางตปจจยคุมพากยเปนได๕วาจก(ยกเวนเหตุกตตุวาจกไมมีทีใช)กตฯ๑.ภนเตเวลาอุปกฏฐา.๒/๓๗ขาแตทานผูเจริญอ.เวลาใกลเขามาแลวฯกมฯ๒.สรีรํสุริยเตเชนตตตํ.๒/๓๗อ.รางกายอนเดชแหงพระอาทิตยแผดเผาแลวฯภาวฯ๓.อิมสมึเตวาเรจิรายิตํ.อนทานประพฤติชาแลวในวาระนีฯเหตุกมฯ๔.อปิจปนเตเถโรขมาปิโต.เออกอ.พระเถระอนเธอใหอดโทษแลวหรือฯ","nex":4,"url":"yava-tava#prayok-tua-yang"},{"id":"s096","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"อนีย, ตพฺพ ปัจจัย คุมพากย์","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","อนีย, ตพฺพ ปัจจัย คุมพากย์"],"pdf":76,"page":70,"html":"<p>อนีย, ตพฺพ ปัจจัย คุมพากย์ เป็นได้ ๓ วาจก คือ กัมมวาจก, ภาววาจก , เหตุกัมม-วาจก จะคุมพากย์ได้นั้น จะต้องประกอบด้วย ปฐมาวิภัตติ เอกวจนะ และพหุวจนะ เท่านั้น</p>\n<p>ข้อแตกต่างที่เป็น ภาววาจก บทกิริยาเป็น เอกวจนะ นปุํสกลิงค์ อย่างเดียว ธาตุไม่เรียกหากรรม</p>\n<p>ส่วนที่เป็น กัมมวาจก ,เหตุกัมมวาจก บทกิริยาเป็นได้ทั้งสองวจนะ แจกได้ ๓ ลิงค์ เป็นไปตามตัวประธาน ธาตุเรียกหากรรม</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"s096-bhava\">ภาวฯ</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. สพฺพํ (วตฺถุํ) ปหาย <strong>คนฺตพฺพํ.</strong><a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=1\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑\">๒/๑</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อันบุคคล) ละแล้ว (ซึ่งวัตถุ) ทั้งปวง <strong>พึงไป</strong> ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. สุขํ <strong>นิสีทิตพฺพํ.</strong><a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=5\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๕\">๓/๕</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อันเธอ) <strong>พึงนั่ง</strong> สบายฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"s096-kamma\">กัมฯ</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. อิทานิ กึ (กมฺมํ) <strong>กาตพฺพํ.</strong><a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=100\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑๐๐\">๒/๑๐๐</a></div><div class=\"hb-gloss\">ในกาลนี้ (อ.กรรม) อะไร (อันเรา ท.) <strong>พึงกระทำ</strong> ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. สา (กณฺณิกา) <strong>ปริเยสิตพฺพา.</strong><a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=101\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑๐๑\">๒/๑๐๑</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.ช่อฟ้า) นั้น (อันท่าน ท.) <strong>พึงแสวงหา</strong> ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"s096-hetukamma\">เหตุกัมฯ</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. พหิอคฺคิ อนฺโต น <strong>ปเวเสตพฺโพ.</strong><a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=57\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๕๗\">๓/๕๗</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ไฟในภายนอก (อันหญิงผู้อยู่อยู่ในสกุลแห่งผัว) <strong>ไม่พึงให้เข้าไป</strong> ในภายใน ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. (โส โทโส) ตุมฺเหหิ <strong>โสเธตพฺโพ.</strong><a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=57\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๕๗\">๓/๕๗</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.โทษ นั้น) อันท่าน ท. <strong>พึงให้หมดจด</strong> ฯ</div></div>","outline":[{"title":"ภาวฯ","section":"s096","anchor":"s096-bhava"},{"title":"กัมฯ","section":"s096","anchor":"s096-kamma"},{"title":"เหตุกัมฯ","section":"s096","anchor":"s096-hetukamma"}],"topics":[{"anchor":"s096-bhava","title":"ภาวฯ","level":2},{"anchor":"s096-kamma","title":"กัมฯ","level":2},{"anchor":"s096-hetukamma","title":"เหตุกัมฯ","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"อนีย,ตพพปจจยคุมพากยอนีย,ตพพปจจยคุมพากยเปนได๓วาจกคือกมมวาจก,ภาววาจก,เหตุกมม-วาจกจะคุมพากยไดนนจะตองประกอบดวยปฐมาวิภตติเอกวจนะและพหุวจนะเทานนขอแตกตางทีเปนภาววาจกบทกิริยาเปนเอกวจนะนปุํสกลิงคอยางเดียวธาตุไมเรียกหากรรมสวนทีเปนกมมวาจก,เหตุกมมวาจกบทกิริยาเปนไดทงสองวจนะแจกได๓ลิงคเปนไปตามตวประธานธาตุเรียกหากรรมภาวฯอุ.สพพํ(วตถุํ)ปหายคนตพพํ.๒/๑(อนบุคคล)ละแลว(ซึงวตถุ)ทงปวงพึงไปฯอุ.สุขํนิสีทิตพพํ.๓/๕(อนเธอ)พึงนงสบายฯกมฯอุ.อิทานิกึ(กมมํ)กาตพพํ.๒/๑๐๐ในกาลนี(อ.กรรม)อะไร(อนเราท.)พึงกระทำฯอุ.สา(กณณิกา)ปริเยสิตพพา.๒/๑๐๑(อ.ชอฟา)นน(อนทานท.)พึงแสวงหาฯเหตุกมฯอุ.พหิอคคิอนโตนปเวเสตพโพ.๓/๕๗อ.ไฟในภายนอก(อนหญิงผูอยูอยูในสกุลแหงผว)ไมพึงใหเขาไปในภายในฯอุ.(โสโทโส)ตุมเหหิโสเธตพโพ.๓/๕๗(อ.โทษนน)อนทานท.พึงใหหมดจดฯ","nex":6,"url":"yava-tava#aniya-tabba"},{"id":"s097","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"การแปล สัมภาวนะ","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","การแปล สัมภาวนะ"],"pdf":77,"page":71,"html":"<p>คือ บทนามที่ดุจคุณนามก็ดี บทคุณนามก็ดี ที่ไม่มีอิติศัพท์คุม ในพากย์ กัต-ตุวาจกประกอบด้วยทุติยาวิภัตติ ในพากย์กัมมวาจกประกอบด้วยปฐมาวิภัตติ อยู่ใกล้กับกิริยาศัพท์ที่มีอรรถว่า กล่าว, เรียก, รู้ , ดูหมิ่น, เห็น อย่างใดอย่างหนึ่ง</p>\n<p>ในเวลาแปลต้องหนุนคำว่าเป็น “ว่า , ว่าเป็น”</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. พุทฺธํ <strong>สรณํ</strong> คจฺฉามิ.</div><div class=\"hb-gloss\">อ.เรา ย่อมถึง ซึ่งพระพุทธเจ้า <strong>ว่าเป็นที่พึ่ง</strong> ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. ตมหํ พฺรูมิ <strong>พฺราหฺมณํ.</strong> <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=8&amp;page=189\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๘ หน้า ๑๘๙\">(๘/๑๘๙</a>คาถา)</div><div class=\"hb-gloss\">อ.เรา ย่อมเรียก ซึ่งบุคคลนั้น <strong>ว่าเป็นพราหมณ์</strong> ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"การแปลสมภาวนะคือบทนามทีดุจคุณนามกดีบทคุณนามกดีทีไมมีอิติศพทคุมในพากยกต-ตุวาจกประกอบดวยทุติยาวิภตติในพากยกมมวาจกประกอบดวยปฐมาวิภตติอยูใกลกบกิริยาศพททีมีอรรถวากลาว,เรียก,รู,ดูหมิน,เหนอยางใดอยางหนึงในเวลาแปลตองหนุนคำวาเปน“วา,วาเปน”อุ.พุทธํสรณํคจฉามิ.อ.เรายอมถึงซึงพระพุทธเจาวาเปนทีพึงฯอุ.ตมหํพรูมิพราหมณํ.(๘/๑๘๙คาถา)อ.เรายอมเรียกซึงบุคคลนนวาเปนพราหมณฯ","nex":2,"url":"yava-tava#sambhavana"},{"id":"s098","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ประโยคเทียบเคียง","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","ประโยคเทียบเคียง"],"pdf":77,"page":71,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๑. อตฺตานญฺเจ <strong>ปิยํ</strong> ชญฺญา. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=6&amp;page=4\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๖ หน้า ๔\">(๖/๔)</a></div><div class=\"hb-gloss\">หากว่า อ.บุคคล พึงรู้ ซึ่งตน <strong>ว่าเป็นที่รักไซร้</strong> ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๒. ปาโปปิ (ปาปํ) ปสฺสตี <strong>ภทฺรํ.</strong> <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=5&amp;page=13\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๕ หน้า ๑๓\">(๕/๑๓)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แม้ อ.บุคคลผู้ลามก ย่อมเห็น (ซึ่งกรรมอันลามก) <strong>ว่าเจริญ</strong> ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๓. สุวณฺณราชหํสิยา ปุรโต <strong>กากีสทิสํ</strong> อตฺตานํ อวมญฺญติ.</div><div class=\"hb-gloss\">อ.บุคคล ย่อมดูหมิ่น ซึ่งตน <strong>ว่าเป็นผู้เช่นกับด้วยนางกา</strong> ข้างหน้าแห่งพญาหงส์ทองฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">๔. <strong>อมตํ</strong> วุจฺจติ นิพฺพานํ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=63\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๖๓\">(๒/๖๓)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระนิพพาน อันพระผู้มีพระภาค ย่อมตรัสเรียก <strong>ว่าอมตะ</strong> ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ประโยคเทียบเคียง๑.อตตานญเจปิยํชญญา.(๖/๔)หากวาอ.บุคคลพึงรูซึงตนวาเปนทีรกไซรฯ๒.ปาโปปิ(ปาปํ)ปสสตีภทรํ.(๕/๑๓)แมอ.บุคคลผูลามกยอมเหน(ซึงกรรมอนลามก)วาเจริญฯ๓.สุวณณราชหํสิยาปุรโตกากีสทิสํอตตานํอวมญญติ.อ.บุคคลยอมดูหมินซึงตนวาเปนผูเชนกบดวยนางกาขางหนาแหงพญาหงสทองฯ๔.อมตํวุจจตินิพพานํ.(๒/๖๓)อ.พระนิพพานอนพระผูมีพระภาคยอมตรสเรียกวาอมตะฯ","nex":4,"url":"yava-tava#prayok-thiap-khiang"},{"id":"s099","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการแปล ปเคว มีการแปลได้ ๒ แบบ","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","หลักการแปล ปเคว มีการแปลได้ ๒ แบบ"],"pdf":78,"page":72,"html":"<p>ปเคว ศัพท์นี้ เป็นนิบาตถ้าแปลก่อนตัวประธาน และกิริยาในประโยคนั้น เช่นเดียวกับนิบาตต้นข้อความมีบัญญัติให้แปลว่า จะป่วยกล่าวไปใย ถ้าแปลทีหลังเนื้อความในประโยคนั้นมีบัญญัติให้แปลว่า ก่อนนั่นเทียว เรียกชื่อสัมพันธ์ “กิริยาวิเสสนะ”</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"translate-before\">แบบที่ ๑ (แปลก่อน) อุ.</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">มาตาปิตโร นาม <strong>ปเคว</strong> ทิพฺพสมฺปตฺตึ วา ปฐมชฺฌานาทิสมฺปตฺตึ วา ทาตุํ สมตฺถา ปุตฺตานํ ภวิสฺสนฺติ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=158\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑๕๘\">๒/๑๕๘</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>จะป่วยกล่าวไปใย</strong> ชื่อ อ.มารดา ท. ผู้สามารถ เพื่ออันให้ซึ่งสมบัติอันเป็นทิพย์ หรือ หรือว่า ซึ่งสมบัติมีปฐมฌานเป็นต้น จักมีแก่บุตร ท.ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"translate-after\">แบบที่ ๒ (แปลหลัง) อุ.</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">สามเณรํ หิ ตสฺมึ กาเล สิเนรุนา อวตฺถรนฺโตปิ มาเรตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ <strong>ปเคว</strong> อสินา,<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=124\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๑๒๔\">๔/๑๒๔</a></div><div class=\"hb-gloss\">จริงอยู่ (อ.ใครๆ) แม้ท่วมทับอยู่ ซึ่งสามเณร ด้วยภูเขาชื่อว่าสิเนรุ ในกาลนั้น ชื่อว่าผู้สามารถ เพื่ออันยังสามเณรนั้นให้ตาย ย่อมไม่มี , (อ.ใครๆ ชื่อว่าสามารถเพื่ออันยังสามเณรให้ตาย) ด้วยดาบ(ย่อมไม่มี) <strong>ก่อนนั่นเทียว</strong> ฯ</div></div>","outline":[{"title":"แปลก่อน: จะป่วยกล่าวไปใย","section":"s099","anchor":"translate-before"},{"title":"แปลหลัง: ก่อนนั่นเทียว","section":"s099","anchor":"translate-after"}],"topics":[{"anchor":"translate-before","title":"แบบที่ ๑ (แปลก่อน) อุ.","level":2},{"anchor":"translate-after","title":"แบบที่ ๒ (แปลหลัง) อุ.","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลปเควมีการแปลได๒แบบปเควศพทนีเปนนิบาตถาแปลกอนตวประธานและกิริยาในประโยคนนเชนเดียวกบนิบาตตนขอความมีบญญติใหแปลวาจะปวยกลาวไปใยถาแปลทีหลงเนือความในประโยคนนมีบญญติใหแปลวากอนนนเทียวเรียกชือสมพนธ“กิริยาวิเสสนะ”แบบที๑(แปลกอน)อุ.มาตาปิตโรนามปเควทิพพสมปตตึวาปฐมชฌานาทิสมปตตึวาทาตุํสมตถาปุตตานํภวิสสนติ.๒/๑๕๘จะปวยกลาวไปใยชืออ.มารดาท.ผูสามารถเพืออนใหซึงสมบติอนเปนทิพยหรือหรือวาซึงสมบติมีปฐมฌานเปนตนจกมีแกบุตรท.ฯแบบที๒(แปลหลง)อุ.สามเณรํหิตสมึกาเลสิเนรุนาอวตถรนโตปิมาเรตุํสมตโถนามนตถิปเควอสินา,๔/๑๒๔จริงอยู(อ.ใครๆ)แมทวมทบอยูซึงสามเณรดวยภูเขาชือวาสิเนรุในกาลนนชือวาผูสามารถเพืออนยงสามเณรนนใหตายยอมไมมี,(อ.ใครๆชือวาสามารถเพืออนยงสามเณรใหตาย)ดวยดาบ(ยอมไมมี)กอนนนเทียวฯ","nex":2,"url":"yava-tava#pageva"},{"id":"s100","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการแปล วิเสสนลาภี","level":3,"path":["ยาว - ตาว ปริจเฉทนัตถะ","หลักการแปล วิเสสนลาภี"],"pdf":78,"page":72,"html":"<p>นามาม บทหนึ่งกล่าวความกว้าง อีกบทหนึ่งหรือหลายบทกล่าวแยกบทที่มีความหมายกว้างให้แคบเข้า หรือเข้าใจ คล้ายๆ บทไข ได้ความหมายพิเศษ เหมือน รุกฺโข ต้นไม้มีความหมายกว้าง เพราะมีหลายชนิด แต่ต้องการได้ความหมายพิเศษ ว่า นิโคฺรโธ ต้นไทร มุจฺจลินฺโท ต้นจิก โพธิ ต้นโพธิ์ เป็นอันหมายถึงไม้ชนิดอื่น</p>\n<p>บทที่กล่าวถึงความหมายพิเศษที่เรียกว่า “วิเสสลาภี” เพราะทำบทที่กล่าวความกว้างให้ได้ความหมายพิเศษเข้าใจง่าย</p>\n<p>วิเสสนลาภี มีวิภัตติ และวจนะเดียวกับบทนามนามที่มีความหมายกว้าง</p>\n<p>บทวิเสสลาภี เวลาแปล ก็ออกสำเนียงอายตนิบาตของวิภัตตินั้น แต่หนุนคำว่า <strong>“คือ”</strong> เข้ามา เช่น ถ้าปฐมาวิภัตติ ก็แปลว่า คือ อันว่า (คือ อ.) ถ้าเป็นพหุวจนะ ก็แปลว่า คือ อ....ท. ทุติยาวิภัตติ ก็แปลว่า คือ ซึ่ง.......เป็นต้น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. เยเกจิ (ชนา) เทวา วา มนุสฺสา วา คหฏฺฐา วา ปพฺพชิตา วา ตํ \" อกฺ-โกจฺฉิ มนฺติอาทิวตฺถุกํ โกธํ สกฏฺธุรํ วิย นทฺธินา ปูติมจฺฉาทีนิ จ กุสาทีหิ ปุนปฺ-ปุนํ เวเฐนฺตา อุปนยฺหนฺติ ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ชน ท.เหล่าใดเหล่าหนึ่ง คือ อ.เทวดา ท. หรือ หรือว่า คือ อ. มนุษย์ ท. คือ อ.คฤหัสถ์ ท. หรือ หรือว่า คือ อ.บรรพชิต ท. ย่อมเข้าไปผูกอยู่ซึ่งความโกรธนั้น คือว่า มีวัตถุเป็นต้นว่า อ.บุคคลโน้นด่าแล้ว ซึ่งเราดังนี้ บ่อยๆ ราวกะ อ.บุคคล ท. ผู้ขับเกวียนขันอยู่ ซึ่งแอกแห่งเกวียนด้วยชะเนาะด้วย ราวกะ อ.ชาวประมง ท. พันอยู่ ซึ่งสิ่งของ ท. มีปลาเน่าเป็นต้น ด้วยวัตถุ ท. มีหญ้าคาเป็นต้น ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลวิเสสนลาภีนามามบทหนึงกลาวความกวางอีกบทหนึงหรือหลายบทกลาวแยกบททีมีความหมายกวางใหแคบเขาหรือเขาใจคลายๆบทไขไดความหมายพิเศษเหมือนรุกโขตนไมมีความหมายกวางเพราะมีหลายชนิดแตตองการไดความหมายพิเศษวานิโครโธตนไทรมุจจลินโทตนจิกโพธิตนโพธิเปนอนหมายถึงไมชนิดอืนบททีกลาวถึงความหมายพิเศษทีเรียกวา“วิเสสลาภี”เพราะทำบททีกลาวความกวางใหไดความหมายพิเศษเขาใจงายวิเสสนลาภีมีวิภตติและวจนะเดียวกบบทนามนามทีมีความหมายกวางบทวิเสสลาภีเวลาแปลกออกสำเนียงอายตนิบาตของวิภตตินนแตหนุนคำวา“คือ”เขามาเชนถาปฐมาวิภตติกแปลวาคืออนวา(คืออ.)ถาเปนพหุวจนะกแปลวาคืออ....ท.ทุติยาวิภตติกแปลวาคือซึง.......เปนตนอุ.เยเกจิ(ชนา)เทวาวามนุสสาวาคหฏฐาวาปพพชิตาวาตํ\"อก-โกจฉิมนติอาทิวตถุกํโกธํสกฏธุรํวิยนทธินาปูติมจฉาทีนิจกุสาทีหิปุนป-ปุนํเวเฐนตาอุปนยหนติฯอ.ชนท.เหลาใดเหลาหนึงคืออ.เทวดาท.หรือหรือวาคืออ.มนุษยท.คืออ.คฤหสถท.หรือหรือวาคืออ.บรรพชิตท.ยอมเขาไปผูกอยูซึงความโกรธนนคือวามีวตถุเปนตนวาอ.บุคคลโนนดาแลวซึงเราดงนีบอยๆราวกะอ.บุคคลท.ผูขบเกวียนขนอยูซึงแอกแหงเกวียนดวยชะเนาะดวยราวกะอ.ชาวประมงท.พนอยูซึงสิงของท.มีปลาเนาเปนตนดวยวตถุท.มีหญาคาเปนตนฯ","nex":1,"url":"yava-tava#visesanalabhi"},{"id":"s101","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการแปล สรูป","level":2,"path":["หลักการแปล สรูป"],"pdf":79,"page":73,"html":"<p>บทนาม บทเดียว หรือหลายบท ขยายบทที่กล่าวรวม แล้วแยกออกมาเพื่อทำเนื้อความที่ประสงค์ให้ชัดเจน คล้ายๆ กับบทวิเสสลาภี ส่วนสรูปนั้นมี วจนะ ต่างกันกับ นามนาม</p>\n<p>เมื่อแปลบทสรูปนั้นท่านให้ออกสำเนียงอายตนิบาตตามตัวนามนามที่กล่าวรวมๆ เช่น ปฐมาวิภัตติ หนุนคำว่า \"คือ อันว่า\" เข้ามา</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. จตฺตาโร ธมฺมา วฑฺฒนฺติ <strong>อายุ วณฺโณ สุขํ พลํ.</strong> <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=116\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๑๑๖\">(๔/๑๑๖)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ธรรม ท. สี่ <strong>คือ อ. อายุ คือ อ. วรรณะ คือ อ.ความสุข คือ อ. พละ</strong> ย่อมเจริญ ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. โกสมฺพิยํ หิ โฆสิตาราเม ปญฺจสตปญฺจสตปริวารา เทฺว ภิกฺขู วิหรึสุ <strong>วินยธโร จ ธมฺมธโร จ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=49\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๔๙\">๑/๔๙</a></strong></div><div class=\"hb-gloss\">ดังจะกล่าวโดยพิสดาร อ.ภิกษุ ท. สอง <strong>คือ อ.พระวินัยธร ด้วย คือ อ. พระธรรมกถึก ด้วย</strong> มีภิกษุมีร้อยห้าเป็นประมาณเป็นบริวาร อยู่แล้ว ในโฆสิตาราม ใกล้เมืองชื่อว่าโกสัมพี ฯ</div></div>\n<p><strong>หมายเหตุ</strong> วิเสสลาภี วจนะตรงกัน</p>\n<p>สรูป วจนะต่างกัน</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลสรูปบทนามบทเดียวหรือหลายบทขยายบททีกลาวรวมแลวแยกออกมาเพือทำเนือความทีประสงคใหชดเจนคลายๆกบบทวิเสสลาภีสวนสรูปนนมีวจนะตางกนกบนามนามเมือแปลบทสรูปนนทานใหออกสำเนียงอายตนิบาตตามตวนามนามทีกลาวรวมๆเชนปฐมาวิภตติหนุนคำวา\"คืออนวา\"เขามาอุ.จตตาโรธมมาวฑฒนติอายุวณโณสุขํพลํ.(๔/๑๑๖)อ.ธรรมท.สีคืออ.อายุคืออ.วรรณะคืออ.ความสุขคืออ.พละยอมเจริญฯอุ.โกสมพิยํหิโฆสิตาราเมปญจสตปญจสตปริวาราเทวภิกขูวิหรึสุวินยธโรจธมมธโรจ.๑/๔๙ดงจะกลาวโดยพิสดารอ.ภิกษุท.สองคืออ.พระวินยธรดวยคืออ.พระธรรมกถึกดวยมีภิกษุมีรอยหาเปนประมาณเปนบริวารอยูแลวในโฆสิตารามใกลเมืองชือวาโกสมพีฯหมายเหตุวิเสสลาภีวจนะตรงกนสรูปวจนะตางกน","nex":2,"url":"sarupa"},{"id":"s102","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการแปล ประโยคกิริยาปธานนัย ที่ใช้ ตฺวา ปัจจัยคุมพากย์","level":2,"path":["หลักการแปล ประโยคกิริยาปธานนัย ที่ใช้ ตฺวา ปัจจัยคุมพากย์"],"pdf":80,"page":74,"html":"<p>การแปลแยกออกเป็น ๔ แบบคือ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"plural-singular\"><strong>แบบที่ ๑</strong></h2>\n<p>ประโยคที่เริ่มต้นประธานเป็นพหุวจนะ จะจบลงที่ ตฺวา ปัจจัย (ใช้คุมพากย์) หลัง ตฺวา ปัจจัย จะมีประธานเป็นเอกวจนะ เป็นประโยคเต็ม</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>เต สพฺเพปิ</strong> ยาวตายุกํ ฐตฺวา ฯเปฯ อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เทวโลกา <strong>จริตฺวา</strong> เชฏฺฐกกุฏุมฺพิโก กุกฺกุฏวตีนคเร ราชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต มหากปฺปิ-นราชา นาม อโหสิ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=21\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๒๑\">๔/๒๑</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>อ.ชน ท. เหล่านั้น ทั้งปวง</strong> ดำรงอยู่แล้ว สิ้นกาลกำหนดเพียงไร แห่งอายุ ฯลฯ <strong>เคลื่อนแล้ว</strong>จากเทวโลก ในกาลเป็นที่เสด็จอุบัติขึ้น แห่งพระพุทธเจ้านี้ อ.กุฎุมพีผู้เจริญที่สุดบังเกิดแล้ว ในราชสกุลผู้ถึงแล้วซึ่งวัย เป็นพระราชาพระนามว่ามหากัปปินะ ได้เป็นแล้วฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"plural-another\"><strong>แบบที่ ๒</strong></h2>\n<p>ประโยคที่เริ่มต้นด้วยประธานเป็นพหุวจนะ จะจบลงที่ ตฺวา ปัจจัย (ใช้คุมพากย์) หลัง ตฺวา ปัจจัยเป็นประโยคเต็ม ตรงประโยคเต็มจะเริ่มด้วย สัพพนาม จำพวก เอก, เอกจฺจ เป็นต้น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. เหฏฺฐคงฺคาย จ <strong>เทฺว อิตฺถิโย</strong> นหายมานา ตํ กาชน อุทเกนาหริยาน <strong>ทิสฺวา</strong> เอกา อิตฺถี \" มยฺหเมตํ ภาชนนฺติ อาห.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=8&amp;page=172\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๘ หน้า ๑๗๒\">๘/๑๗๒</a></div><div class=\"hb-gloss\">ก็ อ.หญิง ท.สอง อาบอยู่ ในแม่น้ำคงคาในภายใต้ <strong>เห็นแล้ว</strong> ซึ่งภาชนะนั้น อันๆน้ำพัดมาอยู่ อ.หญิง คนหนึ่ง กล่าวแล้วว่า อ.ภาชนะนั่น เป็นภาชนะของเรา (ย่อมเป็น) ดังนี้ ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"singular-singular\"><strong><u>แบบที่ ๓</u></strong></h2>\n<p>ประโยคที่เริ่มต้นด้วยประธานเป็นเอกวจนะ จะจบลงที่ ตฺวา ปัจจัย (ใช้คุมพากย์) หลัง ตฺวา ปัจจัย จะเป็นประโยคเต็ม ประโยคเต็มเริ่มต้นด้วยประธานเป็นเอกวจนะ เช่น การปรินิพพานของ พระอานนท์ ในอากาศเหนือแม่น้ำ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. มม <strong>สรีรํ</strong> มชฺเฌ <strong>ภิชฺชิตฺวา</strong> เอโก ภาโค โอริมตีเร ปตตุ.<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=187\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๑๘๗\">๓/๑๘๗</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>อ.สรีระ</strong> ของเรา <strong>แตกแล้ว</strong> ในท่ามกลาง อ.ส่วนหนึ่ง จงตก ไปที่ฝั่งอันมีในฝั่งในฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"singular-plural\"><strong><u>แบบที่ ๔</u></strong></h2>\n<p>ประโคหน้าเป็นเอกวจนะ จะจบลงที่ ตฺวา ปัจจัย (ใช้คุมพากย์) หลัง ตฺวา ปัจจัย จะเป็นประโยคเต็มจะเริ่มด้วยประธานที่เป็นพหุวจนะ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>ภิกฺขุสตํ</strong> ฯเปฯ อรหตฺตํ ปตฺวา เวหาสํ <strong>อพฺภคฺคนฺตฺวา สพฺเพปิ</strong> เต ภิกฺขู ฯเปฯ<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=8&amp;page=78\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๘ หน้า ๗๘\">๘/๗๘</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ร้อยแห่งภิกษุ ฯลฯ บรรลุแล้ว ซึ่งพระอรหัต <strong>เหาะขึ้นแล้ว</strong> สู่เวหาส อ.ภิกษุ ท.เหล่านั้น แม้ทั้งปวง ฯลฯ</div></div>","outline":[{"title":"แบบที่ ๑: พหุวจนะ → เอกวจนะ","section":"s102","anchor":"plural-singular"},{"title":"แบบที่ ๒: พหุวจนะ → คนหนึ่ง","section":"s102","anchor":"plural-another"},{"title":"แบบที่ ๓: เอกวจนะ → เอกวจนะ","section":"s102","anchor":"singular-singular"},{"title":"แบบที่ ๔: เอกวจนะ → พหุวจนะ","section":"s102","anchor":"singular-plural"}],"topics":[{"anchor":"plural-singular","title":"แบบที่ ๑","level":2},{"anchor":"plural-another","title":"แบบที่ ๒","level":2},{"anchor":"singular-singular","title":"แบบที่ ๓","level":2},{"anchor":"singular-plural","title":"แบบที่ ๔","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลประโยคกิริยาปธานนยทีใชตวาปจจยคุมพากยการแปลแยกออกเปน๔แบบคือแบบที๑ประโยคทีเริมตนประธานเปนพหุวจนะจะจบลงทีตวาปจจย(ใชคุมพากย)หลงตวาปจจยจะมีประธานเปนเอกวจนะเปนประโยคเตมอุ.เตสพเพปิยาวตายุกํฐตวาฯเปฯอิมสมึพุทธุปปาเทเทวโลกาจริตวาเชฏฐกกุฏุมพิโกกุกกุฏวตีนคเรราชกุเลนิพพตติตวาวยปปตโตมหากปปิ-นราชานามอโหสิ.๔/๒๑อ.ชนท.เหลานนทงปวงดำรงอยูแลวสินกาลกำหนดเพียงไรแหงอายุฯลฯเคลือนแลวจากเทวโลกในกาลเปนทีเสดจอุบติขึนแหงพระพุทธเจานีอ.กุฎุมพีผูเจริญทีสุดบงเกิดแลวในราชสกุลผูถึงแลวซึงวยเปนพระราชาพระนามวามหากปปินะไดเปนแลวฯแบบที๒ประโยคทีเริมตนดวยประธานเปนพหุวจนะจะจบลงทีตวาปจจย(ใชคุมพากย)หลงตวาปจจยเปนประโยคเตมตรงประโยคเตมจะเริมดวยสพพนามจำพวกเอก,เอกจจเปนตนอุ.เหฏฐคงคายจเทวอิตถิโยนหายมานาตํกาชนอุทเกนาหริยานทิสวาเอกาอิตถี\"มยหเมตํภาชนนติอาห.๘/๑๗๒กอ.หญิงท.สองอาบอยูในแมนำคงคาในภายใตเหนแลวซึงภาชนะนนอนๆนำพดมาอยูอ.หญิงคนหนึงกลาวแลววาอ.ภาชนะนนเปนภาชนะของเรา(ยอมเปน)ดงนีฯแบบที๓ประโยคทีเริมตนดวยประธานเปนเอกวจนะจะจบลงทีตวาปจจย(ใชคุมพากย)หลงตวาปจจยจะเปนประโยคเตมประโยคเตมเริมตนดวยประธานเปนเอกวจนะเชนการปรินิพพานของพระอานนทในอากาศเหนือแมนำอุ.มมสรีรํมชเฌภิชชิตวาเอโกภาโคโอริมตีเรปตตุ.๓/๑๘๗อ.สรีระของเราแตกแลวในทามกลางอ.สวนหนึงจงตกไปทีฝงอนมีในฝงในฯแบบที๔ประโคหนาเปนเอกวจนะจะจบลงทีตวาปจจย(ใชคุมพากย)หลงตวาปจจยจะเปนประโยคเตมจะเริมดวยประธานทีเปนพหุวจนะอุ.ภิกขุสตํฯเปฯอรหตตํปตวาเวหาสํอพภคคนตวาสพเพปิเตภิกขูฯเปฯ๘/๗๘อ.รอยแหงภิกษุฯลฯบรรลุแลวซึงพระอรหตเหาะขึนแลวสูเวหาสอ.ภิกษุท.เหลานนแมทงปวงฯลฯ","nex":4,"url":"kiriyapadhana-tva"},{"id":"s103","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ข ณฺย ณ ปัจจัยใช้คุมภาคได้ (สัมพันธ์)","level":2,"path":["ข ณฺย ณ ปัจจัยใช้คุมภาคได้ (สัมพันธ์)"],"pdf":81,"page":75,"html":"<p>บทนามกิตก์บางศัพท์ซึ่งประกอบด้วยปัจจัย ๓ ตัวคือ ข ณฺย และ ณ ปัจจัยใช้เป็นกิริยาคุมพากย์ได้ เหมือนกับกิริยากิตก์ที่ประกอบด้วย อนีย, ตพฺพ และ ต ปัจจัย ที่ใช้เป็นกิริยาคุมพากย์เวลาสัมพันธ์ต้องบอกว่า กิตบท (กิตปทํ) และเรียกชื่อสัมพันธ์ตามวาจก เหมือนกับกิริยากิตก์ที่ใช้เป็นกิริยาคุมพากย์นั่นเอง เช่น</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"kha\">๑.นามกิตก์ที่ประกอบด้วย ข ปัจจัย ใช้เป็นกิริยาคุมพากย์</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">สุกรํ สาธุนา สาธุ                สาธุ ปาเปน ทุกฺกรํ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อ.ความดี อันคนดี <strong>พึงกระทำได้โดยง่าย</strong> ฯ ความดี อันคนชั่ว <strong>พึงกระทำได้โดยยาก</strong> (สงฺฆเภทปริสกฺกน วตฺถุ<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=6&amp;page=21\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๖ หน้า ๒๑\">ธ.บ.๖/๒๑</a>/๒๕๒๘)</div></div>\n<p>สาธุ วุตฺตกมฺม ใน สุกรํ ฯ กิตบท กมฺมวาจก สาธุนา อนภิหิตกตฺตา ใน สุกรํ</p>\n<p>สาธุ วุตฺตกมฺม ใน ทุกฺกรํ ฯ กิตบท กมฺมวาจก ปาเปน อนภิหิตกตฺตา ใน ทุกฺกรํ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"nya\">๒.นามกิตก์ที่ประกอบด้วย ณฺย ปัจจัย ใช้เป็นกิริยาคุมพากย์</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เต จ ภิกฺขุ คารยฺหา</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ก็ อ.ภิกษุ ท.เหล่านั้น อันวิญญูชน <strong>พึงติเตียน</strong> ฯ</div></div>\n<p>จ ศัพท์ วากฺยารมฺภ เต วิเสสน ของ ภิกฺขุ ฯ วุตฺตกมฺม ใน คารยฺหาฯ กิตบท กมฺมวาจก</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"na\">๓.นามกิตก์ที่เป็น ณ ปัจจัย ใช้เป็นกิริยาคุมพากย์</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ทุคฺคติเยว ตุยฺหํ ปาฏิกงฺขา ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อ.ทุคตินั่นเทียว อันท่าน <strong>พึงหวังเฉพาะ</strong></div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(ปฏิ+กงฺขา+เป็นอิตถีลิงค์)</p>\n<p>ทุคฺคติ วุตฺตกมฺม ใน ปาฏิกงฺขา ฯ กิตบท กมฺมวาจก เอว ศัพท์ อวธรณ เข้ากับ ทุคฺ-คติ ตุยฺหํ ฉฏฺฐีอนภิหิตกตฺตา ใน ปาฏิกงฺขา ฯ</p>","outline":[{"title":"ข ปัจจัย","section":"s103","anchor":"kha"},{"title":"ณฺย ปัจจัย","section":"s103","anchor":"nya"},{"title":"ณ ปัจจัย","section":"s103","anchor":"na"}],"topics":[{"anchor":"kha","title":"๑.นามกิตก์ที่ประกอบด้วย ข ปัจจัย ใช้เป็นกิริยาคุมพากย์","level":2},{"anchor":"nya","title":"๒.นามกิตก์ที่ประกอบด้วย ณฺย ปัจจัย ใช้เป็นกิริยาคุมพากย์","level":2},{"anchor":"na","title":"๓.นามกิตก์ที่เป็น ณ ปัจจัย ใช้เป็นกิริยาคุมพากย์","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ขณยณปจจยใชคุมภาคได(สมพนธ)บทนามกิตกบางศพทซึงประกอบดวยปจจย๓ตวคือขณยและณปจจยใชเปนกิริยาคุมพากยไดเหมือนกบกิริยากิตกทีประกอบดวยอนีย,ตพพและตปจจยทีใชเปนกิริยาคุมพากยเวลาสมพนธตองบอกวากิตบท(กิตปทํ)และเรียกชือสมพนธตามวาจกเหมือนกบกิริยากิตกทีใชเปนกิริยาคุมพากยนนเองเชน๑.นามกิตกทีประกอบดวยขปจจยใชเปนกิริยาคุมพากยสุกรํสาธุนาสาธุสาธุปาเปนทุกกรํแปลวาอ.ความดีอนคนดีพึงกระทำไดโดยงายฯความดีอนคนชวพึงกระทำไดโดยยาก(สงฆเภทปริสกกนวตถุธ.บ.๖/๒๑/๒๕๒๘)สาธุวุตตกมมในสุกรํฯกิตบทกมมวาจกสาธุนาอนภิหิตกตตาในสุกรํสาธุวุตตกมมในทุกกรํฯกิตบทกมมวาจกปาเปนอนภิหิตกตตาในทุกกรํ๒.นามกิตกทีประกอบดวยณยปจจยใชเปนกิริยาคุมพากยเตจภิกขุคารยหาแปลวากอ.ภิกษุท.เหลานนอนวิญญูชนพึงติเตียนฯจศพทวากยารมภเตวิเสสนของภิกขุฯวุตตกมมในคารยหาฯกิตบทกมมวาจก๓.นามกิตกทีเปนณปจจยใชเปนกิริยาคุมพากยทุคคติเยวตุยหํปาฏิกงขาฯ(ปฏิ+กงขา+เปนอิตถีลิงค)แปลวาอ.ทุคตินนเทียวอนทานพึงหวงเฉพาะทุคคติวุตตกมมในปาฏิกงขาฯกิตบทกมมวาจกเอวศพทอวธรณเขากบทุค-คติตุยหํฉฏฐีอนภิหิตกตตาในปาฏิกงขาฯ","nex":3,"url":"kha-nya-na-paccaya"},{"id":"s104","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"การแปล ต ปัจจัยที่เป็นบทสมาส","level":2,"path":["การแปล ต ปัจจัยที่เป็นบทสมาส"],"pdf":82,"page":76,"html":"<p>ต ปัจจัยที่เข้าสมาสกับศัพท์อื่น มีใช้มากในคัมภีร์ เช่น คตฏฺฐาเน, อาคตกาเล, นิสินฺนฏฺฐานํ,คตปุพฺโพ , ในคัมภีร์ปทรูปสิทธิ เป็นต้น แสดงไว้ว่า ต ปัจจัยลงในอธิ-กรณสาธนะก็ได้ เช่น นิสินฺนฏฺฐานํ ที่เป็นที่นั่ง แต่ในการแปลมคธเป็นไทยสนามหลวงกำหนดให้แปล ต ปัจจัยที่เข้าบทสมาสไว้ ๔ รูปแบบ คือ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"transitive-object\">๑. ต ปัจจัยลงหลังสกัมมธาตุสมาสกับบทนามที่เป็นกรรม</h2>\n<p>ให้ขึ้นบทอนภิหิตกัตตา</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อถ รตฺตึ โจรา เอกสฺมึ เคเห สนฺธึ ฉินฺทิตฺวา ภณฺฑกํ คเหตฺวา โลหภาชนสทฺ-เทน ปพุทฺเธหิ สามิเกหิ อนุพทฺธา (อตฺตนา) คหิตภณฺฑํ ฉฑฺเฑตฺวา ปลายึสุ ฯ<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=6&amp;page=16\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๖ หน้า ๑๖\">ธบ.๖/๑๖</a></div><div class=\"hb-gloss\">ครั้งนั้น อ.โจร ท. ตัดแล้ว ซึ่งที่ต่อ ในเรือน หลังหนึ่ง ในราตรี ถือเอาแล้ว ซึ่งภัณฑะ เป็นผู้อันเจ้าของ ท. ผู้ตื่นแล้ว ด้วยเสียงแห่งภาชนะอันเป็นวิการแห่งโลหะติดตามแล้ว (เป็น) ทิ้งแล้ว ซึ่งภัณฑะอันตนถือเอาแล้ว หนีไปแล้ว ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"transitive-other\">๒. ต ปัจจัยลงหลังสกัมมธาตุ สมาสกับนามนาม หรือ คุณนาม ที่ไม่ใช่บทกรรมของ ต ปัจจัย</h2>\n<p>เมื่อแปลต้องขึ้นบทนามนามให้ประกอบฉัฏฐีวิภัตติ และมีบทอนภิหิตกัตตา</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">สา เสฏฺฐิปุตฺตํ อชานาเปตฺวา ว ตสฺส นิวาสญฺจ ปริพฺพยญฺจ ทาเปตฺวา(ตฺว) มยา เปสิตกาเล คมิสฺสสิ คจฺฉ ตาวาติ ฯ<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=2\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๒\">ธบ. ๒ /๒</a></div><div class=\"hb-gloss\">(เสฏฺฐิธีตา อ.ธิดาของเศรษฐี) นั้น ยังบุตรของเศรษฐี ไม่ให้รู้แล้ว (ยังบุคคล) ให้ให้แล้ว ซึ่งประเทศเป็นที่อยู่ด้วย ซึ่งเสบียงด้วย แก่บุรุษนั้น (อาห) อ.ท่าน จักไป ในกาลที่แห่งท่าน อันดิฉันส่งไปแล้ว , อ.ท่าน จงไปก่อน ดังนี้ ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"intransitive-subject\">๓. ต ปัจจัยลงหลังอกัมมธาตุ เป็นกัตตุวาจก เข้าสมาสกับบทนามนาม และเป็นกิริยาอาการของบทนามนามนั้น</h2>\n<p>ให้แปล ต เป็นบทขยาย</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>นิพฺพตฺต</strong>สตฺตา ปเนตฺถ กมฺมพเลน มาตุกุจฺฉิคตา (สตฺตา) วิย น วิลียนฺติ ฯ<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=118\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๑๘\">ธบ ๑/๑๑๘</a></div><div class=\"hb-gloss\">ก็ อ.สัตว์ผู้เกิดแล้ว ท. (นิรเย) ในนรกนั้น ย่อมไม่ย่อยยับไป เพราะกำลังแห่งกรรม ราวกะ อ. สัตว์ ท. ผู้ไปแล้วในครรภ์แห่งมารดา ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"intransitive-other\">๔. ต ปัจจัยลงหลังอกัมมธาตุ เป็นกัตตุวาจก เข้าสมาสกับบทนามนาม แต่ไม่ใช่กิริยาอาการ ของบทนามนามนั้น</h2>\n<p>ให้ขึ้นบทนามนามที่เป็นเจ้าของกิริยาอาการ ประ-กอบฉัฏฐีวิภัตติ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">กุกฺกุฏี ตโย วาเร มม อณฺฑานิ ขาทิตฺวา อิทานิ มํปิ ขาทิตุกามาสิ อิโตทานิ จุตา ตํ สปุตฺตกํ ขาทิตุํ ลเภยฺยนฺติ ปตฺถนํ กตฺวา ตโต จุตา ทีปินี หุตฺวา นิพฺพตฺติ ฯ อิตราปิ มิคี หุตฺวา นิพฺพตฺติ ฯ ตสฺสา วิชาตวิชาตกาเล ทีปินี อาคนฺตฺวา ตโย วาเร ปุตฺตเก ขาทิ <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=44\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๔๔\">(ธบ ๑/๔๔)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.แม่ไก่ กระทำแล้ว ซึ่งความปรารถนา ว่า \" อ.เธอ เคี้ยวกินแล้ว ซึ่งฟองไข่ ท. ของเรา สิ้นวาระ ท. สาม ,เป็นผู้ใคร่เพื่ออันเคี้ยวกินแล้ว แม้ซึ่งเรา ย่อมเป็น ในกาลนี้ \" อ.เรา เคลื่อนแล้ว จากอัตตภาพนี้ พึ่งได้ เพื่ออันเคี้ยวกิน ซึ่งท่าน ผู้เป็นไปกับด้วยบุตร ดังนี้ เคลื่อนแล้ว จากอัตตภาพนั้น เป็นแม่เสือเหลือง เป็น บังเกิดแล้ว ฯ (มชฺชารี) อ.นางแมว แม้นอกนี้ เป็นแม่เนื้อ เป็น บังเกิดแล้ว ฯ อ.แม่เสือเหลืองมาแล้ว เคี้ยวกินแล้ว ซึ่งบุตรน้อย ท. สิ้นวาระ ท. สาม ในกาลแห่งแม่เนื้อนั้นคลอดแล้วและคลอดแล้ว ฯ</div></div>","outline":[{"title":"สกัมมธาตุ + บทกรรม","section":"s104","anchor":"transitive-object"},{"title":"สกัมมธาตุ + บทอื่น","section":"s104","anchor":"transitive-other"},{"title":"อกัมมธาตุ + เจ้าของกิริยา","section":"s104","anchor":"intransitive-subject"},{"title":"อกัมมธาตุ + บทอื่น","section":"s104","anchor":"intransitive-other"}],"topics":[{"anchor":"transitive-object","title":"๑. ต ปัจจัยลงหลังสกัมมธาตุสมาสกับบทนามที่เป็นกรรม","level":2},{"anchor":"transitive-other","title":"๒. ต ปัจจัยลงหลังสกัมมธาตุ สมาสกับนามนาม หรือ คุณนาม ที่ไม่ใช่บทกรรมของ ต ปัจจัย","level":2},{"anchor":"intransitive-subject","title":"๓. ต ปัจจัยลงหลังอกัมมธาตุ เป็นกัตตุวาจก เข้าสมาสกับบทนามนาม และเป็นกิริยาอาการของบทนามนามนั้น","level":2},{"anchor":"intransitive-other","title":"๔. ต ปัจจัยลงหลังอกัมมธาตุ เป็นกัตตุวาจก เข้าสมาสกับบทนามนาม แต่ไม่ใช่กิริยาอาการ ของบทนามนามนั้น","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"การแปลตปจจยทีเปนบทสมาสตปจจยทีเขาสมาสกบศพทอืนมีใชมากในคมภีรเชนคตฏฐาเน,อาคตกาเล,นิสินนฏฐานํ,คตปุพโพ,ในคมภีรปทรูปสิทธิเปนตนแสดงไววาตปจจยลงในอธิ-กรณสาธนะกไดเชนนิสินนฏฐานํทีเปนทีนงแตในการแปลมคธเปนไทยสนามหลวงกำหนดใหแปลตปจจยทีเขาบทสมาสไว๔รูปแบบคือ๑.ตปจจยลงหลงสกมมธาตุสมาสกบบทนามทีเปนกรรมใหขึนบทอนภิหิตกตตาอถรตตึโจราเอกสมึเคเหสนธึฉินทิตวาภณฑกํคเหตวาโลหภาชนสท-เทนปพุทเธหิสามิเกหิอนุพทธา(อตตนา)คหิตภณฑํฉฑเฑตวาปลายึสุฯธบ.๖/๑๖ครงนนอ.โจรท.ตดแลวซึงทีตอในเรือนหลงหนึงในราตรีถือเอาแลวซึงภณฑะเปนผูอนเจาของท.ผูตืนแลวดวยเสียงแหงภาชนะอนเปนวิการแหงโลหะติดตามแลว(เปน)ทิงแลวซึงภณฑะอนตนถือเอาแลวหนีไปแลวฯ๒.ตปจจยลงหลงสกมมธาตุสมาสกบนามนามหรือคุณนามทีไมใชบทกรรมของตปจจยเมือแปลตองขึนบทนามนามใหประกอบฉฏฐีวิภตติและมีบทอนภิหิตกตตาสาเสฏฐิปุตตํอชานาเปตวาวตสสนิวาสญจปริพพยญจทาเปตวา(ตว)มยาเปสิตกาเลคมิสสสิคจฉตาวาติฯธบ.๒/๒(เสฏฐิธีตาอ.ธิดาของเศรษฐี)นนยงบุตรของเศรษฐีไมใหรูแลว(ยงบุคคล)ใหใหแลวซึงประเทศเปนทีอยูดวยซึงเสบียงดวยแกบุรุษนน(อาห)อ.ทานจกไปในกาลทีแหงทานอนดิฉนสงไปแลว,อ.ทานจงไปกอนดงนีฯ๓.ตปจจยลงหลงอกมมธาตุเปนกตตุวาจกเขาสมาสกบบทนามนามและเปนกิริยาอาการของบทนามนามนนใหแปลตเปนบทขยายนิพพตตสตตาปเนตถกมมพเลนมาตุกุจฉิคตา(สตตา)วิยนวิลียนติฯธบ๑/๑๑๘กอ.สตวผูเกิดแลวท.(นิรเย)ในนรกนนยอมไมยอยยบไปเพราะกำลงแหงกรรมราวกะอ.สตวท.ผูไปแลวในครรภแหงมารดาฯ๔.ตปจจยลงหลงอกมมธาตุเปนกตตุวาจกเขาสมาสกบบทนามนามแตไมใชกิริยาอาการของบทนามนามนนใหขึนบทนามนามทีเปนเจาของกิริยาอาการประ-กอบฉฏฐีวิภตติกุกกุฏีตโยวาเรมมอณฑานิขาทิตวาอิทานิมํปิขาทิตุกามาสิอิโตทานิจุตาตํสปุตตกํขาทิตุํลเภยยนติปตถนํกตวาตโตจุตาทีปินีหุตวานิพพตติฯอิตราปิมิคีหุตวานิพพตติฯตสสาวิชาตวิชาตกาเลทีปินีอาคนตวาตโยวาเรปุตตเกขาทิ(ธบ๑/๔๔)อ.แมไกกระทำแลวซึงความปรารถนาวา\"อ.เธอเคียวกินแลวซึงฟองไขท.ของเราสินวาระท.สาม,เปนผูใครเพืออนเคียวกินแลวแมซึงเรายอมเปนในกาลนี\"อ.เราเคลือนแลวจากอตตภาพนีพึงไดเพืออนเคียวกินซึงทานผูเปนไปกบดวยบุตรดงนีเคลือนแลวจากอตตภาพนนเปนแมเสือเหลืองเปนบงเกิดแลวฯ(มชชารี)อ.นางแมวแมนอกนีเปนแมเนือเปนบงเกิดแลวฯอ.แมเสือเหลืองมาแลวเคียวกินแลวซึงบุตรนอยท.สินวาระท.สามในกาลแหงแมเนือนนคลอดแลวและคลอดแลวฯ","nex":4,"url":"ta-paccaya-samasa"},{"id":"s105","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการแปลประโยค อตฺโถ (ความต้องการ)","level":2,"path":["หลักการแปลประโยค อตฺโถ (ความต้องการ)"],"pdf":83,"page":77,"html":"<p>อตฺโถ แปลว่า อ.ความต้องการ อยู่ในเนื้อเรื่อง มีการแปลคล้ายๆ กับประโยค กึ ปโยชนํ เพราะรูปประโยคจะวางวิภัตติที่เป็นหลักไว้ในลักษณะเดียวกัน</p>\n<p>ต่างแต่ประโยค อตฺโถ นั้น จะขึ้น กิริยาอาขยาต ประกอบกับธาตุว่า มี ,เป็น มารับกับบทจตุตถีวิภัตติเสมอ สำนวนการแปลวิภัตติ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"attho-structure\">หลักๆ ของประโยค อตฺโถ ดังนี้</h2>\n<p>ปฐมาวิภัตติ     อันว่า \"ความต้องการ\"</p>\n<p>ตติยาวิภัตติ     ด้วย.........................</p>\n<p>กิริยาคุมพากย์   ย่อมมี.......................</p>\n<p>จตุตถีวิภัตติ     แก่..........................</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. กิตฺตเกหิ เต ภิกฺขูหิ อตฺโถ อุปาสโก (โหติ).<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=70\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๗๐\">๑/๗๐</a></div><div class=\"hb-gloss\">ดูก่อนอุบาสก อ.ความต้องการ <strong>ด้วยภิกษุ</strong> ท. มีประมาณเท่าไร (มีอยู่) <strong>แก่ท่าน</strong> ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. น มยฺหํ พลิกมฺเมน อตฺโถ (อตฺถิ).<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=100\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๑๐๐\">๔/๑๐๐</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ความต้องการ <strong>ด้วยพลีกรรม</strong> (มีอยู่) <strong>แก่เรา</strong> หามิได้ ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"without-dative\">ถ้าไม่มี จตุตถีวิภัตติ วางไว้</h2>\n<p>ไม่ต้องขึ้นมาก็ได้ แต่กิริยาคุมพากย์ต้องขึ้นมาทุกครั้ง</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. เกน (วตฺถุนา) อตฺโถ (อตฺถิ).<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=100\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๑๐๐\">๔/๑๐๐</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ความต้องการ (<strong>ด้วยวัตถุ</strong>) อะไร มีอยู่ ฯ</div></div>","outline":[{"title":"โครงสร้างประโยค อตฺโถ","section":"s105","anchor":"attho-structure"},{"title":"ไม่มีจตุตถีวิภัตติ","section":"s105","anchor":"without-dative"}],"topics":[{"anchor":"attho-structure","title":"หลักๆ ของประโยค อตฺโถ ดังนี้","level":2},{"anchor":"without-dative","title":"ถ้าไม่มี จตุตถีวิภัตติ วางไว้","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลประโยคอตโถ(ความตองการ)อตโถแปลวาอ.ความตองการอยูในเนือเรืองมีการแปลคลายๆกบประโยคกึปโยชนํเพราะรูปประโยคจะวางวิภตติทีเปนหลกไวในลกษณะเดียวกนตางแตประโยคอตโถนนจะขึนกิริยาอาขยาตประกอบกบธาตุวามี,เปนมารบกบบทจตุตถีวิภตติเสมอสำนวนการแปลวิภตติหลกๆของประโยคอตโถดงนีปฐมาวิภตติอนวา\"ความตองการ\"ตติยาวิภตติดวย.........................กิริยาคุมพากยยอมมี.......................จตุตถีวิภตติแก..........................อุ.กิตตเกหิเตภิกขูหิอตโถอุปาสโก(โหติ).๑/๗๐ดูกอนอุบาสกอ.ความตองการดวยภิกษุท.มีประมาณเทาไร(มีอยู)แกทานฯอุ.นมยหํพลิกมเมนอตโถ(อตถิ).๔/๑๐๐อ.ความตองการดวยพลีกรรม(มีอยู)แกเราหามิไดฯถาไมมีจตุตถีวิภตติวางไวไมตองขึนมากไดแตกิริยาคุมพากยตองขึนมาทุกครงอุ.เกน(วตถุนา)อตโถ(อตถิ).๔/๑๐๐อ.ความตองการ(ดวยวตถุ)อะไรมีอยูฯ","nex":3,"url":"attho"},{"id":"s106","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"แปลอาบกิริยา","level":2,"path":["แปลอาบกิริยา"],"pdf":84,"page":78,"html":"<p>ในประโยคหนึ่งๆ มีกิริยากิตก์ หลายตัวลง อนต มาน ต ตฺวา ปัจจัย ส่วนกิริยาสุดท้าย หรือ กิริยาคุมพากย์ต้องเป็นอาขยาตเสมอ กิริยาเหล่านั้นเวลาแปลก็ให้แปลส่งใส่กันไปโดยลำดับ จนถึงกิริยาอาขยาต ซึ่งเป็นตัวสุดท้ายดังกล่าวมาแล้ว</p>\n<p>แต่ถ้ากิริยาอาขยาตนั้นลงวิภัตติหมวด ปญฺจมี- สตฺตมี-ภวิสฺสนฺติ-กาลาติปตฺติ ที่แปลว่า จง-พึง-จัก เวลาแปลกิริยากิตก์เหล่านั้น ก็ให้ยืมเอาคำแปลวิภัตติอาขยาต จง-พึง-จัก ไปแปลผสมกับคำแปลประจำกิริยากิตก์เหล่านั้นด้วย อย่างนี้เรียกว่าแปลอาบกิริยา</p>\n<p>พึงนึกไว้เสมอว่า จะแปลอาบกิริยาได้ ก็เฉพาะกิริยาคุมพากย์ที่ลงวิภัตติหมวด ปญฺจมี-สตฺตมี-ภวิสฺสนฺติ-กาลาติปตฺติ เท่านั้น ตัวอย่าง เช่น</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"ap-kiriya-example-1\">(๑)</h3>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ตฺวํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.เจ้า</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อตฺถริตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>จง</strong>แต่ตั้งแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปีฐกํ</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งตั้ง</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โธวิตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>จง</strong>ล้างแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปาเท</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งเท้า ท.</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">มกฺขิตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>จง</strong>ทาแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เตลํ</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งน้ำมัน</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อตฺถริตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>จง</strong>ปูลาดแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สยนํ</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งที่นอน</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เทหิ</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>จง</strong>ให้</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปุตฺตสฺส</div><div class=\"hb-gloss\">แก่บุตร</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เม</div><div class=\"hb-gloss\">ของเรา ( ธ.บ.๒ หน้า ๒๑ )</div></div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"ap-kiriya-example-2\">(๒)</h3>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อถ (ภาเว)</div><div class=\"hb-gloss\">ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้น</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สนฺเต</div><div class=\"hb-gloss\">มีอยู่</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ตฺวํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ท่าน</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">นํ อวชาตปุตฺตํ ปเวเสตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>พึง</strong>ยังอวชาตบุตรนั้น ให้เข้าไปแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">คพฺภํ</div><div class=\"hb-gloss\">สู่ห้อง</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ฉินฺทิตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>พึง</strong>ตัดแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วาสินา</div><div class=\"hb-gloss\">ด้วยมีด</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ติขิณาย</div><div class=\"hb-gloss\">อันคม</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">(กตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\">กระทำแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ขณฺฑาขณฺฑิกํ</div><div class=\"hb-gloss\">ให้เป็นท่อนน้อยท่อนใหญ่</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปกฺขิปิตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>พึง</strong>ใส่เข้าแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">จาฏิยํ</div><div class=\"hb-gloss\">ในตุ่ม</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปเจยฺยาสิ</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>พึง</strong>เผา</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อาวาเฏ</div><div class=\"hb-gloss\">ในเตา ( ธ.บ. ๒ หน้า ๑๘ )</div></div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"ap-kiriya-example-3\">(๓)</h3>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อถ (ภาเว)</div><div class=\"hb-gloss\">ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้น</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สนฺเต</div><div class=\"hb-gloss\">มีอยู่</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อหํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ. เรา</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อกฺกมนฺโต</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>จัก</strong>เหยียบไปอยู่</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปทุมกณฺณิกํ</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งกลีบแห่งดอกปทุม</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">คนฺตฺวา</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>จัก</strong>ไปแล้ว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">นิสีทิสฺสามิ</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>จัก</strong>นั่ง</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อาสเน</div><div class=\"hb-gloss\">เหนืออาสนะ ฯ ( ธ.บ. ๓ หน้า ๙๙ )</div></div></div>","outline":[],"topics":[{"anchor":"ap-kiriya-example-1","title":"(๑)","level":3},{"anchor":"ap-kiriya-example-2","title":"(๒)","level":3},{"anchor":"ap-kiriya-example-3","title":"(๓)","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลอาบกิริยาในประโยคหนึงๆมีกิริยากิตกหลายตวลงอนตมานตตวาปจจยสวนกิริยาสุดทายหรือกิริยาคุมพากยตองเปนอาขยาตเสมอกิริยาเหลานนเวลาแปลกใหแปลสงใสกนไปโดยลำดบจนถึงกิริยาอาขยาตซึงเปนตวสุดทายดงกลาวมาแลวแตถากิริยาอาขยาตนนลงวิภตติหมวดปญจมี-สตตมี-ภวิสสนติ-กาลาติปตติทีแปลวาจง-พึง-จกเวลาแปลกิริยากิตกเหลานนกใหยืมเอาคำแปลวิภตติอาขยาตจง-พึง-จกไปแปลผสมกบคำแปลประจำกิริยากิตกเหลานนดวยอยางนีเรียกวาแปลอาบกิริยาพึงนึกไวเสมอวาจะแปลอาบกิริยาไดกเฉพาะกิริยาคุมพากยทีลงวิภตติหมวดปญจมี-สตตมี-ภวิสสนติ-กาลาติปตติเทานนตวอยางเชน(๑)ตวํอ.เจาอตถริตวาจงแตตงแลวปีฐกํซึงตงโธวิตวาจงลางแลวปาเทซึงเทาท.มกขิตวาจงทาแลวเตลํซึงนำมนอตถริตวาจงปูลาดแลวสยนํซึงทีนอนเทหิจงใหปุตตสสแกบุตรเมของเรา(ธ.บ.๒หนา๒๑)(๒)อถ(ภาเว)ครนเมือความเปนอยางนนสนเตมีอยูตวํอ.ทานนํอวชาตปุตตํปเวเสตวาพึงยงอวชาตบุตรนนใหเขาไปแลวคพภํสูหองฉินทิตวาพึงตดแลววาสินาดวยมีดติขิณายอนคม(กตวากระทำแลวขณฑาขณฑิกํใหเปนทอนนอยทอนใหญปกขิปิตวาพึงใสเขาแลวจาฏิยํในตุมปเจยยาสิพึงเผาอาวาเฏในเตา(ธ.บ.๒หนา๑๘)(๓)อถ(ภาเว)ครนเมือความเปนอยางนนสนเตมีอยูอหํอ.เราอกกมนโตจกเหยียบไปอยูปทุมกณณิกํซึงกลีบแหงดอกปทุมคนตวาจกไปแลวนิสีทิสสามิจกนงอาสเนเหนืออาสนะฯ(ธ.บ.๓หนา๙๙)","nex":34,"url":"ap-kiriya"},{"id":"s107","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการแปล \"ชื่อว่า\" (สญฺญี- สญฺญา)","level":2,"path":["หลักการแปล \"ชื่อว่า\" (สญฺญี- สญฺญา)"],"pdf":85,"page":79,"html":"<p>ในเวลาแปลแก้อรรถหนุนคำว่า \"ชื่อว่า\" ขึ้นมา ควรถือหลักดังต่อไปนี้</p>\n<p>๑. ถ้าบทใดที่มีได้มาในคาถา ไม่ว่าบทนั้นจะเป็นคุณ หรือกิริยาก็ตาม เป็นไวพจน์ของกันและกัน กล่าวคือมีรูปเสมอกัน เรียงอยู่ข้างหน้า บทที่มาในคาถา</p>\n<p>ให้แปลบทที่มาในคาถาหนุนว่า <strong>\"ชื่อว่า\"</strong> เข้ามา เรียกชื่อสัมพันธ์ว่า <strong>สัญญา</strong></p>\n<p>ส่วนตัวที่เรียงอยู่ข้างหน้าที่มีได้มาในคาถา เรียกชื่อสัมพันธ์ว่า <strong>สัญญี</strong></p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. ตทหุชาตํ สุวณฺณวณฺณมฺปิ สมานํ นิจฺจํ ปคฺฆรณตฺเถน ปูติกายํ ปภงฺคุณํ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=5&amp;page=100\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๕ หน้า ๑๐๐\">(๕/๑๐๐)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า อ.รูปอันเกิดขึ้น ในวันนั้น เป็นรูปมีสีเพียงดังว่าสีแห่งทอง เป็นอยู่ เป็นกายเปื่อยเน่า <strong>ชื่อว่า</strong> เป็นกายผุพัง ย่อมเป็น <strong>เพราะ</strong>อรรถว่าไหลออกเป็นนิตย์ ฯ</div></div>\n<p>(หากมีรูปไม่เสมอกันไม่ใช้หลักการนี้)</p>\n<p>๒. ถ้าบทที่มาในคาถา มาอยู่ในอรรถกถา (แก้อรรถ) อยู่หลัง โดยมีบทข้างหน้าเป็นบทเหตุ (ประกอบตติยาวิภัตติ แปลว่า เพราะ) หรือแม้จะเป็นศัพท์ที่แปลด้วย ภาว-ศัพท์ ตฺต , ตา ปัจจัยในภาวตัทธิต และโตปัจจัยท้ายนาม (เป็นเครื่องหมายปัญจมีวิภัตติ แปลว่า เพราะ)</p>\n<p>ให้แปลบทที่อยู่หลังบทนั้นว่า \"ชื่อว่า\" (แปลหนุน)</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"instrumental-cause\">(ตติยาวิภัตติเป็นบทเหตุอยู่หน้า)</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ.\"<strong>อุปสนฺตสิสาติ</strong> (ปทสฺส) อพฺภนฺตเร ราคาทีนํ อุปสเมน อุปสนฺตสฺส (อตฺโถ)<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=72\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๗๒\">๔/๗๒</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.อรรถ) ว่า <strong>ชื่อว่า</strong>ผู้เข้าไปสงบแล้ว <strong>เพราะ</strong>ความเข้าไปสงบ (แห่งกิเลส ท.) มีราคะเป็นต้น ในภายใน ดังนี้ (แห่งบท) ว่า อุปสนฺตสฺส ดังนี้ ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"to-cause\">(โต ปัจจัยปัญจมีวิภัตติเป็นบทเหตุอยู่หน้า)</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. \"<strong>อมตฺตญฺญุนฺ</strong>ติ (ปทสฺส) ปริเยนมตฺตา ปริคคหณมตฺตา ปริโภคมตฺตาติ อิมิสฺสา มตฺตาย อชานนโต โภชนมฺหิ <strong>อมตฺตญฺญุํ</strong> (อตฺโถ)<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=68\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๖๘\">๑/๖๘</a></div><div class=\"hb-gloss\">(อ.อรรถ) ว่า <strong>ชื่อว่าผู้ไม่รู้ซึ่งประมาณ</strong> ในโภชนะ <strong>เพราะ</strong>ความไม่รู้ ซึ่งประมาณนี้คือ อ. ประมาณในการแสวงหา อ.ประมาณในการรับ อ. ประมาณในการบริโภคดังนี้ (แห่งบท) ว่า <strong>อมตฺตญฺญุํ</strong> ดังนี้ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"tta-cause\">(ตฺต ปัจจัย ปัญจมีวิภัตติเป็นบทเหตุอยู่หน้า)</h2>\n<p>อุ.</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">\"โยคกฺเขมํ อนุตฺตรนฺติ (คาถาปาทสฺส) เย จตฺตาโร โยคา มหาชนํ วฏฺเฏ โอสีทาเปนฺติ เตหิ เขมํ นิพฺภยํ สพฺเพหิ โลกิยโลกุตฺตรธมฺเมหิ เสฏฺฐตฺตา อนุตฺตรนฺติ (อตฺโถ).<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=65\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๖๕\">๒/๖๕</a></div></div>","outline":[{"title":"ตติยาวิภัตติเป็นบทเหตุ","section":"s107","anchor":"instrumental-cause"},{"title":"โต ปัจจัยเป็นบทเหตุ","section":"s107","anchor":"to-cause"},{"title":"ตฺต ปัจจัยเป็นบทเหตุ","section":"s107","anchor":"tta-cause"}],"topics":[{"anchor":"instrumental-cause","title":"(ตติยาวิภัตติเป็นบทเหตุอยู่หน้า)","level":2},{"anchor":"to-cause","title":"(โต ปัจจัยปัญจมีวิภัตติเป็นบทเหตุอยู่หน้า)","level":2},{"anchor":"tta-cause","title":"(ตฺต ปัจจัย ปัญจมีวิภัตติเป็นบทเหตุอยู่หน้า)","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปล\"ชือวา\"(สญญี-สญญา)ในเวลาแปลแกอรรถหนุนคำวา\"ชือวา\"ขึนมาควรถือหลกดงตอไปนี๑.ถาบทใดทีมีไดมาในคาถาไมวาบทนนจะเปนคุณหรือกิริยากตามเปนไวพจนของกนและกนกลาวคือมีรูปเสมอกนเรียงอยูขางหนาบททีมาในคาถาใหแปลบททีมาในคาถาหนุนวา\"ชือวา\"เขามาเรียกชือสมพนธวาสญญาสวนตวทีเรียงอยูขางหนาทีมีไดมาในคาถาเรียกชือสมพนธวาสญญีอุ.ตทหุชาตํสุวณณวณณมปิสมานํนิจจํปคฆรณตเถนปูติกายํปภงคุณํ.(๕/๑๐๐)แปลวาอ.รูปอนเกิดขึนในวนนนเปนรูปมีสีเพียงดงวาสีแหงทองเปนอยูเปนกายเปือยเนาชือวาเปนกายผุพงยอมเปนเพราะอรรถวาไหลออกเปนนิตยฯ(หากมีรูปไมเสมอกนไมใชหลกการนี)๒.ถาบททีมาในคาถามาอยูในอรรถกถา(แกอรรถ)อยูหลงโดยมีบทขางหนาเปนบทเหตุ(ประกอบตติยาวิภตติแปลวาเพราะ)หรือแมจะเปนศพททีแปลดวยภาว-ศพทตต,ตาปจจยในภาวตทธิตและโตปจจยทายนาม(เปนเครืองหมายปญจมีวิภตติแปลวาเพราะ)ใหแปลบททีอยูหลงบทนนวา\"ชือวา\"(แปลหนุน)(ตติยาวิภตติเปนบทเหตุอยูหนา)อุ.\"อุปสนตสิสาติ(ปทสส)อพภนตเรราคาทีนํอุปสเมนอุปสนตสส(อตโถ)๔/๗๒(อ.อรรถ)วาชือวาผูเขาไปสงบแลวเพราะความเขาไปสงบ(แหงกิเลสท.)มีราคะเปนตนในภายในดงนี(แหงบท)วาอุปสนตสสดงนีฯ(โตปจจยปญจมีวิภตติเปนบทเหตุอยูหนา)อุ.\"อมตตญญุนติ(ปทสส)ปริเยนมตตาปริคคหณมตตาปริโภคมตตาติอิมิสสามตตายอชานนโตโภชนมหิอมตตญญุํ(อตโถ)๑/๖๘(อ.อรรถ)วาชือวาผูไมรูซึงประมาณในโภชนะเพราะความไมรูซึงประมาณนีคืออ.ประมาณในการแสวงหาอ.ประมาณในการรบอ.ประมาณในการบริโภคดงนี(แหงบท)วาอมตตญญุํดงนีฯ(ตตปจจยปญจมีวิภตติเปนบทเหตุอยูหนา)อุ.\"โยคกเขมํอนุตตรนติ(คาถาปาทสส)เยจตตาโรโยคามหาชนํวฏเฏโอสีทาเปนติเตหิเขมํนิพภยํสพเพหิโลกิยโลกุตตรธมเมหิเสฏฐตตาอนุตตรนติ(อตโถ).๒/๖๕","nex":4,"url":"chue-wa"},{"id":"s108","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการแปล วิวริยะ วิวรณะ (ชื่อสัมพันธ์)","level":2,"path":["หลักการแปล วิวริยะ วิวรณะ (ชื่อสัมพันธ์)"],"pdf":86,"page":80,"html":"<p>ในอรรถกถา (แก้อรรถ) การไข ก็คือการแปลความหมายของศัพท์ หรือบท ยังไม่ได้บ่งชัดไปหา ศัพท์ หรือ บทอื่น เพื่อให้ได้เนื้อความชัดเจนขึ้น เราเรียกกันว่า \"แปลไข) ต้องใส่คำว่า \"คือ\" เข้ามา</p>\n<p>ศัพท์ หรือบทหน้า เรียกชื่อสัมพันธ์ว่า \"วิวริยะ\" ศัพท์ หรือ บทหลัง เรียกชื่อสัมพันธ์ว่า \"วิวรณะ\"</p>\n<p>ลักษณะของการไข เราสังเกต ศัพท์ หรือบทที่มาในคาถาอยู่ในอรรถกถาอยู่หน้า ศัพท์หรือบทที่ไม่ได้มาในคาถาอยู่ในอรรถกถาอยู่หลัง แต่เป็นไวพจน์ของกันและกัน (มีรูปเสมอกัน) คือ ไขศัพท์ไปหาศัพท์ ไขบทไปหาบท ไขประโยคไปหาประโยค</p>\n<p>และยังมีการไขด้วยอำนาจเนื้อความอีก โดยที่ไม่ได้มาในคาถา (อยู่ในอรรถกถา) ศัพท์หรือบทที่ไขไปนั้น ต้องหนุนคำว่า \"คือว่า\" เข้ามาทุกครั้ง</p>\n<p>การไขมีทั้ง ไขวิเสสนะไปหาวิเสสนะ ไขประธานไปหาประธาน ตั้งแต่ทุติยาเป็นต้นไปไปหาทุติยาเป็นต้น ไขกิริยาไปหากิริยา ไขวิกติกัตตาไปหาวิกติกัตตา เป็นต้น</p>\n<p><strong>แต่การไขเหล่านี้ก็มีหลักทีพอจะกำหนดได้ดังต่อไปนี้ คือ</strong></p>\n<p>๑. ไข ศัพท์ หรือบทที่มาในคาถามาอยู่ในอรรถกถาอยู่หน้าศัพท์หรือบทที่ไม่ได้มาในคาถา มาอยู่ในอรรถกถาอยู่หลัง ซึ่งไวพจน์ของกันและกัน (มีรูปเสมอกัน)</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. \"<strong>สทา รมตี</strong>ติ (ปททฺวยสฺส) เอวรูโป ธมฺมปีติ วิปฺปสนฺเนน เจตสา วิหรนฺโต ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต สทา <strong>รมติ</strong> อภิรมตีติ. (อตฺโถ)<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=21\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๒๑\">๔/๒๑</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า (อ.อรรถ) ว่า (อ.บุคคล) ผู้ดื่มซึ่งธรรม มีอย่างนี้เป็นรูปมีใจอันผ่องใสวิเศษแล้ว อยู่อยู่ ผู้มาตามพร้อมแล้ว ด้วยความเป็นแห่งบัณฑิต <strong>ย่อมยินดี</strong> <strong>คือว่า</strong> ย่อมยินดียิ่ง ในกาลทุกเมื่อ ดังนี้ (แห่งหมวดสองแห่งบท) ว่า <strong>สทา รมติ</strong> ดังนี้</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"semantic-expansion\">๒.การไขด้วยอำนาจเนื้อความซึ่งไม่ได้มาในคาถา</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. \"<strong>สุจิกมฺมสฺสาติ</strong> (ปทสฺส) <strong>นิทฺโทเสหิ</strong> นิรปราเธหิ กายกมฺมาทีหิ สมนฺนาคตสฺส (อตฺโถ)<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=73\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๗๓\">๒/๗๓</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>แปลว่า</strong> (อ.อรรถ) ว่า ผู้มาตามพร้อมแล้ว ด้วยกรรม ท. มีกายกรรมเป็นต้น <strong>อันมีโทษออกแล้ว</strong> <strong>คือว่า</strong>อันมีความผิดออกแล้ว ดังนี้ (แห่งบท) ว่า <strong>สุจิกมฺมสฺส</strong> ดังนี้ ฯ</div></div>\n<p><strong>การไขทั้งสองคือ</strong> การไขศัพท์ และบท ที่มาในคาถาอยู่หน้าศัพท์หรือบท ที่ไม่ได้มาในคาถาอยู่หลัง และไขด้วยอำนาจเนื้อความ เมื่อแบ่งออกแล้วก็มีหลักสังเกตอยู่ ๓ อย่าง คือ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"word-expansion\">ไข ศัพท์</h2>\n<p>ได้แก่ ความตอนเดียวยังได้เนื้อความไม่กระจ่าง จึงต้องไขความไปหาเนื้อความอีกตอนหนึ่งให้มีเนื้อความกว้างกระจ่าง ยิ่งขึ้นอีก</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. ตตฺถ \"<strong>อภิตฺถเรถาติ</strong> (ปทสฺส) \"<strong>ตุริตตุริตํ</strong> สีฆสีฆํ กเรยฺยาติ (อตฺโถ) ฯ <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=4\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๔\">(๔/๔)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า (อ.อรรถ) ว่า (อ.บุคคล) พึงกระทำ <strong>ด่วนๆ</strong> <strong>คือว่า</strong>พลันๆ ดังนี้ ในบททั้งหลายเหล่านั้นหนา (แห่งบท) ว่า <strong>อภิตฺถเรถ</strong> ดังนี้</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(หมายเหตุ เทียบเคียงให้ดู)</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"word-group-expansion\">๒. ไขบท</h2>\n<p>ได้แก่ การแปลขยายบทที่เนื่องกันมีเนื้อความเกี่ยวถึงกันถึงจะต่างธาตุกัน ต่างปัจจัย ต่างศัพท์กัน แต่ต้องมีลิงค์ วจนะ วิภัตติ อันเดียวกัน แปลให้ความหมายคล้ายๆกันเพื่อให้ได้ความหมายชัดเจน ยิ่งขึ้น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. \"<strong>สญฺญตสฺสาติ</strong> (ปทสฺส) กายาทีหิ <strong>สญฺญตสฺส</strong> นิจฺฉิทฺทสฺส (อตฺโถ)<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=73\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๗๓\">๒/๗๓</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า (อ.อรรถ) ว่า <strong>ผู้สำรวมแล้ว</strong> <strong>คือว่า</strong> ผู้มีช่องออกแล้ว ด้วยทวาร ท. มีกายเป็นต้นดังนี้ (แห่งบท) ว่า สญฺญตสฺส ดังนี้ ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"sentence-expansion\">๓. ไขประโยค</h2>\n<p>ได้แก่ การแปลกิริยาคุมพากย์ที่มาในคาถา ไข \"คือว่า\" ไขหากิริยาคุมพากย์ที่ท่านขยายความในอรรถกถา เพื่อให้ได้ความชัดเจนยิ่งขึ้น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. \"<strong>มา ปมาทนฺ</strong>ติ (ปทสฺส) ตสฺมา ตุมฺเห <strong>มา ปมาทมนุยุญฺเชถ</strong> มา ปมาเทน กาลํ วีตินามยิตฺถ. (อตฺโถ)<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=90\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๙๐\">๒/๙๐</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>คำแปล</strong> (อ.อรรถ) ว่า เพราะเหตุนั้น อ.ท่าน ท. <strong>จงตามประกอบซึ่งความประมาท</strong> <strong>คือว่า</strong> อย่ายังกาลให้น้อมไปล่วงวิเศษแล้ว ด้วยความประมาท ดังนี้ (แห่งบท) ว่า <strong>มา ปมาทํ</strong> ดังนี้</div></div>","outline":[{"title":"ไขด้วยอำนาจเนื้อความ","section":"s108","anchor":"semantic-expansion"},{"title":"ไขศัพท์","section":"s108","anchor":"word-expansion"},{"title":"ไขบท","section":"s108","anchor":"word-group-expansion"},{"title":"ไขประโยค","section":"s108","anchor":"sentence-expansion"}],"topics":[{"anchor":"semantic-expansion","title":"๒.การไขด้วยอำนาจเนื้อความซึ่งไม่ได้มาในคาถา","level":2},{"anchor":"word-expansion","title":"ไข ศัพท์","level":2},{"anchor":"word-group-expansion","title":"๒. ไขบท","level":2},{"anchor":"sentence-expansion","title":"๓. ไขประโยค","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลวิวริยะวิวรณะ(ชือสมพนธ)ในอรรถกถา(แกอรรถ)การไขกคือการแปลความหมายของศพทหรือบทยงไมไดบงชดไปหาศพทหรือบทอืนเพือใหไดเนือความชดเจนขึนเราเรียกกนวา\"แปลไข)ตองใสคำวา\"คือ\"เขามาศพทหรือบทหนาเรียกชือสมพนธวา\"วิวริยะ\"ศพทหรือบทหลงเรียกชือสมพนธวา\"วิวรณะ\"ลกษณะของการไขเราสงเกตศพทหรือบททีมาในคาถาอยูในอรรถกถาอยูหนาศพทหรือบททีไมไดมาในคาถาอยูในอรรถกถาอยูหลงแตเปนไวพจนของกนและกน(มีรูปเสมอกน)คือไขศพทไปหาศพทไขบทไปหาบทไขประโยคไปหาประโยคและยงมีการไขดวยอำนาจเนือความอีกโดยทีไมไดมาในคาถา(อยูในอรรถกถา)ศพทหรือบททีไขไปนนตองหนุนคำวา\"คือวา\"เขามาทุกครงการไขมีทงไขวิเสสนะไปหาวิเสสนะไขประธานไปหาประธานตงแตทุติยาเปนตนไปไปหาทุติยาเปนตนไขกิริยาไปหากิริยาไขวิกติกตตาไปหาวิกติกตตาเปนตนแตการไขเหลานีกมีหลกทีพอจะกำหนดไดดงตอไปนีคือ๑.ไขศพทหรือบททีมาในคาถามาอยูในอรรถกถาอยูหนาศพทหรือบททีไมไดมาในคาถามาอยูในอรรถกถาอยูหลงซึงไวพจนของกนและกน(มีรูปเสมอกน)อุ.\"สทารมตีติ(ปททวยสส)เอวรูโปธมมปีติวิปปสนเนนเจตสาวิหรนโตปณฑิจเจนสมนนาคโตสทารมติอภิรมตีติ.(อตโถ)๔/๒๑แปลวา(อ.อรรถ)วา(อ.บุคคล)ผูดืมซึงธรรมมีอยางนีเปนรูปมีใจอนผองใสวิเศษแลวอยูอยูผูมาตามพรอมแลวดวยความเปนแหงบณฑิตยอมยินดีคือวายอมยินดียิงในกาลทุกเมือดงนี(แหงหมวดสองแหงบท)วาสทารมติดงนี๒.การไขดวยอำนาจเนือความซึงไมไดมาในคาถาอุ.\"สุจิกมมสสาติ(ปทสส)นิทโทเสหินิรปราเธหิกายกมมาทีหิสมนนาคตสส(อตโถ)๒/๗๓แปลวา(อ.อรรถ)วาผูมาตามพรอมแลวดวยกรรมท.มีกายกรรมเปนตนอนมีโทษออกแลวคือวาอนมีความผิดออกแลวดงนี(แหงบท)วาสุจิกมมสสดงนีฯการไขทงสองคือการไขศพทและบททีมาในคาถาอยูหนาศพทหรือบททีไมไดมาในคาถาอยูหลงและไขดวยอำนาจเนือความเมือแบงออกแลวกมีหลกสงเกตอยู๓อยางคือไขศพทไดแกความตอนเดียวยงไดเนือความไมกระจางจึงตองไขความไปหาเนือความอีกตอนหนึงใหมีเนือความกวางกระจางยิงขึนอีกอุ.ตตถ\"อภิตถเรถาติ(ปทสส)\"ตุริตตุริตํสีฆสีฆํกเรยยาติ(อตโถ)ฯ(๔/๔)(หมายเหตุเทียบเคียงใหดู)แปลวา(อ.อรรถ)วา(อ.บุคคล)พึงกระทำดวนๆคือวาพลนๆดงนีในบททงหลายเหลานนหนา(แหงบท)วาอภิตถเรถดงนี๒.ไขบทไดแกการแปลขยายบททีเนืองกนมีเนือความเกียวถึงกนถึงจะตางธาตุกนตางปจจยตางศพทกนแตตองมีลิงควจนะวิภตติอนเดียวกนแปลใหความหมายคลายๆกนเพือใหไดความหมายชดเจนยิงขึนอุ.\"สญญตสสาติ(ปทสส)กายาทีหิสญญตสสนิจฉิททสส(อตโถ)๒/๗๓แปลวา(อ.อรรถ)วาผูสำรวมแลวคือวาผูมีชองออกแลวดวยทวารท.มีกายเปนตนดงนี(แหงบท)วาสญญตสสดงนีฯ๓.ไขประโยคไดแกการแปลกิริยาคุมพากยทีมาในคาถาไข\"คือวา\"ไขหากิริยาคุมพากยทีทานขยายความในอรรถกถาเพือใหไดความชดเจนยิงขึนอุ.\"มาปมาทนติ(ปทสส)ตสมาตุมเหมาปมาทมนุยุญเชถมาปมาเทนกาลํวีตินามยิตถ.(อตโถ)๒/๙๐คำแปล(อ.อรรถ)วาเพราะเหตุนนอ.ทานท.จงตามประกอบซึงความประมาทคือวาอยายงกาลใหนอมไปลวงวิเศษแลวดวยความประมาทดงนี(แหงบท)วามาปมาทํดงนี","nex":5,"url":"vivariya-vivarana"},{"id":"s109","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการกำหนดรูปคาถา","level":2,"path":["หลักการกำหนดรูปคาถา"],"pdf":88,"page":82,"html":"<p>เพื่อนำไปใช้ในเวลาแปลแก้อรรถ</p>","outline":[{"title":"ปัฐยาวัตร","section":"s110","anchor":"pathayavat"},{"title":"อินทรวิเชียร–อุเปนทรวิเชียร","section":"s110","anchor":"indravajira"},{"title":"อินทรวงศ์–วังสัฏฐ","section":"s110","anchor":"indravamsa"},{"title":"วสันตดิลก","section":"s110","anchor":"vasantatilaka"},{"title":"คำแปลคาถา","section":"s111","anchor":"s111"}],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการกำหนดรูปคาถาเพือนำไปใชในเวลาแปลแกอรรถ","nex":0,"url":"rup-khatha"},{"id":"s110","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"ฉันท์ที่พบมาก","level":3,"path":["หลักการกำหนดรูปคาถา","ฉันท์ที่พบมาก"],"pdf":88,"page":82,"html":"<p>ฉันท์ที่พยมากในเวลาแปลหนังสือ มีอยู่ ๖ ฉันท์ คือ</p>\n<p>๑. ปัฐยาวัตร                 ๒. อินทรวิเชียร</p>\n<p>๓. อุเปนทรวิเชียร            ๓. อินทรวงศ์</p>\n<p>๕. วังสัฏฐ                   ๖. วสันตดิลก</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"pathayavat\"><strong>ปัฐยาวัตร</strong></h2>\n<p>(มีมากในธรรมบท ภาค ๑ - ๘ )</p>\n<p>ปัฏฐยาวัตร มี ๘ อักษร หรือ ๙ อักษร เป็น ๑ บาท, ๔ บาท เป็น ๑ คาถา</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"indravajira\"><strong>อินทรวิเชียร, อุเปนทรวิเชียร</strong></h2>\n<p>มี ๑๑ อักษร เป็น ๑ บาท , ๔ บาทเป็น ๑ คาถา</p>\n<p>อินทรวิเชียร      เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">โย จกฺขุมา โมหมลาปกฏฺโฐ ฯเปฯ</div></div>\n<p>อุเปนทรวิเชียร   เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ย จกฺขุมา โมหมลาปกฏฺโฐ ฯเปฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"indravamsa\"><strong>อินทรวงศ์ , วังสัฏฐ</strong></h2>\n<p>มี ๑๒ อักษร เป็น ๑ บาท, ๔ บาท เป็น ๑ คาถา</p>\n<p>อินทรวงษ์ เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยา เทวตา สนฺติ วิหารวาสินี ฯเปฯ</div></div>\n<p>วังสัฏฐ   เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ย เทวตา สนฺติ วิหารวาสินี ฯเปฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"vasantatilaka\"><strong>วสันตดิลก</strong></h2>\n<p>มี ๑๔ อักษร เป็น ๑ บาท , ๔ บาท เป็น ๑ คาถา</p>\n<p>เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">พาหุํ สหสฺสมภินิมฺมิตสาวุธนฺตํ ฯเปฯ</div></div>","outline":[],"topics":[{"anchor":"pathayavat","title":"ปัฐยาวัตร","level":2},{"anchor":"indravajira","title":"อินทรวิเชียร, อุเปนทรวิเชียร","level":2},{"anchor":"indravamsa","title":"อินทรวงศ์ , วังสัฏฐ","level":2},{"anchor":"vasantatilaka","title":"วสันตดิลก","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ฉนททีพบมากฉนททีพยมากในเวลาแปลหนงสือมีอยู๖ฉนทคือ๑.ปฐยาวตร๒.อินทรวิเชียร๓.อุเปนทรวิเชียร๓.อินทรวงศ๕.วงสฏฐ๖.วสนตดิลกปฐยาวตร(มีมากในธรรมบทภาค๑-๘)ปฏฐยาวตรมี๘อกษรหรือ๙อกษรเปน๑บาท,๔บาทเปน๑คาถาอินทรวิเชียร,อุเปนทรวิเชียรมี๑๑อกษรเปน๑บาท,๔บาทเปน๑คาถาอินทรวิเชียรเชนโยจกขุมาโมหมลาปกฏโฐฯเปฯอุเปนทรวิเชียรเชนยจกขุมาโมหมลาปกฏโฐฯเปฯอินทรวงศ,วงสฏฐมี๑๒อกษรเปน๑บาท,๔บาทเปน๑คาถาอินทรวงษเชนยาเทวตาสนติวิหารวาสินีฯเปฯวงสฏฐเชนยเทวตาสนติวิหารวาสินีฯเปฯวสนตดิลกมี๑๔อกษรเปน๑บาท,๔บาทเปน๑คาถาเชนพาหุํสหสสมภินิมมิตสาวุธนตํฯเปฯ","nex":5,"url":"rup-khatha#chan-thi-phop-mak"},{"id":"s111","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"คำแปลคาถา","level":3,"path":["หลักการกำหนดรูปคาถา","คำแปลคาถา"],"pdf":88,"page":82,"html":"<p>ถ้าเป็นพระพุทธเจ้าตรัส    แปลว่า  พระคาถา</p>\n<p>นอกนั้น                  แปลว่า  คาถา</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"คำแปลคาถาถาเปนพระพุทธเจาตรสแปลวาพระคาถานอกนนแปลวาคาถา","nex":0,"url":"rup-khatha#kham-plae-khatha"},{"id":"s112","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการแปลแก้อรรถ","level":2,"path":["หลักการแปลแก้อรรถ"],"pdf":89,"page":83,"html":"<p>๑. บทในอรรถกถามีอยู่ ๒ ชนิด คือ บทตั้งอย่าง ๑ บทอธิบายอย่าง ๑</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"lemma\">ก. บทตั้ง</h2>\n<p>หมายถึงบทที่ยกมาจากคาถาโดยตรงแล้วนำมาเป็นบทตั้ง มี อิติ ศัพท์อยู่ท้ายบท</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. สุจิกมฺมสฺสาติ ฯเปฯ<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=73\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๗๓\">๒/๗๓</a></div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"explanation\">ข. บทอธิบาย</h2>\n<p>หมายถึง บทต่างๆ ที่เรียงอยู่หลังบทตั้งทั้งหมด ซึ่งขยายความให้เด่นขึ้น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. สุจิกมฺมสฺสาติ <strong>นิทฺโทเสหิ นิรปราเธหิ กายกมฺมาทีหิ สมนฺนาคตสฺส</strong> ฯ<a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=73\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๗๓\">๒/๗๓</a></div></div>\n<p>๒. วิธีแปลบทตั้งและบทอธิบายมีอยู่ ๒ วิธีคือ</p>\n<p>๑. แปลตั้งอรรถ</p>\n<p>๒. แปลไม่ตั้งอรรถ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"with-attha\">ก. แปลตั้งอรรถ</h2>\n<p>มีกฎอยู่ ๓ ข้อ คือ</p>\n<p>๑. ถ้ามี ตตฺถ ตั้งอยู่ข้างหน้าบทตั้งให้เติม ปเทสุ เข้ามา (โดยมากนิยมแปลถอนความ ตตฺถ ปเทสุ ในบท ท. เหล่านั้นหนา)</p>\n<p>๒. ทางด้านหลังบทตั้งที่ยกมาจากคาถา ต้องเพิ่มบทใดบทหนึ่งเข้ามา</p>\n<p>๑. ถ้าบทตั้ง บทเดียว            ให้ใส่ <strong>ปทสฺส</strong> แห่งบท</p>\n<p>๒. ถ้าบทตั้ง ๒ บท              ให้ใส่ <strong>ปททฺวยสฺส</strong> แห่งหมวด ๒ แห่งบท</p>\n<p>๓. ถ้าบทตั้ง ๓ บทขึ้นไป         ให้ใส่ <strong>ปทานํ</strong> แห่งบท ท.</p>\n<p>๔. ถ้าบทตั้ง เป็น ๑ บาทคาถา     ให้ใส่ <strong>คาถาปาทสฺส</strong> แห่งบาทแห่งพระคาถา</p>\n<p>๕. ถ้าบทตั้ง เป็น ๒ บาทคาถา    ให้ใส่ <strong>คาถาปาททฺวยสฺส</strong> แห่งหมวด ๒ แห่งบาทแห่งพระคาถา</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"without-attha\">ข. แปลโดยไม่ตั้งอรรถ</h2>\n<p>๑. ประโยคอรรถกถา มี      วุจฺจติ        แปลว่า      อัน.......ย่อมกล่าว</p>\n<p>๒. ประโยคอรรถกถา มี      ปาโฐ         แปลว่า      อ.บาลี</p>\n<p>๓. ประโยคอรรถกถา มี      ปาฐเสโส      แปลว่า      อ.บาลีอันเหลือ</p>\n<p>๔. ประโยคอรรถกถา มี      ลิงฺควิปลฺลาโส  แปลว่า      เป็นลิงควิปัลลาส</p>\n<p>๕. ประโยคอรรถกถา มี      ปทจฺเฉโท      แปลว่า      อ.การตัดซึ่งบท</p>\n<p>๖. ประโยคอรรถกถา มี   นิปาโต   แปลว่า   เป็นนิบาต</p>\n<p>๗. ประโยคอรรถกถา มี   อาลปติ   แปลว่า   ย่อมตรัสเรียก</p>\n<p>๘. ประโยคอรรถกถา มี   เอตฺถ   แปลว่า   ในคำนี้</p>\n<p>๙. ประโยคอรรถกถา มี   อธิปฺเปโต   แปลว่า   ทรงประสงค์เอาแล้ว</p>\n<p>๑๐. ประโยคอรรถกถา มี   ตสฺสตฺโถ   แปลว่า   อ.เนื้อความแห่งคำอัน เป็นพระคาถา</p>\n<p>๑๑. ประโยคอรรถกถา มี   วุตฺตํ (ภควตา)   แปลว่า   เป็นคำ(อัน...)ตรัสแล้ว ย่อมเป็น</p>\n<p>๑๒. ประโยคอรรถกถา มี อิทํ วจนํ   แปลว่า   อ.คำนี้</p>\n<p>๑๓. ประโยคอรรถกถา มี อธิวจนํ   แปลว่า   เป็นชื่อ (เป็นคำ)</p>\n<p>๑๔. ประโยคอรรถกถา มี ปทํ   แปลว่า   อ.บท</p>\n<p>๑๕. ที่สุดของประโยคอรรถกถา มี เอตํ วจนํ   แปลว่า   อ.คำนั่น</p>\n<p>๑๖. ที่สุดของประโยคอรรถกถา มี นามํ   แปลว่า   เป็นชื่อ</p>\n<p>๑๗. ที่สุดของประโยคอรรถกถา มี นิปาตมตฺตํ   แปลว่า   เป็นสักว่านิบาต</p>\n<p>๑๘. ที่สุดของประโยคอรรถกถา มี อยมตฺโถ   แปลว่า   อ.เนื้อความ (อ.อธิบายนี้)</p>\n<p>๑๙. ที่สุดของประโยคอรรถกถา มี ทสฺเสติ   แปลว่า   ย่อมแสดง</p>\n<p>๒๐. ประโยคอรรถกถาแก้เป็นรูปวิเคราะห์ ต้องขึ้น วิคฺคโห   แปลว่า อ.วิเคราะห์</p>\n<p>๒๑. ประโยคอรรถกถาเป็นรูปวินิจฉัย ต้องขึ้น วินิจฺฉโย   แปลว่า อ.วินิจฉัย</p>\n<p>๒๒. ประโยคอรรถกถาแก้เฉพาะบทประธาน อิติ ที่อยู่หลังบทตั้งแปลว่า ชื่อว่า</p>","outline":[{"title":"บทตั้ง","section":"s112","anchor":"lemma"},{"title":"บทอธิบาย","section":"s112","anchor":"explanation"},{"title":"แปลตั้งอรรถ","section":"s112","anchor":"with-attha"},{"title":"แปลไม่ตั้งอรรถ","section":"s112","anchor":"without-attha"}],"topics":[{"anchor":"lemma","title":"ก. บทตั้ง","level":2},{"anchor":"explanation","title":"ข. บทอธิบาย","level":2},{"anchor":"with-attha","title":"ก. แปลตั้งอรรถ","level":2},{"anchor":"without-attha","title":"ข. แปลโดยไม่ตั้งอรรถ","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลแกอรรถ๑.บทในอรรถกถามีอยู๒ชนิดคือบทตงอยาง๑บทอธิบายอยาง๑ก.บทตงหมายถึงบททียกมาจากคาถาโดยตรงแลวนำมาเปนบทตงมีอิติศพทอยูทายบทอุ.สุจิกมมสสาติฯเปฯ๒/๗๓ข.บทอธิบายหมายถึงบทตางๆทีเรียงอยูหลงบทตงทงหมดซึงขยายความใหเดนขึนอุ.สุจิกมมสสาตินิทโทเสหินิรปราเธหิกายกมมาทีหิสมนนาคตสสฯ๒/๗๓๒.วิธีแปลบทตงและบทอธิบายมีอยู๒วิธีคือ๑.แปลตงอรรถ๒.แปลไมตงอรรถก.แปลตงอรรถมีกฎอยู๓ขอคือ๑.ถามีตตถตงอยูขางหนาบทตงใหเติมปเทสุเขามา(โดยมากนิยมแปลถอนความตตถปเทสุในบทท.เหลานนหนา)๒.ทางดานหลงบทตงทียกมาจากคาถาตองเพิมบทใดบทหนึงเขามา๑.ถาบทตงบทเดียวใหใสปทสสแหงบท๒.ถาบทตง๒บทใหใสปททวยสสแหงหมวด๒แหงบท๓.ถาบทตง๓บทขึนไปใหใสปทานํแหงบทท.๔.ถาบทตงเปน๑บาทคาถาใหใสคาถาปาทสสแหงบาทแหงพระคาถา๕.ถาบทตงเปน๒บาทคาถาใหใสคาถาปาททวยสสแหงหมวด๒แหงบาทแหงพระคาถาข.แปลโดยไมตงอรรถ๑.ประโยคอรรถกถามีวุจจติแปลวาอน.......ยอมกลาว๒.ประโยคอรรถกถามีปาโฐแปลวาอ.บาลี๓.ประโยคอรรถกถามีปาฐเสโสแปลวาอ.บาลีอนเหลือ๔.ประโยคอรรถกถามีลิงควิปลลาโสแปลวาเปนลิงควิปลลาส๕.ประโยคอรรถกถามีปทจเฉโทแปลวาอ.การตดซึงบท๖.ประโยคอรรถกถามีนิปาโตแปลวาเปนนิบาต๗.ประโยคอรรถกถามีอาลปติแปลวายอมตรสเรียก๘.ประโยคอรรถกถามีเอตถแปลวาในคำนี๙.ประโยคอรรถกถามีอธิปเปโตแปลวาทรงประสงคเอาแลว๑๐.ประโยคอรรถกถามีตสสตโถแปลวาอ.เนือความแหงคำอนเปนพระคาถา๑๑.ประโยคอรรถกถามีวุตตํ(ภควตา)แปลวาเปนคำ(อน...)ตรสแลวยอมเปน๑๒.ประโยคอรรถกถามีอิทํวจนํแปลวาอ.คำนี๑๓.ประโยคอรรถกถามีอธิวจนํแปลวาเปนชือ(เปนคำ)๑๔.ประโยคอรรถกถามีปทํแปลวาอ.บท๑๕.ทีสุดของประโยคอรรถกถามีเอตํวจนํแปลวาอ.คำนน๑๖.ทีสุดของประโยคอรรถกถามีนามํแปลวาเปนชือ๑๗.ทีสุดของประโยคอรรถกถามีนิปาตมตตํแปลวาเปนสกวานิบาต๑๘.ทีสุดของประโยคอรรถกถามีอยมตโถแปลวาอ.เนือความ(อ.อธิบายนี)๑๙.ทีสุดของประโยคอรรถกถามีทสเสติแปลวายอมแสดง๒๐.ประโยคอรรถกถาแกเปนรูปวิเคราะหตองขึนวิคคโหแปลวาอ.วิเคราะห๒๑.ประโยคอรรถกถาเปนรูปวินิจฉยตองขึนวินิจฉโยแปลวาอ.วินิจฉย๒๒.ประโยคอรรถกถาแกเฉพาะบทประธานอิติทีอยูหลงบทตงแปลวาชือวา","nex":2,"url":"kae-attha"},{"id":"s113","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"\"อิติ\"ศัพท์ ซึ่งวางติดกับบทตั้งอรรถ มี ๓ ลักษณะ","level":2,"path":["\"อิติ\"ศัพท์ ซึ่งวางติดกับบทตั้งอรรถ มี ๓ ลักษณะ"],"pdf":91,"page":85,"html":"<h2 class=\"hb-topic\" id=\"sarupa\">ก.อิติศัพท์</h2>\n<p>แสดงว่าเนื้อความของบทตั้งอรรถ ให้แปลว่า \"ว่า...ดังนี้\" ใช้ชื่อสัมพันธ์ว่า \"สรูป\" เข้ากับนามบทข้างหลัง ซึ่งผู้ศึกษาต้องใส่เข้ามาเองนั้น</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"adiyattha\">ข.อิติศัพท์</h2>\n<p>แสดงว่าเนื้อความของบทตั้งอรรถ มีความหมายไม่เท่ากันกับ เนื้อความของการแก้อรรถ กล่าวคือ บทที่ยกมาแก้มีเพียงจำนวนหนึ่งบท เป็นต้น แต่เนื้อความของการแก้อรรถ มีจำนวนในการอธิบายเนื้อความเกินกว่าหนึ่งบทนั้น โดยท่านจะแสดงเนื้อหาของบทที่เหลืออยู่ในพระบาลีจนครบทุกบทก็ได้ให้แปลว่า \"ว่า...ดังนี้เป็นต้น\"สัมพันธ์ว่า \"อาทยตฺถะ\" (มาจาก \"อาทิ + อตฺถ\"แปลว่า อมความของบทที่ประสงค์จะอธิบายไว้อีก)</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"sannya-jotaka\">ค.อิติศัพท์</h2>\n<p>เป็นตัวแสดงชื่อของบทตั้งอรรถ โดยจะสังเกตได้ว่า ท่านเอาประธานในพระบาลี (จุณณิยะ/คาถา) มาแก้อรรถ อิติศัพท์ที่อยู่ติดกับบทที่ทำหน้าที่เป็นประธานในประโยคดังกล่าว ส่วนมากมักจะแปลว่า \"ชื่อว่า....\"เรียกชื่อสัมพันธ์ว่า \"สัญญาโชต-กะ\"สัมพันธ์เข้ากับบทตั้งอรรถนั้นฯ</p>","outline":[{"title":"สรูป: ว่า…ดังนี้","section":"s113","anchor":"sarupa"},{"title":"อาทยตฺถะ: ว่า…ดังนี้เป็นต้น","section":"s113","anchor":"adiyattha"},{"title":"สัญญาโชตกะ: ชื่อว่า","section":"s113","anchor":"sannya-jotaka"}],"topics":[{"anchor":"sarupa","title":"ก.อิติศัพท์","level":2},{"anchor":"adiyattha","title":"ข.อิติศัพท์","level":2},{"anchor":"sannya-jotaka","title":"ค.อิติศัพท์","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"\"อิติ\"ศพทซึงวางติดกบบทตงอรรถมี๓ลกษณะก.อิติศพทแสดงวาเนือความของบทตงอรรถใหแปลวา\"วา...ดงนี\"ใชชือสมพนธวา\"สรูป\"เขากบนามบทขางหลงซึงผูศึกษาตองใสเขามาเองนนข.อิติศพทแสดงวาเนือความของบทตงอรรถมีความหมายไมเทากนกบเนือความของการแกอรรถกลาวคือบททียกมาแกมีเพียงจำนวนหนึงบทเปนตนแตเนือความของการแกอรรถมีจำนวนในการอธิบายเนือความเกินกวาหนึงบทนนโดยทานจะแสดงเนือหาของบททีเหลืออยูในพระบาลีจนครบทุกบทกไดใหแปลวา\"วา...ดงนีเปนตน\"สมพนธวา\"อาทยตถะ\"(มาจาก\"อาทิ+อตถ\"แปลวาอมความของบททีประสงคจะอธิบายไวอีก)ค.อิติศพทเปนตวแสดงชือของบทตงอรรถโดยจะสงเกตไดวาทานเอาประธานในพระบาลี(จุณณิยะ/คาถา)มาแกอรรถอิติศพททีอยูติดกบบททีทำหนาทีเปนประธานในประโยคดงกลาวสวนมากมกจะแปลวา\"ชือวา....\"เรียกชือสมพนธวา\"สญญาโชต-กะ\"สมพนธเขากบบทตงอรรถนนฯ","nex":0,"url":"iti-bot-tang-attha"},{"id":"s114","part":"การแปลโดยพยัญชนะ","no":null,"title":"หลักการรวบ ๑๒ ประการ","level":2,"path":["หลักการรวบ ๑๒ ประการ"],"pdf":91,"page":85,"html":"<h2 class=\"hb-topic\" id=\"s114-nibata\">๑. รวบด้วยอำนาจนิบาต</h2>\n<p>ปิ, ว, เอว, นาม  (ศัพท์เหล่านี้ติดอยู่กับกิริยาคุมพากย์ไม่ต้องรวบ) จ, วา  เฉพาะแต่ที่ควบกับบทหรือประโยคเท่านั้น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. อถ  นํ  อสฺสมปทํ  เนตฺวา  <strong>สีลเภทํ อกตฺวา ว</strong> อนุกมฺปาย  ปฏิชคฺคิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=5\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๕\">(๒/๕)</a></div><div class=\"hb-gloss\">ครั้งนั้น อ.ดาบสนั้น นำไปแล้ว ซึ่งพระเทวีนั้น สู่อาศรม ไม่กระทำแล้ว ซึ่งความแตกแห่งศีลเทียว ปฏิบัติแล้ว ด้วยความอนุเคราะห์ ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"niddharana\">๒. รวบด้วยอำนาจนิทธารณะ</h2>\n<p>ซึ่งเป็นจำนวนที่รวมแล้วแยกกล่าวส่วนน้อย บทนิท-ธารณะจะประกอบด้วย ฉัฏฐีวิภัตติ กับสัตตมีวิภัตติ เท่านั้น ถ้าหากมีบทวิเสสนะที่ขยายให้รวบแปลด้วย เมื่อแปลหมดเนื้อความให้หนุนคำว่า \"หนา\"  เข้ามา</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>เตสุ (โคเณสุ) เอโก  (โคโณ)</strong> มโต  เทว. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=5&amp;page=113\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๕ หน้า ๑๑๓\">(๕/๑๑๓)</a></div><div class=\"hb-gloss\">ข้าแต่พระราชา อ. - ในโค ท. เหล่านั้น หนา - โค ตัวหนึ่ง ตายแล้ว ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"yu\">๓.รวบด้วยอำนาจ ย  ปัจจัยในนามกิตก์</h2>\n<p>ซึ่งมี ตูนาทิ ปัจจัย ขยาย</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อตฺตโน  ปญฺญานุรูเปน  เอกํ วา เทฺว วา  นิกาเย  สกลํ วา ปน เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา ตสฺส (พุทฺธวจนสฺส) ธารณํ  กถํ  วาจนนฺติ</strong> อิทํ (ธุรํ) คนฺถธุรํ  นาม</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>อ.อันเรียนเอา ซึ่งนิกาย ๑ หรือ หรือว่า ซึ่งนิกาย ท.๒ ก็หรือว่า ซึ่งพระพุทธวจน์ คือ ปิฎก ๓ ทั้งสิ้น แล้วทรงไว้ กล่าวได้ บอกได้ ซึ่งพระพุทธพจน์นั้น ตามสมควรแก่ปัญญาของตน</strong></div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">อนึ่งเมื่อท่านจะรวบแปล ณ  ที่ใด  ณ  ที่นั้นให้ขีดเครื่องหมายรวบ (-) ไว้ด้วย ดังขีดหมายไว้ที่แปลนี้ ฯ  <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=7\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๗\">(๑/๗)</a></p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"meaning\">๔. รวบด้วยอำนาจเนื้อความ</h2>\n<p>คือ  แปลแยกไม่ได้ความไพเราะในเชิงอรรถ  จึงจำเป็นต้องรวบเพื่อให้ได้ความหมายที่ถูกต้องทางภาษา</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>น</strong> ปน <strong>มํ ปพฺพาเชนฺติ.</strong> <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=2\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๒\">(๔/๒)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แต่ว่า อ.ภิกษุ ท.<strong>ย่อมไม่ยังข้าพระองค์ให้บวชฯ</strong></div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"relation\">๕.รวบด้วยอำนาจสัมพันธ์เข้าครึ่งศัพท์</h2>\n<p>ซึ่งถ้าแปลแยกบทย่อมเสียเนื้อความและสัมพันธ์</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>เถรสฺส  อาคต</strong>ภาวํ  ชานาสิ.</div><div class=\"hb-gloss\">อ.ท่าน  ย่อมรู้   ซึ่ง<strong>ความที่แห่งพระเถระเป็นผู้มาแล้วฯ</strong></div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"vikati\">๖.รวบด้วยอำนาจวิกติกัตตา</h2>\n<p>ที่หนุนคำแปลว่า \"เป็น\"</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. ตทา  จตฺตาโร  มหลฺลกภิกฺขู  <strong>จตฺตาโร  พิฬาลา</strong> อเหสุํ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=43\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๔๓\">(๔/๔๓)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ภิกษุผู้แก่ ท. ๔ รูป <strong>เป็นแมว ๔ ตัว</strong> ได้เป็นแล้ว  ในกาลนั้นฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"comparison\">๗. รวบด้วยอำนาจอุปมา</h2>\n<p>ที่มี  อิว  (เพียงดัง)  วิย  (ราวกะ) ยถา ราวกะ  อยู่ด้วย</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. ตสฺสา  วีหิปหรณกาเล  มุสลํ  <strong>มุทฺธํ  ปหรนฺตํ  วิย</strong> อุปฏฺฐาติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=48\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๔๘\">(๑/๔๘)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.สาก  <strong>ราวกะ  ประหารอยู่</strong> ซึ่งศรีษะ  ย่อมปรากฏแก่นางยักษิณีนั้น  ในกาลเป็นที่ซ้อม ซึ่งข้าวเปลือกฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"tum\">๘.รวบด้วยอำนาจ  ตุํ  ปัจจัยนามกิตก์</h2>\n<p>ที่เป็นปฐมาวิภัตติ  (อ.)  นิยมแปลรวบ ยกเว้นอาลปน  นิบาต   ส่วนที่เป็น  จตุตถีวิภัตติ (แปลว่าเพื่อ) ถ้าเนื้อความไม่เกี่ยวเนื่องกัน  ไม่ต้องรวบ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>ภิกฺขุนา  นาม  เอวํ  จิตฺตวสิเกน  ภวิตุํ</strong> น  วฏฺฏติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=116\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑๑๖\">(๒/๑๑๖)</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>อ. อันชื่ออันภิกษุ  เป็นผู้เป็นไปในอำนาจแห่งจิตอย่างนี้เป็น  ย่อมไม่ควร ฯ</strong></div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"na-nu\">๙. รวบด้วยอำนาจ  ณ, ณุ  ปัจจัยนามกิตก์</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. ตตฺถ  <strong>\"จรนฺติ  อิริยาปถจารํ  อคฺคเหตฺวา  มนสา  จาโร  เวทิตพฺโพ.</strong> <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=7&amp;page=119\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๗ หน้า ๑๑๙\">(๗/๑๑๙)</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>อ.อันไม่ถือเอาซึ่งอันเที่ยวไปด้วยอิริยาบถ  แล้วจึงเที่ยวไปด้วยใจ</strong> อันบัณฑิตพึงทราบในบท ท.  เหล่านั้น  หนา  แห่งบทว่า  จรํ  ดังนี้</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"participles\">๑๐. รวบด้วยอำนาจ  ต, อนฺต , มาน, ปัจจัย</h2>\n<p>ที่แจกตั้งแต่ ทุติยาวิภัตติ จนถึงสัตตมีวิภัตติทำหน้าที่เป็นวิเสสนะ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. อิมํ  ธมฺมเทสนํ  สตฺถา  สาวตฺถิยํ  วิหรนฺโต  สปริสํ  <strong>โอเฆน  อชฺโฌตฺถริตฺวา  มาริตํ</strong> วิฑูฑภํ  อารพฺภ   กเถสิ . <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=5\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๕\">(๓/๕)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระศาสดา  ประทับอยู่ในเมืองสาวัตถี  ทรงปรารภ  ซึ่งพระวิฑูฑภะ ผู้เป็นไปกับด้วยบริษัท  <strong>ผู้อันห้วงน้ำท่วมทับแล้วจึงให้ตายแล้ว</strong> ตรัสแล้ว  ซึ่งพระธรรมเทศนา  นี้ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"s114-bhava\">๑๑. รวบด้วยอำนาจ  ภาว  ศัพท์  ตฺต, ตา  ปัจจัยในตัทธิต</h2>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. เสฏฺฐี <strong>(ตสฺส  ปุตฺตสฺส)  อตฺตนา  ปาลิตํ  วนปฺปตึ  นิสฺสาย   ลทฺธตฺตา</strong> ตสฺส \"ปาโลติ  นามํ  อกาสิ.  <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=3\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๓\">(๑/๓)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.เศรษฐี  ได้กระทำแล้ว <strong>เพราะความที่แห่งบุตรนั้นเป็นผู้อันตน  อาศัย  ซึ่งต้นไม้อันเป็นเจ้าแห่งป่า  อันอันตนรักษาแล้ว  แล้วจึงได้แล้ว</strong></div></div>\n<p>เข้าท้ายนาม   แปลว่า   ความที่แห่ง.........</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"usage\">๑๒. รวบด้วยอำนาจความนิยม</h2>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"repetition\">ก.ศัพท์เหมือนกัน</h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. อมฺหากํ  ยานกสฺส  <strong>ปจฺฉโต  ปจฺฉโต</strong> อาคจฺฉสิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=152\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑๕๒\">(๒/๑๕๒)</a></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ท่าน  ย่อมมา  <strong>ข้างหลัง ๆ</strong> แห่งยานน้อย  ของเรา ท. ฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"negation\">ข. น  , โน , มา  ปฏิเสธบทใดนิยมให้รวบนั้น</h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>มา</strong>  เอวํ  <strong>วเทถ.</strong> <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=43\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๔๓\">(๓/๔๓)</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>อ.ท่าน  ท.จงอย่ากล่าว</strong> อย่างนี้ฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"nibata-usage\">ค. นาม , วต, โข  มญฺเญ  นิยมรวบกับนั้น</h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. ภนฺเต  ตุมฺเห  อตฺถเมว  ชานาถ  มญฺเญ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=107\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๑๐๗\">(๔/๑๐๗)</a></div><div class=\"hb-gloss\">ข้าแต่ท่านผู้เจริญ อ. พระองค์เห็นจะย่อมรู้ ซึ่งสิ่งอันเป็นประโยชน์นั่นเทียว ฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"individual-usage\">ง. บางบท  บางประโยค  มีความนิยมในการรวบเฉพาะรายไม่ทั่วไป</h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุ. <strong>ปาโป  ชาโตสิ</strong> สามเณร. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=15\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๕\">(๑/๑๕)</a></div><div class=\"hb-gloss\">ดูก่อนสามเณร อ.เธอ  <strong>เป็นผู้ลามก  เกิดแล้ว</strong> ย่อมเป็น ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-figure\">หน้าว่าง</div>","outline":[{"title":"๑. รวบด้วยอำนาจนิบาต","section":"s114","anchor":"s114-nibata"},{"title":"๒. รวบด้วยอำนาจนิทธารณะ","section":"s114","anchor":"niddharana"},{"title":"๓.รวบด้วยอำนาจ ย  ปัจจัยในนามกิตก์","section":"s114","anchor":"yu"},{"title":"๔. รวบด้วยอำนาจเนื้อความ","section":"s114","anchor":"meaning"},{"title":"๕.รวบด้วยอำนาจสัมพันธ์เข้าครึ่งศัพท์","section":"s114","anchor":"relation"},{"title":"๖.รวบด้วยอำนาจวิกติกัตตา","section":"s114","anchor":"vikati"},{"title":"๗. รวบด้วยอำนาจอุปมา","section":"s114","anchor":"comparison"},{"title":"๘.รวบด้วยอำนาจ  ตุํ  ปัจจัยนามกิตก์","section":"s114","anchor":"tum"},{"title":"๙. รวบด้วยอำนาจ  ณ, ณุ  ปัจจัยนามกิตก์","section":"s114","anchor":"na-nu"},{"title":"๑๐. รวบด้วยอำนาจ  ต, อนฺต , มาน, ปัจจัย","section":"s114","anchor":"participles"},{"title":"๑๑. รวบด้วยอำนาจ  ภาว  ศัพท์  ตฺต, ตา  ปัจจัยในตัทธิต","section":"s114","anchor":"s114-bhava"},{"title":"๑๒. รวบด้วยอำนาจความนิยม","section":"s114","anchor":"usage"}],"topics":[{"anchor":"s114-nibata","title":"๑. รวบด้วยอำนาจนิบาต","level":2},{"anchor":"niddharana","title":"๒. รวบด้วยอำนาจนิทธารณะ","level":2},{"anchor":"yu","title":"๓.รวบด้วยอำนาจ ย  ปัจจัยในนามกิตก์","level":2},{"anchor":"meaning","title":"๔. รวบด้วยอำนาจเนื้อความ","level":2},{"anchor":"relation","title":"๕.รวบด้วยอำนาจสัมพันธ์เข้าครึ่งศัพท์","level":2},{"anchor":"vikati","title":"๖.รวบด้วยอำนาจวิกติกัตตา","level":2},{"anchor":"comparison","title":"๗. รวบด้วยอำนาจอุปมา","level":2},{"anchor":"tum","title":"๘.รวบด้วยอำนาจ  ตุํ  ปัจจัยนามกิตก์","level":2},{"anchor":"na-nu","title":"๙. รวบด้วยอำนาจ  ณ, ณุ  ปัจจัยนามกิตก์","level":2},{"anchor":"participles","title":"๑๐. รวบด้วยอำนาจ  ต, อนฺต , มาน, ปัจจัย","level":2},{"anchor":"s114-bhava","title":"๑๑. รวบด้วยอำนาจ  ภาว  ศัพท์  ตฺต, ตา  ปัจจัยในตัทธิต","level":2},{"anchor":"usage","title":"๑๒. รวบด้วยอำนาจความนิยม","level":2},{"anchor":"repetition","title":"ก.ศัพท์เหมือนกัน","level":3},{"anchor":"negation","title":"ข. น  , โน , มา  ปฏิเสธบทใดนิยมให้รวบนั้น","level":3},{"anchor":"nibata-usage","title":"ค. นาม , วต, โข  มญฺเญ  นิยมรวบกับนั้น","level":3},{"anchor":"individual-usage","title":"ง. บางบท  บางประโยค  มีความนิยมในการรวบเฉพาะรายไม่ทั่วไป","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการรวบ๑๒ประการ๑.รวบดวยอำนาจนิบาตปิ,ว,เอว,นาม(ศพทเหลานีติดอยูกบกิริยาคุมพากยไมตองรวบ)จ,วาเฉพาะแตทีควบกบบทหรือประโยคเทานนอุ.อถนํอสสมปทํเนตวาสีลเภทํอกตวาวอนุกมปายปฏิชคคิ.(๒/๕)ครงนนอ.ดาบสนนนำไปแลวซึงพระเทวีนนสูอาศรมไมกระทำแลวซึงความแตกแหงศีลเทียวปฏิบติแลวดวยความอนุเคราะหฯ๒.รวบดวยอำนาจนิทธารณะซึงเปนจำนวนทีรวมแลวแยกกลาวสวนนอยบทนิท-ธารณะจะประกอบดวยฉฏฐีวิภตติกบสตตมีวิภตติเทานนถาหากมีบทวิเสสนะทีขยายใหรวบแปลดวยเมือแปลหมดเนือความใหหนุนคำวา\"หนา\"เขามาอุ.เตสุ(โคเณสุ)เอโก(โคโณ)มโตเทว.(๕/๑๑๓)ขาแตพระราชาอ.-ในโคท.เหลานนหนา-โคตวหนึงตายแลวฯ๓.รวบดวยอำนาจยปจจยในนามกิตกซึงมีตูนาทิปจจยขยายอตตโนปญญานุรูเปนเอกํวาเทววานิกาเยสกลํวาปนเตปิฏกํพุทธวจนํอุคคณหิตวาตสส(พุทธวจนสส)ธารณํกถํวาจนนติอิทํ(ธุรํ)คนถธุรํนามแปลวาอ.อนเรียนเอาซึงนิกาย๑หรือหรือวาซึงนิกายท.๒กหรือวาซึงพระพุทธวจนคือปิฎก๓ทงสินแลวทรงไวกลาวไดบอกไดซึงพระพุทธพจนนนตามสมควรแกปญญาของตนอนึงเมือทานจะรวบแปลณทีใดณทีนนใหขีดเครืองหมายรวบ(-)ไวดวยดงขีดหมายไวทีแปลนีฯ(๑/๗)๔.รวบดวยอำนาจเนือความคือแปลแยกไมไดความไพเราะในเชิงอรรถจึงจำเปนตองรวบเพือใหไดความหมายทีถูกตองทางภาษาอุ.นปนมํปพพาเชนติ.(๔/๒)แตวาอ.ภิกษุท.ยอมไมยงขาพระองคใหบวชฯ๕.รวบดวยอำนาจสมพนธเขาครึงศพทซึงถาแปลแยกบทยอมเสียเนือความและสมพนธอุ.เถรสสอาคตภาวํชานาสิ.อ.ทานยอมรูซึงความทีแหงพระเถระเปนผูมาแลวฯ๖.รวบดวยอำนาจวิกติกตตาทีหนุนคำแปลวา\"เปน\"อุ.ตทาจตตาโรมหลลกภิกขูจตตาโรพิฬาลาอเหสุํ.(๔/๔๓)อ.ภิกษุผูแกท.๔รูปเปนแมว๔ตวไดเปนแลวในกาลนนฯ๗.รวบดวยอำนาจอุปมาทีมีอิว(เพียงดง)วิย(ราวกะ)ยถาราวกะอยูดวยอุ.ตสสาวีหิปหรณกาเลมุสลํมุทธํปหรนตํวิยอุปฏฐาติ.(๑/๔๘)อ.สากราวกะประหารอยูซึงศรีษะยอมปรากฏแกนางยกษิณีนนในกาลเปนทีซอมซึงขาวเปลือกฯ๘.รวบดวยอำนาจตุํปจจยนามกิตกทีเปนปฐมาวิภตติ(อ.)นิยมแปลรวบยกเวนอาลปนนิบาตสวนทีเปนจตุตถีวิภตติ(แปลวาเพือ)ถาเนือความไมเกียวเนืองกนไมตองรวบอุ.ภิกขุนานามเอวํจิตตวสิเกนภวิตุํนวฏฏติ.(๒/๑๑๖)อ.อนชืออนภิกษุเปนผูเปนไปในอำนาจแหงจิตอยางนีเปนยอมไมควรฯ๙.รวบดวยอำนาจณ,ณุปจจยนามกิตกอุ.ตตถ\"จรนติอิริยาปถจารํอคคเหตวามนสาจาโรเวทิตพโพ.(๗/๑๑๙)อ.อนไมถือเอาซึงอนเทียวไปดวยอิริยาบถแลวจึงเทียวไปดวยใจอนบณฑิตพึงทราบในบทท.เหลานนหนาแหงบทวาจรํดงนี๑๐.รวบดวยอำนาจต,อนต,มาน,ปจจยทีแจกตงแตทุติยาวิภตติจนถึงสตตมีวิภตติทำหนาทีเปนวิเสสนะอุ.อิมํธมมเทสนํสตถาสาวตถิยํวิหรนโตสปริสํโอเฆนอชโฌตถริตวามาริตํวิฑูฑภํอารพภกเถสิ.(๓/๕)อ.พระศาสดาประทบอยูในเมืองสาวตถีทรงปรารภซึงพระวิฑูฑภะผูเปนไปกบดวยบริษทผูอนหวงนำทวมทบแลวจึงใหตายแลวตรสแลวซึงพระธรรมเทศนานีฯ๑๑.รวบดวยอำนาจภาวศพทตต,ตาปจจยในตทธิตอุ.เสฏฐี(ตสสปุตตสส)อตตนาปาลิตํวนปปตึนิสสายลทธตตาตสส\"ปาโลตินามํอกาสิ.(๑/๓)อ.เศรษฐีไดกระทำแลวเพราะความทีแหงบุตรนนเปนผูอนตนอาศยซึงตนไมอนเปนเจาแหงปาอนอนตนรกษาแลวแลวจึงไดแลวเขาทายนามแปลวาความทีแหง.........๑๒.รวบดวยอำนาจความนิยมก.ศพทเหมือนกนอุ.อมหากํยานกสสปจฉโตปจฉโตอาคจฉสิ.(๒/๑๕๒)อ.ทานยอมมาขางหลงๆแหงยานนอยของเราท.ฯข.น,โน,มาปฏิเสธบทใดนิยมใหรวบนนอุ.มาเอวํวเทถ.(๓/๔๓)อ.ทานท.จงอยากลาวอยางนีฯค.นาม,วต,โขมญเญนิยมรวบกบนนอุ.ภนเตตุมเหอตถเมวชานาถมญเญ.(๔/๑๐๗)ขาแตทานผูเจริญอ.พระองคเหนจะยอมรูซึงสิงอนเปนประโยชนนนเทียวฯง.บางบทบางประโยคมีความนิยมในการรวบเฉพาะรายไมทวไปอุ.ปาโปชาโตสิสามเณร.(๑/๑๕)ดูกอนสามเณรอ.เธอเปนผูลามกเกิดแลวยอมเปนฯ[หนาวาง]","nex":15,"url":"ruap-12"},{"id":"s115","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"วิธีแปลมคธเป็นไทยโดยอรรถ","level":2,"path":["วิธีแปลมคธเป็นไทยโดยอรรถ"],"pdf":95,"page":88,"html":"<p class=\"hb-lead\">หัวข้อนำของ <a href=\"#s116\">การแปล ๒ อย่าง</a></p>","outline":[{"title":"การแปล ๒ อย่าง","section":"s116","anchor":"s116"},{"title":"การแปลโดยพยัญชนะ","section":"s117","anchor":"s117"},{"title":"การแปลโดยอรรถ","section":"s118","anchor":"s118"},{"title":"ลำดับการแปลและนิบาต","section":"s119","anchor":"s119"},{"title":"อายตนิบาต พหุวจนะ และกัมมวาจก","section":"s120","anchor":"s120"}],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วิธีแปลมคธเปนไทยโดยอรรถ","nex":0,"url":"attha-withi-plae"},{"id":"s116","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"การแปล ๒ อย่าง","level":2,"path":["การแปล ๒ อย่าง"],"pdf":95,"page":88,"html":"<p>การแปลมคธเป็นไทย สนามหลวงท่านให้แปล ๒ อย่าง คือ แปลโดยพยัญชนะ กับแปลโดยอรรถ ใช้เฉพาะประโยค ๑-๒-๓ ตั้งแต่ประโยค ๔-๕ ขึ้นไปให้แปลเฉพาะโดยอรรถอย่างเดียว ประโยค ๑-๒-๓ ข้อที่ ๑ ท่านจะให้แปลโดยพยัญชนะ ข้อ ๒ จะให้แปลโดยอรรถ</p>\n<p>ฉะนั้นนักเรียนจะต้องฝึกหัดแปลทั้ง ๒ วิธีให้เข้าใจและชำนาญ ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"การแปล๒อยางการแปลมคธเปนไทยสนามหลวงทานใหแปล๒อยางคือแปลโดยพยญชนะกบแปลโดยอรรถใชเฉพาะประโยค๑-๒-๓ตงแตประโยค๔-๕ขึนไปใหแปลเฉพาะโดยอรรถอยางเดียวประโยค๑-๒-๓ขอที๑ทานจะใหแปลโดยพยญชนะขอ๒จะใหแปลโดยอรรถฉะนนนกเรียนจะตองฝึกหดแปลทง๒วิธีใหเขาใจและชำนาญฯ","nex":0,"url":"kan-plae-2"},{"id":"s117","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"การแปลโดยพยัญชนะ","level":2,"path":["การแปลโดยพยัญชนะ"],"pdf":95,"page":88,"html":"<p>การแปลโดยพยัญชนะ เป็นวิธีแปลตามหลักไวยากรณ์ อย่างครบถ้วนบริบูรณ์ คือ ให้แปลตาม <strong>ลิงค์  วจนะ  วิภัตติ  กาล  บท  บุรุษ  วาจก  ปัจจัย  สมาส</strong> และ<strong>ตัทธิต</strong> อย่างเคร่งครัดห้ามมิให้ตัดอย่างใดอย่างหนึ่งทิ้ง</p>\n<p>เพื่อทดสอบดูว่า  นักเรียนจะเข้าใจและจดจำหลักไวยากรณ์ได้ดีจริงๆไหม  ถ้าเข้าใจจริงก็จะแปลไม่ผิดพลาดอาจสอบได้คะแนนดีด้วย</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"การแปลโดยพยญชนะการแปลโดยพยญชนะเปนวิธีแปลตามหลกไวยากรณอยางครบถวนบริบูรณคือใหแปลตามลิงควจนะวิภตติกาลบทบุรุษวาจกปจจยสมาสและตทธิตอยางเครงครดหามมิใหตดอยางใดอยางหนึงทิงเพือทดสอบดูวานกเรียนจะเขาใจและจดจำหลกไวยากรณไดดีจริงๆไหมถาเขาใจจริงกจะแปลไมผิดพลาดอาจสอบไดคะแนนดีดวย","nex":0,"url":"plae-doi-phayanchana"},{"id":"s118","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"การแปลโดยอรรถ","level":2,"path":["การแปลโดยอรรถ"],"pdf":95,"page":88,"html":"<p>การแปลโดยอรรถ  เป็นวิธีแปลที่มุ่งเอาความหมายเป็นสำคัญ  คือ  แปลให้เข้าใจว่า ข้อความของภาษามคธบทนี้หรือประโยคนี้  จะตรงกับภาษาไทยจริงๆ ว่าอย่างไร  ก็ให้แปลไปอย่างนั้น</p>\n<p>การแปลโดยพยัญชนะที่แปลมานั้น  ไม่ตรงตามภาษาไทยที่ใช้พูดกันจริงๆ  ลองแปลโดยพยัญชนะให้คนไทยที่ไม่ได้เรียนภาษามคธฟังดูซิ  เขาจะฟังไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจโดยตลอดแน่  เพราะคำแปลโดยพยัญชนะนั้นยังไม่ถูกต้องตามภาษาไทยอย่างแท้จริง</p>\n<p>แต่การแปลโดยอรรถนี้   เป็นวิธีแปลถอดเอาเฉพาะความหมาย  ส่วนหลักไวยากรณ์ต่างๆ  ไม่ต้องห่วง  ไม่ต้องรักษาอย่างเคร่งครัด  ไม่ต้องแปลเอาหมด  ให้ตัดทิ้งบ้าง  ในที่ใด  บทใด  ประโยคใด  ถ้าแปลดูแล้ว  ฟังขัดหูไม่ตรงกับภาษากับภาษาไทยจริงๆ  ในที่นั้น  บทนั้นและประโยคนั้น  ให้ตัดทิ้งอย่าแปลเอา  หรือให้พยายามแปลยักย้ายบทนั้นบทนี้เข้าใส่กันเสียใหม่  ถ้าได้ความดีจริงก็จึงแปลเอา</p>\n<p>แต่การแปลโดยอรรถก็มิใช่จะทิ้งหลักไวยากรณ์เสียโดยสิ้นเชิง  อันที่จริงก็เป็นการแปลไปตามหลักไวยากรณ์นั้นเอง  เป็นแต่เพียงตัดหลักไวยากรณ์เล็กน้อยทิ้งเท่านั้น  กระแสความของภาษาก็ให้</p>\n<p>แปลรักษาไว้อยู่  จะแสดงวิธีแปลโดยอรรถตัดทิ้งและที่แปลเอาไปตามหลักไวยากรณ์ให้เข้าใจ  ดังต่อไปนี้</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"การแปลโดยอรรถการแปลโดยอรรถเปนวิธีแปลทีมุงเอาความหมายเปนสำคญคือแปลใหเขาใจวาขอความของภาษามคธบทนีหรือประโยคนีจะตรงกบภาษาไทยจริงๆวาอยางไรกใหแปลไปอยางนนการแปลโดยพยญชนะทีแปลมานนไมตรงตามภาษาไทยทีใชพูดกนจริงๆลองแปลโดยพยญชนะใหคนไทยทีไมไดเรียนภาษามคธฟงดูซิเขาจะฟงไมรูเรืองไมเขาใจโดยตลอดแนเพราะคำแปลโดยพยญชนะนนยงไมถูกตองตามภาษาไทยอยางแทจริงแตการแปลโดยอรรถนีเปนวิธีแปลถอดเอาเฉพาะความหมายสวนหลกไวยากรณตางๆไมตองหวงไมตองรกษาอยางเครงครดไมตองแปลเอาหมดใหตดทิงบางในทีใดบทใดประโยคใดถาแปลดูแลวฟงขดหูไมตรงกบภาษากบภาษาไทยจริงๆในทีนนบทนนและประโยคนนใหตดทิงอยาแปลเอาหรือใหพยายามแปลยกยายบทนนบทนีเขาใสกนเสียใหมถาไดความดีจริงกจึงแปลเอาแตการแปลโดยอรรถกมิใชจะทิงหลกไวยากรณเสียโดยสินเชิงอนทีจริงกเปนการแปลไปตามหลกไวยากรณนนเองเปนแตเพียงตดหลกไวยากรณเลกนอยทิงเทานนกระแสความของภาษากใหแปลรกษาไวอยูจะแสดงวิธีแปลโดยอรรถตดทิงและทีแปลเอาไปตามหลกไวยากรณใหเขาใจดงตอไปนี","nex":0,"url":"plae-doi-attha"},{"id":"s119","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"หลักการแปลเบื้องต้น","level":2,"path":["หลักการแปลเบื้องต้น"],"pdf":96,"page":89,"html":"<p>การแปลโดยอรรถนี้จะเน้นการแปลในมังคลัตถทีปนีเป็นหลัก  เพราะใช้หลักการเดียวสามารถนำไปใช้ในการแปลโดยอรรถใน ป.ธ.๑-๒-๓ ได้ ซึ่งมีหลักการเบื้องต้น  ๙ ประการ  ดังต่อไปนี้</p>\n<p><strong>๑. ลำดับการแปล</strong> ในการแปลโดยอรรถ  ลำดับการแปลจะไม่ตายตัวเหมือนการแปลโดยพยัญชนะเสียทีเดียว  สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตามศัพท์ที่ต้องการเน้น  เช่น  หากในประโยคนั้นต้องการเน้นกรรม  ก็สามารถแปลกรรมก่อนประธานได้  ยิ่งกว่านั้น  ทุกวิภัตติยังสามารถแปลก่อนศัพท์อื่นในประโยคได้  หากไม่ทำให้เสียความหรือทำให้เข้าใจเป็นอย่างอื่น  ดังตัวอย่างต่อไปนี้</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ตตฺถ  มยญฺจ  อญฺเญ  จ  อนิฏฺฐงฺคตา ฯ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ในปัญหานั้น   ทั้งพวกข้าพเจ้า  ทั้งพวกอื่น  ยังตกลงกันไม่ได้ ฯ</div></div>\n<p>อนึ่งจะกล่าวถึงลำดับในการแปลโดยอรรถของศัพท์บางประเภทที่มีความแตกต่างจากการแปลโดยพยัญชนะ  ดังนี้</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"alapana\"><strong>๑.๑ อาลปนะ</strong></h2>\n<p>ตามปกติ  ในการแปลโดยพยัญชนะ  เราจะต้องแปลอาลปนะเป็นตัวแรกของประโยคเสมอ  แต่ในการแปลโดยอรรถ  อาจเปลี่ยนลำดับการแปลได้  กล่าวคือ ศัพท์อาลปนะที่เรียงไว้ต้นประโยค  ให้แปลก่อน  ศัพท์อื่นตามปกติ  ส่วนอาลปนะที่เรียงไว้สุดประโยค  ชิดกับ  อิติ  ศัพท์  จะนิยมแปลเป็นคำลงท้าย  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>โสตํ  นาเมตํ  โภ  สาธุมฺปิ  อสาธุมฺปิ  มนาปมฺปิ  อมนาปมฺปิ  สุณาติ ฯ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ท่านผู้เจริญ  ชื่อว่าโสตะนั่น  ย่อมได้ยินเสียงดีบ้าง  ไม่ดีบ้าง  น่าชอบใจบ้าง ไม่น่าชอบใจบ้าง ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อิมํ  ปวตฺตึ  สุตฺวาปิ  น  จินฺเตมิ  สปฺปิปาฏิยา  ภินฺนาย  กึ  จินฺเตสฺสามิ  ภนฺเตติฯ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ดิฉัน  แม้ได้ยินเรื่องนี้แล้ว  ยังมิคำนึงถึง   เมื่อภาชนะเนยใสแตกไปแล้ว  ดิฉันจักคำนึงถึงทำไมเล่า ? เจ้าข้า  ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"s119-nibata\"><strong>๑.๒ นิบาต</strong></h2>\n<p>มีการแปล ๒ อย่าง  คือ  แปลก่อนศัพท์อื่นในประโยคเมื่อเป็นคำขึ้นต้นข้อความ  และแปลควบเข้ากับศัพท์หรือข้อความต่าง ๆ ในประโยค</p>\n<p>ศัพท์นิบาตนี้ มีคำแปลหลากหลาย  ยากที่จะกล่าวให้แน่นอนลงไปได้สุดแต่ความเหมาะสมของเนื้อหาในช่วงนั้น ๆ ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะบางศัพท์ที่มีคำแปลอันท่านได้แสดงไว้ชัดเจนแล้วเท่านั้น</p>\n<p><strong>อถ -</strong> ถ้าอยู่ในข้อความเลขนอก  ให้แปลว่า  ครั้งนั้น  เมื่อนั้น  ทีนั้น  ต่อมา ลำดับนั้น  เป็นต้น</p>\n<p>- ถ้าอยู่ในข้อความเลขใน  ให้แปลว่า  เมื่อเป็นอย่างนั้น  เมื่อเป็นเช่นนั้น</p>\n<p><strong>ยาว</strong> มาคู่กับปัญจมีวิภัตติ  แปลว่า  จนกว่า  จนกระทั้ง  จนถึง</p>\n<p><strong>วิย , อิว</strong> แปลว่า  ดุจ  ประดุจ  เหมือน  อย่าง  เช่น  ดัง  เป็นต้น</p>\n<p><strong>ว , เอว</strong> แปลว่า  เทียว  นั่นเทียว  เท่านั้น  นั่นเอง  แล  เลย  แหละ  เป็นต้น</p>\n<p><strong>กิร</strong>  แปลว่า  ได้ยินว่า  ข่าวว่า  เล่ากันว่า  นัยว่า  ทราบว่า  ดังได้สดับมาว่า  เป็นต้น</p>\n<p><strong>อาม</strong> สำหรับบุคคลทั่วไป  แปลว่า  เออ  ขอรับ  จ๊ะ  ค่ะ  เป็นต้น ใช้เป็นราชาศัพท์  แปลว่า  พระเจ้าข้า  เจริญพร  ขอถวายพระพร</p>\n<p><strong>ปิ , อปิ</strong> ถ้าควบบทเดียวในประโยค  แปลว่า  แม้  ฝ่ายว่า  ส่วนว่า  ถึง   เป็นต้น ถ้าควบตั้งแต่ ๒ บทขึ้นไป  แปลว่า  แม้  บ้าง  ก็ดี  ก็ตาม  ตั้ง  ทั้ง</p>\n<p><strong>อโห  วต</strong> แปลว่า  โอหนอ  แหม  พุโธ่  ตายจริง  น่าชม  น่าอัศจรรย์  น่าเคร้าใจ เป็นต้น  ตามที่เหมาะสมกับเนื้อความในตอนนั้น ๆ</p>\n<p><strong>อิติ -</strong> อยู่ต้นประโยค  อาจแปลเป็นคำสุดท้ายว่า  ด้วยประการฉะนี้ หรือแปลเป็นตัวแรกว่า  ดังนั้น</p>\n<p>- อยู่สุดข้อความเลขใน  อาจตัดทิ้งไม่ต้องแปลได้บ้าง  หรือจะแปลว่า ดังนี้  ก็ได้บ้าง</p>\n<p>- อยู่สุดรูปวิเคราะห์  หรือสุดข้อความของประโยคหน้าที่เชื่อม  ต่อกับประโยค หลัง  ให้แปลว่า  เหตุนั้น  เพราะเหตุนั้น</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"ca\"><strong>จ</strong> ศัพท์</h2>\n<p>ในกรณีที่ทำหน้าที่ควบข้อความ  สามารถแปลได้หลายแบบ  ดังนี้ - แปลว่า <strong>และ</strong> โดยวางคำแปลไว้เฉพาะที่ข้อความสุดท้ายที่ควบเท่านั้น  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>พุทฺโธ  จ  ธมฺโม  จ  สงฺโฆ  จ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">พระพุทธเจ้า  พระธรรม  และพระสงฆ์</div></div>\n<p>แปล <strong>จ</strong> ศัพท์  แต่ละตัวว่า  ๑  เมื่อมีการนับรวมเป็นตัวเลขหลัง <strong>อิติ</strong> ศัพท์  โดย</p>\n<p>วางคำแปลไว้ที่ศัพท์ทุกศัพท์ที่ควบอยู่  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>เอตนฺติ  ยา จ  พาลานํ  อเสวนา  ยา จ  ปณฺฑิตานํ  เสวนา  ยา จ  ปูชเนยฺ- ยานํ  ปูชา  อิทํ  อเสวนาทิ  ติวิธํ  กมฺมํ  อุตฺตมํ  มงฺคลนฺตยตฺโถ ฯ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">บทว่า <strong>เอตํ</strong> เป็นต้น  ความว่า  การไม่เสพคนพาล ๑  การเสพบัณฑิต ๑ การบูชาวัตถุที่ควรบูชา๑กรรม๓อย่างมีการไม่เสพเป็นต้นนี้ เป็นมงคลอันสูงสด  ฯ</div></div>\n<p>- แปล จ ศัพท์  แต่ละตัว  เป็นเลข ๑ ๒ ๓ ตามลำดับ  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ภิกฺขุ จ  ภิกฺขุนี จ  อุปาสโก จ  อุปาสิกา จ</div><div class=\"hb-gloss\">๑. ภิกษุ  ๒. ภิกษุณี  ๓. อุบาสก  ๔. อุบาสิกา</div></div>\n<p>- แปลว่า  ด้วย  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สา  หิ  เตน  ปฏฺฐิตา  เจว  สกฺโกติ  จ  สาสนํ  สนฺธาเรตุํ ฯ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">เพราะสัมมาปฏิบัตินั้น  พระองค์ทรงโปรดด้วย  อาจดำรงพระศาสนาไว้ได้ด้วย ฯ</div></div>\n<p>- แปลว่า <strong>ทั้ง</strong> เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>เอกจฺจา  มิจฺฉาทิฏฺฐิ  สคฺคาวรณา  เจว  โหติ  มคฺคาวรณา  จ ฯ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">มิจฉาทิฏฐิบางอย่าง  ทั้งห้ามสวรรค์  ทั้งห้ามมรรค ฯ</div></div>\n<p>- แปลว่า <strong>ก็ดี</strong> เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยถาวุตฺตกาลวิเสโส  นาม  ปริโภคกาลโต  ปรํ  ปุเรภตฺตํ  ปจฺฉาภตฺตํ  รตฺติยา ยามตฺตยญฺจ  ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">แต่ก่อนฉันข้าวก็ดี  ภายหลังฉันข้าวก็ดี  สามยามแห่งราตรีก็ดี  อื่นจากกาลบริโภคภัต  ชื่อว่า  กาลวิเศษตามที่กล่าวแล้ว ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"va\"><strong>วา</strong> ศัพท์</h2>\n<p>เมื่อทำหน้าที่เป็นนิบาตต้นข้อความ  แปลว่า  อีกอย่างหนึ่ง  อีกนัยหนึ่ง เมื่อทำหน้าที่ควบข้อความ  สามารถแปลได้หลายแบบ  เช่นเดียวกับ จ  ศัพท์ ดังนี้ - แปลว่า <strong>หรือ</strong> โดยวางคำแปลไว้ที่คำสุดท้ายของศัพท์ที่ควบ  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>นาวา  วา  ผลกํ  วา  กทลิกฺขนฺโธ  วา  ทารุกฺขนฺโธ  วา  ปุรโต  ฐเปตพฺโพ ฯ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ควรทอดเรือ  วางแผ่นกระดาน  ต้นกล้วย  หรือท่อนไม้  ไว้ข้างหน้า ฯ</div></div>\n<p>- แปลว่า <strong>ก็ดี</strong> เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ตาปิ  ยาว  ภิกฺขุภาวํ  วา  ปฏิชานาติ  น  วุฏฺฐาติ  วา  น  เทเสติ  วา  ตาวเทว  น ตโต  ปรํ ฯ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">อาบัติแม้เหล่านั้น  ย่อมทำอันตรายตลอดเวลาที่ภิกษุผู้ต้องอาบัติยังปฏิญญาความเป็นภิกษุอยู่ก็ดี  ยังไม่อยู่กรรมก็ดี  ยังไม่แสดงก็ดี  เท่านั้น  ต่อแต่นั้นไป  หาทำอันตรายไม่ ฯ</div></div>\n<p>- แปลว่า <strong>ก็ตาม</strong> เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อปฺเปน  วา  พหุนา  วา  ธเนน  กีตา  ธนกฺกีตา ฯ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">หญิงที่เขาซื้อมาด้วยทรัพท์  น้อยก็ตาม  มากก็ตาม  ชื่อว่า <strong>ธนกฺกีตา</strong> ฯ</div></div>\n<p>- แปลว่า <strong>ก็ได้</strong> เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>วาจาย  พฺโย  ปเถติ  สนฺธิกปฺปสทฺทนีติสุตฺเตน  มหาวุตฺตินา  วา  ปถสทฺเท  ปเร วาจาสทฺทสฺส  พฺยาเทโส ฯ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">อาเทส  วาจา  ศัพท์  เป็น  พฺย  ในเพราะ  ปถ  ศัพท์หนปลาย  ด้วยสูตรสัททนีติปกรณ์  ตอนว่าด้วยสนธิกัปปะว่า  วาจาย  พฺโย  ปเถ  ก็ได้  ด้วยมหาพฤทธิ์  ก็ได้</div></div>\n<p>- แปลว่า ก็มี  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>เตหิ  ปน  จิตฺเตหิ  สห  ชาตา  อภิชฺฌาพฺยาปาทมิจฺฉาทิฏฺฐิโย  เจตนาปกฺขิกา  วา ภวนฺติ  อพฺโพหาริกา  วา ฯ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ก็  อภิชฌา  พยาบาท  และมิจฉาทิฏฐิ  ที่เกิดร่วมกับจิตเหล่านั้น  จัดเป็นฝ่ายเจตนาก็มี  เป็นอัพโพหาริกก็มี ฯ</div></div>\n<p>- แปลว่า <strong>บ้าง</strong> เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อทินฺนาทานํ  สตฺตารมฺมณํ  วา  สงฺขารารมฺมณํ  วา  ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">อทินนาทาน  มีสัตว์เป็นอารมณ์  มีสังขารเป็นอารมณ์บ้าง</div></div>\n<p>- แปลว่า <strong>ทั้ง</strong> เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อุณฺหํ  วา  สีตํ  วา  วาตํ  วา  วาเรติ  ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">นันทดาบทห้ามได้ทั้งร้อน  ทั้งหนาว  ทั้งลม ฯ</div></div>","outline":[{"title":"ลำดับการแปล","section":"s119","anchor":"s119"},{"title":"อาลปนะ","section":"s119","anchor":"alapana"},{"title":"นิบาต","section":"s119","anchor":"s119-nibata"},{"title":"จ ศัพท์","section":"s119","anchor":"ca"},{"title":"วา ศัพท์","section":"s119","anchor":"va"}],"topics":[{"anchor":"alapana","title":"๑.๑ อาลปนะ","level":2},{"anchor":"s119-nibata","title":"๑.๒ นิบาต","level":2},{"anchor":"ca","title":"จ ศัพท์","level":2},{"anchor":"va","title":"วา ศัพท์","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลเบืองตนการแปลโดยอรรถนีจะเนนการแปลในมงคลตถทีปนีเปนหลกเพราะใชหลกการเดียวสามารถนำไปใชในการแปลโดยอรรถในป.ธ.๑-๒-๓ไดซึงมีหลกการเบืองตน๙ประการดงตอไปนี๑.ลำดบการแปลในการแปลโดยอรรถลำดบการแปลจะไมตายตวเหมือนการแปลโดยพยญชนะเสียทีเดียวสามารถเปลียนแปลงไปไดตามศพททีตองการเนนเชนหากในประโยคนนตองการเนนกรรมกสามารถแปลกรรมกอนประธานไดยิงกวานนทุกวิภตติยงสามารถแปลกอนศพทอืนในประโยคไดหากไมทำใหเสียความหรือทำใหเขาใจเปนอยางอืนดงตวอยางตอไปนีตตถมยญจอญเญจอนิฏฐงคตาฯในปญหานนทงพวกขาพเจาทงพวกอืนยงตกลงกนไมไดฯอนึงจะกลาวถึงลำดบในการแปลโดยอรรถของศพทบางประเภททีมีความแตกตางจากการแปลโดยพยญชนะดงนี๑.๑อาลปนะตามปกติในการแปลโดยพยญชนะเราจะตองแปลอาลปนะเปนตวแรกของประโยคเสมอแตในการแปลโดยอรรถอาจเปลียนลำดบการแปลไดกลาวคือศพทอาลปนะทีเรียงไวตนประโยคใหแปลกอนศพทอืนตามปกติสวนอาลปนะทีเรียงไวสุดประโยคชิดกบอิติศพทจะนิยมแปลเปนคำลงทายเชนโสตํนาเมตํโภสาธุมปิอสาธุมปิมนาปมปิอมนาปมปิสุณาติฯทานผูเจริญชือวาโสตะนนยอมไดยินเสียงดีบางไมดีบางนาชอบใจบางไมนาชอบใจบางฯอิมํปวตตึสุตวาปินจินเตมิสปปิปาฏิยาภินนายกึจินเตสสามิภนเตติฯดิฉนแมไดยินเรืองนีแลวยงมิคำนึงถึงเมือภาชนะเนยใสแตกไปแลวดิฉนจกคำนึงถึงทำไมเลา?เจาขาฯ๑.๒นิบาตมีการแปล๒อยางคือแปลกอนศพทอืนในประโยคเมือเปนคำขึนตนขอความและแปลควบเขากบศพทหรือขอความตางๆในประโยคศพทนิบาตนีมีคำแปลหลากหลายยากทีจะกลาวใหแนนอนลงไปไดสุดแตความเหมาะสมของเนือหาในชวงนนๆในทีนีจะกลาวถึงเฉพาะบางศพททีมีคำแปลอนทานไดแสดงไวชดเจนแลวเทานนอถ-ถาอยูในขอความเลขนอกใหแปลวาครงนนเมือนนทีนนตอมาลำดบนนเปนตน-ถาอยูในขอความเลขในใหแปลวาเมือเปนอยางนนเมือเปนเชนนนยาวมาคูกบปญจมีวิภตติแปลวาจนกวาจนกระทงจนถึงวิย,อิวแปลวาดุจประดุจเหมือนอยางเชนดงเปนตนว,เอวแปลวาเทียวนนเทียวเทานนนนเองแลเลยแหละเปนตนกิรแปลวาไดยินวาขาววาเลากนวานยวาทราบวาดงไดสดบมาวาเปนตนอามสำหรบบุคคลทวไปแปลวาเออขอรบจะคะเปนตนใชเปนราชาศพทแปลวาพระเจาขาเจริญพรขอถวายพระพรปิ,อปิถาควบบทเดียวในประโยคแปลวาแมฝายวาสวนวาถึงเปนตนถาควบตงแต๒บทขึนไปแปลวาแมบางกดีกตามตงทงอโหวตแปลวาโอหนอแหมพุโธตายจริงนาชมนาอศจรรยนาเคราใจเปนตนตามทีเหมาะสมกบเนือความในตอนนนๆอิติ-อยูตนประโยคอาจแปลเปนคำสุดทายวาดวยประการฉะนีหรือแปลเปนตวแรกวาดงนน-อยูสุดขอความเลขในอาจตดทิงไมตองแปลไดบางหรือจะแปลวาดงนีกไดบาง-อยูสุดรูปวิเคราะหหรือสุดขอความของประโยคหนาทีเชือมตอกบประโยคหลงใหแปลวาเหตุนนเพราะเหตุนนจศพทในกรณีทีทำหนาทีควบขอความสามารถแปลไดหลายแบบดงนี-แปลวาและโดยวางคำแปลไวเฉพาะทีขอความสุดทายทีควบเทานนเชนพุทโธจธมโมจสงโฆจพระพุทธเจาพระธรรมและพระสงฆแปลจศพทแตละตววา๑เมือมีการนบรวมเปนตวเลขหลงอิติศพทโดยวางคำแปลไวทีศพททุกศพททีควบอยูเชน**เอตนติยาจพาลานํอเสวนายาจปณฑิตานํเสวนายาจปูชเนย-ยานํปูชาอิทํอเสวนาทิติวิธํกมมํอุตตมํมงคลนตยตโถฯ**บทวาเอตํเปนตนความวาการไมเสพคนพาล๑การเสพบณฑิต๑การบูชาวตถุทีควรบูชา๑กรรม๓อยางมีการไมเสพเปนตนนีเปนมงคลอนสูงสดฯ-แปลจศพทแตละตวเปนเลข๑๒๓ตามลำดบเชนภิกขุจภิกขุนีจอุปาสโกจอุปาสิกาจ๑.ภิกษุ๒.ภิกษุณี๓.อุบาสก๔.อุบาสิกา-แปลวาดวยเชนสาหิเตนปฏฐิตาเจวสกโกติจสาสนํสนธาเรตุํฯเพราะสมมาปฏิบตินนพระองคทรงโปรดดวยอาจดำรงพระศาสนาไวไดดวยฯ-แปลวาทงเชนเอกจจามิจฉาทิฏฐิสคคาวรณาเจวโหติมคคาวรณาจฯมิจฉาทิฏฐิบางอยางทงหามสวรรคทงหามมรรคฯ-แปลวากดีเชนยถาวุตตกาลวิเสโสนามปริโภคกาลโตปรํปุเรภตตํปจฉาภตตํรตติยายามตตยญจฯแตกอนฉนขาวกดีภายหลงฉนขาวกดีสามยามแหงราตรีกดีอืนจากกาลบริโภคภตชือวากาลวิเศษตามทีกลาวแลวฯวาศพทเมือทำหนาทีเปนนิบาตตนขอความแปลวาอีกอยางหนึงอีกนยหนึงเมือทำหนาทีควบขอความสามารถแปลไดหลายแบบเชนเดียวกบจศพทดงนี-แปลวาหรือโดยวางคำแปลไวทีคำสุดทายของศพททีควบเชนนาวาวาผลกํวากทลิกขนโธวาทารุกขนโธวาปุรโตฐเปตพโพฯควรทอดเรือวางแผนกระดานตนกลวยหรือทอนไมไวขางหนาฯ-แปลวากดีเชนตาปิยาวภิกขุภาวํวาปฏิชานาตินวุฏฐาติวานเทเสติวาตาวเทวนตโตปรํฯอาบติแมเหลานนยอมทำอนตรายตลอดเวลาทีภิกษุผูตองอาบติยงปฏิญญาความเปนภิกษุอยูกดียงไมอยูกรรมกดียงไมแสดงกดีเทานนตอแตนนไปหาทำอนตรายไมฯ-แปลวากตามเชนอปเปนวาพหุนาวาธเนนกีตาธนกกีตาฯหญิงทีเขาซือมาดวยทรพทนอยกตามมากกตามชือวาธนกกีตาฯ-แปลวากไดเชน**วาจายพโยปเถติสนธิกปปสททนีติสุตเตนมหาวุตตินาวาปถสทเทปเรวาจาสททสสพยาเทโสฯ**อาเทสวาจาศพทเปนพยในเพราะปถศพทหนปลายดวยสูตรสททนีติปกรณตอนวาดวยสนธิกปปะวาวาจายพโยปเถกไดดวยมหาพฤทธิกได-แปลวากมีเชน**เตหิปนจิตเตหิสหชาตาอภิชฌาพยาปาทมิจฉาทิฏฐิโยเจตนาปกขิกาวาภวนติอพโพหาริกาวาฯ**กอภิชฌาพยาบาทและมิจฉาทิฏฐิทีเกิดรวมกบจิตเหลานนจดเปนฝายเจตนากมีเปนอพโพหาริกกมีฯ-แปลวาบางเชนอทินนาทานํสตตารมมณํวาสงขารารมมณํวาฯอทินนาทานมีสตวเปนอารมณมีสงขารเปนอารมณบาง-แปลวาทงเชนอุณหํวาสีตํวาวาตํวาวาเรติฯนนทดาบทหามไดทงรอนทงหนาวทงลมฯ","nex":16,"url":"lak-buengton"},{"id":"s120","part":"การแปลโดยอรรถ","no":"๒","title":"๒. สำเนียงอายตนิบาต","level":2,"path":["๒. สำเนียงอายตนิบาต"],"pdf":99,"page":92,"html":"<p>ในการแปลโดยอรรถ  จะตัดสำเนียงอายตนิบาตบางตัวออกได้บ้าง  เพื่อให้สำนวนกระชับขึ้น  และให้ได้เนื้อความชัดเจนตามความนิยมในภาษาไทย  ดังนี้</p>\n<p>ปฐมาวิภัตติ  ให้ตัดสำเนียง <strong>อ.</strong> ทิ้งทุกกรณี</p>\n<p>ทุติยาวิภัตติ  ถึงสัตตมีวิภัตติ  คงสำเนียงอายตนิบาตไว้บ้าง  ตัดสำเนียงอายตนิบาตออกบ้าง  และใช้คำอื่นแทนบ้าง  ดังตัวอย่างต่อไปนี้ - ตัดคำว่า  ซึ่ง  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สุตฺตตฺถํ  สํวณฺณยนฺเตน  หิ๑  ปฐมํ  สุตฺตุปฺปตฺตึ  ววตฺถานญฺจ  วตฺวา  ปจฺฉา อตฺโถ  สํวณฺณิเยต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ดำเนินความว่า  เมื่อท่านอาจารย์จะสังวรรณนาอรรถแห่งพระสูตรกล่าวเหตุเกิดแห่งพระสูตร  และการกำหนด (พระสูตร)  ก่อน  แล้วจึงสังวรรณนาอรรถ(แห่งพระสูตรนั้น) ภายหลัง</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">* <strong>หิ</strong> ศัพท์  ที่ขึ้นต้นเรื่อง  อาจแปลได้หลายอย่าง  เช่น <strong>ก็ , ดังจะกล่าวโดยย่อ, ดังจะกล่าวโดยพิสดาร</strong> เป็นต้น  แต่ในที่นี้แปลว่า \"<strong>ดำเนินความว่า</strong>\" ตามลีลาของหนังสือ *</p>\n<p>- คงคำว่า  สิ้น , ตลอด ไว้  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>หิตายสฺสาติ  อสฺส  เปตชนสฺส  ทีฆรตฺตํ  จิรํ  กาลํ  หิตตฺถาย ฯ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">บทว่า  หิตายสฺส  คือ  เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนนั้น  คือ  ชนผู้ละไปแล้ว  <strong>ตลอด</strong>ราตรีนาน  คือ  <strong>ตลอด</strong>กาลนาน ฯ</div></div>\n<p>- ใช้คำอื่นแทนคำว่า <strong>อัน</strong> เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">สเจ  นทีโสเตน  วุยฺหมานํ  มาตรํ  ปสฺสติ ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">ถ้าภิกษุเห็นโยมแม่<strong>ถูก</strong>กระแสน้ำพัดมา ฯ</div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"plural\"><strong>๓. การแปลศัพท์พหุวจนะ</strong></h2>\n<p>จะไม่ใช้ตัวย่อ <strong>ท.</strong> โดยเด็ดขาด  แต่ให้เขียนเต็มว่า ทั้งหลาย  หลายคน  หลายสิ่ง  หรือ  พวก  หรือ  เหล่า  แทนก็ได้  เช่น ปุริสา  แปลว่า ชายหลายคน  เป็นต้น  ส่วนพหุจนะที่มีวิเสสนสัพพนาม  หรือมีสังขยาบอกจำนวนกำกับอยู่  ไม่ต้องออกคำว่า <strong>ทั้งหลาย</strong> ที่ตัวนาม  เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">- สพฺเพ  ภิกฺขู</div><div class=\"hb-gloss\">ภิกษุทั้งหมด  หรือ  ภิกษุทุกรูป</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">- ปญฺจ  ธมฺมา</div><div class=\"hb-gloss\">ธรรม ๕ ประการ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">- อิเม  เทวปุตฺตา</div><div class=\"hb-gloss\">เทพบุตรเหล่านี้  เป็นต้น</div></div></div>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"passive\">๔. การแปลประโยคกัมมวาจก</h2>\n<p>ขึ้นอยู่กับลำดับการเรียงของศัพท์ในประโยค  ดังนี้</p>\n<p>ถ้าวาง <strong>ประธาน</strong> (วุตตกัมมะ) ไว้ข้างหน้าอนภิหิตกัตตา  แสดงว่า  ต้องการเน้นตัวประธานจะนิยมแปลคงรูปกัมมวาจก</p>\n<p>ถ้าวาง <strong>อนภิหิตกัตตา</strong> ไว้หน้า  แล้ววางประธานไว้ชิดกับกิริยาแสดงว่าต้องการเน้นตัว <strong>อนภิหิตกัตตา</strong> จะนิยมแปลอนภิหิตกัตตาก่อน  แล้วจึงแปลกิริยา  และประธาน (วุตตกัมมะ) ตามลำดับเหมือนเป็นประโยคกัตตุวาจก  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">สุตฺตตฺถํ  สํวณฺณยนฺเตน  หิ  ปฐมํ  สุตฺตุปฺปตฺตี  ววตฺถานญฺจ  วตฺวา  ปจฺฉา อตฺโถ  สํวณฺณิยเต</div><div class=\"hb-gloss\">ดำเนินความว่า  เมื่อท่านอาจารย์จะสังวรรณนาอรรถแห่งพระสูตรกล่าวเหตุเกิดแห่งพระสูตร  และการกำหนด (พระสูตร)  ก่อน  แล้วจึงสังวรรณนาอรรถ (แห่งพระสูตรนั้น) ภายหลัง (สำนวนสนามหลวง ปี ๒๕๐๐)</div></div>\n<p>สำหรับประโยคกัมมวาจกที่ไม่ได้วาง <strong>\" อนภิหิตกัตตา \"</strong> ให้เห็น  วางไว้ให้เห็นเฉพาะประธานกับกิริยา  จะแปลอนภิหิตกัตตาก่อน  หรือประธานก่อนก็ได้  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ตสฺมา  สุตฺตุปฺปตฺยาทิ  วุจฺจเต ฯ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">- ถ้าแปลอนภิหิตกัตตาก่อน  ให้แปลว่า เพราะฉะนั้น  ข้าพเจ้าจะกล่าวเหตุเกิดแห่งพระสูตรเป็นต้น ฯ - ถ้าแปลประธานก่อน  ให้แปลว่า เพราะฉะนั้น  เหตุเกิดแห่งพระสูตรเป็นต้น  ข้าพเจ้าจะกล่าว ฯ</div></div>","outline":[{"title":"สำเนียงอายตนิบาต","section":"s120","anchor":"s120"},{"title":"ศัพท์พหุวจนะ","section":"s120","anchor":"plural"},{"title":"ประโยคกัมมวาจก","section":"s120","anchor":"passive"}],"topics":[{"anchor":"plural","title":"๓. การแปลศัพท์พหุวจนะ","level":2},{"anchor":"passive","title":"๔. การแปลประโยคกัมมวาจก","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"๒.สำเนียงอายตนิบาตในการแปลโดยอรรถจะตดสำเนียงอายตนิบาตบางตวออกไดบางเพือใหสำนวนกระชบขึนและใหไดเนือความชดเจนตามความนิยมในภาษาไทยดงนีปฐมาวิภตติใหตดสำเนียงอ.ทิงทุกกรณีทุติยาวิภตติถึงสตตมีวิภตติคงสำเนียงอายตนิบาตไวบางตดสำเนียงอายตนิบาตออกบางและใชคำอืนแทนบางดงตวอยางตอไปนี-ตดคำวาซึงเชน**สุตตตถํสํวณณยนเตนหิ๑ปฐมํสุตตุปปตตึววตถานญจวตวาปจฉาอตโถสํวณณิเยต***หิศพททีขึนตนเรืองอาจแปลไดหลายอยางเชนก,ดงจะกลาวโดยยอ,ดงจะกลาวโดยพิสดารเปนตนแตในทีนีแปลวา\"ดำเนินความวา\"ตามลีลาของหนงสือ*ดำเนินความวาเมือทานอาจารยจะสงวรรณนาอรรถแหงพระสูตรกลาวเหตุเกิดแหงพระสูตรและการกำหนด(พระสูตร)กอนแลวจึงสงวรรณนาอรรถ(แหงพระสูตรนน)ภายหลง-คงคำวาสิน,ตลอดไวเชนหิตายสสาติอสสเปตชนสสทีฆรตตํจิรํกาลํหิตตถายฯบทวาหิตายสสคือเพือประโยชนเกือกูลแกชนนนคือชนผูละไปแลวตลอดราตรีนานคือตลอดกาลนานฯ-ใชคำอืนแทนคำวาอนเชนสเจนทีโสเตนวุยหมานํมาตรํปสสติฯถาภิกษุเหนโยมแมถูกกระแสนำพดมาฯ๓.การแปลศพทพหุวจนะจะไมใชตวยอท.โดยเดดขาดแตใหเขียนเตมวาทงหลายหลายคนหลายสิงหรือพวกหรือเหลาแทนกไดเชนปุริสาแปลวาชายหลายคนเปนตนสวนพหุจนะทีมีวิเสสนสพพนามหรือมีสงขยาบอกจำนวนกำกบอยูไมตองออกคำวาทงหลายทีตวนามเชน-สพเพภิกขูภิกษุทงหมดหรือภิกษุทุกรูป-ปญจธมมาธรรม๕ประการ-อิเมเทวปุตตาเทพบุตรเหลานีเปนตน๔.การแปลประโยคกมมวาจกขึนอยูกบลำดบการเรียงของศพทในประโยคดงนีถาวางประธาน(วุตตกมมะ)ไวขางหนาอนภิหิตกตตาแสดงวาตองการเนนตวประธานจะนิยมแปลคงรูปกมมวาจกถาวางอนภิหิตกตตาไวหนาแลววางประธานไวชิดกบกิริยาแสดงวาตองการเนนตวอนภิหิตกตตาจะนิยมแปลอนภิหิตกตตากอนแลวจึงแปลกิริยาและประธาน(วุตตกมมะ)ตามลำดบเหมือนเปนประโยคกตตุวาจกเชนสุตตตถํสํวณณยนเตนหิปฐมํสุตตุปปตตีววตถานญจวตวาปจฉาอตโถสํวณณิยเตดำเนินความวาเมือทานอาจารยจะสงวรรณนาอรรถแหงพระสูตรกลาวเหตุเกิดแหงพระสูตรและการกำหนด(พระสูตร)กอนแลวจึงสงวรรณนาอรรถ(แหงพระสูตรนน)ภายหลง(สำนวนสนามหลวงปี๒๕๐๐)สำหรบประโยคกมมวาจกทีไมไดวาง\"อนภิหิตกตตา\"ใหเหนวางไวใหเหนเฉพาะประธานกบกิริยาจะแปลอนภิหิตกตตากอนหรือประธานกอนกไดเชนตสมาสุตตุปปตยาทิวุจจเตฯ-ถาแปลอนภิหิตกตตากอนใหแปลวาเพราะฉะนนขาพเจาจะกลาวเหตุเกิดแหงพระสูตรเปนตนฯ-ถาแปลประธานกอนใหแปลวาเพราะฉะนนเหตุเกิดแหงพระสูตรเปนตนขาพเจาจะกลาวฯ","nex":8,"url":"samniang-ayatanibata"},{"id":"s121","part":"การแปลโดยอรรถ","no":"๕","title":"๕. การแปลประโยคที่มีศัพท์ฉัฏฐีวิภัตติวางไว้หน้าประธาน","level":2,"path":["๕. การแปลประโยคที่มีศัพท์ฉัฏฐีวิภัตติวางไว้หน้าประธาน"],"pdf":101,"page":94,"html":"<p>และมีกิริยาว่ามีว่าเป็น</p>\n<p>กรณีเช่นนี้  นิยมแปลศัพท์ฉัฏฐีวิภัตติขึ้นก่อน  ตามด้วยกิริยาว่ามีว่าเป็น  (หรือ ชนฺ ธาตุ)  และ  ประธาน  ตามลำดับ  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สพฺพสุตฺตานญฺหิ   อตฺตชฺฌาสยา  ปรชฺฌาสยา  อตฺถุปฺปตฺติกา  ปุจฺฉาวสิกา  จาติ จตุพฺพิธา  อุปฺปตฺติ  โหติ ฯ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">แท้จริง  พระสูตรทั้งหมดมี<strong>เหตุเกิด</strong> ๔ อย่างคือ   เกิดเพราะอัธยาศัยของตนเอง๑ เกิดเพราะอัธยาศัยของผู้อื่น๑ เกิดเพราะเกิดเรื่องขึ้น๑ เกิดเพราะอำนาจแห่งคำถาม๑ ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"๕.การแปลประโยคทีมีศพทฉฏฐีวิภตติวางไวหนาประธานและมีกิริยาวามีวาเปนกรณีเชนนีนิยมแปลศพทฉฏฐีวิภตติขึนกอนตามดวยกิริยาวามีวาเปน(หรือชนธาตุ)และประธานตามลำดบเชน**สพพสุตตานญหิอตตชฌาสยาปรชฌาสยาอตถุปปตติกาปุจฉาวสิกาจาติจตุพพิธาอุปปตติโหติฯ**แทจริงพระสูตรทงหมดมีเหตุเกิด๔อยางคือเกิดเพราะอธยาศยของตนเอง๑เกิดเพราะอธยาศยของผูอืน๑เกิดเพราะเกิดเรืองขึน๑เกิดเพราะอำนาจแหงคำถาม๑ฯ","nex":1,"url":"chatthi-na-prathan"},{"id":"s122","part":"การแปลโดยอรรถ","no":"๖","title":"๖. การแปล อิติ ศัพท์ ที่มีสังขยาอยู่หน้า","level":2,"path":["๖. การแปล อิติ ศัพท์ ที่มีสังขยาอยู่หน้า"],"pdf":101,"page":94,"html":"<p>กรณีเช่นนี้  ให้แปล <strong>อิติ</strong> ศัพท์ว่า <strong>คือ</strong> ดังตัวอย่างในข้อที่ ๕</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"๖.การแปลอิติศพททีมีสงขยาอยูหนากรณีเชนนีใหแปลอิติศพทวาคือดงตวอยางในขอที๕","nex":0,"url":"iti-sankhya"},{"id":"s123","part":"การแปลโดยอรรถ","no":"๗","title":"๗. การแปลแก้อรรถในมังคลัตถทีปนี","level":2,"path":["๗. การแปลแก้อรรถในมังคลัตถทีปนี"],"pdf":101,"page":94,"html":"<p>เนื่องจากในมังคลัตถทีปนีมีการกล่าวอ้างถึงอรรถกถา ฏีกา อนุฎีกา และโยชนา</p>\n<p>ดังนั้น  ก่อนจะแปลจึงต้องดูว่าเนื้อความตอนนี้อ้างอิงมาจากคัมภีร์ใดหรือไม่</p>\n<p>โดยสังเกตจากชื่อคัมภีร์ทีกำกับไว้ท้ายข้อความ เช่น ตพฺพณฺณ-นา , ตฏฺฏีกา , ตทนุฏีกา , โยชนา  หรือชื่อคัมภีร์นั้น ๆ เป็ต้น</p>\n<p>และให้แปลคำเหล่านี้เสียก่อนเพื่อนเป็นตัวเปิด <strong>อิติ</strong>  ศัพท์  แล้วจึงแปลเนื้อความแก้อรรถ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"kae-attha-bot-tang\">ในการแปลแก้อรรถ</h2>\n<ul><li>บทตั้ง ๑ บท             ให้ใช้คำว่า  <strong>\"บทว่า\"</strong></li><li>บทตั้ง ๒ บท             ให้ใช้คำว่า  <strong>\"สองบทว่า\"</strong></li><li>บทตั้ง ๓ บทขึ้นไป     ให้ใช้คำว่า   <strong>\"หลายบทว่า\"</strong></li><li>บทตั้งครบ  ๑  บาทคาถา (อาจเป็น  ๘ - ๙ พยางค์ ,  ๑๑ ,๑๒ พยางค์, หรือ ๑๔ - ๑๖  พยางค์  แล้วแต่ประเภทของฉันทลักษณ์) ใช้คำว่า <strong>\"บาทคาถาว่า\"</strong></li><li>ถ้าบทตั้งเป็นข้อความยาว ๆ ใช้คำว่า  <strong>\"คำว่า\"</strong>  หรือ <strong>\"ข้อว่า\"</strong></li><li>ถ้าบทตั้งเป็นอัพยยศัพท์  เช่น  นิบาต  ใช้คำว่า  <strong>\"ศัพท์ว่า\"</strong></li></ul>","outline":[],"topics":[{"anchor":"kae-attha-bot-tang","title":"ในการแปลแก้อรรถ","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"๗.การแปลแกอรรถในมงคลตถทีปนีเนืองจากในมงคลตถทีปนีมีการกลาวอางถึงอรรถกถาฏีกาอนุฎีกาและโยชนาดงนนกอนจะแปลจึงตองดูวาเนือความตอนนีอางอิงมาจากคมภีรใดหรือไมโดยสงเกตจากชือคมภีรทีกำกบไวทายขอความเชนตพพณณ-นา,ตฏฏีกา,ตทนุฏีกา,โยชนาหรือชือคมภีรนนๆเปตนและใหแปลคำเหลานีเสียกอนเพือนเปนตวเปิดอิติศพทแลวจึงแปลเนือความแกอรรถในการแปลแกอรรถ-บทตง๑บทใหใชคำวา\"บทวา\"-บทตง๒บทใหใชคำวา\"สองบทวา\"-บทตง๓บทขึนไปใหใชคำวา\"หลายบทวา\"-บทตงครบ๑บาทคาถา(อาจเปน๘-๙พยางค,๑๑,๑๒พยางค,หรือ๑๔-๑๖พยางคแลวแตประเภทของฉนทลกษณ)ใชคำวา\"บาทคาถาวา\"-ถาบทตงเปนขอความยาวๆใชคำวา\"คำวา\"หรือ\"ขอวา\"-ถาบทตงเปนอพยยศพทเชนนิบาตใชคำวา\"ศพทวา\"","nex":0,"url":"kae-attha-mangalattha"},{"id":"s124","part":"การแปลโดยอรรถ","no":"๘","title":"๘. การแปลรูปวิเคราะห์","level":2,"path":["๘. การแปลรูปวิเคราะห์"],"pdf":102,"page":95,"html":"<p>สามารถแปลได้หลายแบบ  เช่น</p>\n<ul><li><strong>แปลออก</strong>  คือ  แปลจากรูปวิเคราะห์ไปหาบทสำเร็จ ตามปกติ</li><li><strong>แปลเข้า</strong>  คือ  แปลจากรูปสำเร็จเข้ามาหารูปวิเคราะห์  หรือแปลแบบอื่นได้บ้าง แต่ไม่ว่าจะเป็นการแปลแบบใด  ก็ต้องคงรูปไวยากรณ์ไว้  ให้ถูกต้องทุกกรณี</li></ul>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"๘.การแปลรูปวิเคราะหสามารถแปลไดหลายแบบเชน-แปลออกคือแปลจากรูปวิเคราะหไปหาบทสำเรจตามปกติ-แปลเขาคือแปลจากรูปสำเรจเขามาหารูปวิเคราะหหรือแปลแบบอืนไดบางแตไมวาจะเปนการแปลแบบใดกตองคงรูปไวยากรณไวใหถูกตองทุกกรณี","nex":0,"url":"attha-rup-wikhro"},{"id":"s125","part":"การแปลโดยอรรถ","no":"๙","title":"๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","level":2,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ"],"pdf":102,"page":95,"html":"<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">- <strong>เอวรูป</strong></div><div class=\"hb-gloss\">แปลเป็นสำนวนว่า <strong>\"เห็นปานนี้\"</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ตถารูป</strong></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>\"เห็นปานนั้น\"</strong></div></div></div>\n<ul><li><strong>เสยฺยถิทํ</strong> ให้แปลว่า <strong>คือ</strong> ทุกกรณี  แล้วแปลต่อเนื่องไปโดยไม่ต้องขึ้นประโยคใหม่</li><li><strong>นาม</strong> ศัพท์  ถ้าใช้ในเรื่องที่ดี  ให้แปลว่า <strong>\"ธรรมดาว่า\"</strong></li></ul>\n<p>ถ้าใช้ในเรื่องที่ไม่ดี  ให้แปลว่า   <strong>\"ขึ้นชื่อว่า\"</strong> ถ้าใช้ในเรื่องที่เป็นกลาง ๆ  ให้แปลว่า <strong>\"ชื่อว่า\"</strong></p>\n<ul><li><strong>วเสน</strong> ศัพท์  ที่มีสังขยาวางไว้ข้างหลัง  นิยมแปลว่า <strong>\"คือ\"</strong> เช่น</li></ul>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ปูชา  นาม  อามิสปฺปฏิปตฺติวเสน  ทุวิธา  โหติ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ชื่อว่าการบูชา  มี  ๒  อย่าง  คือ  อามิสบูชา  และ  ปฏิบัติบูชา</div></div>","outline":[{"title":"ศัพท์เฉพาะและสำนวนนิยม","section":"s125","anchor":"s125"},{"title":"นามและคำแปลวิภัตติ","section":"s129","anchor":"s129"},{"title":"กิริยาอาขยาตและธาตุ","section":"s138","anchor":"s138"},{"title":"การแปลสลับวาจก","section":"s145","anchor":"s145"},{"title":"กิร ตามบริบท","section":"s147","anchor":"s147"}],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"๙.การแปลศพทเฉพาะ-เอวรูปแปลเปนสำนวนวา\"เหนปานนี\",ตถารูป\"เหนปานนน\"-เสยยถิทํใหแปลวาคือทุกกรณีแลวแปลตอเนืองไปโดยไมตองขึนประโยคใหม-นามศพทถาใชในเรืองทีดีใหแปลวา\"ธรรมดาวา\"ถาใชในเรืองทีไมดีใหแปลวา\"ขึนชือวา\"ถาใชในเรืองทีเปนกลางๆใหแปลวา\"ชือวา\"-วเสนศพททีมีสงขยาวางไวขางหลงนิยมแปลวา\"คือ\"เชนปูชานามอามิสปปฏิปตติวเสนทุวิธาโหติชือวาการบูชามี๒อยางคืออามิสบูชาและปฏิบติบูชา","nex":3,"url":"sap-chaphro"},{"id":"s126","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"สิ่งที่นิยม","level":3,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","สิ่งที่นิยม"],"pdf":103,"page":96,"html":"<h3 class=\"hb-topic\" id=\"attha-upama\">๑.ประโยคอุปมา  (ที่มี อิว  วิย  ยถา)</h3>\n<p>นิยมแปลว่า  เหมือน...............ฉะนั้น</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"attha-yatha-tatha\">๒.แปลล้ม  ยถา  ตถา  (เอวํ)</h3>\n<p>ให้แปลว่า  โดยประการที่.....................</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"attha-ya-ta-collapse\">๓.แปลล้ม  ย, ต</h3>\n<p>ให้ใช้คำว่า  ผู้, ที่, ซึ่ง, หรือ  อัน  มาช่วย  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เยน  ปุญฺญํ  กตํ  ตสฺเสว  อานิสํโส  โหติ</div><div class=\"hb-gloss\">อานิสงส์  ย่อมมีแก่บุคคลที่ทำบุญไว้เท่านั้น</div></div>\n<p>(ให้แปลประโยค ต ไปหาประโยค ย ทั้งข้อ ๒ และข้อ ๓)</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"attha-upama","title":"๑.ประโยคอุปมา  (ที่มี อิว  วิย  ยถา)","level":3},{"anchor":"attha-yatha-tatha","title":"๒.แปลล้ม  ยถา  ตถา  (เอวํ)","level":3},{"anchor":"attha-ya-ta-collapse","title":"๓.แปลล้ม  ย, ต","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"สิงทีนิยม๑.ประโยคอุปมา(ทีมีอิววิยยถา)นิยมแปลวาเหมือน...............ฉะนน๒.แปลลมยถาตถา(เอวํ)ใหแปลวาโดยประการที.....................๓.แปลลมย,ตใหใชคำวาผู,ที,ซึง,หรืออนมาชวยเชนเยนปุญญํกตํตสเสวอานิสํโสโหติอานิสงสยอมมีแกบุคคลทีทำบุญไวเทานน(ใหแปลประโยคตไปหาประโยคยทงขอ๒และขอ๓)","nex":1,"url":"sap-chaphro#sing-niyom"},{"id":"s127","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"สำนวนนิยม","level":3,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","สำนวนนิยม"],"pdf":103,"page":96,"html":"<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๑. <strong>วุตฺตญฺเหตํ , วุตฺตมฺปิ  เจตํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">สมจริงดังพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดังนี้ว่า..........</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๒. <strong>ยถาห</strong></div><div class=\"hb-gloss\"><u>เหมือนอย่าง</u>ที่พระธรรมสังคาหกาจารย์กล่าวไว้ว่า</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๓. <strong>อิทํ  วุตฺตํ  โหติ</strong></div><div class=\"hb-gloss\"><u>มีคำอธิบายที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดังนี้ว่า</u>.....</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๔. <strong>ตสฺสตฺโถ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">บัณฑิตพึงทราบเนื้อความแห่งคำอันเป็นพระคาถานั้นว่า...</div></div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"samnuan-mae-ko\">๕. ถ้ามี <strong>แม้</strong> ต้องมี <strong>ก็</strong></h3>\n<p>เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อฏฺฐกถายมฺปิ   วุตฺตํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>แม้</strong>ในอรรถกถา พระอรรถกถาจารย์<strong>ก็</strong>กล่าวไว้ว่า......</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"samnuan-phro-chueng\">๖. ถ้ามี <strong>เพราะ</strong> ต้องมี <strong>จึง</strong></h3>\n<p>เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เตน  วุตฺตํ</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เพราะ</strong>เหตุนั้นท่าน<strong>จึง</strong>กล่าวไว้ว่า</div></div>\n<p>๗. ยสฺมา  แปลว่า เพราะ  ตสฺมา  แปลว่า  ฉะนั้น   เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยสฺมา  อุปาสโก  ปุญฺญมกาสิ  ตสฺมา  โส  สุขํ  ปฏิลภิ ฯ</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เพราะ</strong>อุบาสกได้ทำบุญไว้   <strong>ฉะนั้น</strong>  เขาจึงได้รับความสุข  ฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"samnuan-sadhana\">๘. นิยมแปลล้มสาธนะ</h3>\n<p>เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตํ  ฐานํ  ภิกขู  สยนฺติ  เอตฺถาติ  สยนํ ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">ที่นั้น  ชื่อว่า สยนะ  <strong>เพราะ</strong>อรรถวิเคราะห์ว่า  เป็นที่นอนแห่งภิกษุทั้งหลาย ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เจตนา  ปิสุณวาจา  ปิสุณํ  วตฺติ  เอตายาติ ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">เจตนา  ชื่อว่า ปิสุณวาจา <strong>เพราะ</strong>อรรถวิเคราะห์ว่า เป็นเครื่องกล่าวคำส่อเสียดแห่งบุคคล ฯ</div></div>\n<p>หมายเหตุ :  ตัวสาธนะนิยมแปลทับศัพท์</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"samnuan-vasena\">๙. <strong>วเสน</strong></h3>\n<p>ที่ขยายสังขยา  นิยมแปลว่า คือ  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">วินโย  นาม  อนาคาริยาคาริยวเสน  ทุวิโธ ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">ชื่อว่า วินัย  มี ๒ อย่างคือ  อนาคริยวินัย ๑ อาคาริยวินัย ๑ ฯ</div></div>\n<p>๑๐.<strong>วิสุทฺธิมคฺเค  วุตฺตํ</strong> ขึ้น  พระพุทธโฆษาจารย์ <strong>สทฺทนีติยํ   วุตฺตํ</strong> ขึ้น  พระอัครวงศาจารย์ <strong>อภิธมฺมตฺถสงฺคหฏีกายํ  วุตฺตํ</strong> ขึ้น  พระอนุรุทธาจารย์ ๑๖.<strong>สุตฺเต ,  อภิธมฺเม</strong> หรือข้างใน  อิติ  มี  ภิกฺขเว  ให้ขึ้น  พระผู้มีพระภาคเจ้า <strong>ตพฺพณฺณนายํ  วุตฺตํ (อาห)</strong> ให้ขึ้น  พระอรรถกถาจารย์ <strong>ตฏฺฏีกายํ  วุตฺตํ (อาห)</strong>   ให้ขึ้น  พระฎีกาจารย์ ๑๗. <strong>อรรถกถา</strong> แก้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เพราะฉะนั้น  ถ้ามี  ตณฺพณฺณนา หรือ  ตพฺพณฺณนายํ  อยู่นอก  อิติ  (ใช้เปิด  อิติ) ข้างใน  อิติ  โดยมากจะขึ้น  พระผู้มีพระภาคเจ้า ๑๘. ฏีกา  แก้  อรรถกถา</p>\n<p>เพราะฉะนั้น  ถ้ามี  ตฏฺฏีกา  หรือ  ตฏฺฏีกายํ  อยู่นอก อิติ (ใช้เปิด  อิติ)  ข้างใน   อิติ  จะขึ้นพระอรรถกถาจารย์</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"samnuan-mae-ko","title":"๕. ถ้ามี แม้ ต้องมี ก็","level":3},{"anchor":"samnuan-phro-chueng","title":"๖. ถ้ามี เพราะ ต้องมี จึง","level":3},{"anchor":"samnuan-sadhana","title":"๘. นิยมแปลล้มสาธนะ","level":3},{"anchor":"samnuan-vasena","title":"๙. วเสน","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"สำนวนนิยม๑.วุตตญเหตํ,วุตตมปิเจตํสมจริงดงพระดำรสทีพระผูมีพระภาคเจาตรสไวดงนีวา..........๒.ยถาหเหมือนอยางทีพระธรรมสงคาหกาจารยกลาวไววา๓.อิทํวุตตํโหติมีคำอธิบายทีพระผูมีพระภาคเจาตรสไวดงนีวา.....๔.ตสสตโถบณฑิตพึงทราบเนือความแหงคำอนเปนพระคาถานนวา...๕.ถามีแมตองมีกเชนอฏฐกถายมปิวุตตํแมในอรรถกถาพระอรรถกถาจารยกกลาวไววา......๖.ถามีเพราะตองมีจึงเชนเตนวุตตํเพราะเหตุนนทานจึงกลาวไววา๗.ยสมาแปลวาเพราะตสมาแปลวาฉะนนเชนยสมาอุปาสโกปุญญมกาสิตสมาโสสุขํปฏิลภิฯเพราะอุบาสกไดทำบุญไวฉะนนเขาจึงไดรบความสุขฯ๘.นิยมแปลลมสาธนะเชนตํฐานํภิกขูสยนติเอตถาติสยนํฯทีนนชือวาสยนะเพราะอรรถวิเคราะหวาเปนทีนอนแหงภิกษุทงหลายฯเจตนาปิสุณวาจาปิสุณํวตติเอตายาติฯเจตนาชือวาปิสุณวาจาเพราะอรรถวิเคราะหวาเปนเครืองกลาวคำสอเสียดแหงบุคคลฯหมายเหตุ:ตวสาธนะนิยมแปลทบศพท๙.วเสนทีขยายสงขยานิยมแปลวาคือเชนวินโยนามอนาคาริยาคาริยวเสนทุวิโธฯชือวาวินยมี๒อยางคืออนาคริยวินย๑อาคาริยวินย๑ฯ๑๐.วิสุทธิมคเควุตตํขึนพระพุทธโฆษาจารยสททนีติยํวุตตํขึนพระอครวงศาจารยอภิธมมตถสงคหฏีกายํวุตตํขึนพระอนุรุทธาจารย๑๖.สุตเต,อภิธมเมหรือขางในอิติมีภิกขเวใหขึนพระผูมีพระภาคเจาตพพณณนายํวุตตํ(อาห)ใหขึนพระอรรถกถาจารยตฏฏีกายํวุตตํ(อาห)ใหขึนพระฎีกาจารย๑๗.อรรถกถาแกพระผูมีพระภาคเจาเพราะฉะนนถามีตณพณณนาหรือตพพณณนายํอยูนอกอิติ(ใชเปิดอิติ)ขางในอิติโดยมากจะขึนพระผูมีพระภาคเจา๑๘.ฏีกาแกอรรถกถาเพราะฉะนนถามีตฏฏีกาหรือตฏฏีกายํอยูนอกอิติ(ใชเปิดอิติ)ขางในอิติจะขึนพระอรรถกถาจารย","nex":10,"url":"sap-chaphro#samnuan-niyom"},{"id":"s128","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"บทตั้งที่ห้ามแปลตั้งอรรถ","level":3,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","บทตั้งที่ห้ามแปลตั้งอรรถ"],"pdf":104,"page":97,"html":"<h3 class=\"hb-topic\" id=\"bot-tang-rule-1\">๑.บทตั้งเป็นประธานในคาถา</h3>\n<p>ให้แปลเข้า  คือ  แปล อิติ  ว่า  <strong>ชื่อว่า</strong></p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"bot-tang-rule-2\">๒.วิเคราะห์</h3>\n<p>โดยให้ดูประโยคภายใน  อิติ  หลังบทตั้ง  จะมีลักษณะเหมือนวิเคราะห์ในนามกิตก์  ในลักษณะเช่นนี้  ให้แปลว่า <strong>ใน.............มีวิเคราะว่า.......</strong></p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"bot-tang-rule-3\">๓.วินิจฉัย</h3>\n<p>เป็นการอธิบายศัพท์  ให้แปลว่า <strong>ในบทว่า......พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้</strong> หรือ <strong>พึงทราบวินิจฉัยว่า.......</strong>(ในกรณีที่มี อิติ  อยู่ท้ายประโยค)</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"bot-tang-rule-4\">๔.ที่สุดประโยคมี  ทีเปติ, ทสฺเสติ</h3>\n<p>ให้แปลว่า  ด้วยบทว่า.......... (พระศาสดา) ย่อมทรงแสดงว่า....</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"bot-tang-rule-5\">๕.ที่สุดประโยคมี  อธิปฺเปโต</h3>\n<p>ให้แปลว่า........ทรงประสงค์เอาแล้ว  ในบทว่า...........</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"bot-tang-rule-6\">๖.ที่สุดประโยคมี   อธิวจนเมตํ  หรือ  นามํ</h3>\n<p>ให้แปลว่า  คำว่า.....หรือ บทว่า.....นี้ เป็นชื่อของ.....</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"bot-tang-rule-1","title":"๑.บทตั้งเป็นประธานในคาถา","level":3},{"anchor":"bot-tang-rule-2","title":"๒.วิเคราะห์","level":3},{"anchor":"bot-tang-rule-3","title":"๓.วินิจฉัย","level":3},{"anchor":"bot-tang-rule-4","title":"๔.ที่สุดประโยคมี  ทีเปติ, ทสฺเสติ","level":3},{"anchor":"bot-tang-rule-5","title":"๕.ที่สุดประโยคมี  อธิปฺเปโต","level":3},{"anchor":"bot-tang-rule-6","title":"๖.ที่สุดประโยคมี   อธิวจนเมตํ  หรือ  นามํ","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"บทตงทีหามแปลตงอรรถ๑.บทตงเปนประธานในคาถาใหแปลเขาคือแปลอิติวาชือวา๒.วิเคราะหโดยใหดูประโยคภายในอิติหลงบทตงจะมีลกษณะเหมือนวิเคราะหในนามกิตกในลกษณะเชนนีใหแปลวาใน.............มีวิเคราะวา.......๓.วินิจฉยเปนการอธิบายศพทใหแปลวาในบทวา......พึงทราบวินิจฉยดงตอไปนีหรือพึงทราบวินิจฉยวา.......(ในกรณีทีมีอิติอยูทายประโยค)๔.ทีสุดประโยคมีทีเปติ,ทสเสติใหแปลวาดวยบทวา..........(พระศาสดา)ยอมทรงแสดงวา....๕.ทีสุดประโยคมีอธิปเปโตใหแปลวา........ทรงประสงคเอาแลวในบทวา...........๖.ทีสุดประโยคมีอธิวจนเมตํหรือนามํใหแปลวาคำวา.....หรือบทวา.....นีเปนชือของ.....","nex":0,"url":"sap-chaphro#bot-tang-ham-plae"},{"id":"s129","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลโดยอรรถเกี่ยวกับนาม ๑-๒","level":3,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","แปลโดยอรรถเกี่ยวกับนาม ๑-๒"],"pdf":105,"page":98,"html":"<p>หลักไวยากรณ์ชั้นนาม ๑-๒ ตั้งแต่  แบบแจก <strong>ปุริส</strong> ไปจนถึง <strong>โค</strong> ศัพท์  อันที่สำคัญอย่างยิ่งคือ <strong>ลิงค์  วจนะ</strong> และ <strong>วิภัตติ</strong></p>\n<p>เมื่อแปลโดยพยัญชนะก็ต้องรักษา <strong>ลิงค์ วจนะ</strong> และ <strong>วิภัตติ</strong> อย่างเคร่งครัด  แปลผิด <strong>วจนะ วิภัตติ</strong>  ไม่ได้</p>\n<p>แต่พอมาถึงวิธีแปลโดยอรรถ  ท่านห้ามมิให้แปลเอาหมด  คือ <strong>พหุวจนะ</strong>  ห้ามมิให้แปลว่า  ทั้งหลายบ่อยนัก ให้ตัดทิ้งเสียบ้าง  หรือใช้คำอื่นแทน  เช่น  คำว่า พวกหมู่เหล่า  เป็นต้น</p>\n<p>ถ้าแปล ทั้งหลายบ่อยๆ มันรกหู  ฟังรำคาญหู  เพราะภาษาไทยแท้ไม่ค่อยนิยมคำว่าทั้งหลาย บ่อยนัก เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ปุริสา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">เหล่าบุรุษ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>มุนีนํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ของพวกมุนี</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>วธูสุ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ในหมู่นางสาว</div></div></div>\n<p>เป็นต้น  คำว่า เหล่า-หมู่-พวก  ก็เป็นคำพหุวจนะเหมือนกัน</p>\n<p>คำแปลประจำตัววิภัตติต่างๆ เช่น  อันว่า-ซึ่ง-ด้วย-แก่-จาก-ของ-ใน-ดูก่อน  เป็นต้น  ก็ให้แปลเอาในที่ที่แปลเอาแล้ว  คนฟังรู้เรื่องทันที  และที่ตรงกับภาษาไทยพูดกันจริงๆ</p>\n<p>ถ้าคนไทยไม่นิยมพูดอายตนิบาตอย่างนั้น  ก็ให้ตัดทิ้งอย่าแปลเอา ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลโดยอรรถเกียวกบนาม๑-๒หลกไวยากรณชนนาม๑-๒ตงแตแบบแจกปุริสไปจนถึงโคศพทอนทีสำคญอยางยิงคือลิงควจนะและวิภตติเมือแปลโดยพยญชนะกตองรกษาลิงควจนะและวิภตติอยางเครงครดแปลผิดวจนะวิภตติไมไดแตพอมาถึงวิธีแปลโดยอรรถทานหามมิใหแปลเอาหมดคือพหุวจนะหามมิใหแปลวาทงหลายบอยนกใหตดทิงเสียบางหรือใชคำอืนแทนเชนคำวาพวกหมูเหลาเปนตนถาแปลทงหลายบอยๆมนรกหูฟงรำคาญหูเพราะภาษาไทยแทไมคอยนิยมคำวาทงหลายบอยนกเชนปุริสาเหลาบุรุษมุนีนํของพวกมุนีวธูสุในหมูนางสาวเปนตนคำวาเหลา-หมู-พวกกเปนคำพหุวจนะเหมือนกนคำแปลประจำตววิภตติตางๆเชนอนวา-ซึง-ดวย-แก-จาก-ของ-ใน-ดูกอนเปนตนกใหแปลเอาในทีทีแปลเอาแลวคนฟงรูเรืองทนทีและทีตรงกบภาษาไทยพูดกนจริงๆถาคนไทยไมนิยมพูดอายตนิบาตอยางนนกใหตดทิงอยาแปลเอาฯ","nex":3,"url":"sap-chaphro#nam-1-2"},{"id":"s130","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลปฐมา – ทิติยาวิภัตติโดยอรรถ","level":3,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","แปลปฐมา – ทิติยาวิภัตติโดยอรรถ"],"pdf":105,"page":98,"html":"<p class=\"hb-lead\">หัวข้อในตอนนี้</p><ul class=\"hb-children\"><li><a href=\"#s131\">ปฐมาวิภัตติ</a></li><li><a href=\"#s132\">ทุติยาวิภัตติ</a></li><li><a href=\"#s133\">ตติยาวิภัตติ</a></li><li><a href=\"#s134\">จตุตถีวิภัตติ</a></li><li><a href=\"#s135\">ปญฺจมีวิภัตติ</a></li><li><a href=\"#s136\">ฉัฏฐีวิภัตติ</a></li><li><a href=\"#s137\">สตฺตมีวิภัตติ</a></li></ul>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลปฐมา–ทิติยาวิภตติโดยอรรถ","nex":0,"url":"sap-chaphro#pathama-dutiya"},{"id":"s131","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ปฐมาวิภัตติ","level":4,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","แปลปฐมา – ทิติยาวิภัตติโดยอรรถ","ปฐมาวิภัตติ"],"pdf":105,"page":98,"html":"<p><strong>ปฐมาวิภัตติ</strong> แปลว่า อันว่า  ไม่ต้องแปลเอา ให้ตัดทิ้งทุกบทไป เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ปุริสา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">พวกบุรุษ เหล่าบุรุษ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สาวกา</div><div class=\"hb-gloss\">เหล่าสาวก</div></div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ปฐมาวิภตติปฐมาวิภตติแปลวาอนวาไมตองแปลเอาใหตดทิงทุกบทไปเชนปุริสาพวกบุรุษเหลาบุรุษ,สาวกาเหลาสาวกเปนตนฯ","nex":2,"url":"sap-chaphro#pathama"},{"id":"s132","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ทุติยาวิภัตติ","level":4,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","แปลปฐมา – ทิติยาวิภัตติโดยอรรถ","ทุติยาวิภัตติ"],"pdf":105,"page":98,"html":"<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-132-1\">คำว่า <strong>ซึ่ง</strong></h3>\n<p>เอาบ้างตัดทิ้งบ้าง  แต่ตัดทิ้งมากกว่า  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>กมฺมํ  กตฺวา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ทำงาน</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อาหารํ  ภุญฺชติ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">บริโภคอาหาร</div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-132-3\">คำว่า <strong>สู่</strong></h3>\n<p>เอาบ้างตัดทิ้งบ้าง  ใช้คำว่า  ยังแทนบ้าง  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อารามํ  คโต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ไปอาราม-ไป-<strong>ยัง</strong>อาราม <strong>ยัง</strong></div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-132-5\">คำว่า <strong>ยัง</strong></h3>\n<p>ใช้กับเหตุกัตตุวาจก-เหตุกัมมวาจก  ต้องตัดทิ้ง  ให้แปลเฉยๆ เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ปุตฺตํ สิปฺปํ  สิกฺขาเปติ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ให้บุตรศึกษาศิลปะ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สปฺเปน อตฺตานํ  ฑํสาเปตฺวา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ให้งูกัดตน</div></div>\n<p>เป็นต้นฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-132-9\">คำว่า <strong>สิ้น-ตลอด</strong></h3>\n<p>โดยมากให้แปลเอา  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ปญฺจวีสติโยชนมคฺคํ  คนฺตฺวา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ไป<strong>ตลอด</strong>ทาง ๒๕ โยชน์</div></div>\n<p>เป็นต้น  ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-132-11\">คำว่า <strong>กะ-เฉพาะ</strong></h3>\n<p>โดยมากให้แปลเอา  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>วิสาขํ   อาห</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ตรัสกะนางวิสาขา</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>เถรํ วตฺวา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">กล่าวกะพระเถระ</div></div>\n<p>เป็นต้น  ฯ</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"vibhatti-132-1","title":"คำว่า ซึ่ง","level":3},{"anchor":"vibhatti-132-3","title":"คำว่า สู่","level":3},{"anchor":"vibhatti-132-5","title":"คำว่า ยัง","level":3},{"anchor":"vibhatti-132-9","title":"คำว่า สิ้น-ตลอด","level":3},{"anchor":"vibhatti-132-11","title":"คำว่า กะ-เฉพาะ","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ทุติยาวิภตติคำวาซึงเอาบางตดทิงบางแตตดทิงมากกวาเชนกมมํกตวาทำงาน,อาหารํภุญชติบริโภคอาหารเปนตนฯคำวาสูเอาบางตดทิงบางใชคำวายงแทนบางเชนอารามํคโตไปอาราม-ไป-ยงอารามยงเปนตนฯคำวายงใชกบเหตุกตตุวาจก-เหตุกมมวาจกตองตดทิงใหแปลเฉยๆเชนปุตตํสิปปํสิกขาเปติใหบุตรศึกษาศิลปะ,สปเปนอตตานํฑํสาเปตวาใหงูกดตนเปนตนฯคำวาสิน-ตลอดโดยมากใหแปลเอาเชนปญจวีสติโยชนมคคํคนตวาไปตลอดทาง๒๕โยชนเปนตนฯคำวากะ-เฉพาะโดยมากใหแปลเอาเชนวิสาขํอาหตรสกะนางวิสาขา,เถรํวตวากลาวกะพระเถระเปนตนฯ","nex":8,"url":"sap-chaphro#dutiya"},{"id":"s133","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตติยาวิภัตติ","level":4,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","แปลปฐมา – ทิติยาวิภัตติโดยอรรถ","ตติยาวิภัตติ"],"pdf":106,"page":99,"html":"<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-133-1\">คำว่า <strong>ด้วย</strong></h3>\n<p>ให้แปลเอาทุกบทไป  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ปาเทน  คนฺตฺวา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ไป<strong>ด้วย</strong>เท้า</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ญาเณน  ปตฺโต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ถึง<strong>ด้วย</strong>ญาณ</div></div>\n<p>เป็นต้น  ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-133-3\">คำว่า <strong>โดย</strong></h3>\n<p>ให้แปลเอา  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อุตฺตราย  คนฺตฺวา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ไป<strong>โดย</strong>ทิศอุดร</div></div>\n<p>หรือ  แปลว่า <strong>ทาง</strong> ก็ได้เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ทฺวาเรน  นิกฺขมิตฺวา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ออกทางประตู</div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-133-5\">คำว่า <strong>อัน</strong></h3>\n<p>ให้แปลเอาบ้าง  ใช้คำว่า <strong>ที่-ถูก</strong>  แทนบ้าง  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>เถเรน  วุตฺโต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">อันพระเถระ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สตฺถารา  ปุจฺฉิโต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ถูกพระศาสดาตรัสถาม</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อคฺคินา  ฌายิตํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ถูกไฟไหม้แล้ว,</div></div>\n<p>สำหรับพระราชากับพระศาสดาอย่าแปลว่าถูก  ให้แปลว่า อัน-ที่  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ราชา  เทวทตฺ-เตน  มาริโต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">พระราชาอันพระเทวทัตให้สวรรคตแล้ว</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สตฺถา  ภิกฺขุนา  ปุจฺฉิโต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">พระศาสดาผู้ที่ภิกษุทูลถามแล้ว</div></div>\n<p>เฉพาะประโยคอนาทรและลักขณะ  ที่มีกิริยาเป็น <strong>กัมม-วาจก</strong> บางครั้งให้แปล ตัด <strong>วจเนน อตฺเถ</strong> ทิ้ง  ให้แปลว่า ครั้นหรือเมื่อ  ไว้กับคำว่า อัน  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ภิกฺขูหิ  วจเน  วุตฺเต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ภิกฺขูหิ  อตฺเถ  อาโรจิเต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">เมื่อพวกภิกษุกราบทูลเนื้อความ</div></div>\n<p>เป็นต้น  ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-133-7\">คำว่า <strong>ตาม</strong></h3>\n<p>ให้แปลเอา  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>มม  วจเน  สตฺถารํ  วนฺทถ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">จงถวายบังคมพระศาสดาตามคำของเรา</div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-133-9\">คำว่า <strong>เพราะ</strong></h3>\n<p>ต้องแปลเอาทุกแห่งไป  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>กิเลสานํ   อุปสเมน  สนฺโต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ชื่อว่าสงบแล้ว  <strong>เพราะ</strong>สงบกิเลสทั้งหลาย</div></div>\n<p>เป็นต้น  ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-133-11\">คำว่า <strong>มี-ด้วย-ทั้ง</strong></h3>\n<p>ซึ่งเรียกว่า <strong>อิตถัมภูต</strong>  ให้แปลเอาเฉพาะคำว่า มี  เท่านั้น  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>มนสา  จิตฺเตน</strong></div><div class=\"hb-gloss\">มีจิตเลื่อมใส</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อสฺสุปุณฺเณหิ   อกฺขีหิ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">มีตาทั้ง ๒ คลอแล้ว<strong>ด้วย</strong>น้ำตา</div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"vibhatti-133-1","title":"คำว่า ด้วย","level":3},{"anchor":"vibhatti-133-3","title":"คำว่า โดย","level":3},{"anchor":"vibhatti-133-5","title":"คำว่า อัน","level":3},{"anchor":"vibhatti-133-7","title":"คำว่า ตาม","level":3},{"anchor":"vibhatti-133-9","title":"คำว่า เพราะ","level":3},{"anchor":"vibhatti-133-11","title":"คำว่า มี-ด้วย-ทั้ง","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตติยาวิภตติคำวาดวยใหแปลเอาทุกบทไปเชนปาเทนคนตวาไปดวยเทา,ญาเณนปตโตถึงดวยญาณเปนตนฯคำวาโดยใหแปลเอาเชนอุตตรายคนตวาไปโดยทิศอุดรหรือแปลวาทางกไดเชนทวาเรนนิกขมิตวาออกทางประตูเปนตนฯคำวาอนใหแปลเอาบางใชคำวาที-ถูกแทนบางเชนเถเรนวุตโตอนพระเถระสตถาราปุจฉิโตถูกพระศาสดาตรสถาม,อคคินาฌายิตํถูกไฟไหมแลว,สำหรบพระราชากบพระศาสดาอยาแปลวาถูกใหแปลวาอน-ทีเชนราชาเทวทต-เตนมาริโตพระราชาอนพระเทวทตใหสวรรคตแลว,สตถาภิกขุนาปุจฉิโตพระศาสดาผูทีภิกษุทูลถามแลวเฉพาะประโยคอนาทรและลกขณะทีมีกิริยาเปนกมม-วาจกบางครงใหแปลตดวจเนนอตเถทิงใหแปลวาครนหรือเมือไวกบคำวาอนเชนภิกขูหิวจเนวุตเตเมือภิกษุทงหลายกราบทูลวา,ภิกขูหิอตเถอาโรจิเตเมือพวกภิกษุกราบทูลเนือความเปนตนฯคำวาตามใหแปลเอาเชนมมวจเนสตถารํวนทถจงถวายบงคมพระศาสดาตามคำของเราเปนตนฯคำวาเพราะตองแปลเอาทุกแหงไปเชนกิเลสานํอุปสเมนสนโตชือวาสงบแลวเพราะสงบกิเลสทงหลายเปนตนฯคำวามี-ดวย-ทงซึงเรียกวาอิตถมภูตใหแปลเอาเฉพาะคำวามีเทานนเชนมนสาจิตเตนมีจิตเลือมใส,อสสุปุณเณหิอกขีหิมีตาทง๒คลอแลวดวยนำตาเปนตนฯ","nex":15,"url":"sap-chaphro#tatiya"},{"id":"s134","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"จตุตถีวิภัตติ","level":4,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","แปลปฐมา – ทิติยาวิภัตติโดยอรรถ","จตุตถีวิภัตติ"],"pdf":106,"page":99,"html":"<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-134-1\">คำว่า <strong>แต่</strong></h3>\n<p>แปลเอาบ้างตัดทิ้งบ้าง  ถ้าเป็นพระราชากับพระศาสดา  ให้แปลว่า <strong>แด่</strong> หรือไม่แปลเอา</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สตฺถุโน  เทติ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ถวายแด่พระศาสดา  หรือ  ถวายพระศาสดา</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>รญฺโญ</strong> <strong>อาโรเจสิ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ทูลแด่พระราชา  หรือ ทูลพระราชา</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ภิกฺขุโน  ทตฺวา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ถวายแด่ภิกษุ  หรือ ถวายภิกษุ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ปุตฺตสฺส  ทินฺนํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ที่ให้แก่บุตร  หรือ  ให้บุตร</div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-134-7\">คำว่า <strong>เพื่อ</strong></h3>\n<p>ให้แปลเอาบ้างตัดทิ้งบ้าง  ใช้คำว่า  สำหรับ  แทนบ้าง  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>กฐินทสฺสํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ผ้าเพื่อกฐิน  ผ้าสำหรับกฐิน  ผ้ากฐิน</div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-134-9\">คำว่า <strong>ต่อ</strong></h3>\n<p>แปลเอาก็มีตัดทิ้งก็มี  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ตสฺส  ภิกฺขุโน  ปิหยนฺติ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ย่อมกระหยิ่มต่อภิกษุนั้น , ย่อมรักใคร่ภิกษุนั้น</div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"vibhatti-134-1","title":"คำว่า แต่","level":3},{"anchor":"vibhatti-134-7","title":"คำว่า เพื่อ","level":3},{"anchor":"vibhatti-134-9","title":"คำว่า ต่อ","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"จตุตถีวิภตติคำวาแตแปลเอาบางตดทิงบางถาเปนพระราชากบพระศาสดาใหแปลวาแดหรือไมแปลเอาสตถุโนเทติถวายแดพระศาสดาหรือถวายพระศาสดา,รญโญอาโรเจสิทูลแดพระราชาหรือทูลพระราชา,ภิกขุโนทตวาถวายแดภิกษุหรือถวายภิกษุ,ปุตตสสทินนํทีใหแกบุตรหรือใหบุตรเปนตนฯคำวาเพือใหแปลเอาบางตดทิงบางใชคำวาสำหรบแทนบางเชนกฐินทสสํผาเพือกฐินผาสำหรบกฐินผากฐินเปนตนฯคำวาตอแปลเอากมีตดทิงกมีเชนตสสภิกขุโนปิหยนติยอมกระหยิมตอภิกษุนน,ยอมรกใครภิกษุนนเปนตนฯ","nex":6,"url":"sap-chaphro#catutthi"},{"id":"s135","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ปญฺจมีวิภัตติ","level":4,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","แปลปฐมา – ทิติยาวิภัตติโดยอรรถ","ปญฺจมีวิภัตติ"],"pdf":107,"page":100,"html":"<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-135-1\">คำว่า <strong>แต่-จาก</strong></h3>\n<p>ต้องแปลเอาทุกบทไป  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>กุโต  นุ   อาคโตสิ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ท่านมาจากไหนหนอ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>คามา  นิกฺขมิตฺวา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ออกจากบ้าน</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อาวาสา  คโต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ไปจากอาวาส</div></div>\n<p>บางทีคำว่า  แต่  เข้ากับ  ยาว  เพียงใด  ให้แปล  ยาว  ว่า  จนถึง-จน-ตราบเท่า-ตลอด  และให้ตัดคำว่า  แต่-อยู่  บทหลังออกแปลเฉยๆ เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ยาว  อรหตฺตา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">จนถึงพระอรหัต</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ยาว  พรหฺมโลกา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ตราบเท่าพรหม</div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-135-3\">คำว่า  กว่า</h3>\n<p>ให้แปลเอาทุกแห่งไป  แต่ถ้าตรงไหนมีคำว่า  กว่า  ซ้ำกันหลายแห่ง  เช่น บท <strong>วิกติกตฺตา</strong>  ก็แปลว่า  กว่า  บทนามที่ลง <strong>สฺมา-หิ</strong>  หรือ  <strong>โต ปัจจัย</strong>  ก็แปลว่า  กว่า  เช่นนี้ให้  แปลตัดกว่าคำหนึ่งออกเสีย  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ตยา  ทินฺนทานโต  เสยฺโย</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ประเสริฐกว่าทานที่ท่านให้แล้ว</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>วสฺสสตํ  ชีวิตโต  วรตรํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">เลิศกว่าความเป็นอยู่ตลอดร้อยปี</div></div>\n<p>เป็นต้นฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-135-5\">คำว่า <strong>เหตุ</strong>  หรือ  <strong>เพราะ-เหตุ</strong></h3>\n<p>ให้แปลเอาทุกบทไป  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อนทฺธนียตาย</strong></div><div class=\"hb-gloss\">เหตุไม่ตั้งอยู่ตลอดกาลนาน</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ทินฺนตฺตา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">เพราะผ้าสากฏพราหมณ์ให้แล้ว</div></div>\n<p>เป็นต้นฯ</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"vibhatti-135-1","title":"คำว่า แต่-จาก","level":3},{"anchor":"vibhatti-135-3","title":"คำว่า  กว่า","level":3},{"anchor":"vibhatti-135-5","title":"คำว่า เหตุ  หรือ  เพราะ-เหตุ","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ปญจมีวิภตติคำวาแต-จากตองแปลเอาทุกบทไปเชนกุโตนุอาคโตสิทานมาจากไหนหนอ,คามานิกขมิตวาออกจากบาน,อาวาสาคโตไปจากอาวาสบางทีคำวาแตเขากบยาวเพียงใดใหแปลยาววาจนถึง-จน-ตราบเทา-ตลอดและใหตดคำวาแต-อยูบทหลงออกแปลเฉยๆเชนยาวอรหตตาจนถึงพระอรหต,ยาวพรหมโลกาตราบเทาพรหมเปนตนฯคำวากวาใหแปลเอาทุกแหงไปแตถาตรงไหนมีคำวากวาซำกนหลายแหงเชนบทวิกติกตตากแปลวากวาบทนามทีลงสมา-หิหรือโตปจจยกแปลวากวาเชนนีใหแปลตดกวาคำหนึงออกเสียเชนตยาทินนทานโตเสยโยประเสริฐกวาทานทีทานใหแลว,วสสสตํชีวิตโตวรตรํเลิศกวาความเปนอยูตลอดรอยปีเปนตนฯคำวาเหตุหรือเพราะ-เหตุใหแปลเอาทุกบทไปเชนอนทธนียตายเหตุไมตงอยูตลอดกาลนาน,ทินนตตาเพราะผาสากฏพราหมณใหแลวเปนตนฯ","nex":9,"url":"sap-chaphro#pancami"},{"id":"s136","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ฉัฏฐีวิภัตติ","level":4,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","แปลปฐมา – ทิติยาวิภัตติโดยอรรถ","ฉัฏฐีวิภัตติ"],"pdf":107,"page":100,"html":"<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-136-1\">คำว่า  <strong>แห่ง-ของ</strong></h3>\n<p>แปลเอาบ้าง  ตัดทิ้งแปลเฉยๆ บ้าง  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สามเณรสฺส  ปตฺโต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">บาตรของสามเณร, บาตรเณร</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>พุทฺธสฺส  สาวกา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">เหล่าสาวกของพระพุทธเจ้า</div></div>\n<p>เกี่ยวกับนามกิตก์ที่เป็น ภาวสาธนะ  ให้แปลคงไว้อย่างเดิมบ้าง  ให้แปลนามนามที่ลง <strong>ส-นํ</strong>  ซึ่งแปลว่าของ  นั้นก่อน  แต่ให้แปลเฉยๆ ตัดคำว่า  ของ-แห่ง  ทิ้ง  แปลนามกิตก์นั้นที หลัง  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ภิกฺขูนํ  จรณํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">การเที่ยวไปแห่งพวกภิกษุ  ก็ได้  พวกภิกษุเที่ยวไป  ก็ได้</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ตสฺส  ภิกฺขุโน  อรหตฺตคฺคหณํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">การถือเอาพระอรหัตของภิกษุนั้น  หรือ  ภิกษุนั้นถือเอาพระอรหัต</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ภิกฺขุโน  พุทฺธวจนสฺส  กถนํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">การแสดงพุทธพจน์ของภิกษุ  หรือ  การที่ภิกษุแสดงพุทธพจน์</div></div>\n<p>เป็นต้น  แปลอย่างนี้ท่านนิยมแปลเหมือนกัน  แต่รูปคำแปล</p>\n<p>คล้ายๆ กับคำแปล <strong>กตฺตุวาจก</strong> ไป  คำแปลประจำประโยคอนาทร  เมื่อ  ให้แปลเอาทุกแห่งไป  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>นิทฺทํ  อโนกฺกมนฺตสฺส  เถรสฺส</strong></div><div class=\"hb-gloss\">เมื่อพระเถระไม่ก้าวลงสู่ความหลับ</div></div>\n<p>เป็นต้นฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-136-7\">คำว่า <strong>แห่ง-หนา</strong></h3>\n<p>เป็นบทที่รวมกันอยู่ เรียกว่า <strong>นิทธารณะ</strong>  โดนอรรถแปลว่า บรรดา  หรือ  ประชุม  ส่วนบทที่แยกออกไปแล้ว  เรียกว่า <strong>นิทธารณียะ</strong>  ก็ให้แปลตัดตัดหรือไม่ตัดตาม <strong>วิภัตติ</strong>  นั้นๆ  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>เอโกปิ  โว  ปมาทํ  อนาปชฺชิสฺส</strong></div><div class=\"hb-gloss\">บรรดาท่านทั้ง ๒ บุคคลแม้ผู้หนึ่ง  จักไม่ถึงความประมาท</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>(โก  นิธ  กนฺทตํ  อมฺหากํ  พาลยตโร)</strong></div><div class=\"hb-gloss\">บรรดาเราทั้ง ๒  ผู้คร่ำครวญอยู่ในที่นี้  ใครจะเป็นคนพาลกว่า</div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"vibhatti-136-1","title":"คำว่า  แห่ง-ของ","level":3},{"anchor":"vibhatti-136-7","title":"คำว่า แห่ง-หนา","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ฉฏฐีวิภตติคำวาแหง-ของแปลเอาบางตดทิงแปลเฉยๆบางเชนสามเณรสสปตโตบาตรของสามเณร,บาตรเณร,พุทธสสสาวกาเหลาสาวกของพระพุทธเจาเกียวกบนามกิตกทีเปนภาวสาธนะใหแปลคงไวอยางเดิมบางใหแปลนามนามทีลงส-นํซึงแปลวาของนนกอนแตใหแปลเฉยๆตดคำวาของ-แหงทิงแปลนามกิตกนนทีหลงเชนภิกขูนํจรณํการเทียวไปแหงพวกภิกษุกไดพวกภิกษุเทียวไปกได,ตสสภิกขุโนอรหตตคคหณํการถือเอาพระอรหตของภิกษุนนหรือภิกษุนนถือเอาพระอรหต,ภิกขุโนพุทธวจนสสกถนํการแสดงพุทธพจนของภิกษุหรือการทีภิกษุแสดงพุทธพจนเปนตนแปลอยางนีทานนิยมแปลเหมือนกนแตรูปคำแปลคลายๆกบคำแปลกตตุวาจกไปคำแปลประจำประโยคอนาทรเมือใหแปลเอาทุกแหงไปเชนนิททํอโนกกมนตสสเถรสสเมือพระเถระไมกาวลงสูความหลบเปนตนฯคำวาแหง-หนาเปนบททีรวมกนอยูเรียกวานิทธารณะโดนอรรถแปลวาบรรดาหรือประชุมสวนบททีแยกออกไปแลวเรียกวานิทธารณียะกใหแปลตดตดหรือไมตดตามวิภตตินนๆเชนเอโกปิโวปมาทํอนาปชชิสสบรรดาทานทง๒บุคคลแมผูหนึงจกไมถึงความประมาท,(โกนิธกนทตํอมหากํพาลยตโร)บรรดาเราทง๒ผูครำครวญอยูในทีนีใครจะเปนคนพาลกวาเปนตนฯ","nex":8,"url":"sap-chaphro#chatthi"},{"id":"s137","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"สตฺตมีวิภัตติ","level":4,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","แปลปฐมา – ทิติยาวิภัตติโดยอรรถ","สตฺตมีวิภัตติ"],"pdf":108,"page":101,"html":"<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-137-1\">คำว่า <strong>ใน</strong></h3>\n<p>จะต้องแปลเอาทุกบท  หรือบางทีจะใช้คำว่า ณ  แทนก็ได้  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">สาวตฺถิยํ  อโหสิ</div><div class=\"hb-gloss\">ได้มีในพระนครสาวัตถี  หรือ  ณ  พระนครสาวัตถี  ได้มี</div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-137-3\">คำว่า <strong>ใกล้</strong></h3>\n<p>ต้องแปลเอาทุกบทไป  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สาวตฺถิยํ  วิหรติ  เชตวเน</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ในพระเชตวันใกล้นครสาวัตถี</div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-137-5\">คำว่า <strong>เหนือ-บน-ที่</strong></h3>\n<p>ต้องแปลเอาทุกแห่งไป  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อาสเน  นิสีทิตฺวา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">นั่งเหนืออาสนะ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อุทฺธาเน  อุกฺขลึ  ฐเปตฺวา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ตั้งหม้อข้าวไว้บนเตา</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>เคเห  ฐเปตฺวา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ตั้งไว้ที่เรือน</div></div>\n<p>เป็นต้นฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-137-7\">คำว่า <strong>ครั้นเมื่อ</strong></h3>\n<p>เป็นคำแปลประจำประโยคลักขณะ</p>\n<p>แต่เวลาแปลโดยอรรถให้ตัดคำว่า ครั้นออก  ไม่เอา  แปลเอาเฉพาะคำว่า  เมื่อเท่านั้น  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>รญฺเญ  อาคเต</strong></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เมื่อ</strong>พระราชาเสด็จมา</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>เตสุ  เอวํ  วิหรนฺเตสุ</strong></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เมื่อ</strong>ภิกษุเหล่านั้นอยู่อย่างนี้</div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-137-9\">คำว่า <strong>ในเพราะ</strong></h3>\n<p>ให้แปลเอาเฉพาะคำว่า  เพราะ  หรือบางทีก็ให้แปลว่า  ในเพราะก็มี เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>มม  วจนสฺส  อคฺคเหเณ  ปเร  นาม</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ชื่อว่าชนเหล่าอื่น  เพราะไม่ถือเอาคำของเรา</div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vibhatti-137-11\">คำว่า <strong>ในหนา</strong></h3>\n<p>เป็นบทที่รวมกันอยู่  เรียกว่า <strong>นิทธารณะ</strong>  โดยอรรถว่า บรรดา  ส่วนบทที่แยกออกมาแล้ว  ให้แปลตัดหรือไม่ตัดตามวิธีของ <strong>วิภัตติ</strong> นั้นๆ  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ตตฺถ  ปเรติ (ปทสฺส)</strong></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>บรรดา</strong>บทเหล่านั้น บทว่า <strong>ปเร</strong>  ความว่า</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>เตสุ  เอโก  มโต</strong></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>บรรดา</strong>โค ๒ ตัวนั้น  ตัวหนึ่งตายแล้ว</div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"vibhatti-137-1","title":"คำว่า ใน","level":3},{"anchor":"vibhatti-137-3","title":"คำว่า ใกล้","level":3},{"anchor":"vibhatti-137-5","title":"คำว่า เหนือ-บน-ที่","level":3},{"anchor":"vibhatti-137-7","title":"คำว่า ครั้นเมื่อ","level":3},{"anchor":"vibhatti-137-9","title":"คำว่า ในเพราะ","level":3},{"anchor":"vibhatti-137-11","title":"คำว่า ในหนา","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"สตตมีวิภตติคำวาในจะตองแปลเอาทุกบทหรือบางทีจะใชคำวาณแทนกไดเชนสาวตถิยํอโหสิไดมีในพระนครสาวตถีหรือณพระนครสาวตถีไดมีเปนตนฯคำวาใกลตองแปลเอาทุกบทไปเชนสาวตถิยํวิหรติเชตวเนในพระเชตวนใกลนครสาวตถีเปนตนฯคำวาเหนือ-บน-ทีตองแปลเอาทุกแหงไปเชนอาสเนนิสีทิตวานงเหนืออาสนะ,อุทธาเนอุกขลึฐเปตวาตงหมอขาวไวบนเตา,เคเหฐเปตวาตงไวทีเรือนเปนตนฯคำวาครนเมือเปนคำแปลประจำประโยคลกขณะแตเวลาแปลโดยอรรถใหตดคำวาครนออกไมเอาแปลเอาเฉพาะคำวาเมือเทานนเชนรญเญอาคเตเมือพระราชาเสดจมา,เตสุเอวํวิหรนเตสุเมือภิกษุเหลานนอยูอยางนีเปนตนฯคำวาในเพราะใหแปลเอาเฉพาะคำวาเพราะหรือบางทีกใหแปลวาในเพราะกมีเชนมมวจนสสอคคเหเณปเรนามชือวาชนเหลาอืนเพราะไมถือเอาคำของเราเปนตนฯคำวาในหนาเปนบททีรวมกนอยูเรียกวานิทธารณะโดยอรรถวาบรรดาสวนบททีแยกออกมาแลวใหแปลตดหรือไมตดตามวิธีของวิภตตินนๆเชนตตถปเรติ(ปทสส)บรรดาบทเหลานนบทวาปเรความวาเตสุเอโกมโตบรรดาโค๒ตวนนตวหนึงตายแลวเปนตนฯ","nex":10,"url":"sap-chaphro#sattami"},{"id":"s138","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"กิริยาอาขยาต","level":3,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","กิริยาอาขยาต"],"pdf":109,"page":102,"html":"<p class=\"hb-lead\">หัวข้อในตอนนี้</p><ul class=\"hb-children\"><li><a href=\"#s139\">แปลวิภัตติ ๘  หมวด  โดยอรรถ</a></li><li><a href=\"#s140\">วัตตมานา</a></li><li><a href=\"#s141\">อัชชัตตนี</a></li><li><a href=\"#s142\">หมวดอื่นๆ</a></li><li><a href=\"#s143\">กาลเป็นต้น</a></li></ul>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"กิริยาอาขยาต","nex":0,"url":"sap-chaphro#kiriya-akhyata"},{"id":"s139","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลวิภัตติ ๘  หมวด  โดยอรรถ","level":4,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","กิริยาอาขยาต","แปลวิภัตติ ๘  หมวด  โดยอรรถ"],"pdf":109,"page":102,"html":"<p>วิภัตติอาขยาต ทั้ง ๘ หมวด โดยมากให้แปลเอาคำแปลประจำทั้งนั้น  แต่เฉพาะ <strong>วัตตมานา</strong> แปลว่า อยู่ ย่อม จะ   บางทีก็แปลตัดออกเสียบ้าง  เช่น</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลวิภตติ๘หมวดโดยอรรถวิภตติอาขยาตทง๘หมวดโดยมากใหแปลเอาคำแปลประจำทงนนแตเฉพาะวตตมานาแปลวาอยูยอมจะบางทีกแปลตดออกเสียบางเชน","nex":0,"url":"sap-chaphro#vibhatti-8-mot"},{"id":"s140","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"วัตตมานา","level":4,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","กิริยาอาขยาต","วัตตมานา"],"pdf":109,"page":102,"html":"<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>คามํ  คจฺฉติ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ไปบ้าน</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โภชนํ  ภุญฺชามิ</div><div class=\"hb-gloss\">ข้ากำลังบริโภคอาหาร</div></div></div>\n<p>คำว่า  อยู่  จะใช้คำว่ากำลัง  แทนก็ได้  เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ธมฺมํ   เทเสติ</div><div class=\"hb-gloss\">กำลังแสดงธรรม</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">อาสเน   นิสีทติ</div><div class=\"hb-gloss\">กำลังนั่งบนอาสนะ</div></div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วตตมานาคามํคจฉติไปบาน,โภชนํภุญชามิขากำลงบริโภคอาหารคำวาอยูจะใชคำวากำลงแทนกไดเชนธมมํเทเสติกำลงแสดงธรรม,อาสเนนิสีทติกำลงนงบนอาสนะเปนตนฯ","nex":4,"url":"sap-chaphro#vattamana"},{"id":"s141","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"อัชชัตตนี","level":4,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","กิริยาอาขยาต","อัชชัตตนี"],"pdf":109,"page":102,"html":"<p>ปโรกฺขา-หิยตฺตนี-อชฺชตฺตนี  แปลว่า  แล้ว  ถ้า  อ  นำหน้า  แปลว่า  ได้-แล้ว นั้น คำว่า  แล้ว  ให้แปลเอาบ้าง  ให้ตัดบ้าง  เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เอวมกาสิ</div><div class=\"hb-gloss\">ข้าได้ทำอย่างนี้</div></div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"อชชตตนีปโรกขา-หิยตตนี-อชชตตนีแปลวาแลวถาอนำหนาแปลวาได-แลวนนคำวาแลวใหแปลเอาบางใหตดบางเชนเอวมกาสิขาไดทำอยางนีเปนตนฯ","nex":1,"url":"sap-chaphro#ajjatani"},{"id":"s142","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"หมวดอื่นๆ","level":4,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","กิริยาอาขยาต","หมวดอื่นๆ"],"pdf":109,"page":102,"html":"<p><strong>ปญฺจมี</strong> แปลว่า จง ขอจง  เถิด, <strong>สตฺตมี</strong> แปลว่า พึง  ควร, <strong>ภวิสฺสนฺติ</strong> แปลว่า  จัก, <strong>กาลาติปตฺติ</strong> แปลว่า  จัก-แล้ว</p>\n<p>คำแปลเหล่านี้ควรแปลเอาทั้งสิ้น  ถ้าตัดคำเหล่านี้ทิ้ง ความหมายของประโยคเหล่านั้นจะเปลี่ยนแปลง  หรือจืดชืดลงทันที</p>\n<p>ฉะนั้น  จึงควรแปลเอาโดยแท้ ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หมวดอืนๆปญจมีแปลวาจงขอจงเถิด,สตตมีแปลวาพึงควร,ภวิสสนติแปลวาจก,กาลาติปตติแปลวาจก-แลวคำแปลเหลานีควรแปลเอาทงสินถาตดคำเหลานีทิงความหมายของประโยคเหลานนจะเปลียนแปลงหรือจืดชืดลงทนทีฉะนนจึงควรแปลเอาโดยแทฯ","nex":0,"url":"sap-chaphro#mot-uen"},{"id":"s143","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"กาลเป็นต้น","level":4,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","กิริยาอาขยาต","กาลเป็นต้น"],"pdf":109,"page":102,"html":"<p>กาลก็คือคำแปล <strong>วิภัตติอาขยาต</strong>  นั่นเอง  จึงไม่มีอะไรที่จะต้องพูดในเรื่องกาลอีก</p>\n<p>ส่วนบท วจนะ  และ  บุรุษ  ของอาขยาตก็เนื่องด้วยนาม  ๑-๒ และ <strong>ต  ตุมฺห  อมฺห</strong> ศัพท์ที่แสดงวิธีแปลโดยอรรถมาแล้ว  จึงไม่มีอะไรที่จะแสดงเป็นพิเศษอีกฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"กาลเปนตนกาลกคือคำแปลวิภตติอาขยาตนนเองจึงไมมีอะไรทีจะตองพูดในเรืองกาลอีกสวนบทวจนะและบุรุษของอาขยาตกเนืองดวยนาม๑-๒และตตุมหอมหศพททีแสดงวิธีแปลโดยอรรถมาแลวจึงไมมีอะไรทีจะแสดงเปนพิเศษอีกฯ","nex":0,"url":"sap-chaphro#kala"},{"id":"s144","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลธาตุโดยอรรถ","level":3,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","แปลธาตุโดยอรรถ"],"pdf":110,"page":103,"html":"<p>ศัพท์ธาตุทั้งหมดจะต้องแปลเอาทั้งสิ้น  ไม่มีอะไรต้องแปลตัดออก  เว้นแต่ธาตุ ๔ ตัวนี้  คือ <strong>หุ  ภู  อส  ชน</strong> ธาตุ  ที่แปลว่า  มี-เป็น-เกิด  เท่านั้น  ที่เวลาแปลโดยอรรถ จะต้องตัดทิ้งบ้าง  แปลเอาบ้าง  แต่ท่านตัดทิ้งไม่แปลเอามากกว่า  เช่น</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"dhatu-with-predicate\">(๑) ถ้าประโยคใดมีกิริยาคุมพากย์เป็นธาตุตัวใดตัวหนึ่งใน ๔ ตัวนี้</h2>\n<p>และใกล้ๆ กับธาตุนั้นมีบท<strong>วิกติกตฺตา</strong>  อยู่ด้วย  ประโยคนั้นเวลาแปลโดยอรรถไม่ต้องแปลเอากิริยาที่เป็นธาตุมี  ธาตุเป็นทั้ง ๔ ตัว  ให้ตัดทิ้ง  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ก) <strong>สาวตฺถิยํ  กิร  มหาสุวณฺโณ  นาม  กุฏุมฺพิโก  อโหสิ  อฑฺโฒ  มหทฺธโน  มหาโภโค อปุตฺตโกฯ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ดังได้สดับมา ในนครสาวัตถี ได้มีเศรษฐีชื่อว่ามหาสุวรรณ  เป็นคนมีขุมทรัพย์  เป็นคนมั่งคั่ง  มีทรัพย์มาก  มีโภคะมาก  (แต่) ไม่มีบุตร   ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ข) <strong>ตสฺส  สตฺต  จ  ปุตฺตา  จ  ธีตโร  อเหสุํ.</strong></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า   อุบาสกนั้น  มีบุตร ๗ คน  และธิดา ๗ นาง</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ค) <strong>ปาโป  ชาโตสิ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ท่านเป็นคนลามก</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ปุริโสสิ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ท่านเป็นบุรุษหรือ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>มนุสฺโสสิ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ท่านเป็นมนุษย์หรือ</div></div>\n<p>เป็นต้น</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"dhatu-without-predicate\">๒) ถ้าประโยคใดมีกิริยาคุมพากย์  เป็นธาตุมีธาตุเป็น</h2>\n<p>แต่ไม่มีบท <strong>วิกติกตฺตา</strong>  อยู่ด้วย ประโยคนั้นจะแปลตัดกิริยาคุมพากย์ก็ได้  ไม่ตัดก็ได้ เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ก) <strong>สาเกตนคเร   นกฺขตฺตํ  โหติ.</strong></div><div class=\"hb-gloss\">งานนักษัตฤกษ์  ย่อมมีในนครสาเกต</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ข) <strong>เวสาลิยํ  เต  อเหสุํ.</strong></div><div class=\"hb-gloss\">พระราชาเหล่านั้น  ได้มีในนครเวสาลี</div></div>\n<p>เป็นต้น  กิริยาที่เป็นธาตุมีธาตุเป็น  ทางไวยากรณ์ไทยเรียกว่า  กิริยาอนุเคราะห์  หรือ  กิริยาช่วย  ฯ</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"dhatu-with-predicate","title":"(๑) ถ้าประโยคใดมีกิริยาคุมพากย์เป็นธาตุตัวใดตัวหนึ่งใน ๔ ตัวนี้","level":2},{"anchor":"dhatu-without-predicate","title":"๒) ถ้าประโยคใดมีกิริยาคุมพากย์  เป็นธาตุมีธาตุเป็น","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลธาตุโดยอรรถศพทธาตุทงหมดจะตองแปลเอาทงสินไมมีอะไรตองแปลตดออกเวนแตธาตุ๔ตวนีคือหุภูอสชนธาตุทีแปลวามี-เปน-เกิดเทานนทีเวลาแปลโดยอรรถจะตองตดทิงบางแปลเอาบางแตทานตดทิงไมแปลเอามากกวาเชน(๑)ถาประโยคใดมีกิริยาคุมพากยเปนธาตุตวใดตวหนึงใน๔ตวนีและใกลๆกบธาตุนนมีบทวิกติกตตาอยูดวยประโยคนนเวลาแปลโดยอรรถไมตองแปลเอากิริยาทีเปนธาตุมีธาตุเปนทง๔ตวใหตดทิงเชนก)สาวตถิยํกิรมหาสุวณโณนามกุฏุมพิโกอโหสิอฑโฒมหทธโนมหาโภโคอปุตตโกฯแปลวาดงไดสดบมาในนครสาวตถีไดมีเศรษฐีชือวามหาสุวรรณเปนคนมีขุมทรพยเปนคนมงคงมีทรพยมากมีโภคะมาก(แต)ไมมีบุตรฯข)ตสสสตตจปุตตาจธีตโรอเหสุํ.แปลวาอุบาสกนนมีบุตร๗คนและธิดา๗นางค)ปาโปชาโตสิทานเปนคนลามก,ปุริโสสิทานเปนบุรุษหรือมนุสโสสิทานเปนมนุษยหรือเปนตน๒)ถาประโยคใดมีกิริยาคุมพากยเปนธาตุมีธาตุเปนแตไมมีบทวิกติกตตาอยูดวยประโยคนนจะแปลตดกิริยาคุมพากยกไดไมตดกไดเชนก)สาเกตนคเรนกขตตํโหติ.งานนกษตฤกษยอมมีในนครสาเกตข)เวสาลิยํเตอเหสุํ.พระราชาเหลานนไดมีในนครเวสาลีเปนตนกิริยาทีเปนธาตุมีธาตุเปนทางไวยากรณไทยเรียกวากิริยาอนุเคราะหหรือกิริยาชวยฯ","nex":7,"url":"sap-chaphro#dhatu"},{"id":"s145","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลวาจก ๕  โดยอรรถ","level":3,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","แปลวาจก ๕  โดยอรรถ"],"pdf":110,"page":103,"html":"<p>การแปลวาจก ๕  โดยอรรถ  ถ้าจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรก็คงให้แปลไปตามรูป  วิภัตติ นาม  ที่ท่านลงไว้แล้ว  เดินวิธีแปลไปตามแนวพยัญชนะนั่นเอง</p>\n<p>แต่มีเป็นอันมากที่ท่านแปลไปตาม  วิภัตติ  ที่ลงไว้  แปลกลับเสียใหม่  คือแปลประโยค  กตฺตุวาจก  ให้เป็น</p>\n<p>กมฺมวาจก  บ้าง  แปลประโยค  กมฺมวาจก  ให้เป็น  กตฺตุวาจก  บ้าง  แปลประโยค เหตุกตฺตุวาจก  ให้เป็น  เหตุกมฺมวาจก  บ้าง  แปลประโยค  เหตุกมฺมวาจก  ให้เป็น เหตุกตฺตุวาจก  บ้าง  เช่น</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลวาจก๕โดยอรรถการแปลวาจก๕โดยอรรถถาจะไมเปลียนแปลงอะไรกคงใหแปลไปตามรูปวิภตตินามทีทานลงไวแลวเดินวิธีแปลไปตามแนวพยญชนะนนเองแตมีเปนอนมากทีทานแปลไปตามวิภตติทีลงไวแปลกลบเสียใหมคือแปลประโยคกตตุวาจกใหเปนกมมวาจกบางแปลประโยคกมมวาจกใหเปนกตตุวาจกบางแปลประโยคเหตุกตตุวาจกใหเปนเหตุกมมวาจกบางแปลประโยคเหตุกมมวาจกใหเปนเหตุกตตุวาจกบางเชน","nex":0,"url":"sap-chaphro#vacaka-5"},{"id":"s146","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลสลับวาจก","level":3,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","แปลสลับวาจก"],"pdf":111,"page":104,"html":"<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vacaka-swap-1\">๑) แปล <strong>กตฺตุวาจก</strong> ให้เป็น <strong>กมฺมวาจก</strong></h3>\n<p>คือ  ให้แปลบทว่า  ซึ่ง  นั้นก่อน  แต่ไม่ออกสำเนียงว่า  ซึ่ง  คือให้แปลเฉยๆ แล้วแปลบทที่ลง <strong>สิ-โย</strong> ซึ่งแปลว่า  อันว่า  แต่อย่าแปลออก  สำเนียงอะไรทั้งสิ้น  ให้แปลเฉยๆ เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สูโท  โอทนํ   ปจติ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ข้าวสุกที่พ่อครัวหุง ฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vacaka-swap-5\">๒) แปล <strong>กมฺมวาจก</strong> ให้เป็น <strong>กตฺตุวาจก</strong></h3>\n<p>คือ  ให้แปลบทที่แปลว่า  อัน  นั้นก่อน  เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สูเทน  โอทโน  ปจิยเต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">พ่อครัวหุงข้าวสุก ฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vacaka-swap-9\">๓) แปล <strong>เหตุกตฺตุวาจก</strong> ให้เป็น <strong>เหตุกมฺมวาจก</strong></h3>\n<p>คือ  ให้แปลบทว่า  ซึ่ง  นั้นก่อน เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สามิโก  สูทํ  โอทนํ  ปาจาเปติ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ข้าวสุกที่นายใช้ให้พ่อครัวหุง ฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"vacaka-swap-12\">๔) แปล <strong>เหตุกมฺมวาจก</strong> ให้เป็น <strong>เหตุกตฺตุวาจก</strong></h3>\n<p>คือ  ให้แปลบทว่า  อัน  นั้นก่อน เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สามิเกน  สูทํ  โอทโน  ปาจาปิยเต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">นายยังพ่อครัวให้หุงข้าวสุก</div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>\n<p>แปลอย่างนี้  ท่านเรียกว่า  แปลสลับวาจก  ปรากฏว่าท่านนิยมแปลมากเหมือนกัน</p>\n<p>ถามว่าทำไมท่านจึงแปลอย่างนี้  ทำไมจึงไม่แปลไปตามวาจกเดิมที่ลงวิภัตติไว้?</p>\n<p>ตอบว่า ที่ท่านแปลสลับวาจกอย่างนี้  ก็เพื่อต้องการให้บทที่แปลขึ้นก่อนนั้นปรากฏเด่นชัดขึ้น ซึ่งเป็นความมุงหมายในเรื่องตรงนั้น ฯ</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"vacaka-swap-1","title":"๑) แปล กตฺตุวาจก ให้เป็น กมฺมวาจก","level":3},{"anchor":"vacaka-swap-5","title":"๒) แปล กมฺมวาจก ให้เป็น กตฺตุวาจก","level":3},{"anchor":"vacaka-swap-9","title":"๓) แปล เหตุกตฺตุวาจก ให้เป็น เหตุกมฺมวาจก","level":3},{"anchor":"vacaka-swap-12","title":"๔) แปล เหตุกมฺมวาจก ให้เป็น เหตุกตฺตุวาจก","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลสลบวาจก๑)แปลกตตุวาจกใหเปนกมมวาจกคือใหแปลบทวาซึงนนกอนแตไมออกสำเนียงวาซึงคือใหแปลเฉยๆแลวแปลบททีลงสิ-โยซึงแปลวาอนวาแตอยาแปลออกสำเนียงอะไรทงสินใหแปลเฉยๆเชนสูโทโอทนํปจติขาวสุกทีพอครวหุงฯ๒)แปลกมมวาจกใหเปนกตตุวาจกคือใหแปลบททีแปลวาอนนนกอนเชนสูเทนโอทโนปจิยเตพอครวหุงขาวสุกฯ๓)แปลเหตุกตตุวาจกใหเปนเหตุกมมวาจกคือใหแปลบทวาซึงนนกอนเชนสามิโกสูทํโอทนํปาจาเปติขาวสุกทีนายใชใหพอครวหุงฯ๔)แปลเหตุกมมวาจกใหเปนเหตุกตตุวาจกคือใหแปลบทวาอนนนกอนเชนสามิเกนสูทํโอทโนปาจาปิยเตนายยงพอครวใหหุงขาวสุกเปนตนฯแปลอยางนีทานเรียกวาแปลสลบวาจกปรากฏวาทานนิยมแปลมากเหมือนกนถามวาทำไมทานจึงแปลอยางนีทำไมจึงไมแปลไปตามวาจกเดิมทีลงวิภตติไว?ตอบวาทีทานแปลสลบวาจกอยางนีกเพือตองการใหบททีแปลขึนกอนนนปรากฏเดนชดขึนซึงเปนความมุงหมายในเรืองตรงนนฯ","nex":4,"url":"sap-chaphro#salap-vacaka"},{"id":"s147","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปล กิร  โดยอรรถ","level":3,"path":["๙. การแปลศัพท์เฉพาะ","แปล กิร  โดยอรรถ"],"pdf":111,"page":104,"html":"<p>นิบาตที่เป็นต้นข้อความ  คือ <strong>ขลุ  สุทํ</strong> โดยเฉพาะคือ <strong>กิร</strong>  นิยมชุกชุมเป็นพิเศษ ให้แปลว่า  ได้ยินว่า-ข่าวว่า-เล่าลือกันว่า-ดังได้สดับมา-นัยว่า</p>\n<p>เฉพาะเลขในมีประโยค <strong>กิร</strong> อยู่ด้วย <strong>กิร</strong> ให้แปลว่า  นัยว่า-ข่าวว่า  จึงจะเหมาะสมข้อความตรงนั้นดี ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลกิรโดยอรรถนิบาตทีเปนตนขอความคือขลุสุทํโดยเฉพาะคือกิรนิยมชุกชุมเปนพิเศษใหแปลวาไดยินวา-ขาววา-เลาลือกนวา-ดงไดสดบมา-นยวาเฉพาะเลขในมีประโยคกิรอยูดวยกิรใหแปลวานยวา-ขาววาจึงจะเหมาะสมขอความตรงนนดีฯ","nex":0,"url":"sap-chaphro#kira"},{"id":"s148","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปล อาม-อามนฺตา โดยอรรถ","level":2,"path":["แปล อาม-อามนฺตา โดยอรรถ"],"pdf":112,"page":105,"html":"<p>เฉพาะ <strong>อาม</strong> มีใช้มากเป็นพิเศษ เป็นนิบาตบอกคำรับ แปลว่า เออ เหมือนกันทั้งสองศัพท์และแปลเหมือนกันทั้งโดยพยัญชนะและโดยอรรถ</p>\n<p>แต่ต้องแปลให้เหมาะสมกับบุคคลและเพศของบุคคลในเรื่องนิทานนั้น เช่น</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"ama-speaker-3\">๑) คนสามัญพูดกันทั่วไป</h3>\n<p>ให้แปลว่า เออ หรือ จ๊ะ ค่ะ แม้อิสรชนและพระพุทธเจ้าตรัสกับสามัญชน ก็ให้แปลว่า เออ หรือ จ๊ะ ค่ะ ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"ama-speaker-5\">๒) ถ้าสามัญทั่วไปพูดรับคำพระพุทธเจ้าและพระราชา</h3>\n<p>ให้แปลว่า พระเจ้าข้า ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"ama-speaker-7\">๓) ถ้าพระสงฆ์ทูลรับคำของพระราชา</h3>\n<p>ให้แปล <strong>อาม</strong> ว่า ขอถวายพระพร ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"ama-speaker-9\">๔) ถ้าเป็นเพศหญิงทั่วไปรับคำของคนผู้ดีทั่วไป</h3>\n<p>ให้แปล <strong>อาม</strong> ว่า ค่ะ หรือ เจ้าค่ะ ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"ama-speaker-11\">๕) ถ้าระหว่างคนผู้ดีรับคำของกันและกัน</h3>\n<p>ให้แปล <strong>อาม</strong> ว่า ขอรับ เป็นต้นฯ</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"ama-speaker-3","title":"๑) คนสามัญพูดกันทั่วไป","level":3},{"anchor":"ama-speaker-5","title":"๒) ถ้าสามัญทั่วไปพูดรับคำพระพุทธเจ้าและพระราชา","level":3},{"anchor":"ama-speaker-7","title":"๓) ถ้าพระสงฆ์ทูลรับคำของพระราชา","level":3},{"anchor":"ama-speaker-9","title":"๔) ถ้าเป็นเพศหญิงทั่วไปรับคำของคนผู้ดีทั่วไป","level":3},{"anchor":"ama-speaker-11","title":"๕) ถ้าระหว่างคนผู้ดีรับคำของกันและกัน","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลอาม-อามนตาโดยอรรถเฉพาะอามมีใชมากเปนพิเศษเปนนิบาตบอกคำรบแปลวาเออเหมือนกนทงสองศพทและแปลเหมือนกนทงโดยพยญชนะและโดยอรรถแตตองแปลใหเหมาะสมกบบุคคลและเพศของบุคคลในเรืองนิทานนนเชน๑)คนสามญพูดกนทวไปใหแปลวาเออหรือจะคะแมอิสรชนและพระพุทธเจาตรสกบสามญชนกใหแปลวาเออหรือจะคะฯ๒)ถาสามญทวไปพูดรบคำพระพุทธเจาและพระราชาใหแปลวาพระเจาขาฯ๓)ถาพระสงฆทูลรบคำของพระราชาใหแปลอามวาขอถวายพระพรฯ๔)ถาเปนเพศหญิงทวไปรบคำของคนผูดีทวไปใหแปลอามวาคะหรือเจาคะฯ๕)ถาระหวางคนผูดีรบคำของกนและกนใหแปลอามวาขอรบเปนตนฯ","nex":0,"url":"ama-amanta"},{"id":"s149","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปล อถ-เอวํ โดยอรรถ","level":2,"path":["แปล อถ-เอวํ โดยอรรถ"],"pdf":112,"page":105,"html":"<p><strong>อถ</strong> ถ้าอยู่เลขนอกก็ให้แปลอย่างกล่าวมาแล้ว</p>\n<p>แต่ถ้า <strong>อถ</strong> อยู่ในเลขในจะแปลอย่างนั้นก็ไม่ได้ท่านให้แปลเป็นประโยคลักขณะ คือ ให้แปลว่า ครั้นเมื่อ หรือจะใช้ <strong>อถ โยค ภาเว</strong> และเพิ่ม สนฺเต-สติ เป็นกิริยาลักขณะเข้ามาด้วย เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อถ ภาเว</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้น</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สนฺเต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">มีอยู่</div></div>\n<p>และ <strong>เอวํ</strong> ที่อยู่ ในเลขในก็ให้แปลเป็นลักขณะอย่างเดียวกันว่า</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>เอวํ-ภาเว</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้น</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สติ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">มีอยู่</div></div>\n<p>แต่ให้ระวัง <strong>เอวํ</strong> อยู่ในเลขในไม่ใช่ว่าจะเป็นลักขณะเสมอไปหมดทุกแห่ง ให้แปลว่าอย่างนั้นบ้าง อ.อย่างนั้นบ้าง ก็มีมากอยู่ แต่ในที่นี้ต้องการจะอธิบายวิธีแปล <strong>อถ-ภาเว</strong> ที่เป็นลักขณะอย่างแปลมานี้</p>\n<p>เวลาแปลโดยอรรถให้แปล <strong>อถ</strong> ว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น-เมื่อเป็นเช่นนี้ <strong>เอวํ</strong> เมื่อเป็นเช่นนั้น-เมื่อเป็นเช่นนี้ เป็นต้น ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลอถ-เอวํโดยอรรถอถถาอยูเลขนอกกใหแปลอยางกลาวมาแลวแตถาอถอยูในเลขในจะแปลอยางนนกไมไดทานใหแปลเปนประโยคลกขณะคือใหแปลวาครนเมือหรือจะใชอถโยคภาเวและเพิมสนเต-สติเปนกิริยาลกขณะเขามาดวยเชนอถภาเวครนเมือความเปนอยางนนสนเตมีอยูและเอวํทีอยูในเลขในกใหแปลเปนลกขณะอยางเดียวกนวาเอวํ-ภาเวครนเมือความเปนอยางนนสติมีอยูแตใหระวงเอวํอยูในเลขในไมใชวาจะเปนลกขณะเสมอไปหมดทุกแหงใหแปลวาอยางนนบางอ.อยางนนบางกมีมากอยูแตในทีนีตองการจะอธิบายวิธีแปลอถ-ภาเวทีเปนลกขณะอยางแปลมานีเวลาแปลโดยอรรถใหแปลอถวาเมือเปนเชนนน-เมือเปนเชนนีเอวํเมือเปนเชนนน-เมือเปนเชนนีเปนตนฯ","nex":4,"url":"attha-atha-evam"},{"id":"s150","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"กิริยากิตก์","level":2,"path":["กิริยากิตก์"],"pdf":113,"page":106,"html":"<p class=\"hb-lead\">หัวข้อในตอนนี้</p><ul class=\"hb-children\"><li><a href=\"#s151\">แปลโดยอรรถ ปัจจัย กิริยากิตก์</a></li><li><a href=\"#s152\">แปลกลับวาจกกิริยากิตก์โดยอรรถ</a></li></ul>","outline":[{"title":"คำแปลของปัจจัยกิริยากิตก์","section":"s151","anchor":"s151"},{"title":"เปลี่ยนกัมมวาจกเป็นกัตตุวาจก","section":"s152","anchor":"s152"}],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"กิริยากิตก","nex":0,"url":"kiriya-kitaka"},{"id":"s151","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลโดยอรรถ ปัจจัย กิริยากิตก์","level":3,"path":["กิริยากิตก์","แปลโดยอรรถ ปัจจัย กิริยากิตก์"],"pdf":113,"page":106,"html":"<h2 class=\"hb-topic\" id=\"kitaka-paccaya-1\">๑) กิริยากิตก์ที่ลง <strong>อนฺต มาน</strong></h2>\n<p>แปลว่า เมื่อ-อยู่ นั้น ต้องแปลเอาคำว่า เมื่อ-อยู่ ทั้งสิ้นไม่ควรตัดทิ้ง แต่คำว่า อยู่ จะใช้คำว่า กำลัง แทนก็ได้ เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>คจฺฉนฺโต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ไปอยู่ ให้แปลว่ากำลังไป</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ธมฺมํ เทเสนฺโต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">กำลังแสดงธรรม</div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"kitaka-paccaya-3\">๒)กิริยากิตก์ที่ลง <strong>อนีย-ตพฺพ</strong></h2>\n<p>แปลว่า พึง-ควร จะต้องแปลเอาทั้งสิ้น ไม่ควรตัดออก ฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"kitaka-paccaya-5\">๓)กิริยากิตก์ที่ลง <strong>ต ตูน ตฺวา ตฺวาน</strong></h2>\n<p>ปัจจัย แปลว่า แล้ว หรือ ครั้น-แล้ว คำว่า แล้วเป็นคำควรตัดทิ้ง ไม่ควรแปลเอา</p>\n<p>แต่ห่างๆ จึงค่อยแปลเอาสักคำหนึ่งจึงจะฟังดี แต่ถ้าแปลแล้วๆ ไปเสียทุกบทที่ลงปัจจัยเหล่านี้ ก็จะกลายเป็นแปลโดยพยัญชนะไป ไม่ใช่โดยอรรถ ทั้งจะฟังขัดๆ หูคนไทย และรกรุงรังด้วย</p>\n<p>ฉะนั้น จึงควรตัด แล้ว ออกเสียบ้าง ฯ</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"kitaka-paccaya-1","title":"๑) กิริยากิตก์ที่ลง อนฺต มาน","level":2},{"anchor":"kitaka-paccaya-3","title":"๒)กิริยากิตก์ที่ลง อนีย-ตพฺพ","level":2},{"anchor":"kitaka-paccaya-5","title":"๓)กิริยากิตก์ที่ลง ต ตูน ตฺวา ตฺวาน","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลโดยอรรถปจจยกิริยากิตก๑)กิริยากิตกทีลงอนตมานแปลวาเมือ-อยูนนตองแปลเอาคำวาเมือ-อยูทงสินไมควรตดทิงแตคำวาอยูจะใชคำวากำลงแทนกไดเชนคจฉนโตไปอยูใหแปลวากำลงไป,ธมมํเทเสนโตกำลงแสดงธรรมเปนตนฯ๒)กิริยากิตกทีลงอนีย-ตพพแปลวาพึง-ควรจะตองแปลเอาทงสินไมควรตดออกฯ๓)กิริยากิตกทีลงตตูนตวาตวานปจจยแปลวาแลวหรือครน-แลวคำวาแลวเปนคำควรตดทิงไมควรแปลเอาแตหางๆจึงคอยแปลเอาสกคำหนึงจึงจะฟงดีแตถาแปลแลวๆไปเสียทุกบททีลงปจจยเหลานีกจะกลายเปนแปลโดยพยญชนะไปไมใชโดยอรรถทงจะฟงขดๆหูคนไทยและรกรุงรงดวยฉะนนจึงควรตดแลวออกเสียบางฯ","nex":2,"url":"kiriya-kitaka#paccaya-kiriya-kitaka"},{"id":"s152","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลกลับวาจกกิริยากิตก์โดยอรรถ","level":3,"path":["กิริยากิตก์","แปลกลับวาจกกิริยากิตก์โดยอรรถ"],"pdf":113,"page":106,"html":"<p>วาจกในกิริยากิตก์ ท่านชอบแปลกลับกันเป็นส่วนมาก โดยมากชอบแปล <strong>กัมม-วาจก</strong> ให้เป็น <strong>กัตตุวาจก</strong> เป็นพื้น แต่นักเรียนไม่ต้องวิตกกังวลในเรื่องนี้เท่าไรนักคือ ตรงใดรูปวาจกเป็น <strong>กัมวาจก</strong>อยู่แล้ว ท่านแปลกลับเป็น <strong>กัตตุวาจก</strong> เสีย ส่วนนักเรียนคงแปลให้เป็น กัมมวาจก อย่างรูปเดิมที่มีอยู่ในธรรมบทนั้น อย่างนี้ก็ไม่ถือว่าแปลผิดอะไรเลย เป็นแต่เพียงว่า นักเรียนไม่ฉลาดถือเอาใจความเหมือนท่านผู้แปลที่มีภูมิรู้สูงแปลไว้เท่านั้น</p>\n<p>แต่ไม่ควรประมาทมักง่าย ควรจะสนใจคิดนึกไว้ให้แตกฉานจึงจะดี ดังต่อไปนี้ ฯ</p>\n<p>ประโยคต่อไปนี้ เดิมเป็น <strong>กัมมวาจก</strong> ทั้งสิ้น แต่จะแปลไปตาม <strong>กัมมวาจก</strong> นั้นก่อน</p>\n<p>แล้วจึงจะแปลกลับเป็น <strong>กัตตุวาจก</strong> ให้ดูและให้จดจำดังนี้</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">(๑) (<strong>ภิกฺขูหิ วจเน) วุตฺเต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">(ครั้นเมื่อคำ อันภิกษุ ท.) กราบทูลแล้ว</div></div>\n<p>กลับเป็น <strong>กัตตุ-วาจก</strong> ว่า เมื่อภิกษุกราบทูล (ตัด <strong>วจเน</strong> ทิ้ง)</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">(๒) (<strong>ภิกฺขูหิ ) อตฺเถ อาโรจิเต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ครั้นเมื่อเนื้อความ (อันภิกษุทั้งหลาย) กราบทูลแล้ว</div></div>\n<p>กลับเป็น <strong>กัตตุวาจก</strong> ว่า เมื่อพวกภิกษุกราบทูลเนื้อความว่า ฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">(๓) <strong>สตฺถารา วุตฺตา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ผู้อันพระศาสดาตรัสแล้ว</div></div>\n<p>กลับเป็น <strong>กัตตุวาจก</strong> ว่า พระศาสดาตรัสแล้ว ฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">(๔) <strong>เสฏฺฐินา ปญฺโห ปุจฺฉิโต</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ปัญหาอันเศรษฐีทูลถามแล้ว</div></div>\n<p>กลับเป็น <strong>กัตตุวาจก</strong> เศรษฐีทูลถามปัญหา ฯ</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">(๕) <strong>สตฺถารา อหํ ทิฏฺโฐ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">เราอันพระศาสดาเห็นแล้ว</div></div>\n<p>กลับเป็น <strong>กัตตุวาจก</strong> พระศาสดาทอดพระเนตรเห็นเรา เป็นต้น ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลกลบวาจกกิริยากิตกโดยอรรถวาจกในกิริยากิตกทานชอบแปลกลบกนเปนสวนมากโดยมากชอบแปลกมม-วาจกใหเปนกตตุวาจกเปนพืนแตนกเรียนไมตองวิตกกงวลในเรืองนีเทาไรนกคือตรงใดรูปวาจกเปนกมวาจกอยูแลวทานแปลกลบเปนกตตุวาจกเสียสวนนกเรียนคงแปลใหเปนกมมวาจกอยางรูปเดิมทีมีอยูในธรรมบทนนอยางนีกไมถือวาแปลผิดอะไรเลยเปนแตเพียงวานกเรียนไมฉลาดถือเอาใจความเหมือนทานผูแปลทีมีภูมิรูสูงแปลไวเทานนแตไมควรประมาทมกงายควรจะสนใจคิดนึกไวใหแตกฉานจึงจะดีดงตอไปนีฯประโยคตอไปนีเดิมเปนกมมวาจกทงสินแตจะแปลไปตามกมมวาจกนนกอนแลวจึงจะแปลกลบเปนกตตุวาจกใหดูและใหจดจำดงนี(๑)(ภิกขูหิวจเน)วุตเต(ครนเมือคำอนภิกษุท.)กราบทูลแลวกลบเปนกตตุ-วาจกวาเมือภิกษุกราบทูล(ตดวจเนทิง)(๒)(ภิกขูหิ)อตเถอาโรจิเตครนเมือเนือความ(อนภิกษุทงหลาย)กราบทูลแลวกลบเปนกตตุวาจกวาเมือพวกภิกษุกราบทูลเนือความวาฯ(๓)สตถาราวุตตาผูอนพระศาสดาตรสแลวกลบเปนกตตุวาจกวาพระศาสดาตรสแลวฯ(๔)เสฏฐินาปญโหปุจฉิโตปญหาอนเศรษฐีทูลถามแลวกลบเปนกตตุวาจกเศรษฐีทูลถามปญหาฯ(๕)สตถาราอหํทิฏโฐเราอนพระศาสดาเหนแลวกลบเปนกตตุวาจกพระศาสดาทอดพระเนตรเหนเราเปนตนฯ","nex":5,"url":"kiriya-kitaka#klap-vacaka-kitaka"},{"id":"s153","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลนามกิตก์โดยอรรถ","level":2,"path":["แปลนามกิตก์โดยอรรถ"],"pdf":114,"page":107,"html":"<p>คำแปล <strong>นามกิตก์</strong> ก็คือ คำแปลประจำ <strong>สาธนะ</strong> ทั้ง ๗ นั่ง เว้น <strong>กรณสาธนะ</strong> กับ <strong>ภาวสาธนะ</strong> นอกนั้นให้แปลโดยอรรถไปตามคำแปลประจำ <strong>สาธนะ</strong> นั่นเอง ฯ</p>\n<p>สาธนะทั้ง ๖ เว้นภาวสาธนะ ที่มีคำแปลประจำว่า เป็นที่-เป็นที่อันเขา-พึงเป็นที่อันเขา-เป็นเครื่องอันเขา-เป็นเหตุ-เป็นเหตุอันเขา-เป็นแดน นั้น ให้ตัดคำว่า เป็นที่ ออกเสียบ้าง คงไว้บ้าง ก็จะเหลือคำว่า ที่-อันเขา-อันบุคคล-พึง-เครื่อง-เหตุ-แดน</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"nama-kitaka-karana\">สำหรับ <strong>กรณสาธนะ</strong></h2>\n<p>ที่แปลว่า เป็นเครื่อง-เป็นเหตุ นั้นให้ตัดออก เหลือเฉพาะ เครื่อง-เหตุ เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>พนฺธนํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">เครื่องผูก</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>วิชฺฌนํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">เครื่องเจาะ</div></div></div>\n<p>เป็นต้น</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"nama-kitaka-bhava\">ส่วน <strong>ภาวสาธนะ</strong></h2>\n<p>แปลว่า ความ-อัน-การ ก็ให้แปลอย่างเดียวกันกับนาม เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สพฺพ-ปาปสฺส อกรณํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">การไม่ทำทั้งปวง</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>กุสลสฺสปสมุปทา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">การยังกุศลให้ถึงพร้อม หรือการบำเพ็ญกุศล,</div></div></div>\n<p>ถ้ามีนามนามที่เป็น <strong>กตฺตา</strong> อยู่หน้า นามนามนั้น ลง <strong>ส-นํ ฉัฏฐี วิภัตติ</strong> แปลทีหลังว่า แห่งบ้าง แปลขึ้นก่อนคล้าย <strong>กัตตุวาจก</strong> บ้าง เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ปุริสสฺส ปุญฺญกรณํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">การทำบุญแห่งบุรุษ หรือ บุรุษทำบุญ</div></div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>เตสํ ภิกฺขูนํ วิจารณํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">การเที่ยวไปแห่งภิกษุเหล่านั้น หรือภิกษุเหล่านั้นเที่ยวไป</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ตสฺส พุทฺธวจนสฺส อุคฺคหณํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">การเรียนพุทธพจน์ของภิกษุนั้น หรือ ภิกษุนั้นเรียนพุทธพจน์</div></div>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ตสฺส อรหตฺตคฺคหณํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">การถือเอาพระอรหัตต์ของภิกษุนั้น หรือ ภิกษุนั้นถือเอาพระอรหัตต์ ฯ</div></div></div>","outline":[],"topics":[{"anchor":"nama-kitaka-karana","title":"สำหรับ กรณสาธนะ","level":2},{"anchor":"nama-kitaka-bhava","title":"ส่วน ภาวสาธนะ","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลนามกิตกโดยอรรถคำแปลนามกิตกกคือคำแปลประจำสาธนะทง๗นงเวนกรณสาธนะกบภาวสาธนะนอกนนใหแปลโดยอรรถไปตามคำแปลประจำสาธนะนนเองฯสาธนะทง๖เวนภาวสาธนะทีมีคำแปลประจำวาเปนที-เปนทีอนเขา-พึงเปนทีอนเขา-เปนเครืองอนเขา-เปนเหตุ-เปนเหตุอนเขา-เปนแดนนนใหตดคำวาเปนทีออกเสียบางคงไวบางกจะเหลือคำวาที-อนเขา-อนบุคคล-พึง-เครือง-เหตุ-แดนสำหรบกรณสาธนะทีแปลวาเปนเครือง-เปนเหตุนนใหตดออกเหลือเฉพาะเครือง-เหตุเชนพนธนํเครืองผูกวิชฌนํเครืองเจาะเปนตนสวนภาวสาธนะแปลวาความ-อน-การกใหแปลอยางเดียวกนกบนามเชนสพพ-ปาปสสอกรณํการไมทำทงปวง,กุสลสสปสมุปทาการยงกุศลใหถึงพรอมหรือการบำเพญกุศล,ถามีนามนามทีเปนกตตาอยูหนานามนามนนลงส-นํฉฏฐีวิภตติแปลทีหลงวาแหงบางแปลขึนกอนคลายกตตุวาจกบางเชนปุริสสสปุญญกรณํการทำบุญแหงบุรุษหรือบุรุษทำบุญ,เตสํภิกขูนํวิจารณํการเทียวไปแหงภิกษุเหลานนหรือภิกษุเหลานนเทียวไป,ตสสพุทธวจนสสอุคคหณํการเรียนพุทธพจนของภิกษุนนหรือภิกษุนนเรียนพุทธพจน,ตสสอรหตตคคหณํการถือเอาพระอรหตตของภิกษุนนหรือภิกษุนนถือเอาพระอรหตตฯ","nex":8,"url":"nama-kitaka"},{"id":"s154","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"วิธีแปล เตฺว - ตุํ ปัจจัย โดยอรรถ","level":2,"path":["วิธีแปล เตฺว - ตุํ ปัจจัย โดยอรรถ"],"pdf":115,"page":108,"html":"<h2 class=\"hb-topic\" id=\"tave-tum-purpose\"><strong>เตฺว - ตุํ</strong> ปัจจัย</h2>\n<p>แปลว่า เพื่อโดยมากชอบใช้คู่กับ <strong>สกฺกา-สกฺข</strong> ธาตุ ซึ่งแปลว่า อาจ หรือ สามารถ คำว่า เพื่อ ตัดออก เอาแต่เพียง จะ ก็ได้ เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>กาตุํ สกฺกา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">สามารถจะทำ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ทาตุํ สกฺขติ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">สามารถจะให้</div></div></div>\n<p>เป็นต้น</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"tum-subject\"><strong>ตุํ</strong> ใช้เป็นตัวประธาน</h2>\n<p>แปลว่า อ.อัน ใช้คู่กับ <strong>วฏฺฏติ</strong> ย่อมสมควร และคู่กับ <strong>ยุตฺตํ ปฏิรูปํ</strong> แปลว่า สมควร เหมือนกัน โดยอรรถแปลว่า การที่ - ควร หรือ สมควร- ที่จะ เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><strong>เอวํ กาตุํ วฏฺฏติ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">การที่ทำอย่างนี้ควร หรือ ควรจะทำอย่างนี้</div></div>\n<p>เป็นต้น</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"tave-tum-purpose","title":"เตฺว - ตุํ ปัจจัย","level":2},{"anchor":"tum-subject","title":"ตุํ ใช้เป็นตัวประธาน","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"วิธีแปลเตว-ตุํปจจยโดยอรรถเตว-ตุํปจจยแปลวาเพือโดยมากชอบใชคูกบสกกา-สกขธาตุซึงแปลวาอาจหรือสามารถคำวาเพือตดออกเอาแตเพียงจะกไดเชนกาตุํสกกาสามารถจะทำทาตุํสกขติสามารถจะใหเปนตนตุํใชเปนตวประธานแปลวาอ.อนใชคูกบวฏฏติยอมสมควรและคูกบยุตตํปฏิรูปํแปลวาสมควรเหมือนกนโดยอรรถแปลวาการที-ควรหรือสมควร-ทีจะเชนเอวํกาตุํวฏฏติการทีทำอยางนีควรหรือควรจะทำอยางนีเปนตน","nex":3,"url":"tave-tum"},{"id":"s155","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลตัทธิตทั้งปวงโดยอรรถ","level":2,"path":["แปลตัทธิตทั้งปวงโดยอรรถ"],"pdf":115,"page":108,"html":"<p><strong>ตัทธิต</strong> ทั้ง <strong>๑๗</strong> อย่าง มี <strong>โคตตตัทธิต</strong> เป็นต้น มี <strong>นิสสิตตัทธิต</strong> เป็นที่สุด มีวิธีแปลโดยอรรถอย่างเดียวกับนาม <strong>๑-๒ สังขยา-สัพพนาม-อัพยยศัพท์-อาขยาต-กิตก์</strong> เพราะ ตัทธิต ก็ใช้ศัพท์เหล่านี้ มาประกอบเข้าเป็นตัทธิต จะแสดงวิธีแปลโดยอรรถเฉพาะ <strong>ภาวตัทธิต</strong> ซึ่งจะต้องแปลตัดทิ้งบ้างเล็กน้อยเท่านั้น ดังต่อไปนี้</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"taddhita-bhava-3\">๑) <strong>ภาวศัพท์</strong> และ <strong>ภาวตัทธิต</strong> เข้ากับนามนาม</h2>\n<p>โดยพยัญชนะแปลว่า ความเป็นแห่ง โดยอรรถให้ตัดคำว่า แห่งออก เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ปุริสภาโว</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ความเป็นแห่งบุรุษ</div></div></div>\n<p>โดยอรรถว่า ความเป็นบุรุษ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"taddhita-bhava-5\">๒) <strong>ภาวศัพท์</strong> และ <strong>ภาวตัทธิต</strong> เข้ากับคุณนาม-กิรกยากิตก์-นามกิตก์</h2>\n<p>โดยพยัญชนะว่า ความที่แห่ง-เป็นผู้ โดยอรรถว่าให้ตัด แห่ง ออก แปลว่า ความที่เป็น-ซึ่ง หรือ ความที่-เป็นผู้ (เป็นของ-เป็นสิ่ง-เป็นธรรมชาติ ฯลฯ</p>\n<p>คำว่า ซึ่ง เป็นนิบาตภาษาไทยใช้แทนคำว่า ผู้-ที่ ไม่ใช่-ซึ่ง ที่มาจากนิบาตบาลีว่า ซึ่ง-สู่-ยัง-สิ้น ฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"taddhita-bhava-9\">๓) <strong>ภาวศัพท์</strong> และ <strong>ภาวตัทธิต</strong> เข้ากับ <strong>ยุ ปัจจัย</strong></h2>\n<p>แปลว่า ความเป็นคืออัน โดยอรรถให้ตัดคำว่า คือ-อัน ออก เอาแต่คำว่า ความเป็น หรือเหลือเฉพาะคำว่า ความ ก็ได้ เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>กรณภา-โว</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ความกระทำ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>มรณภาโว</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ความตาย</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สยนตุํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ความนอน</div></div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"taddhita-bhava-11\">๔) <strong>ภาวศัพท์</strong> และ <strong>ภาวตัทธิต</strong> ลงหลังนามนามฝ่ายดี</h2>\n<p>แปลว่า คุณเครื่องความเป็นแห่ง ให้ตัดคำว่า แห่งออก เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สหายตา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">คุณเครื่องความเป็นสหาย</div></div></div>\n<p>ถ้าเป็น</p>\n<p>นามนามฝ่ายชั่ว โดยพยัญชนะว่า โทษเครื่องความเป็นแห่ง ให้ตัดคำว่า แห่ง ทิ้ง เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ทุสฺสีลยํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">โทษเครื่องความเป็นคนทุศีล</div></div></div>\n<p>เป็นต้น ฯ</p>\n<p>เป็นอันว่าได้อธิบายวิธีแปลโดยอรรถตามหลักไวยากรณ์ตั่งแต่นาม ๑-๒ มาจนตัทธิตจบลงแล้ว</p>\n<p>แต่วิธีแปลโดยอรรถก็ยังมีอยู่อีกมากที่จะต้องเรียนต้องจดจำต่อไป</p>\n<p>คือวิธีแปลโดยอรรถเฉพาะบทบ้าง เฉพาะประโยคบ้าง ซึ่งบางศัพท์ บท และประโยค มีวิธีแปลเฉพาะตัวเองมีสำนวนแปลเฉพาะตัวเอง ไม่ตรงกับแปลโดยพยัญชนะเลยก็มีมาก ก็คงนำมาอธิบายไม่หมดไม่สิ้นแน่</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"taddhita-bhava-3","title":"๑) ภาวศัพท์ และ ภาวตัทธิต เข้ากับนามนาม","level":2},{"anchor":"taddhita-bhava-5","title":"๒) ภาวศัพท์ และ ภาวตัทธิต เข้ากับคุณนาม-กิรกยากิตก์-นามกิตก์","level":2},{"anchor":"taddhita-bhava-9","title":"๓) ภาวศัพท์ และ ภาวตัทธิต เข้ากับ ยุ ปัจจัย","level":2},{"anchor":"taddhita-bhava-11","title":"๔) ภาวศัพท์ และ ภาวตัทธิต ลงหลังนามนามฝ่ายดี","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลตทธิตทงปวงโดยอรรถตทธิตทง๑๗อยางมีโคตตตทธิตเปนตนมีนิสสิตตทธิตเปนทีสุดมีวิธีแปลโดยอรรถอยางเดียวกบนาม๑-๒สงขยา-สพพนาม-อพยยศพท-อาขยาต-กิตกเพราะตทธิตกใชศพทเหลานีมาประกอบเขาเปนตทธิตจะแสดงวิธีแปลโดยอรรถเฉพาะภาวตทธิตซึงจะตองแปลตดทิงบางเลกนอยเทานนดงตอไปนี๑)ภาวศพทและภาวตทธิตเขากบนามนามโดยพยญชนะแปลวาความเปนแหงโดยอรรถใหตดคำวาแหงออกเชนปุริสภาโวความเปนแหงบุรุษโดยอรรถวาความเปนบุรุษ๒)ภาวศพทและภาวตทธิตเขากบคุณนาม-กิรกยากิตก-นามกิตกโดยพยญชนะวาความทีแหง-เปนผูโดยอรรถวาใหตดแหงออกแปลวาความทีเปน-ซึงหรือความที-เปนผู(เปนของ-เปนสิง-เปนธรรมชาติฯลฯคำวาซึงเปนนิบาตภาษาไทยใชแทนคำวาผู-ทีไมใช-ซึงทีมาจากนิบาตบาลีวาซึง-สู-ยง-สินฯ๓)ภาวศพทและภาวตทธิตเขากบยุปจจยแปลวาความเปนคืออนโดยอรรถใหตดคำวาคือ-อนออกเอาแตคำวาความเปนหรือเหลือเฉพาะคำวาความกไดเชนกรณภา-โวความกระทำ,มรณภาโวความตาย,สยนตุํความนอนเปนตนฯ๔)ภาวศพทและภาวตทธิตลงหลงนามนามฝายดีแปลวาคุณเครืองความเปนแหงใหตดคำวาแหงออกเชนสหายตาคุณเครืองความเปนสหายถาเปนนามนามฝายชวโดยพยญชนะวาโทษเครืองความเปนแหงใหตดคำวาแหงทิงเชนทุสสีลยํโทษเครืองความเปนคนทุศีลเปนตนฯเปนอนวาไดอธิบายวิธีแปลโดยอรรถตามหลกไวยากรณตงแตนาม๑-๒มาจนตทธิตจบลงแลวแตวิธีแปลโดยอรรถกยงมีอยูอีกมากทีจะตองเรียนตองจดจำตอไปคือวิธีแปลโดยอรรถเฉพาะบทบางเฉพาะประโยคบางซึงบางศพทบทและประโยคมีวิธีแปลเฉพาะตวเองมีสำนวนแปลเฉพาะตวเองไมตรงกบแปลโดยพยญชนะเลยกมีมากกคงนำมาอธิบายไมหมดไมสินแน","nex":6,"url":"taddhita"},{"id":"s156","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปล สหบุพพบท โดยอรรถ","level":2,"path":["แปล สหบุพพบท โดยอรรถ"],"pdf":116,"page":109,"html":"<p>สหบุพพบทพหุพพิหิ โดยพยัญชนะแปลว่า เป็นไปกับด้วย</p>\n<p>ถ้าโดยอรรถแปล ๒ อย่าง คือ แปลว่า มี อย่างหนึ่ง, พร้อมด้วย อย่างหนึ่ง</p>\n<p>ทดลองใช้คำทั้งสองนี้ไปแปล สหบุพพบทพหุพพิหิ นั้นๆ ดู ถ้าได้ความดี ฟังเข้าท่าที่ดีอย่างไรแล้วก็ให้เอาอย่างนั้น เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สสีโล</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>มี</strong>ศีล</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สธโน</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>มี</strong>ทรัพย์</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สปฺปญฺโญ</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>มี</strong>ปัญญา</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สสทฺโธ</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>มี</strong>ศรัทธา</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สจิตฺตกํ</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>มี</strong>จิต</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สภิกฺขุโก</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>มี</strong>ภิกษุ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สมนุสฺโส</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>มี</strong>คน</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สปุตฺโต</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>มี</strong>บุตร</div></div></div>\n<p>บทที่มี สห นำหน้าดังที่แปลมานี้ เหมาะกับคำว่า มี จึงได้แปลอย่างนี้</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"saha-together\">ส่วนที่แปลว่า พร้อมด้วยพึงสังเกตดังนี้</h2>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สปุตฺตธีตา</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>พร้อมด้วย</strong>บุตรธิดา</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สปุตฺตทาโร</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>พร้อมด้วย</strong>บุตรและทาระ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สเทวกํ</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>พร้อมด้วย</strong>เทวดา</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สมารกํ</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>พร้อมด้วย</strong>มาร</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สพฺรหฺมกํ</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>พร้อมด้วย</strong>พรหม</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สสฺสมณพฺราหฺมณี</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>พร้อมด้วย</strong>สมณะและพราหมณ์</div></div></div>","outline":[{"title":"ใช้คำว่า มี","section":"s156","anchor":"s156"},{"title":"ใช้คำว่า พร้อมด้วย","section":"s156","anchor":"saha-together"}],"topics":[{"anchor":"saha-together","title":"ส่วนที่แปลว่า พร้อมด้วยพึงสังเกตดังนี้","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลสหบุพพบทโดยอรรถสหบุพพบทพหุพพิหิโดยพยญชนะแปลวาเปนไปกบดวยถาโดยอรรถแปล๒อยางคือแปลวามีอยางหนึง,พรอมดวยอยางหนึงทดลองใชคำทงสองนีไปแปลสหบุพพบทพหุพพิหินนๆดูถาไดความดีฟงเขาทาทีดีอยางไรแลวกใหเอาอยางนนเชนสสีโลมีศีลสธโนมีทรพยสปปญโญมีปญญาสสทโธมีศรทธาสจิตตกํมีจิตสภิกขุโกมีภิกษุสมนุสโสมีคนสปุตโตมีบุตรบททีมีสหนำหนาดงทีแปลมานีเหมาะกบคำวามีจึงไดแปลอยางนีสวนทีแปลวาพรอมดวยพึงสงเกตดงนีสปุตตธีตาพรอมดวยบุตรธิดาสปุตตทาโรพรอมดวยบุตรและทาระสเทวกํพรอมดวยเทวดาสมารกํพรอมดวยมารสพรหมกํพรอมดวยพรหมสสสมณพราหมณีพรอมดวยสมณะและพราหมณ","nex":14,"url":"saha-pubbabot"},{"id":"s157","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลแก้อรรถโดยอรรถ","level":2,"path":["แปลแก้อรรถโดยอรรถ"],"pdf":117,"page":110,"html":"<p>วิธีแปลแก้อรรถโดยอรรถทั้งปวง ก็แปลไปตามแนวพยัญชนะและแปลตามท้องนิทานดังที่ได้แนะนำมาแล้วนั้นเอง แต่ก็มีวิธีแปลโดยเฉพาะบ้างเล็กน้อย ที่ควรจดจำไว้ดังนี้</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลแกอรรถโดยอรรถวิธีแปลแกอรรถโดยอรรถทงปวงกแปลไปตามแนวพยญชนะและแปลตามทองนิทานดงทีไดแนะนำมาแลวนนเองแตกมีวิธีแปลโดยเฉพาะบางเลกนอยทีควรจดจำไวดงนี","nex":0,"url":"attha-kae-attha"},{"id":"s158","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปล อตฺโถ โดยอรรถ","level":3,"path":["แปลแก้อรรถโดยอรรถ","แปล อตฺโถ โดยอรรถ"],"pdf":117,"page":110,"html":"<p>อตฺโถ อ.อรรถ เวลาแปลโดยอรรถ ให้แปลว่า คือ-ได้แก่-ความแต่ใช้ต่างกันดังนี้ คือ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"attho-context-3\">๑. ถ้าบทแก้มีน้อยหรือมาก แต่ไม่ถึงเป็นประโยคใหญ่ๆ</h3>\n<p>อตฺโถ ให้แปลว่า คือ-ได้แก่ คำว่า คือ กับ ได้แก่ ให้เลือกใช้ทีละคำ อย่าใช้ซ้ำกันบ่อยนัก ให้ใช้ คือ กับ ได้แก่ สลับกันไป ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"attho-context-5\">๒. ถ้าบทแก้มีมาก เป็นประโยคใหญ่ๆ ยาวๆ</h3>\n<p>อตฺโถ ให้แปลว่า ความว่า ทุกแห่งไปโดยตลอด ฯ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"attho-context-7\">๓. โดยพยัญชนะ</h3>\n<p>อตฺโถ บางแห่งแปลว่า เนื้อความบ้าง แปลว่า อธิบายบ้าง โดยอรรถในที่แห่งนั้น ก็ให้แปลว่า เนื้อความว่า อธิบายว่า อย่างเดิม ฯ</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"attho-context-3","title":"๑. ถ้าบทแก้มีน้อยหรือมาก แต่ไม่ถึงเป็นประโยคใหญ่ๆ","level":3},{"anchor":"attho-context-5","title":"๒. ถ้าบทแก้มีมาก เป็นประโยคใหญ่ๆ ยาวๆ","level":3},{"anchor":"attho-context-7","title":"๓. โดยพยัญชนะ","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลอตโถโดยอรรถอตโถอ.อรรถเวลาแปลโดยอรรถใหแปลวาคือ-ไดแก-ความแตใชตางกนดงนีคือ๑.ถาบทแกมีนอยหรือมากแตไมถึงเปนประโยคใหญๆอตโถใหแปลวาคือ-ไดแกคำวาคือกบไดแกใหเลือกใชทีละคำอยาใชซำกนบอยนกใหใชคือกบไดแกสลบกนไปฯ๒.ถาบทแกมีมากเปนประโยคใหญๆยาวๆอตโถใหแปลวาความวาทุกแหงไปโดยตลอดฯ๓.โดยพยญชนะอตโถบางแหงแปลวาเนือความบางแปลวาอธิบายบางโดยอรรถในทีแหงนนกใหแปลวาเนือความวาอธิบายวาอยางเดิมฯ","nex":0,"url":"attha-kae-attha#attho"},{"id":"s159","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลบทตั้งโดยอรรถ","level":3,"path":["แปลแก้อรรถโดยอรรถ","แปลบทตั้งโดยอรรถ"],"pdf":117,"page":110,"html":"<p>สำหรับ ตตฺถ โดยพยัญชนะแปลว่า ในบท ท. เหล่านั้นหนา โดยอรรถว่า บรรดาบทเหล่านั้น หรือ ประชุมบทเหล่านั้น และ ตตฺถ ในพระคาถานั้น อย่างเดิม ฯ</p>\n<p>๑. ถ้าบทตั้งบทเดียว        แปลว่า        บทว่า ๒. ถ้าบทตั้ง ๒ บท          แปลว่า        ๒ บทว่า ๓. ถ้าบทตั้งหลายบท         แปลว่า        หลายบทว่า ๔. ถ้าบทตั้ง ๑ บาทคาถา      แปลว่า        บาทคาถา ๕. ถ้าบทตั้งเป็นศัพท์       แปลว่า        ศัพท์ว่า ๖. ถ้าแก้เป็นวิเคราะห์ ให้แปลบทตั้งว่า บัณฑิตพึงวิเคราะห์ ในบทว่า (ดังต่อไปนี้) ๗. ถ้าแก้วินิจฉัย ให้แปลบทตั้งว่า บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัย ในบทว่า (ดังต่อไปนี้)</p>\n<p>๘. บทไขที่แปลโดยพยัญชนะอ่านไขออกไปว่า คือว่า ครั้งที่ ๑ ให้แปลว่า ได้แก่ ถ้ามีครั้งที่ ๒ ให้แปลว่า ได้แก่</p>\n<p>ถ้ามีครั้งที่ ๒-๔-๕ ฯลฯ ให้แปลไปเฉยๆ ไม่ต้องว่า คือ ได้แก่ อีก เพราะจะซ้ำซากเกินไป ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลบทตงโดยอรรถสำหรบตตถโดยพยญชนะแปลวาในบทท.เหลานนหนาโดยอรรถวาบรรดาบทเหลานนหรือประชุมบทเหลานนและตตถในพระคาถานนอยางเดิมฯ๑.ถาบทตงบทเดียวแปลวาบทวา๒.ถาบทตง๒บทแปลวา๒บทวา๓.ถาบทตงหลายบทแปลวาหลายบทวา๔.ถาบทตง๑บาทคาถาแปลวาบาทคาถา๕.ถาบทตงเปนศพทแปลวาศพทวา๖.ถาแกเปนวิเคราะหใหแปลบทตงวาบณฑิตพึงวิเคราะหในบทวา(ดงตอไปนี)๗.ถาแกวินิจฉยใหแปลบทตงวาบณฑิตพึงทราบวินิจฉยในบทวา(ดงตอไปนี)๘.บทไขทีแปลโดยพยญชนะอานไขออกไปวาคือวาครงที๑ใหแปลวาไดแกถามีครงที๒ใหแปลวาไดแกถามีครงที๒-๔-๕ฯลฯใหแปลไปเฉยๆไมตองวาคือไดแกอีกเพราะจะซำซากเกินไปฯ","nex":0,"url":"attha-kae-attha#bot-tang"},{"id":"s160","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"คณะฉันท์","level":2,"path":["คณะฉันท์"],"pdf":118,"page":111,"html":"<p>คณะฉันท์ มี ๘ คือ ย ร ต ภ ช ส ม น</p>\n<p>ย ย่อมาจาก</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ยช</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ยัญ</div></div></div>\n<p>ร ย่อมาจาก</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">รวิ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า พระอาทิตย์</div></div></div>\n<p>ต ย่อมาจาก</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โตย</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ไฟ</div></div></div>\n<p>ภ ย่อมาจาก</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ภูมิ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า แผ่นดิน</div></div></div>\n<p>ช ย่อมาจาก</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ชลน</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า น้ำ</div></div></div>\n<p>ส ย่อมาจาก</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">โสม</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า พระจันทร์</div></div></div>\n<p>ม ย่อมาจาก</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">มารุต</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ลม</div></div></div>\n<p>น ย่อมาจาก</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">นภา</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ท้องฟ้า</div></div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"คณะฉนทคณะฉนทมี๘คือยรตภชสมนยยอมาจากยชแปลวายญรยอมาจากรวิแปลวาพระอาทิตยตยอมาจากโตยแปลวาไฟภยอมาจากภูมิแปลวาแผนดินชยอมาจากชลนแปลวานำสยอมาจากโสมแปลวาพระจนทรมยอมาจากมารุตแปลวาลมนยอมาจากนภาแปลวาทองฟา","nex":8,"url":"khana-chan"},{"id":"s161","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"คณะหนึ่งมี ๓ อักษร","level":3,"path":["คณะฉันท์","คณะหนึ่งมี ๓ อักษร"],"pdf":118,"page":111,"html":"<p>ในคณะหนึ่งๆ มี ๓ อักษร มีครุและลหุ ดังนี้</p>\n<p>ย คณะ  มี  ลหุ ครุ   ครุ    เช่น  มเหสี ร คณะ  มี  ครุ ลหุ   ครุ    เช่น  นายโก ต คณะ  มี  ครุ ครุ   ลหุ    เช่น  มาราริ ภ คณะ  มี  ครุ ลหุ   ลหุ    เช่น  มารชิ ช คณะ  มี  ลหุ ครุ   ลหุ    เช่น  มุนินฺท ส คณะ  มี  ลหุ ลหุ   ครุ    เช่น  สุคโต ม คณะ  มี  ครุ ครุ   ครุ    เช่น  สพฺพญฺญุ น คณะ  มี  ลหุ ลหุ   ลหุ    เช่น  สุมุนิ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"คณะหนึงมี๓อกษรในคณะหนึงๆมี๓อกษรมีครุและลหุดงนียคณะมีลหุครุครุเชนมเหสีรคณะมีครุลหุครุเชนนายโกตคณะมีครุครุลหุเชนมาราริภคณะมีครุลหุลหุเชนมารชิชคณะมีลหุครุลหุเชนมุนินทสคณะมีลหุลหุครุเชนสุคโตมคณะมีครุครุครุเชนสพพญญุนคณะมีลหุลหุลหุเชนสุมุนิ","nex":0,"url":"khana-chan#khana-3-akson"},{"id":"s162","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ฉันท์ที่พบมาก","level":3,"path":["คณะฉันท์","ฉันท์ที่พบมาก"],"pdf":119,"page":112,"html":"<p>ฉันท์ที่พบมากในเวลาแปลหนังสือ มีอยู่ ๖ ฉันท์ คือ</p>\n<p>๑. ปัฐยาวัตร              ๒. อินทรวิเชียร ๓. อุเปนทรวิเชียร         ๓. อินทรวงศ์ ๕. วังสัฏฐ                ๖. วสันตดิลก</p>\n<p>ปัฏฐยาวัตร มี ๘ อักษร หรือ ๙ อักษร เป็น ๑ บาท, ๔ บาท เป็น ๑ คาถา</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"chan-notes\"><strong>หมายเหตุ</strong></h2>\n<p>๑. อักษรตัวที่ ๑ และที่๘ (๙) ในบาททั้งปวงจะเป็นครุ หรือ ลหุ ก็ได้ ๒. อักษรตัวที่ ๒ - ๓ - ๔ ทั้งในบาทคู่และบาทคี่ ห้ามใช้ ส คณะ และ น คณะ ๓. อักษรตัวที่ ๕ - ๖ - ๗ ในบาทคี่ ต้องเป็น ย คณะ เท่านั้น ๔. อักษรตัวที่ ๕ - ๖ - ๗ ในบาทคู่ ต้องเป็น ช คณะ เท่านั้น</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"chan-notes","title":"หมายเหตุ","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ฉนททีพบมากฉนททีพบมากในเวลาแปลหนงสือมีอยู๖ฉนทคือ๑.ปฐยาวตร๒.อินทรวิเชียร๓.อุเปนทรวิเชียร๓.อินทรวงศ๕.วงสฏฐ๖.วสนตดิลกปฏฐยาวตรมี๘อกษรหรือ๙อกษรเปน๑บาท,๔บาทเปน๑คาถาหมายเหตุ๑.อกษรตวที๑และที๘(๙)ในบาททงปวงจะเปนครุหรือลหุกได๒.อกษรตวที๒-๓-๔ทงในบาทคูและบาทคีหามใชสคณะและนคณะ๓.อกษรตวที๕-๖-๗ในบาทคีตองเปนยคณะเทานน๔.อกษรตวที๕-๖-๗ในบาทคูตองเปนชคณะเทานน","nex":0,"url":"khana-chan#chan-thi-phop-mak"},{"id":"s163","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ศัพท์ที่ใช้แทนวิภัตติทั้ง ๗","level":2,"path":["ศัพท์ที่ใช้แทนวิภัตติทั้ง ๗"],"pdf":119,"page":112,"html":"<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๑. ปจฺจตฺตวจนํ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า        ปฐมาวิภัตติ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๒. อุปโยควจนํ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า        ทุติยาวิภัตติ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๓. กรณวจนํ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า        ตติยาวิภัตติ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๔. สมฺปทานวจนํ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า        จตุตถีวิภัตติ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๕. นิสฺสกฺกวจนํ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า        ปัญจมีวิภัตติ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">๖. ภุมฺมํ</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า        สัตตมีวิภัตติ</div></div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ศพททีใชแทนวิภตติทง๗๑.ปจจตตวจนํแปลวาปฐมาวิภตติ๒.อุปโยควจนํแปลวาทุติยาวิภตติ๓.กรณวจนํแปลวาตติยาวิภตติ๔.สมปทานวจนํแปลวาจตุตถีวิภตติ๕.นิสสกกวจนํแปลวาปญจมีวิภตติ๖.ภุมมํแปลวาสตตมีวิภตติ","nex":6,"url":"sap-thaen-vibhatti-7"},{"id":"s164","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลประโยค ย - ต โดยอรรถ","level":2,"path":["แปลประโยค ย - ต โดยอรรถ"],"pdf":120,"page":113,"html":"<p>ประโยค ย-ต ทั้งหมดมี ๕ ชนิด แต่ละชนิดได้ขีดแผนผังแสดงที่ตั้งของประโยค ย - ต</p>","outline":[{"title":"ตำแหน่งประโยค ย–ต","section":"s165","anchor":"s165"},{"title":"แปลเอาทั้ง ย และ ต","section":"s166","anchor":"attha-ya-ta-retain"},{"title":"แปลตัด ย แล้วใช้ ผู้ ที่ ซึ่ง อัน","section":"s166","anchor":"attha-ya-ta-collapse-rule"},{"title":"ตัวอย่าง: ภิกษุผู้ปรารถนาสิ่งใด","section":"s167","anchor":"s167"},{"title":"ย แทรกอยู่ในประโยค ต","section":"s168","anchor":"s168"},{"title":"ตัวอย่าง: ถนนที่น้องชายอยู่","section":"s169","anchor":"s169"},{"title":"ตัวอย่าง: เติมส่วนที่บกพร่อง","section":"s170","anchor":"s170"}],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลประโยคย-ตโดยอรรถประโยคย-ตทงหมดมี๕ชนิดแตละชนิดไดขีดแผนผงแสดงทีตงของประโยคย-ต","nex":0,"url":"attha-ya-ta"},{"id":"s165","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แผนผัง ย - ต สามัญ","level":3,"path":["แปลประโยค ย - ต โดยอรรถ","แผนผัง ย - ต สามัญ"],"pdf":120,"page":113,"html":"<figure class=\"hb-diagram\" style=\"--hb-diagram-width:520px\"><div class=\"hb-diagram-scroll\"><img src=\"/handbook/img/diagram-s165.png?v=1791819111537854724\" alt=\"แผนผังประโยค ย–ต สามัญ ใด–นั้น: แบบ ย อยู่หน้า ต, ต อยู่หน้า ย และ ย แทรกในประโยค ต\" width=\"520\" height=\"230\" loading=\"lazy\"></div></figure>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แผนผงย-ตสามญใด–นน๑)ย.................................,ต...........................0๒)(ต).............................,ย...........................0๓).................................,ย..........,ต.............0","nex":0,"url":"attha-ya-ta#phaenphang"},{"id":"s166","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"หลักการแปลโดยอรรถ","level":3,"path":["แปลประโยค ย - ต โดยอรรถ","หลักการแปลโดยอรรถ"],"pdf":120,"page":113,"html":"<h2 class=\"hb-topic\" id=\"attha-ya-ta-retain\">(ก) ถ้าจะแปลอาทั้ง <strong>ย</strong> ทั้ง <strong>ต</strong></h2>\n<p>โดยไม่ตัด <strong>ย</strong> ทิ้ง ก็ให้แปลตามแนวพยัญชนะนั่นเอง คือให้แปลขึ้นที่ประโยค <strong>ย</strong> ก่อน เมื่อแปลประโยค <strong>ย</strong> หมดทุกบทและแปลตัว <strong>ย</strong> ว่าใด แล้ว จึงเข้าแปลประโยค ต พร้อมทั้งตัว ต ว่านั้น</p>\n<p>การแปลชนิดไม่ต้องลบ ย - ต อย่างนี้ ได้แก่การแปลตามแผนผัง ที่ ย - ต ตั้งอยู่ตามแผนผังที่ ๑-๒ และประโยค <strong>ย - ต นั้น ฯ เป็นประโยคใหญ่ๆ ยาวๆ ซึ่งเมื่อแปลเอา ทั้ง ย ทั้ง ต</strong> แล้วฟังดี ก็ให้ดำเนินการแปลตามแบบข้อ ก นี้ ฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"attha-ya-ta-collapse-rule\">(ข) เมื่อแปลเอาทั้ง ย ทั้ง ต</h2>\n<p>ใดๆ นั้น ๆ ฟังดูแล้วไม่เข้าท่ายุ่งยากสับสน เนื้อความไม่ชัดเจนคนไทยจะฟังไม่รู้ความหมายทันที ความก็ยังคล้ายๆ พยัชนะอยู่</p>\n<p>เมื่อไม่ดีอย่างนี้ ก็ให้ลองแปลตัว <strong>ย</strong> ทิ้ง อย่าแปลเอาใด ๆ ส่วน ต จะแปลเอาก็ได้ตัดทิ้งไม่แปลเอาก็ได้ วิธีแปลตัด ย ทิ้งนั้น ดังนี้</p>\n<p>ที่แรกให้แปลขึ้นประโยค ต ก่อน พอไปถึงตอนจะเข้าแปลประโยค ย ให้เพิ่มคำเหล่านี้ก่อนจึงเข้าประโยค <strong>ย</strong> ทันที คือคำว่า ผู้ - ที่ - ซึ่ง - อัน - เป็นที่ -เป็นเครื่อง - เป็นเหตุ - เป็นแดน (ให้จำคำเหล่านี้ไว้ให้ดี)</p>\n<p>แล้วก็เข้าแปลประโยค <strong>ย</strong> ให้หมดทุกบท แต่ตัว <strong>ย</strong> กับนามนามที่ <strong>ย</strong> เป็นวิเสสนะนั้นอย่าแปลเอาเป็นอันขาด</p>\n<p>เพราะแปลแบบนี้ท่านให้ตัด <strong>ย</strong> ทิ้ง ถ้าแปลเอา <strong>ย</strong> จะเสียความทั้งหมด ใช้ไม่ได้ ผิดอย่างร้ายแรงด้วย</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"attha-ya-ta-retain","title":"(ก) ถ้าจะแปลอาทั้ง ย ทั้ง ต","level":2},{"anchor":"attha-ya-ta-collapse-rule","title":"(ข) เมื่อแปลเอาทั้ง ย ทั้ง ต","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลโดยอรรถ(ก)ถาจะแปลอาทงยทงตโดยไมตดยทิงกใหแปลตามแนวพยญชนะนนเองคือใหแปลขึนทีประโยคยกอนเมือแปลประโยคยหมดทุกบทและแปลตวยวาใดแลวจึงเขาแปลประโยคตพรอมทงตวตวานนการแปลชนิดไมตองลบย-ตอยางนีไดแกการแปลตามแผนผงทีย-ตตงอยูตามแผนผงที๑-๒และประโยคย-ตนนฯเปนประโยคใหญๆยาวๆซึงเมือแปลเอาทงยทงตแลวฟงดีกใหดำเนินการแปลตามแบบขอกนีฯ(ข)เมือแปลเอาทงยทงตใดๆนนๆฟงดูแลวไมเขาทายุงยากสบสนเนือความไมชดเจนคนไทยจะฟงไมรูความหมายทนทีความกยงคลายๆพยชนะอยูเมือไมดีอยางนีกใหลองแปลตวยทิงอยาแปลเอาใดๆสวนตจะแปลเอากไดตดทิงไมแปลเอากไดวิธีแปลตดยทิงนนดงนีทีแรกใหแปลขึนประโยคตกอนพอไปถึงตอนจะเขาแปลประโยคยใหเพิมคำเหลานีกอนจึงเขาประโยคยทนทีคือคำวาผู-ที-ซึง-อน-เปนที-เปนเครือง-เปนเหตุ-เปนแดน(ใหจำคำเหลานีไวใหดี)แลวกเขาแปลประโยคยใหหมดทุกบทแตตวยกบนามนามทียเปนวิเสสนะนนอยาแปลเอาเปนอนขาดเพราะแปลแบบนีทานใหตดยทิงถาแปลเอายจะเสียความทงหมดใชไมไดผิดอยางรายแรงดวย","nex":0,"url":"attha-ya-ta#lak-kan-plae"},{"id":"s167","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๑","level":3,"path":["แปลประโยค ย - ต โดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๑"],"pdf":121,"page":114,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อนนปานเภสชฺเชสุ โย ยํ อิจฺฉติ, ตสฺส ตํ ยถิจฺฉตเมว สมปชฺชติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=4\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๔\">(ธ.บ. ๑/๔</a>-๕)</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า บรรดาข้าวน้ำและยา ภิกษุใด ปรารถนาสิ่งใด, สิ่งนั้นย่อมสำเร็จแก่ภิกษุนั้นตามปรารถนา ทีเดียว ฯ (ตามข้อ ก) อ.ภิกษุ ใด ย่อมปรารถนา ซึ่ง - ในข้าวและน้ำอันบุคคลพึงดื่มและเภสัช ท. หนา - วัตถุใด, อ.วัตถุ นั้น ย่อมถึงพร้อม แก่ภิกษุ นั้น ตามความปรารถนานั่นเทียว ฯ (พ)</div><div class=\"hb-gloss\">ในข้าวและน้ำอันบุคคลพึงดื่มและเภสัชท.หนา ภิกษุใด ย่อมปรารถนาซึ่งวัตถุ ใดๆ (อรรถ) พระภิกษุใด ปรารถนาของสิ่งใด จะเป็นข้าวน้ำหรือเภสัช ของนั้นก็สำเร็จแก่ภิกษุรูปนั้น สมปรารถนา.</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">แปลแบบถอนออกเลย</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๑อนนปานเภสชเชสุโยยํอิจฉติ,ตสสตํยถิจฉตเมวสมปชชติ.(ธ.บ.๑/๔-๕)แปลวาบรรดาขาวนำและยาภิกษุใดปรารถนาสิงใด,สิงนนยอมสำเรจแกภิกษุนนตามปรารถนาทีเดียวฯ(ตามขอก)อ.ภิกษุใดยอมปรารถนาซึง-ในขาวและนำอนบุคคลพึงดืมและเภสชท.หนา-วตถุใด,อ.วตถุนนยอมถึงพรอมแกภิกษุนนตามความปรารถนานนเทียวฯ(พ)แปลแบบถอนออกเลยในขาวและนำอนบุคคลพึงดืมและเภสชท.หนาภิกษุใดยอมปรารถนาซึงวตถุใดๆ(อรรถ)พระภิกษุใดปรารถนาของสิงใดจะเปนขาวนำหรือเภสชของนนกสำเรจแกภิกษุรูปนนสมปรารถนา.","nex":1,"url":"attha-ya-ta#tua-yang-1"},{"id":"s168","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลชนิด ย - ต ตามแผนผังที่ ๓","level":3,"path":["แปลประโยค ย - ต โดยอรรถ","แปลชนิด ย - ต ตามแผนผังที่ ๓"],"pdf":121,"page":114,"html":"<p>ชนิด <strong>ย - ต</strong> ตามแผนผังที่ ๓ เป็นชนิดประโยค <strong>ย</strong> เข้าแทรกในประโยค <strong>ต</strong> ข้างหน้า <strong>ย</strong> ทั้งหมดเป็นพวกของ <strong>ต</strong></p>\n<p>ชนิดนี้ต้องแปลตัด <strong>ย</strong> ทิ้งทั้งสิ้น มีน้อยเหลือเกินที่จะแปลเอาทั้ง <strong>ย</strong> ทั้ง <strong>ต</strong> ดังจะแปลให้ดูต่อไปนี้</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลชนิดย-ตตามแผนผงที๓ชนิดย-ตตามแผนผงที๓เปนชนิดประโยคยเขาแทรกในประโยคตขางหนายทงหมดเปนพวกของตชนิดนีตองแปลตดยทิงทงสินมีนอยเหลือเกินทีจะแปลเอาทงยทงตดงจะแปลใหดูตอไปนี","nex":0,"url":"attha-ya-ta#phaenphang-3"},{"id":"s169","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๑","level":3,"path":["แปลประโยค ย - ต โดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๑"],"pdf":121,"page":114,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เตปิ อนุปุพฺเพน เชตวนํ คนฺตวา สตฺถารญฺจ มหาเถเร จ เถรสฺส วจเนน วนฺทิตวา ปุนทิวเส, ยตฺถ เถรสฺส กนิฏฺโฐ วสติ. ตํ วิถึ ปิณฺฑาย ปวิสีสุ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=13\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๓\">(ธ.บ.๑/๑๓)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ฝ่ายภิกษุเหล่านั้น ไปยังพระเชตวันโดยลำดับ ถวายบังคมพระศาสดาและไหว้พระเถระทั้งหลาย ตามคำพระเถระ รุ่งขึ้น เข้าไปบิณฑบาตยังถนน (เข้าประโยค ย) ที่น้องชายของพระเถระอยู่ ฯ (ตามข้อ <strong>ข</strong> ตัด <strong>ยตฺถ - ตํ</strong> ทิ้ง) แม้ อ. ภิกษุ ท.เหล่านั้น ไปแล้ว สู่พระเชตวัน โดยลำดับ ไหว้แล้ว ซึ่งพระศาสดาด้วย พระมหาเถระ ท.ด้วย ตามคำ ของพระเถระ เข้าไปแล้ว สู่ - อ.น้องชายของพระเถระ ย่อมอยู่ ในถนนใด -ถนนนั้น เพื่อก้อนข้าว ในวันรุ่งขึ้น ฯ (พ)</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\"><u>ยตฺถ (วิถิยํ) เถรสฺส กนิฏฺโฐ วสติ, ตํ วิถึ</u></div><div class=\"hb-gloss\">ฝ่ายภิกษุเหล่านั้นไปถึงพระเชตวันโดยลำดับ ถวายบังคมพระศาสดาและไหว้พระเถระตามคำของพระเถระแล้ว วันรุ่งขึ้น เข้าไปบิณฑบาตยังถนนสายที่น้องชายของพระเถระพำนักอยู่</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ประโยค ย  แทรกประโยค ต</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๑เตปิอนุปุพเพนเชตวนํคนตวาสตถารญจมหาเถเรจเถรสสวจเนนวนทิตวาปุนทิวเส,ยตถเถรสสกนิฏโฐวสติ.ตํวิถึปิณฑายปวิสีสุ.(ธ.บ.๑/๑๓)แปลวาฝายภิกษุเหลานนไปยงพระเชตวนโดยลำดบถวายบงคมพระศาสดาและไหวพระเถระทงหลายตามคำพระเถระรุงขึนเขาไปบิณฑบาตยงถนน(เขาประโยคย)ทีนองชายของพระเถระอยูฯ(ตามขอขตดยตถ-ตํทิง)แมอ.ภิกษุท.เหลานนไปแลวสูพระเชตวนโดยลำดบไหวแลวซึงพระศาสดาดวยพระมหาเถระท.ดวยตามคำของพระเถระเขาไปแลวสู-อ.นองชายของพระเถระยอมอยูในถนนใด-ถนนนนเพือกอนขาวในวนรุงขึนฯ(พ)ยตถ(วิถิยํ)เถรสสกนิฏโฐวสติ,ตํวิถึประโยคยแทรกประโยคตฝายภิกษุเหลานนไปถึงพระเชตวนโดยลำดบถวายบงคมพระศาสดาและไหวพระเถระตามคำของพระเถระแลววนรุงขึนเขาไปบิณฑบาตยงถนนสายทีนองชายของพระเถระพำนกอยู","nex":2,"url":"attha-ya-ta#tua-yang-1-b"},{"id":"s170","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๒","level":3,"path":["แปลประโยค ย - ต โดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๒"],"pdf":122,"page":115,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อิทํ วิสฺสชฺเชตฺวา , ยทูนํ , ตํ  ปูเรยฺยาสิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=74\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๗๔\">(ธ.บ. ๑/๗๔)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ท่านพึงจำหน่ายผ้านี้ แล้วให้ครบส่วน (เข้าประโยค ย) ที่บกพร่อง ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(ตามข้อ ข ตัด ยํ - ตํ ทิ้ง)</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">\"สเจ เต ทานวฏฺฏํ นปฺปโหติ, อิทํ วิสฺสชฺเชตฺวา , ยทูนํ , ตํ  ปูเรยฺยาสิ; สเจ ปโหติ, ยสฺส อิจฺฉสิ; ตสฺส ภิกฺขุโน ทเทยฺยาสีติ อาห</div><div class=\"hb-gloss\">ถ้าทานวัฏฏ์ (ของทำบุญ) ของท่านยังไม่เพียงพอไซร้ ท่านพึงจำหน่ายผ้าผืนนี้ เติมเต็ม (ให้ครบ) ส่วนที่บกพร่อง ถ้าเพียงพอไซร้ ประสงค์จะถวายรูปใด ก็พึงถวายแก่รูปนั้นเถิด ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๒อิทํวิสสชเชตวา,ยทูนํ,ตํปูเรยยาสิ.(ธ.บ.๑/๗๔)แปลวาทานพึงจำหนายผานีแลวใหครบสวน(เขาประโยคย)ทีบกพรองฯ(ตามขอขตดยํ-ตํทิง)\"สเจเตทานวฏฏํนปปโหติ,อิทํวิสสชเชตวา,ยทูนํ,ตํปูเรยยาสิ;สเจปโหติ,ยสสอิจฉสิ;ตสสภิกขุโนทเทยยาสีติอาหถาทานวฏฏ(ของทำบุญ)ของทานยงไมเพียงพอไซรทานพึงจำหนายผาผืนนีเติมเตม(ใหครบ)สวนทีบกพรองถาเพียงพอไซรประสงคจะถวายรูปใดกพึงถวายแกรูปนนเถิดฯ","nex":2,"url":"attha-ya-ta#tua-yang-2-b"},{"id":"s171","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลประโยค ยํ กิริยาปรามาสโดยอรรถ","level":2,"path":["แปลประโยค ยํ กิริยาปรามาสโดยอรรถ"],"pdf":122,"page":115,"html":"<p>วิธีแปลโดยอรรถ ให้แปลขึ้นต้นที่ตัว ตํ - เอตํ นั้นก่อน ใช้คำแปลว่า ข้อที่ ลงท้ายว่า นั้นนั่น หรือ นั้น - นั่น</p>\n<p>เมื่อแปลขึ้นคำว่า ข้อที่ แล้วก็ให้เข้าแปลประโยค ยํ ทันที</p>\n<p>ยํ ต้องตัดทิ้งจะแปลเอาไม่ได้เป็นอันขาด เช่น</p>","outline":[{"title":"เริ่มที่ ตํ–เอตํ แล้วเข้าแปล ยํ","section":"s171","anchor":"s171"},{"title":"ข้อที่ภิกษุเป็นผู้อดทนและสงบเสงี่ยม","section":"s172","anchor":"s172"},{"title":"ข้อที่เธอมีความปรารถนาน้อย","section":"s173","anchor":"s173"},{"title":"ข้อที่พระกุมารจะทำกาล","section":"s174","anchor":"s174"},{"title":"ข้อที่ต้นไม้โปรยผล","section":"s175","anchor":"s175"},{"title":"ตัวอย่างยาวและข้อยกเว้นในการตัด ย–ต","section":"s176","anchor":"s176"},{"title":"แปลเอาทั้ง ย และ ต เมื่อฟังดีกว่า","section":"s177","anchor":"s177"},{"title":"กิจที่บุคคลฟังธรรมแล้วพึงทำ","section":"s178","anchor":"s178"}],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลประโยคยํกิริยาปรามาสโดยอรรถวิธีแปลโดยอรรถใหแปลขึนตนทีตวตํ-เอตํนนกอนใชคำแปลวาขอทีลงทายวานนนนหรือนน-นนเมือแปลขึนคำวาขอทีแลวกใหเขาแปลประโยคยํทนทียํตองตดทิงจะแปลเอาไมไดเปนอนขาดเชน","nex":0,"url":"attha-yam-kiriyaparamasa"},{"id":"s172","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๑","level":3,"path":["แปลประโยค ยํ กิริยาปรามาสโดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๑"],"pdf":122,"page":115,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อิธ โข ตํ ภิกฺขเว โสเภถ; ยํ ตุมฺเห เอวํ สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิตา สมานาขมา จ ภเวยยาถ โสรตา จาติฯ <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=51\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๕๑\">(ธบ.๑/๕๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ภิกษุทั้งหลาย <strong>ข้อที่</strong>พวกเธอเป็นผู้บวชแล้วในธรรมวินัย ที่เรากล่าวดีอย่างนี้ เป็นผู้อดทนและสงบเสงี่ยม<strong>นั้น</strong> จะ<strong>พึง</strong>งามในพระธรรมและวินัยนี้แลฯ</div></div>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ภิกฺขเว</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ดูก่อนภิกษุท.</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ตุมฺเห</strong></div><div class=\"hb-gloss\">อ.เธอท.</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ยํ (เอวํ) สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิตา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">เป็นผู้บวชแล้วในธรรมวินัย อันอันเราตรัสดีแล้ว อย่างนี้</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>สมานา</strong></div><div class=\"hb-gloss\">เป็นอยู่</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ขมา จ</strong></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>พึง</strong>เป็นผู้อดทนด้วย</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>โสรตา จ</strong></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>พึง</strong>เป็นผู้เสงี่ยมด้วย</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ภเวยฺยาถ</strong></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>พึง</strong>เป็น</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ยํ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ใด</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>ตํ</strong> <u><strong>(เอวํ มยา สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิตานํ ตุมฺหากํ ขมโสรตตฺตํ)</strong></u></div><div class=\"hb-gloss\">อ.ความที่แห่งเธอท. ผู้บวชแล้ว ในธรรมและวินัย อันอันเราตรัสดีแล้วอย่างนี้ เป็นผู้อดทนและเสงี่ยม<strong>นั้น</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>โสเภถ</strong></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>พึง</strong>งาม</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อิธ โข (ธมฺมวินเย)</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ในธรรมและวินัยนี้แล</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\"><strong>อิติ</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ดังนี้</div></div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s172\">อิธ โข ตํ ภิกฺขเว โสเภถ; ยํ ตุมฺเห เอวํ สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิตา สมานาขมา จ ภเวยยาถ โสรตา จาติฯ <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=51\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๕๑\">(ธบ.๑/๕๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ข้อที่</strong>ท่านทั้งหลายผู้บวชแล้วในพระธรรมวินัยที่กล่าวชอบแล้วอย่างนี้ ควรเป็นผู้อดกลั้น เป็นผู้สงบเสงี่ยม, จะ<strong>พึง</strong>งามในธรรมวินัยนี้แล ภิกษุทั้งหลาย\"</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๑อิธโขตํภิกขเวโสเภถ;ยํตุมเหเอวํสวากขาเตธมมวินเยปพพชิตาสมานาขมาจภเวยยาถโสรตาจาติฯ(ธบ.๑/๕๑)แปลวาภิกษุทงหลายขอทีพวกเธอเปนผูบวชแลวในธรรมวินยทีเรากลาวดีอยางนีเปนผูอดทนและสงบเสงียมนนจะพึงงามในพระธรรมและวินยนีแลฯภิกขเวดูกอนภิกษุท.ตุมเหอ.เธอท.ยํ(เอวํ)สวากขาเตธมมวินเยปพพชิตาเปนผูบวชแลวในธรรมวินยอนอนเราตรสดีแลวอยางนีสมานาเปนอยูขมาจพึงเปนผูอดทนดวยโสรตาจพึงเปนผูเสงียมดวยภเวยยาถพึงเปนยํใด,ตํ(เอวํมยาสวากขาเตธมมวินเยปพพชิตานํตุมหากํขมโสรตตตํ)อ.ความทีแหงเธอท.ผูบวชแลวในธรรมและวินยอนอนเราตรสดีแลวอยางนีเปนผูอดทนและเสงียมนนโสเภถพึงงามอิธโข(ธมมวินเย)ในธรรมและวินยนีแลอิติดงนีขอทีทานทงหลายผูบวชแลวในพระธรรมวินยทีกลาวชอบแลวอยางนีควรเปนผูอดกลนเปนผูสงบเสงียม,จะพึงงามในธรรมวินยนีแลภิกษุทงหลาย\"","nex":14,"url":"attha-yam-kiriyaparamasa#tua-yang-1"},{"id":"s173","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๒","level":3,"path":["แปลประโยค ยํ กิริยาปรามาสโดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๒"],"pdf":123,"page":116,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อนจฺฉริยํ โข ปเนตํ ภิกขุ , ยํ ตฺวํ มาทิสํ อาจริยํ ลภิตฺวา อปฺปิจฺโฉ อโหสิ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ดูกรภิกษุ <strong>ข้อที่</strong>เธอได้อาจารย์ผู้เช่นกับด้วยเราแล้ว ได้เป็นผู้มีความปรารถนาน้อย<strong>นั้น</strong> ไม่น่าอัศจรรย์เลย ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๒อนจฉริยํโขปเนตํภิกขุ,ยํตวํมาทิสํอาจริยํลภิตวาอปปิจโฉอโหสิ.แปลวาดูกรภิกษุขอทีเธอไดอาจารยผูเชนกบดวยเราแลวไดเปนผูมีความปรารถนานอยนนไมนาอศจรรยเลยฯ","nex":1,"url":"attha-yam-kiriyaparamasa#tua-yang-2"},{"id":"s174","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๓","level":3,"path":["แปลประโยค ยํ กิริยาปรามาสโดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๓"],"pdf":123,"page":116,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชติ , ยํ ตฺวํ กุมาโรว สมาโน กาลํ กเรยฺยาสิ ,</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ก็<strong>ข้อที่</strong>พระองค์เป็นพระกุมารนั่นแล จะพึงทำกาล<strong>นั้น</strong> เป็นฐานะมีอยู่ ก็<strong>ข้อที่</strong>พระองค์พึ่งทิวงคตเสียตั่งแต่ยังเป็นพระกุมาร นั่นเป็นฐานะมีอยู่แล</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">แปลว่า</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ปน</div><div class=\"hb-gloss\">ก็</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ตฺวํ</div><div class=\"hb-gloss\">อ.พระองค์</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กุมาโร ว</div><div class=\"hb-gloss\">เป็นกุมารเทียว</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">สมาโน</div><div class=\"hb-gloss\">มีอยู่</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กเรยฺยาสิ</div><div class=\"hb-gloss\">พึงกระทำ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">กาลํ</div><div class=\"hb-gloss\">ซึ่งกาละ</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ยํ</div><div class=\"hb-gloss\">ใด</div></div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(แปล ป.ต. รวบว่า)</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">เอตํ (ตว กุมารสฺส สมานสฺส กาลํ กรณํ)</div><div class=\"hb-gloss\">อ.อันกระทำ ซึ่งกาละ แห่งพระองค์ผู้เป็นกุมารมีอยู่<strong>นั้น</strong></div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ฐานํ โข</div><div class=\"hb-gloss\">เป็นฐานะแล</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">วิชฺชติ</div><div class=\"hb-gloss\">มีอยู่</div></div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๓ฐานํโขปเนตํวิชชติ,ยํตวํกุมาโรวสมาโนกาลํกเรยยาสิ,แปลวากขอทีพระองคเปนพระกุมารนนแลจะพึงทำกาลนนเปนฐานะมีอยูกขอทีพระองคพึงทิวงคตเสียตงแตยงเปนพระกุมารนนเปนฐานะมีอยูแลแปลวาปนกตวํอ.พระองคกุมาโรวเปนกุมารเทียวสมาโนมีอยูกเรยยาสิพึงกระทำกาลํซึงกาละยํใด(แปลป.ต.รวบวา)เอตํ(ตวกุมารสสสมานสสกาลํกรณํ)อ.อนกระทำซึงกาละแหงพระองคผูเปนกุมารมีอยูนนฐานํโขเปนฐานะแลวิชชติมีอยู","nex":11,"url":"attha-yam-kiriyaparamasa#tua-yang-3"},{"id":"s175","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๔","level":3,"path":["แปลประโยค ยํ กิริยาปรามาสโดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๔"],"pdf":123,"page":116,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ญาตเมตํ กุรุงฺคสฺส , ยํ ตฺวํ เสปณฺณิ เสยฺยสิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=141\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๔๑\">(ธ.บ. ๑/๑๔๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ดูกรไม้มะลื่น <strong>ข้อที่</strong>เจ้าโปรย (ผล) <strong>นั้น</strong>ๆ กวางรู้แล้ว ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๔ญาตเมตํกุรุงคสส,ยํตวํเสปณณิเสยยสิ.(ธ.บ.๑/๑๔๑)แปลวาดูกรไมมะลืนขอทีเจาโปรย(ผล)นนๆกวางรูแลวฯ","nex":1,"url":"attha-yam-kiriyaparamasa#tua-yang-4"},{"id":"s176","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๕","level":3,"path":["แปลประโยค ยํ กิริยาปรามาสโดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๕"],"pdf":124,"page":117,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ฉาตกกาเล สกเฏน วีหิ อาทาย ชนปทํ คนฺตฺวา เอกนาฬิทฺวินาฬิมตฺเตน คาม- สูกรโปตเก กีณิตฺวา สกฏํ ปูเรตฺวา อาคนฺตวา ปจฺฉานิเวสเน วชํ วิย เอกฏฺฐานํ ปริกฺขิปิตฺวา ตตฺเถว เตสํ นิวาปํ โรเปตฺวา เตสุ นานาคจฺเฉ จ สรีรวลญฺชญฺจ ขา ทิตฺวา วุฑฺฒิเตสุ ยํ ยํ มาเรตุกาโม โหติ ตํ ตํ อาฬาหเน นิจฺจลํ พนฺธิตฺวา สรีรมํสสฺส อุทฺธุมายิตฺวา พหลภาวตฺถํ จตุรสฺสมุคฺคเรน โปเถตฺวา พหลมํโส ชาโตติ ญตฺวา มุเข วิวริตฺวา ทนฺตนฺตเร ทณฺฑกํ ทตฺวา โลหนาฬิยา ปุกฺกุฏฺฐิตํ อุณฺโหทกํ มุเข อา- สิญฺจิติ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ในเวลาอดอยาก นายจุนทสูกริกะ<strong>นั้น</strong> เอาเกวียนบรรทุกข้าวเปลือกไปยังชนบทแลกลูกสุกรชาวบ้านด้วยข้าวเปลือก ๑ ทะนาน ๒ ทะนาน บรรทุกเต็มเกวียนแล้วมาล้อมที่แห่งหนึ่งดุจคอก ภายหลังที่อยู่ ปลูกผักในที่<strong>นั้น</strong>แหละสำหรับสุกรเหล่า<strong>นั้น</strong> เมื่อสุกรเหล่า<strong>นั้น</strong>เคียวกินกอต่างๆ และคูถในสรีระ เติบโตแล้ว, (เข้าแปลประโยค ย และเอา ย ด้วยว่า) (ตน) ประสงค์จะฆ่าสุกร<strong>ใด</strong> ๆ, มัดสุกร<strong>นั้น</strong>ๆ ไม่ให้ไหวติง ไว้ที่หลักสำหรับฆ่าใช้ไม้ค้อนสี่เหลี่ยมทุบเพื่อจะให้เนื้อในสรีระพองหนาขึ้น รู้ว่า \"สุกรมีเนื้อหนาแล้ว, จับง้างปากใส่ท่อนไม้เล็กๆ เข้าในระหว่างฟัน ราดน้ำร้อนที่เดือดพล่านในปากด้วยทะนานโลหะ ฯ (ตามข้อ ก)</div><div class=\"hb-gloss\">ฯลฯ มัดสุกรตัวที่ตนประสงค์จะฆ่าไว้กับหลักไม่ให้ติง ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ข้อนี้ประโยค ย แทรกในประโยค ต เหมือนกัน แต่ไม่ได้แปล ตัด ย ย - ต ต ทิ้ง เพราะเมื่อแปลเอาอย่างนี้ ก็ได้ความหมายดีและฟังดีจึงแปลเอา ประโยค ย แทรก ประโยค ต มีลักษณะพอที่จะแปลเอาได้ก็ให้แปลเถิด ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ถูกต้อง แม้ประโยค ย-ต ในข้อนี้จะแปลตัดก็ยังได้ ดังจะแปลตรงที่ตัดให้ดูดังนี้</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๕ฉาตกกาเลสกเฏนวีหิอาทายชนปทํคนตวาเอกนาฬิทวินาฬิมตเตนคาม-สูกรโปตเกกีณิตวาสกฏํปูเรตวาอาคนตวาปจฉานิเวสเนวชํวิยเอกฏฐานํปริกขิปิตวาตตเถวเตสํนิวาปํโรเปตวาเตสุนานาคจเฉจสรีรวลญชญจขาทิตวาวุฑฒิเตสุยํยํมาเรตุกาโมโหติตํตํอาฬาหเนนิจจลํพนธิตวาสรีรมํสสสอุทธุมายิตวาพหลภาวตถํจตุรสสมุคคเรนโปเถตวาพหลมํโสชาโตติญตวามุเขวิวริตวาทนตนตเรทณฑกํทตวาโลหนาฬิยาปุกกุฏฐิตํอุณโหทกํมุเขอา-สิญจิติ.แปลวาในเวลาอดอยากนายจุนทสูกริกะนนเอาเกวียนบรรทุกขาวเปลือกไปยงชนบทแลกลูกสุกรชาวบานดวยขาวเปลือก๑ทะนาน๒ทะนานบรรทุกเตมเกวียนแลวมาลอมทีแหงหนึงดุจคอกภายหลงทีอยูปลูกผกในทีนนแหละสำหรบสุกรเหลานนเมือสุกรเหลานนเคียวกินกอตางๆและคูถในสรีระเติบโตแลว,(เขาแปลประโยคยและเอายดวยวา)(ตน)ประสงคจะฆาสุกรใดๆ,มดสุกรนนๆไมใหไหวติงไวทีหลกสำหรบฆาใชไมคอนสีเหลียมทุบเพือจะใหเนือในสรีระพองหนาขึนรูวา\"สุกรมีเนือหนาแลว,จบงางปากใสทอนไมเลกๆเขาในระหวางฟนราดนำรอนทีเดือดพลานในปากดวยทะนานโลหะฯ(ตามขอก)ขอนีประโยคยแทรกในประโยคตเหมือนกนแตไมไดแปลตดยย-ตตทิงเพราะเมือแปลเอาอยางนีกไดความหมายดีและฟงดีจึงแปลเอาประโยคยแทรกประโยคตมีลกษณะพอทีจะแปลเอาไดกใหแปลเถิดไมตองกลววาจะไมถูกตองแมประโยคย-ตในขอนีจะแปลตดกยงไดดงจะแปลตรงทีตดใหดูดงนีฯลฯมดสุกรตวทีตนประสงคจะฆาไวกบหลกไมใหติงฯ","nex":1,"url":"attha-yam-kiriyaparamasa#tua-yang-5"},{"id":"s177","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๖","level":3,"path":["แปลประโยค ยํ กิริยาปรามาสโดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๖"],"pdf":124,"page":117,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">มม โลหิตภกฺขสฺส ฯเปฯ ตํ พหุ, ยํปิ ชีวสิ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ท่านเป็นผู้ไปในระหว่างแห่งฟันของเรา ผู้มีเลือดเป็นอาหาร ทำกรรมอันหยาบช้า เป็นนิตย์(อาศัย) เนื้อแม้อัน<strong>ใด</strong>เป็นอยู่, เนื้อ<strong>นั้น</strong>มีมาก ฯ (ตามข้อ ก)</div></div>\n<p>ข้อนี้จำเป็นจะต้องแปลเอาทั้ง ย ทั้ง ต เพราะแปลแปลตัดฟังไม่ดี และฟังขัด ๆ หูด้วย ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๖มมโลหิตภกขสสฯเปฯตํพหุ,ยํปิชีวสิ.แปลวาทานเปนผูไปในระหวางแหงฟนของเราผูมีเลือดเปนอาหารทำกรรมอนหยาบชาเปนนิตย(อาศย)เนือแมอนใดเปนอยู,เนือนนมีมากฯ(ตามขอก)ขอนีจำเปนจะตองแปลเอาทงยทงตเพราะแปลแปลตดฟงไมดีและฟงขดๆหูดวยฯ","nex":1,"url":"attha-yam-kiriyaparamasa#tua-yang-6"},{"id":"s178","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๗","level":3,"path":["แปลประโยค ยํ กิริยาปรามาสโดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๗"],"pdf":125,"page":118,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตํ อาจริเย อุปสงฺกมิตฺวา ฯเปฯ ตกฺกโร โหติ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า (นระ นั้น) เข้าไปหาอาจารย์ทั้งหลาย แล้วเรียนเอาพระพุทธพจน์นั้นกล่าวคือบอกได้แก่แสดงอยู่ ซึ่งพระพุทธพจน์แม้มาก แก่ชนเหล่าอื่น ย่อมเป็นผู้ไม่กระทำกิจ (เข้าแปลประโยค ย ว่า) <strong>ที่</strong>การบุคคล ฟังธรรมนั้นแล้วจะพึงทำ ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๗ตํอาจริเยอุปสงกมิตวาฯเปฯตกกโรโหติ.แปลวา(นระนน)เขาไปหาอาจารยทงหลายแลวเรียนเอาพระพุทธพจนนนกลาวคือบอกไดแกแสดงอยูซึงพระพุทธพจนแมมากแกชนเหลาอืนยอมเปนผูไมกระทำกิจ(เขาแปลประโยคยวา)ทีการบุคคลฟงธรรมนนแลวจะพึงทำฯ","nex":1,"url":"attha-yam-kiriyaparamasa#tua-yang-7"},{"id":"s179","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปล ยถา – เอวํ ที่สับสนกันโดยอรรถ","level":2,"path":["แปล ยถา – เอวํ ที่สับสนกันโดยอรรถ"],"pdf":125,"page":118,"html":"<p>ที่แสดงมานี้ เป็นอุปมาอุปไมยล้วน ๆ ไม่มี ย - ต ชนิดอื่นเข้าแทรก จึงแปลง่ายดังแปลมานี้</p>\n<p>แต่ถ้า ยถา - เอวํ ฉันใด - ฉันนั้น มี ย - ต สามัญเข้าไปแทรกด้วยแล้วจะแปลยากมาก ไม่ทราบว่าจะแปลตรงไหนก่อน ตรงไหนหลัง ดังจะยกตัวอย่างมาแปลให้สังเกต ดังนี้</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลยถา–เอวํทีสบสนกนโดยอรรถทีแสดงมานีเปนอุปมาอุปไมยลวนๆไมมีย-ตชนิดอืนเขาแทรกจึงแปลงายดงแปลมานีแตถายถา-เอวํฉนใด-ฉนนนมีย-ตสามญเขาไปแทรกดวยแลวจะแปลยากมากไมทราบวาจะแปลตรงไหนกอนตรงไหนหลงดงจะยกตวอยางมาแปลใหสงเกตดงนี","nex":0,"url":"attha-yatha-evam-sapson"},{"id":"s180","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๑","level":3,"path":["แปล ยถา – เอวํ ที่สับสนกันโดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๑"],"pdf":125,"page":118,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อตฺถีสทฺโท วิย หิ อญฺโญ สทฺโท ปุริสานํ สกลสรีรํ ผริตฺวา ฐาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. เตนาห ภควา \"<strong>นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกสทฺทมฺปิ สมนุปสฺสามิ, โย เอวํ ปุริสสฺส จิตฺตํ ปริยา-ทาย ติฏฺฐติ; ยถยิทํ ภิกฺขเว อิตฺถีสทฺโทติ</strong> <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=15\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๕\">(ธ.บ. ๑/๑๕)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลโดยพยัญชนะให้ดูก่อนว่า ดูก่อนภิกษุ ท. อ.เรา ย่อมไม่พิจารณาเห็น (พัก ต ไว้ เข้าแปลประโยค ย ว่า) อ. เสียงใดครอบงำแล้วซึ่งจิต ของบุรุษ ย่อมตั้งอยู่ (พัก เอวํ ไว้ เข้าแปล ประโยค ยถา ว่า) ดูก่อนภิกษุ ท. อ.สัททชาตนี้ คือ อ.เสียงแห่งหญิง ฉันใด ฉันนั้น ซึ่งเสียง (นั้น) อื่น แม้เป็นเสียงอันหนึ่ง ฯ <strong>โดยอรรถว่า</strong> ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่พิจารณาเห็น เสียงอื่นแม้สักเสียงหนึ่ง (เข้าประโยค ย) ที่จะครอบงำจิตของบุรุษตั้งอยู่ <strong>เหมือน</strong>เสียงหญิงนั้นเลยนะภิกษุ ทั้งหลาย ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">(พ) จริงอยู่ อ.เสียง อื่น ชื่อว่า สามารถ เพื่ออันแผ่ไป สู่สรีระทั้งสิ้น ของบุรุษ ท. แล้วจึงตั้งอยู่ ราวกะว่า เสียงแห่งหญิง ย่อมไม่มีฯ เพราะเหตุนั้น อ.พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสแล้วว่า \"ดู่ก่อนภิกษุ ท. อ.เรา ย่อมไม่พิจารณาเห็น <u>โย (สทฺโท) เอวํ ปุ-ริสสฺส จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐติ,ยถา อิทํ (สทฺทชาตํ) ภิกฺขเว อิตฺถีสทฺโท, (ตํ) อญฺญํ เอกสทฺทํปิ</u> แม้ซึ่ง - อ.เสียงใด ครอบงำแล้ว ซึ่งจิต ของบุรุษ ย่อมตั้งอยู่, ดูก่อนภิกษุ ท. อ. สัททชาตนี้คือ อ. เสียงแห่งหญิง ฉันใด ฉันนั้น - เสียงหนึ่ง อื่น นั้น อิติ ดังนี้ (อ) ความจริง เสียงอย่างอื่น ที่ชื่อว่าสามารถแผ่ไปสู่ร่างกายทั้งสิ้นของพวกบุรุษดำรงอยู่ได้<strong>เหมือน</strong>กับเสียงหญิงก็หามิได้ ฯ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย เราไม่พิจารณาเห็นเสียงอื่น แม้สักอย่างอันจะครอบงำจิตของบุรุษตั้งอยู่ <strong>เหมือน</strong>เสียงหญิง นะภิกษุทั้งหลายฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ประโยคนี้ ต้องแปลตัด (ต) กับ (ย) และ ยถา กับ เอวํ ทิ้งทั้งหมดจึงจะได้ความดังแปลมานั้นถ้ายังไม่เข้าใจดี ให้จดจำไปตามที่แปลมานี้ก่อน ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๑อตถีสทโทวิยหิอญโญสทโทปุริสานํสกลสรีรํผริตวาฐาตุํสมตโถนามนตถิ.เตนาหภควา\"นาหํภิกขเวอญญํเอกสททมปิสมนุปสสามิ,โยเอวํปุริสสสจิตตํปริยา-ทายติฏฐติ;ยถยิทํภิกขเวอิตถีสทโทติ(ธ.บ.๑/๑๕)แปลโดยพยญชนะใหดูกอนวาดูกอนภิกษุท.อ.เรายอมไมพิจารณาเหน(พกตไวเขาแปลประโยคยวา)อ.เสียงใดครอบงำแลวซึงจิตของบุรุษยอมตงอยู(พกเอวํไวเขาแปลประโยคยถาวา)ดูกอนภิกษุท.อ.สททชาตนีคืออ.เสียงแหงหญิงฉนใดฉนนนซึงเสียง(นน)อืนแมเปนเสียงอนหนึงฯโดยอรรถวาดูกอนภิกษุทงหลายเรายอมไมพิจารณาเหนเสียงอืนแมสกเสียงหนึง(เขาประโยคย)ทีจะครอบงำจิตของบุรุษตงอยูเหมือนเสียงหญิงนนเลยนะภิกษุทงหลายฯประโยคนีตองแปลตด(ต)กบ(ย)และยถากบเอวํทิงทงหมดจึงจะไดความดงแปลมานนถายงไมเขาใจดีใหจดจำไปตามทีแปลมานีกอนฯ(พ)จริงอยูอ.เสียงอืนชือวาสามารถเพืออนแผไปสูสรีระทงสินของบุรุษท.แลวจึงตงอยูราวกะวาเสียงแหงหญิงยอมไมมีฯเพราะเหตุนนอ.พระผูมีพระภาคเจาตรสแลววา\"ดูกอนภิกษุท.อ.เรายอมไมพิจารณาเหนโย(สทโท)เอวํปุ-ริสสสจิตตํปริยาทายติฏฐติ,ยถาอิทํ(สททชาตํ)ภิกขเวอิตถีสทโท,(ตํ)อญญํเอกสททํปิแมซึง-อ.เสียงใดครอบงำแลวซึงจิตของบุรุษยอมตงอยู,ดูกอนภิกษุท.อ.สททชาตนีคืออ.เสียงแหงหญิงฉนใดฉนนน-เสียงหนึงอืนนนอิติดงนี(อ)ความจริงเสียงอยางอืนทีชือวาสามารถแผไปสูรางกายทงสินของพวกบุรุษดำรงอยูไดเหมือนกบเสียงหญิงกหามิไดฯเพราะเหตุนนพระผูมีพระภาคเจาตรสวาภิกษุทงหลายเราไมพิจารณาเหนเสียงอืนแมสกอยางอนจะครอบงำจิตของบุรุษตงอยูเหมือนเสียงหญิงนะภิกษุทงหลายฯ","nex":1,"url":"attha-yatha-evam-sapson#tua-yang-1"},{"id":"s181","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๒","level":3,"path":["แปล ยถา – เอวํ ที่สับสนกันโดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๒"],"pdf":126,"page":119,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยถา อปฺปติฏฺฐิเตน วิญฺญาเณน โคธิโก กุลปุตฺโต ปรินิพฺพุโต , เย จ เอวํ ปรินิพฺ- พายนฺติ, เตสํ. (ธบ./๘๙)</div><div class=\"hb-gloss\">แห่ง - ก็ อ.พระขีณาสพ ท. เหล่าใด ย่อมดับรอบ อ.กุลบุตรชื่อว่าโคธิกะด้วยทั้งวิญญาณอันไม่ตั้งแล้ว ดับรอบแล้วฉันใด, ฉันนั้น, พระขีณาสพ ท. เหล่านั้น ฯ โดยอรรถว่า แห่งพระขีณสพทั้งหลายผู้ดับรอบ (ผู้ปรินิพพาน) <strong>เหมือน</strong>กุลบุตร ชื่อว่าโคธิกะ ผู้มีวิญญาณซึ่งหาที่ตั้งมิได้ ดับรอบแล้ว <strong>ฉะนั้น</strong></div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">โดยพยัญชนะต้องรวบ ยถา ทั้งหมดเข้าไปใส่ เตสํ (ขีณาสวานํ) ว่า</p>\n<p class=\"hb-example-note\">ประโยคนี้ ยถา กับ เอวํ และ เย กับ เตสํ รับกัน ต้องแปลงตัดทิ้งทั้งหมดจึงจะได้ความ ถ้าแปลเอาหมด ความจะสับสนกันเหมือนพยัญชนะ จะฟังไม่รู้เรื่อง ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๒ยถาอปปติฏฐิเตนวิญญาเณนโคธิโกกุลปุตโตปรินิพพุโต,เยจเอวํปรินิพ-พายนติ,เตสํ.(ธบ./๘๙)โดยพยญชนะตองรวบยถาทงหมดเขาไปใสเตสํ(ขีณาสวานํ)วาแหง-กอ.พระขีณาสพท.เหลาใดยอมดบรอบอ.กุลบุตรชือวาโคธิกะดวยทงวิญญาณอนไมตงแลวดบรอบแลวฉนใด,ฉนนน,พระขีณาสพท.เหลานนฯโดยอรรถวาแหงพระขีณสพทงหลายผูดบรอบ(ผูปรินิพพาน)เหมือนกุลบุตรชือวาโคธิกะผูมีวิญญาณซึงหาทีตงมิไดดบรอบแลวฉะนนประโยคนียถากบเอวํและเยกบเตสํรบกนตองแปลงตดทิงทงหมดจึงจะไดความถาแปลเอาหมดความจะสบสนกนเหมือนพยญชนะจะฟงไมรูเรืองฯ","nex":1,"url":"attha-yatha-evam-sapson#tua-yang-2"},{"id":"s182","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปล ยถา - เอวํ ตถา ปการตฺถ โดยอรรถ","level":2,"path":["แปล ยถา - เอวํ ตถา ปการตฺถ โดยอรรถ"],"pdf":127,"page":120,"html":"<figure class=\"hb-diagram\" style=\"--hb-diagram-width:590px\"><div class=\"hb-diagram-scroll\"><img src=\"/handbook/img/diagram-s182.png?v=1791819111548591352\" alt=\"แผนผังประโยค ยถา–เอวํ ตถา ปการัตถะ: แบบ ยถา อยู่หน้า เอวํ ตถา, เอวํ ตถา อยู่หน้า ยถา และ ยถา แทรกในประโยค เอวํ ตถา\" width=\"590\" height=\"129\" loading=\"lazy\"></div></figure>","outline":[{"title":"แปลเอาทั้ง ย ทั้ง ต","section":"s183","anchor":"pakarattha-keep-y-t"},{"title":"แปลตัด ยถา–เอวํ ตถา","section":"s183","anchor":"pakarattha-omit-y-t"}],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลยถา-เอวํตถาปการตถโดยอรรถ(๑)ยถา.....................................,เอวตถา............................(๒)เอวํตถา..............................,ยถา....................................(๓)..............................................,ยถา..........เอวํตถา..........","nex":0,"url":"attha-yatha-evam-pakarattha"},{"id":"s183","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"หลักการแปลโดยอรรถ","level":3,"path":["แปล ยถา - เอวํ ตถา ปการตฺถ โดยอรรถ","หลักการแปลโดยอรรถ"],"pdf":127,"page":120,"html":"<h2 class=\"hb-topic\" id=\"pakarattha-keep-y-t\">(ก) ถ้าจะแปลเอาทั้ง <strong>ย</strong> ทั้ง <strong>ต</strong></h2>\n<p>ก็ให้ดำเนินการแปลขึ้นก่อนที่ประโยค <strong>ยถา</strong> เมื่อแปลหมดทุกบทแล้ว จึงแปลตัว <strong>ยถา</strong> ทีหลังว่า โดยประการใด-ด้วยประการใด แล้วเข้าแปลประโยค <strong>เอวํ ตถา</strong> ต่อไป เมื่อแปลประโยคนี้ทั้งหมดทุกบทแล้ว สุดท้ายจึงแปลตัว <strong>เอวํ ตถา</strong> ว่า โดยประการนั้น-ด้วยประการนั้น</p>\n<p>แต่ประโยคปการัตถะเช่นนี้โดยที่จริงแล้วท่านไม่ค่อยนิยมแปลเอา <strong>ย-ต</strong> เลยชอบจะแปลตัดทิ้งทั้งสิ้นฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"pakarattha-omit-y-t\">(ข) โดยมากหรือแทบทั้งสิ้น ชอบจะตัด <strong>ยถา-เอวํ ตถา</strong> ทิ้ง</h2>\n<p>จึงได้ความดี ถ้าแปลตัดทิ้งก็ให้แปลขึ้นที่ประโยค เอวํ ตถา นั้นก่อน</p>\n<p>เมื่อแปลไปถึงข้อความที่จะเชื่อมเข้ากับประโยค <strong>ยถา</strong> ได้แล้ว ก็ให้ใส่คำว่า โดยประการที่-โดยอาการที่-ตามที่-อย่างที่-ให้-ให้เป็น คำใดคำหนึ่งเสียก่อนแล้วเข้าแปลแปลประโยค ยถา ต่อไปก็เป็น อันหมดวิธี ดังตัวอย่างต่อไปนี้</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"pakarattha-keep-y-t","title":"(ก) ถ้าจะแปลเอาทั้ง ย ทั้ง ต","level":2},{"anchor":"pakarattha-omit-y-t","title":"(ข) โดยมากหรือแทบทั้งสิ้น ชอบจะตัด ยถา-เอวํ ตถา ทิ้ง","level":2}],"hide_title":true,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลโดยอรรถ(ก)ถาจะแปลเอาทงยทงตกใหดำเนินการแปลขึนกอนทีประโยคยถาเมือแปลหมดทุกบทแลวจึงแปลตวยถาทีหลงวาโดยประการใด-ดวยประการใดแลวเขาแปลประโยคเอวํตถาตอไปเมือแปลประโยคนีทงหมดทุกบทแลวสุดทายจึงแปลตวเอวํตถาวาโดยประการนน-ดวยประการนนแตประโยคปการตถะเชนนีโดยทีจริงแลวทานไมคอยนิยมแปลเอาย-ตเลยชอบจะแปลตดทิงทงสินฯ(ข)โดยมากหรือแทบทงสินชอบจะตดยถา-เอวํตถาทิงจึงไดความดีถาแปลตดทิงกใหแปลขึนทีประโยคเอวํตถานนกอนเมือแปลไปถึงขอความทีจะเชือมเขากบประโยคยถาไดแลวกใหใสคำวาโดยประการที-โดยอาการที-ตามที-อยางที-ให-ใหเปนคำใดคำหนึงเสียกอนแลวเขาแปลแปลประโยคยถาตอไปกเปนอนหมดวิธีดงตวอยางตอไปนี","nex":0,"url":"attha-yatha-evam-pakarattha#lak-kan-plae"},{"id":"s184","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๑","level":3,"path":["แปล ยถา - เอวํ ตถา ปการตฺถ โดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๑"],"pdf":127,"page":120,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยถา เม ธนจฺเฉโท น โหติ, ตถา กริสฺสามิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=25\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๒๕\">(ธบ.๑/๒๕)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลตามข้อ ก.ว่า ทรัพย์ของเราจะไม่ขาดไป<strong>โดยประการใด</strong> เราจักทำ<strong>โดยประการนั้น</strong></div><div class=\"hb-gloss\">แปลตามข้อ ข. ว่า เราจักทำ<strong>โดยประการที่</strong>ทรัพย์ของเราไม่ขาดไป ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๑ยถาเมธนจเฉโทนโหติ,ตถากริสสามิ.(ธบ.๑/๒๕)แปลตามขอก.วาทรพยของเราจะไมขาดไปโดยประการใดเราจกทำโดยประการนนแปลตามขอข.วาเราจกทำโดยประการทีทรพยของเราไมขาดไปฯ","nex":1,"url":"attha-yatha-evam-pakarattha#tua-yang-1"},{"id":"s185","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๒","level":3,"path":["แปล ยถา - เอวํ ตถา ปการตฺถ โดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๒"],"pdf":127,"page":120,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยถา ทารกํ น ลภติ, ตเถว นํ กาตุํ วฏฺฏติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=31\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๓๑\">(ธบ๒/๓๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลตามข้อ ข. ว่า สมควรที่เราจะทำมัน<strong>ไม่ให้</strong>ได้ทารกทีเดียว ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(แปลตามข้อ ก ก็ได้ ลองแปลดู)</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๒ยถาทารกํนลภติ,ตเถวนํกาตุํวฏฏติ.(ธบ๒/๓๑)แปลตามขอข.วาสมควรทีเราจะทำมนไมใหไดทารกทีเดียวฯ(แปลตามขอกกไดลองแปลดู)","nex":1,"url":"attha-yatha-evam-pakarattha#tua-yang-2"},{"id":"s186","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๓","level":3,"path":["แปล ยถา - เอวํ ตถา ปการตฺถ โดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๓"],"pdf":127,"page":120,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยถา นิสฺสทฺทา หุตฺวา คณฺหนฺติ , ตถา เม อุปาโย กโต. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=31\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๓๑\">(ธบ. ๒/๓๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลตามข้อ ข. ว่า เราทำอุบาย<strong>อย่างที่</strong>คนทั้งหลายจะเงียบเสียงถือเอา</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ลองแปลตามข้อ ก ดูฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๓ยถานิสสททาหุตวาคณหนติ,ตถาเมอุปาโยกโต.(ธบ.๒/๓๑)แปลตามขอข.วาเราทำอุบายอยางทีคนทงหลายจะเงียบเสียงถือเอาลองแปลตามขอกดูฯ","nex":1,"url":"attha-yatha-evam-pakarattha#tua-yang-3"},{"id":"s187","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๔","level":3,"path":["แปล ยถา - เอวํ ตถา ปการตฺถ โดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๔"],"pdf":128,"page":121,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">สตฺถา ตสฺส อาคมนภาวํ ญตฺวา , ยถา อตฺตโน สนฺติเก นิสินฺนา ภิกฺขู น ปญฺญายนฺติ, เอวมกาสิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=20\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๒๐\">(ธบ. ๔/๒๐)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลตามข้อ ข จึงจะได้ความดีว่า พระศาสดาทรงทราบความที่พระนางอโนชาเทวีเสด็จมาแล้วจึงทรงทำ<strong>โดยประการที่</strong>ภิกษุผู้นั่งอยู่แล้วในสำนักของพระองค์จะไม่ปรากฏ (หรือทรงกระทำพวกภิกษุผู้นั่งอยู่ในสำนักของพระองค์<strong>ไม่ให้</strong>ปรากฏ) ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๔สตถาตสสอาคมนภาวํญตวา,ยถาอตตโนสนติเกนิสินนาภิกขูนปญญายนติ,เอวมกาสิ.(ธบ.๔/๒๐)แปลตามขอขจึงจะไดความดีวาพระศาสดาทรงทราบความทีพระนางอโนชาเทวีเสดจมาแลวจึงทรงทำโดยประการทีภิกษุผูนงอยูแลวในสำนกของพระองคจะไมปรากฏ(หรือทรงกระทำพวกภิกษุผูนงอยูในสำนกของพระองคไมใหปรากฏ)ฯ","nex":1,"url":"attha-yatha-evam-pakarattha#tua-yang-4"},{"id":"s188","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๕","level":3,"path":["แปล ยถา - เอวํ ตถา ปการตฺถ โดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๕"],"pdf":128,"page":121,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตสฺมา ตตฺถ มาสมตฺตํ วสิตฺวา ฯ เป ฯ นิกฺขนฺตกาเล อิทฺธึ วิสชฺเชสิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=82\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๘๒\">(ธบ. ๔/๘๒)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า เพราะฉะนั้น ในวันที่เสด็จประทับอยู่ ในที่นั่นประมาณเดือนจะเสด็จออก พระศาสดา ทรงอธิษฐานให้ภิกษุเหล่านั้น ลืมกระบอกน้ำมันลักจั่นน้ำ และรองเท้าของตน</div><div class=\"hb-gloss\">เมื่อเสด็จออกไปจึงทรงคลายพระฤทธิ์ ในเวลาเสด็จออกภายนอกจากอุปจาระวิหาร ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๕ตสมาตตถมาสมตตํวสิตวาฯเปฯนิกขนตกาเลอิทธึวิสชเชสิ.(ธบ.๔/๘๒)แปลวาเพราะฉะนนในวนทีเสดจประทบอยูในทีนนประมาณเดือนจะเสดจออกพระศาสดาทรงอธิษฐานใหภิกษุเหลานนลืมกระบอกนำมนลกจนนำและรองเทาของตนเมือเสดจออกไปจึงทรงคลายพระฤทธิในเวลาเสดจออกภายนอกจากอุปจาระวิหารฯ","nex":1,"url":"attha-yatha-evam-pakarattha#tua-yang-5"},{"id":"s189","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๖","level":3,"path":["แปล ยถา - เอวํ ตถา ปการตฺถ โดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๖"],"pdf":128,"page":121,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยงฺกิญฺจิ กตฺวา อิมสฺส สีลํ ภินฺทิตฺวา, ยถา มํ น มุญฺจตุ, ตถา กาตุํ วฏฺฏติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=6\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๖\">(ธบ. ๒/๖)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ควาที่เราจะทำอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ทำลายศีลของดาบสนี้แล้วกระทำ<strong>โดยประการที่</strong>ดาบสนี้จะไม่ปล่อยเรา ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๖ยงกิญจิกตวาอิมสสสีลํภินทิตวา,ยถามํนมุญจตุ,ตถากาตุํวฏฏติ.(ธบ.๒/๖)แปลวาควาทีเราจะทำอาการอยางใดอยางหนึงทำลายศีลของดาบสนีแลวกระทำโดยประการทีดาบสนีจะไมปลอยเราฯ","nex":1,"url":"attha-yatha-evam-pakarattha#tua-yang-6"},{"id":"s190","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๗","level":3,"path":["แปล ยถา - เอวํ ตถา ปการตฺถ โดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๗"],"pdf":128,"page":121,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อยํ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล ฯ เป ฯ ราสึ กตฺวา ฐเปสิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=154\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑๕๔\">(ธบ. ๒/๑๕๔)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ในกาลของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า พระติสสะนี้ เป็นนายพรานนกฆ่านกเป็นอันมาก บำรุงอิสรชน ขายนกที่เหลือจากนกซึ่งตนให้แก่อิสรชนเหล่านั้น</div><div class=\"hb-gloss\">คิดว่า \"นกที่เหลือจากนกที่เราขาย ฆ่าแล้วเก็บไว้จักเน่า</div><div class=\"hb-gloss\">จึงทำลายกระดูกแข้งและปีก ของนกเหล่านั้น <strong>ไม่ให้</strong>มันสามารถจะบินได้ ให้เป็นกองเก็บไว้ ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๗อยํกสสปสมมาสมพุทธกาเลฯเปฯราสึกตวาฐเปสิ.(ธบ.๒/๑๕๔)แปลวาในกาลของพระกสสปสมมาสมพุทธเจาพระติสสะนีเปนนายพรานนกฆานกเปนอนมากบำรุงอิสรชนขายนกทีเหลือจากนกซึงตนใหแกอิสรชนเหลานนคิดวา\"นกทีเหลือจากนกทีเราขายฆาแลวเกบไวจกเนาจึงทำลายกระดูกแขงและปีกของนกเหลานนไมใหมนสามารถจะบินไดใหเปนกองเกบไวฯ","nex":1,"url":"attha-yatha-evam-pakarattha#tua-yang-7"},{"id":"s191","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ยถา - เอวํ อุปมาอุปไมยที่สับสนกับปการัตถะ","level":2,"path":["ยถา - เอวํ อุปมาอุปไมยที่สับสนกับปการัตถะ"],"pdf":129,"page":122,"html":"<p>ยถา - เอวํ ฉันใด-ฉันนั้น กับ ยถา - เอวํ โดยประการใด-โดยประการนั้น อยู่ปะปนสับสนกันอย่างนี้มีห่างๆ แต่ถ้ามีมาพร้อมกันทั้งสอง ๒ ประเภท อย่างนี้ก็แปลยาก</p>\n<p>ต่อไปนี้ให้พิจารณาตัวอย่างวิธีแปลโดยอรรถ ตามที่จะยกมาแปลไว้ให้ดู ดังนี้ (ธบ. นิรยวรรค อาคนฺตุกวตฺถุ แก้อรรถหน้า ๑๓๕)</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตตฺถ สนฺตรพาหิรนฺติ ฯเปฯ อตฺตานํ โคเปถาติ อตฺโถ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า <strong>สนฺตรพาหิรํ</strong> เป็นต้น ความว่า ภิกษุทั้งหลาย ปัจจันตนครนั้นอันมนุษย์เหล่านั้น พากันสร้างประตูและกำแพงให้มั่นคง ชื่อว่ากระทำให้มั่นคงในภายใน พากันสร้างที่มั่นมีป้อมและคูเป็นต้น ชื่อว่าทำให้มั่นคงในภายนอก รักษาแล้ว <strong>ฉันใด</strong></div><div class=\"hb-gloss\">ก็ท่านทั้งหลาย จงยังสติให้เข้าไปตั้ง ปิดทวารภายใน ๖ ไม่ละสติอันรักษาทวาร ทำ <strong>อายตนะ</strong> ภายใน ๖ เหล่านั้นให้มั่นคง ด้วยการไม่ถือเอา <strong>โดยประการที่</strong> <strong>อายตนะ</strong> ภายใน ๖ ที่ยึด อยู่จะเป็นไปเพื่อขจัด <strong>อายตนะ</strong> ภายในเสีย ไม่ละสติซึ่งรักษาทวาร เพื่อจะไม่ให้ <strong>อายตน</strong> ภายนอกเหล่านั้นเข้าไป ชื่อว่า จงคุ้มครองซึ่งตน <strong>ฉันนั้น</strong> ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(ต่อไปนี้ <strong>ยถา-ตถา</strong> โดยประการใด-โดยประการนั้น จะแทรกกับประโยค <strong>เอวํ</strong> ฉันนั้น <strong>ยถา-ตถา</strong> ต้องตัดทิ้ง ดังนี้)</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ยถา-เอวํอุปมาอุปไมยทีสบสนกบปการตถะยถา-เอวํฉนใด-ฉนนนกบยถา-เอวํโดยประการใด-โดยประการนนอยูปะปนสบสนกนอยางนีมีหางๆแตถามีมาพรอมกนทงสอง๒ประเภทอยางนีกแปลยากตอไปนีใหพิจารณาตวอยางวิธีแปลโดยอรรถตามทีจะยกมาแปลไวใหดูดงนี(ธบ.นิรยวรรคอาคนตุกวตถุแกอรรถหนา๑๓๕)ตตถสนตรพาหิรนติฯเปฯอตตานํโคเปถาติอตโถ.แปลวาบรรดาบทเหลานนบทวาสนตรพาหิรํเปนตนความวาภิกษุทงหลายปจจนตนครนนอนมนุษยเหลานนพากนสรางประตูและกำแพงใหมนคงชือวากระทำใหมนคงในภายในพากนสรางทีมนมีปอมและคูเปนตนชือวาทำใหมนคงในภายนอกรกษาแลวฉนใด(ตอไปนียถา-ตถาโดยประการใด-โดยประการนนจะแทรกกบประโยคเอวํฉนนนยถา-ตถาตองตดทิงดงนี)กทานทงหลายจงยงสติใหเขาไปตงปิดทวารภายใน๖ไมละสติอนรกษาทวารทำอายตนะภายใน๖เหลานนใหมนคงดวยการไมถือเอาโดยประการทีอายตนะภายใน๖ทียึดอยูจะเปนไปเพือขจดอายตนะภายในเสียไมละสติซึงรกษาทวารเพือจะไมใหอายตนภายนอกเหลานนเขาไปชือวาจงคุมครองซึงตนฉนนนฯ","nex":1,"url":"upama-sapson-pakarattha"},{"id":"s192","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"อุปมา-อุปไมย กับ ปการัตถะ ต่างกัน","level":2,"path":["อุปมา-อุปไมย กับ ปการัตถะ ต่างกัน"],"pdf":129,"page":122,"html":"<p>ประโยคอุปไมย ที่แปลว่า ฉันใด-ฉันนั้น กับประโยค <strong>ปการัตถะ</strong> ที่แปลว่าโดยประการใด-โดยประการนั้น ทั้ง ๒ ชนิดนี้ ต่างก็ใช้นิบาตตัวเดียวกัน คือ <strong>ยถา-เอวํ ตถา</strong> แต่อยากทราบว่า <strong>ยถา-เอวํ ตถา</strong> อยู่ในประโยคอย่างไรเป็นอุปมาอุปไมย? คำตอบมีดังนี้</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"upama-comparison\">(๑) ประโยคอุปไมยเป็นปะโยคหลักหรือประโยคยืน</h2>\n<p>ส่วนปะโยคอุปมาเป็นประโยคเปรียบเทียบ ข้อความใดๆ ก็ตาม ถ้ามีการเปียบเทียบ เช่น ข้อความว่า เวรย่อมระงับด้วยเวร แม้จะทำเวรแก้แค้นสักกี่คนก็ตามเพื่อจะให้สงบเวรนั้น ก็ไม่มีทางจะให้เวรสงบระงัยได้เลย ทำอย่างนั้นยิ่งเพิ่มพูนทวีคูนเวรขึ้นไปอีก</p>\n<p>แล้วท่านนำคำมาเปรียบเทียบว่า เหมือนสถานที่ๆ เปลื้อนด้วยมูตรคูถของสกปรกคนจะเอาน้ำมูตคูถ ซึ่งสกปรกอยู่แล้วไปล้าง แม้จะล้างเท่าไรๆ ก็ไม่สามารถจะทำให้สะอาดหมดกลิ่นได้ ฯ</p>\n<p>ข้อความทั้ง ๒ ตอนนี้ ตอนต้นกล่าวเรื่องเวร เป็นคำหลัก เรียกว่า คำอุปมา ส่วนคำหลัง กล่าวถึงเรื่องสถานที่ๆสกปรก เป็นคำเปรียบเทียบเวร เรียกว่า คำอุปมา</p>\n<p>สำหรับคำเปรียบเทียบทางภาษาบาลีใช้นิบาตว่า <strong>ยถา</strong> เป็นเครื่องหมายแปลว่า ฉันใด ส่วนคำหลักทางภาษาบาลีใช้นิบาต ๒ ตัวคือ <strong>เอวํ</strong> กับ <strong>ตถา</strong> เป็นเครื่องหมายแปลว่า ฉันนั้น เหมือนกัน ทั้ง ๒ ศัพท์</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"pakarattha-purpose\">(๒) ส่วนประโยค <strong>ปการัตถะ</strong></h2>\n<p>ไม่ได้เปรียบเทียบข้อความอะไรเลย เป็นแต่มีความหมายว่าจะทำให้เป็นอย่างนั้น จะอธิฐานให้เป็นอย่างนี้ จะฆ่าอย่างนี้ จะจัดการอย่างนี้ จะพยายามอย่างนั้น จะกล่าวอย่างนี้ ข้อความแปลดูแล้ว ไปทำนองนี้ อย่างนี้เป็นประโยค <strong>ปการัตถะ</strong></p>\n<p>ท่านก็ใช้นิบาตตัวเดียวกันกับประโยคอุปมาอุปไมย คือใช้ <strong>ยถา</strong> เป็นเครื่องหมายประโยคต้นแปลว่า โดยประการใดใช้ <strong>เอวํ</strong> กับ <strong>ตถา</strong> เป็นเครื่องหมายประโยคหลังแปลว่า โดยประการนั้น</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"upama-pakarattha-observe\">หรือวิธีสังเกตประโยคทั้ง ๒ นี้ อย่างหนึ่งคือ</h2>\n<p>ให้นักเรียนทดลองแปลดูทั้งประโยค <strong>ย</strong> ทั้งปะโยค <strong>ต</strong> ทีแรกให้ลองแปลประโยค <strong>ยถา</strong> ว่า ฉันใด แล้วเข้าแปลประโยค <strong>เอวํ-ตถา</strong> ว่า ฉันนั้น เป็นคำเปรียบเทียบลองดู</p>\n<p>ถ้าได้ความทางอุปมาดีฟังแล้วถึงใจ ไม่ขัดหูแต่อย่างใด เข้ากันได้ดีทั้ง ๒ ประโยค ฟังสนิทดีอย่างนี้ ข้อความทั้ง ๒ ตอนนั้น เป็นอุปมาอุปไมยแน่นอน ก็ให้แปลว่า ฉันใด ฉันนั้น โดยไม่ต้องสงสัย รับรองว่าถูกต้องแน่นอน ฯ</p>\n<p>แต่ประโยคที่มี <strong>ยถา - เอวํ ตถา</strong> เช่นนั้นเป็นเครื่องหมายแม้จะพยายามแปลหมดทั้งประโยค <strong>ยถา</strong> และ <strong>เอวํ ตถา</strong> ว่า ฉันใด ฉันนั้น แล้วก็ฟังไม่สนิทหูยังขัดใจขัดความนิยมของภาษาไทย เทียบเข้ากันไม่สนิท</p>\n<p>พึงทราบเถิดว่า ประโยค <strong>ยถา-เอวํ ตถา</strong> เช่นนั้นต้องเป็นประโยค <strong>ปการัตถะ</strong> โดยแน่นอน และให้แปล <strong>ยถา</strong> โดยประการใด <strong>เอวํ ตถา</strong> โดยประการนั้น ทันทีโดยไม่ต้องสงสัย ฯ</p>","outline":[{"title":"อุปมา–อุปไมย: ข้อความเปรียบเทียบ","section":"s192","anchor":"upama-comparison"},{"title":"ปการัตถะ: ประการที่ทำ","section":"s192","anchor":"pakarattha-purpose"},{"title":"วิธีสังเกตประโยคทั้ง ๒","section":"s192","anchor":"upama-pakarattha-observe"}],"topics":[{"anchor":"upama-comparison","title":"(๑) ประโยคอุปไมยเป็นปะโยคหลักหรือประโยคยืน","level":2},{"anchor":"pakarattha-purpose","title":"(๒) ส่วนประโยค ปการัตถะ","level":2},{"anchor":"upama-pakarattha-observe","title":"หรือวิธีสังเกตประโยคทั้ง ๒ นี้ อย่างหนึ่งคือ","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"อุปมา-อุปไมยกบปการตถะตางกนประโยคอุปไมยทีแปลวาฉนใด-ฉนนนกบประโยคปการตถะทีแปลวาโดยประการใด-โดยประการนนทง๒ชนิดนีตางกใชนิบาตตวเดียวกนคือยถา-เอวํตถาแตอยากทราบวายถา-เอวํตถาอยูในประโยคอยางไรเปนอุปมาอุปไมย?คำตอบมีดงนี(๑)ประโยคอุปไมยเปนปะโยคหลกหรือประโยคยืนสวนปะโยคอุปมาเปนประโยคเปรียบเทียบขอความใดๆกตามถามีการเปียบเทียบเชนขอความวาเวรยอมระงบดวยเวรแมจะทำเวรแกแคนสกกีคนกตามเพือจะใหสงบเวรนนกไมมีทางจะใหเวรสงบระงยไดเลยทำอยางนนยิงเพิมพูนทวีคูนเวรขึนไปอีกแลวทานนำคำมาเปรียบเทียบวาเหมือนสถานทีๆเปลือนดวยมูตรคูถของสกปรกคนจะเอานำมูตคูถซึงสกปรกอยูแลวไปลางแมจะลางเทาไรๆกไมสามารถจะทำใหสะอาดหมดกลินไดฯขอความทง๒ตอนนีตอนตนกลาวเรืองเวรเปนคำหลกเรียกวาคำอุปมาสวนคำหลงกลาวถึงเรืองสถานทีๆสกปรกเปนคำเปรียบเทียบเวรเรียกวาคำอุปมาสำหรบคำเปรียบเทียบทางภาษาบาลีใชนิบาตวายถาเปนเครืองหมายแปลวาฉนใดสวนคำหลกทางภาษาบาลีใชนิบาต๒ตวคือเอวํกบตถาเปนเครืองหมายแปลวาฉนนนเหมือนกนทง๒ศพท(๒)สวนประโยคปการตถะไมไดเปรียบเทียบขอความอะไรเลยเปนแตมีความหมายวาจะทำใหเปนอยางนนจะอธิฐานใหเปนอยางนีจะฆาอยางนีจะจดการอยางนีจะพยายามอยางนนจะกลาวอยางนีขอความแปลดูแลวไปทำนองนีอยางนีเปนประโยคปการตถะทานกใชนิบาตตวเดียวกนกบประโยคอุปมาอุปไมยคือใชยถาเปนเครืองหมายประโยคตนแปลวาโดยประการใดใชเอวํกบตถาเปนเครืองหมายประโยคหลงแปลวาโดยประการนนหรือวิธีสงเกตประโยคทง๒นีอยางหนึงคือใหนกเรียนทดลองแปลดูทงประโยคยทงปะโยคตทีแรกใหลองแปลประโยคยถาวาฉนใดแลวเขาแปลประโยคเอวํ-ตถาวาฉนนนเปนคำเปรียบเทียบลองดูถาไดความทางอุปมาดีฟงแลวถึงใจไมขดหูแตอยางใดเขากนไดดีทง๒ประโยคฟงสนิทดีอยางนีขอความทง๒ตอนนนเปนอุปมาอุปไมยแนนอนกใหแปลวาฉนใดฉนนนโดยไมตองสงสยรบรองวาถูกตองแนนอนฯแตประโยคทีมียถา-เอวํตถาเชนนนเปนเครืองหมายแมจะพยายามแปลหมดทงประโยคยถาและเอวํตถาวาฉนใดฉนนนแลวกฟงไมสนิทหูยงขดใจขดความนิยมของภาษาไทยเทียบเขากนไมสนิทพึงทราบเถิดวาประโยคยถา-เอวํตถาเชนนนตองเปนประโยคปการตถะโดยแนนอนและใหแปลยถาโดยประการใดเอวํตถาโดยประการนนทนทีโดยไมตองสงสยฯ","nex":0,"url":"upama-tang-pakarattha"},{"id":"s193","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปล ยาว-ตาว ปริจเฉทนัตถะโดยอรรถ","level":2,"path":["แปล ยาว-ตาว ปริจเฉทนัตถะโดยอรรถ"],"pdf":131,"page":124,"html":"<p class=\"hb-lead\">หัวข้อในตอนนี้</p><ul class=\"hb-children\"><li><a href=\"#s194\">เพียงใด-เพียงนั้น</a></li><li><a href=\"#s195\">แผนผัง</a></li><li><a href=\"#s196\">หลักการแปลโดยอรรถ</a></li><li><a href=\"#s197\">ตัวอย่างที่ ๑</a></li><li><a href=\"#s198\">ตัวอย่างที่ ๒</a></li><li><a href=\"#s199\">ตัวอย่างที่ ๓</a></li></ul>","outline":[{"title":"แปลเอาทั้ง ยาว–ตาว","section":"s196","anchor":"yava-tava-keep"},{"title":"แปลตัด ยาว–ตาว","section":"s196","anchor":"yava-tava-omit"}],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลยาว-ตาวปริจเฉทนตถะโดยอรรถ","nex":0,"url":"attha-yava-tava"},{"id":"s194","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"เพียงใด-เพียงนั้น","level":3,"path":["แปล ยาว-ตาว ปริจเฉทนัตถะโดยอรรถ","เพียงใด-เพียงนั้น"],"pdf":131,"page":124,"html":"<p class=\"hb-lead\">หัวข้อนำของ <a href=\"#s195\">แผนผัง</a></p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"เพียงใด-เพียงนน","nex":0,"url":"attha-yava-tava#phiang-dai-phiang-nan"},{"id":"s195","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แผนผัง","level":3,"path":["แปล ยาว-ตาว ปริจเฉทนัตถะโดยอรรถ","แผนผัง"],"pdf":131,"page":124,"html":"<figure class=\"hb-diagram\" style=\"--hb-diagram-width:635px\"><div class=\"hb-diagram-scroll\"><img src=\"/handbook/img/diagram-s195.png?v=1791819111559017103\" alt=\"แผนผังประโยค ยาว–ตาว: แบบ ยาว อยู่หน้า ตาว, ตาว อยู่หน้า ยาว และ ยาว แทรกในประโยค ตาว\" width=\"635\" height=\"181\" loading=\"lazy\"></div></figure>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แผนผง(๑)ยาว............................................,ตาว......................................(๒)ตาว.............................................,ยาว....................................(๓)..................................................,ยาว......,ตาว......................","nex":0,"url":"attha-yava-tava#phaenphang"},{"id":"s196","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"หลักการแปลโดยอรรถ","level":3,"path":["แปล ยาว-ตาว ปริจเฉทนัตถะโดยอรรถ","หลักการแปลโดยอรรถ"],"pdf":131,"page":124,"html":"<h2 class=\"hb-topic\" id=\"yava-tava-keep\">(ก) เมื่อจะแปลเอาทั้ง <strong>ย</strong> ทั้ง <strong>ต</strong></h2>\n<p>ให้แปลขึ้นต้นที่ประโยค <strong>ยาว</strong> นั้นก่อน แปลหมดทุกบทแล้วจึงแปลตัว <strong>ยาว</strong> เป็นตัวสุดท้ายว่า เพียงใด-ตราบใด ต่อไปเข้าแปลประโยค <strong>ตาว</strong> เมื่อแปลหมดทุกบทแล้วจึงแปลตัว <strong>ตาว</strong> เป็นตัวสุดท้ายว่า เพียงนั้น- ตราบนั้น จัดคำแปลเข้าคู่กันว่า <strong>ยาว-ตาว</strong> เพียงใด-เพียงนั้น ยาว-ตาว ตราบใด-ตราบนั้น</p>\n<p>แต่การแปลเอาทั้ง <strong>ย</strong> ทั้ง <strong>ต</strong> ดังว่ามานี้ท่านไม่ค่อยนิยมแปลกันเท่าไรนักห่างๆ จึงจะแปลเอาทั้ง <strong>ย</strong> ทั้ง <strong>ต</strong> สักแห่งหนึ่ง หรือในที่ใดเมื่อแปลเอาทั้ง <strong>ย</strong> ทั้ง <strong>ต</strong> แล้วได้ความดีและฟังกะทัดรัดในที่นั้นจึงค่อยแปลเอาทั้ง ๒ อย่าง โดยมากท่านชอบตัด <strong>ยาว-ตาว</strong> ทิ้งฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"yava-tava-omit\">(ข) เมื่อจะแปลตัด <strong>ยาว-ตาว</strong> ทิ้ง</h2>\n<p>ก็ให้แปลขึ้นก่อนที่ประโยค <strong>ตาว</strong> หรือ <strong>ต</strong> เมื่อแปลไปถึงตอนที่จะเข้าประโยค <strong>ยาว</strong> ก็ใส่คำเหล่านี้ไว้ต้นเสียก่อน คือคำว่า ตราบเท่าที่-ตลอดเวลาที่-จน-จนกว่า-จนถึง เป็นต้น แล้วเข้าแปลบทต่างๆ ในประโยค <strong>ยาว</strong> ไปจนจบประโยค ฯ</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"yava-tava-keep","title":"(ก) เมื่อจะแปลเอาทั้ง ย ทั้ง ต","level":2},{"anchor":"yava-tava-omit","title":"(ข) เมื่อจะแปลตัด ยาว-ตาว ทิ้ง","level":2}],"hide_title":true,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลโดยอรรถ(ก)เมือจะแปลเอาทงยทงตใหแปลขึนตนทีประโยคยาวนนกอนแปลหมดทุกบทแลวจึงแปลตวยาวเปนตวสุดทายวาเพียงใด-ตราบใดตอไปเขาแปลประโยคตาวเมือแปลหมดทุกบทแลวจึงแปลตวตาวเปนตวสุดทายวาเพียงนน-ตราบนนจดคำแปลเขาคูกนวายาว-ตาวเพียงใด-เพียงนนยาว-ตาวตราบใด-ตราบนนแตการแปลเอาทงยทงตดงวามานีทานไมคอยนิยมแปลกนเทาไรนกหางๆจึงจะแปลเอาทงยทงตสกแหงหนึงหรือในทีใดเมือแปลเอาทงยทงตแลวไดความดีและฟงกะทดรดในทีนนจึงคอยแปลเอาทง๒อยางโดยมากทานชอบตดยาว-ตาวทิงฯ(ข)เมือจะแปลตดยาว-ตาวทิงกใหแปลขึนกอนทีประโยคตาวหรือตเมือแปลไปถึงตอนทีจะเขาประโยคยาวกใสคำเหลานีไวตนเสียกอนคือคำวาตราบเทาที-ตลอดเวลาที-จน-จนกวา-จนถึงเปนตนแลวเขาแปลบทตางๆในประโยคยาวไปจนจบประโยคฯ","nex":0,"url":"attha-yava-tava#lak-kan-plae"},{"id":"s197","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๑","level":3,"path":["แปล ยาว-ตาว ปริจเฉทนัตถะโดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๑"],"pdf":131,"page":124,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยาว อิทํ พนฺธนํ น พนฺธติ , ตาวเทว ฉินฺทิสฺสามิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=80\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๘๐\">(ธบ. ๑/๘๐)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลเอาทั้ง <strong>ย</strong> ทั้ง <strong>ต</strong> ว่า เครื่องผูกนี้ (เรา) <strong>ตราบใด</strong> , เราจะตัด (มัน) <strong>ตราบนั้น</strong>ทีเดียว</div><div class=\"hb-gloss\">แปลตัด <strong>ยาว-ตาว</strong> ทิ้งว่า เราจะตัดเครื่องผูกนี้ <strong>จน</strong>ผูกมัด (เรา) ไม่ได้ทีเดียว ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๑ยาวอิทํพนธนํนพนธติ,ตาวเทวฉินทิสสามิ.(ธบ.๑/๘๐)แปลเอาทงยทงตวาเครืองผูกนี(เรา)ตราบใด,เราจะตด(มน)ตราบนนทีเดียวแปลตดยาว-ตาวทิงวาเราจะตดเครืองผูกนีจนผูกมด(เรา)ไมไดทีเดียวฯ","nex":1,"url":"attha-yava-tava#tua-yang-1"},{"id":"s198","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๒","level":3,"path":["แปล ยาว-ตาว ปริจเฉทนัตถะโดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๒"],"pdf":131,"page":124,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยาว ตสฺสา ปวตฺตึ น สุโณม, ตาว เนว ยุทฺธํ ทสฺสาม, น ชฺชํ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=8\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๘\">(ธบ.๒/๘)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลตัด <strong>ย-ต</strong> ว่า ข้าพเจ้าทั้งหลาย จักไม่ให้การรบ(หรือ) ราชสมบัติ<strong>ตลอดเวลาที่</strong>พวกข้าพเจ้ายังไม่ได้ยิน ความเป็นไปของพระเทวีองค์นั้น</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(ข้อนี้ให้ลองแปลไม่ตัด <strong>ย-ต</strong>) ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๒ยาวตสสาปวตตึนสุโณม,ตาวเนวยุทธํทสสาม,นชชํ.(ธบ.๒/๘)แปลตดย-ตวาขาพเจาทงหลายจกไมใหการรบ(หรือ)ราชสมบติตลอดเวลาทีพวกขาพเจายงไมไดยินความเปนไปของพระเทวีองคนน(ขอนีใหลองแปลไมตดย-ต)ฯ","nex":1,"url":"attha-yava-tava#tua-yang-2"},{"id":"s199","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๓","level":3,"path":["แปล ยาว-ตาว ปริจเฉทนัตถะโดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๓"],"pdf":132,"page":125,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยาว เม ปสนฺนจิตฺตํ น ปฏิกุฏติ, ตาวเทว ปูชํ กริสฺสามิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=141\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๑๔๑\">(ธบ. ๓/๑๔๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลตัด ย-ต ว่า เราจักทำการบูชา <strong>ตลอดเวลาที่</strong> จิตเลื่อมใสของเราจักไม่กลับ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ลองแปลเอา ย-ต ดูฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๓ยาวเมปสนนจิตตํนปฏิกุฏติ,ตาวเทวปูชํกริสสามิ.(ธบ.๓/๑๔๑)แปลตดย-ตวาเราจกทำการบูชาตลอดเวลาทีจิตเลือมใสของเราจกไมกลบลองแปลเอาย-ตดูฯ","nex":1,"url":"attha-yava-tava#tua-yang-3"},{"id":"s200","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลโดยอรรถชนิด ตาว อยู่หน้า","level":2,"path":["แปลโดยอรรถชนิด ตาว อยู่หน้า"],"pdf":132,"page":125,"html":"<p>ชนิด <strong>ตาว</strong> มาตั้งอยู่หน้า ต้องแปลตัดโดยสิ้นเชิง จึงจะได้ความดี มีน้อยมากที่จะไม่ต้องตัดแปลตัดเช่น</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลโดยอรรถชนิดตาวอยูหนาชนิดตาวมาตงอยูหนาตองแปลตดโดยสินเชิงจึงจะไดความดีมีนอยมากทีจะไมตองตดแปลตดเชน","nex":0,"url":"attha-tava-yu-na"},{"id":"s201","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๑","level":3,"path":["แปลโดยอรรถชนิด ตาว อยู่หน้า","ตัวอย่างที่ ๑"],"pdf":132,"page":125,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">น ตาวิมํ ปลฺลงฺกํ ภินฺทิสิสามิ, ยาว เม อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ น มุญฺจิสฺสติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=81\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๘๑\">(ธบ. ๑/๘๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลตัดว่า เราจักไม่ทำลายบัลลังก์นี้<strong>ตราบเท่าที่</strong> จิตของเราจักไม่พ้นจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่เข้าไปยึดถือ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(ลองแปลชนิดไม่ตัดดู) ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๑นตาวิมํปลลงกํภินทิสิสามิ,ยาวเมอนุปาทายอาสเวหิจิตตํนมุญจิสสติ.(ธบ.๑/๘๑)แปลตดวาเราจกไมทำลายบลลงกนีตราบเทาทีจิตของเราจกไมพนจากอาสวะทงหลายเพราะไมเขาไปยึดถือ(ลองแปลชนิดไมตดดู)ฯ","nex":1,"url":"attha-tava-yu-na#tua-yang-1"},{"id":"s202","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๒","level":3,"path":["แปลโดยอรรถชนิด ตาว อยู่หน้า","ตัวอย่างที่ ๒"],"pdf":132,"page":125,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อาคเมหิ ตาว เมฆิย, เอโกมฺหิ, ยาว อญฺโญปิ โกจิ ภิกฺขุ ทิสิสติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=2&amp;page=121\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๒ หน้า ๑๒๑\">(ธบ.๒/๑๒๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลตัดว่า ดูก่อนเมฆิยะ เราผู้ๆเดียว เธอจงรอ<strong>จนกว่า</strong>ภิกษุอื่นบางรูปจะปรากฏ ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๒อาคเมหิตาวเมฆิย,เอโกมหิ,ยาวอญโญปิโกจิภิกขุทิสิสติ.(ธบ.๒/๑๒๑)แปลตดวาดูกอนเมฆิยะเราผูๆเดียวเธอจงรอจนกวาภิกษุอืนบางรูปจะปรากฏฯ","nex":1,"url":"attha-tava-yu-na#tua-yang-2"},{"id":"s203","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๓","level":3,"path":["แปลโดยอรรถชนิด ตาว อยู่หน้า","ตัวอย่างที่ ๓"],"pdf":132,"page":125,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เตนหิ สามิ อาคเมหิ ตาว, ยฺวาหํ กุจฺฉิคตํ ทารกํ วิชายามิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=50\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๕๐\">(ธบ. ๔/๕๐)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลตัดว่า ข้าแต่พี่ \"ถ้าอย่างนั้น ขอพี่จงรอ<strong>จนกว่า</strong>น้องจะคลอดบุตร ผู้อยู่ในท้อง ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๓เตนหิสามิอาคเมหิตาว,ยวาหํกุจฉิคตํทารกํวิชายามิ.(ธบ.๔/๕๐)แปลตดวาขาแตพี\"ถาอยางนนขอพีจงรอจนกวานองจะคลอดบุตรผูอยูในทองฯ","nex":1,"url":"attha-tava-yu-na#tua-yang-3"},{"id":"s204","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๔","level":3,"path":["แปลโดยอรรถชนิด ตาว อยู่หน้า","ตัวอย่างที่ ๔"],"pdf":132,"page":125,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อาคเมหิ ตาว สามิ, ยาว อยํ วยปฺปตฺโต โหติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=50\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๕๐\">(ธบ. ๔/๕๐)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลตัดว่า พี่ \"ขอพี่จงรอ<strong>จนกว่า</strong>ลูกของเรานี้ จะเจริญวัย ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๔อาคเมหิตาวสามิ,ยาวอยํวยปปตโตโหติ.(ธบ.๔/๕๐)แปลตดวาพี\"ขอพีจงรอจนกวาลูกของเรานีจะเจริญวยฯ","nex":1,"url":"attha-tava-yu-na#tua-yang-4"},{"id":"s205","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลโดยอรรถชนิด ยาว แทรกประโยค ตาว","level":2,"path":["แปลโดยอรรถชนิด ยาว แทรกประโยค ตาว"],"pdf":133,"page":126,"html":"<p>ชนิด <strong>ยาว</strong> แทรกเข้าไปในประโยค <strong>ตาว</strong> จะต้องแปลตัด <strong>ย-ต</strong> ทิ้งโดยสิ้นเชิงจึงจะฟังความทางภาษาไทยทันที เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อิตรา นามคฺคหณทิวเส ตํ ทารกํ นหาเปตฺวา ฯเปฯ อนฺโตวิหาราภิมุขี ปกฺขนฺทิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=48\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๔๘\">(ธบ.๑/๔๘)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า ฝ่ายว่านางกุลธิดานอกนี้ ให้ทารกนั้นอาบ ในวันขนานนาม แล้วตั้งชื่อ กล่าวว่า ข้าแต่นาย บัดนี้ พวกเรามาไปเรือนตนเถิด จึงอุ้มเอาบุตร พร้อมด้วยสามีเดินไป โดยหนทางซึ่งผ่านท่ามกลางวิหาร ให้บุตรแก่สามี แล้วอาบในสระโบกขรณีใกล้วิหาร อุ้มเอาบุตร เมื่อสามีกำลังอาบ ยืนให้นมบุตรดื่มนมอยู่</div><div class=\"hb-gloss\">เห็นนางยักษณีผู้กำลังมาอยู่ จำได้จึงร้องเสียงดังขึ้นว่า \"นายจงมาโดยเร็วนี้คือนางยักษณีนั้น ดังนี้แล้วไม่อาจจะยืนรอ (เข้าประโยค <strong>ยาว</strong>) <strong>จนกว่า</strong> สามีนั้นจะมาได้ จึงกลับวิ่งบ่ายหน้าไปยังภายในวิหาร แล่นไปแล้ว ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลโดยอรรถชนิดยาวแทรกประโยคตาวชนิดยาวแทรกเขาไปในประโยคตาวจะตองแปลตดย-ตทิงโดยสินเชิงจึงจะฟงความทางภาษาไทยทนทีเชนอิตรานามคคหณทิวเสตํทารกํนหาเปตวาฯเปฯอนโตวิหาราภิมุขีปกขนทิ.(ธบ.๑/๔๘)แปลวาฝายวานางกุลธิดานอกนีใหทารกนนอาบในวนขนานนามแลวตงชือกลาววาขาแตนายบดนีพวกเรามาไปเรือนตนเถิดจึงอุมเอาบุตรพรอมดวยสามีเดินไปโดยหนทางซึงผานทามกลางวิหารใหบุตรแกสามีแลวอาบในสระโบกขรณีใกลวิหารอุมเอาบุตรเมือสามีกำลงอาบยืนใหนมบุตรดืมนมอยูเหนนางยกษณีผูกำลงมาอยูจำไดจึงรองเสียงดงขึนวา\"นายจงมาโดยเรวนีคือนางยกษณีนนดงนีแลวไมอาจจะยืนรอ(เขาประโยคยาว)จนกวาสามีนนจะมาไดจึงกลบวิงบายหนาไปยงภายในวิหารแลนไปแลวฯ","nex":1,"url":"attha-yava-saek-tava"},{"id":"s206","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๒","level":3,"path":["แปลโดยอรรถชนิด ยาว แทรกประโยค ตาว","ตัวอย่างที่ ๒"],"pdf":133,"page":126,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตํ กุจฺฉิยํ ปวิสิตฺวา ปกฺกุฏฺฐิตํ ฯเปฯ อนาวิลํ นิกฺขมติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=1&amp;page=122\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๑ หน้า ๑๒๒\">(ธบ. ๑/๑๒๒)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า น้ำร้อนนั้น เข้าไปในท้อง แล้วพาเอากรีสอันเดือดพล่านแล้ว ออกไปโดยส่วนล่าง</div><div class=\"hb-gloss\">กรีสยังมีอยู่น้อยหนึ่ง <strong>เพียงใด</strong>, เป็นน้ำขุ่นไหลออก<strong>เพียงนั้น</strong> เมื่อท้องหมดจดแล้ว, เป็นน้ำใสไม่ขุ่นไหลออก ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(ไม่ตัด <strong>ยาว</strong> แปลว่า)</p>\n<p class=\"hb-example-note\">ประโยคนี้ เมื่อตัด <strong>ยาว</strong> ออกฟังไม่ดี ก็เลยแปลเอา ทั้ง <strong>ย</strong> ทั้ง <strong>ต</strong> ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๒ตํกุจฉิยํปวิสิตวาปกกุฏฐิตํฯเปฯอนาวิลํนิกขมติ.(ธบ.๑/๑๒๒)แปลวานำรอนนนเขาไปในทองแลวพาเอากรีสอนเดือดพลานแลวออกไปโดยสวนลาง(ไมตดยาวแปลวา)กรีสยงมีอยูนอยหนึงเพียงใด,เปนนำขุนไหลออกเพียงนนเมือทองหมดจดแลว,เปนนำใสไมขุนไหลออกฯประโยคนีเมือตดยาวออกฟงไมดีกเลยแปลเอาทงยทงตฯ","nex":1,"url":"attha-yava-saek-tava#tua-yang-2"},{"id":"s207","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๓","level":3,"path":["แปลโดยอรรถชนิด ยาว แทรกประโยค ตาว","ตัวอย่างที่ ๓"],"pdf":133,"page":126,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เตสุ กนฺตารํ ปฏิปนฺโน, ยาว อิจฺฉิตฏฺฐานํ น ปาปุณาติ, ตาว อทฺธิโก เอว. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=57\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๕๗\">(ธบ.๔/๕๗)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า บรรดาทางไกลทั้ง ๒ นั้น บุคคลดำเนินไปสู่ทางกันดาร (ตน) ยังไม่บรรลุถึงที่ที่ตนปรารถนา<strong>ตราบใด</strong> , ก็ยังเป็นผู้เดิรทางไกลนั้น <strong>ตราบนั้น</strong> ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">บรรดาทางไกลทั้ง ๒ นั้นบุคคลดำเนินไปสู่ทางกันดาร ก็ยังจัดว่าเป็นผู้เดินทางไกล <strong>ตลอดเวลาที่</strong>ที่ตนยังไม่ทันถึงที่ที่ตนปราถนาทีเดียว ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ข้อนี้แปลเอา <strong>ยาว - ตาว</strong> ฟังดี ดังแปลมานี้ หรือจะแปลตัดก็ได้ว่า</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๓เตสุกนตารํปฏิปนโน,ยาวอิจฉิตฏฐานํนปาปุณาติ,ตาวอทธิโกเอว.(ธบ.๔/๕๗)แปลวาบรรดาทางไกลทง๒นนบุคคลดำเนินไปสูทางกนดาร(ตน)ยงไมบรรลุถึงทีทีตนปรารถนาตราบใด,กยงเปนผูเดิรทางไกลนนตราบนนฯขอนีแปลเอายาว-ตาวฟงดีดงแปลมานีหรือจะแปลตดกไดวาบรรดาทางไกลทง๒นนบุคคลดำเนินไปสูทางกนดารกยงจดวาเปนผูเดินทางไกลตลอดเวลาทีทีตนยงไมทนถึงทีทีตนปราถนาทีเดียวฯ","nex":1,"url":"attha-yava-saek-tava#tua-yang-3"},{"id":"s208","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๔","level":3,"path":["แปลโดยอรรถชนิด ยาว แทรกประโยค ตาว","ตัวอย่างที่ ๔"],"pdf":134,"page":127,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">วฏฺฏสนฺนิสิตาปิ สตฺตา, ยาว วฏฺเฏ วสนฺติ, ตาว อทฺธิกา เอว. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=57\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๕๗\">(ธบ. ๔/๕๗)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า เหล่าสัตว์แม้ผู้อาศัยอยู่ในวัฏฏะ ก็ยังชื่อว่าเป็นผู้เดินทางไกล<strong>ตราบเท่าที่</strong>ยังอยู่ในวัฏฏะแลฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">ข้อนี้ ให้นักเรียนทดลองแปลไม่ต้องตัดดูที ฯ</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๔วฏฏสนนิสิตาปิสตตา,ยาววฏเฏวสนติ,ตาวอทธิกาเอว.(ธบ.๔/๕๗)แปลวาเหลาสตวแมผูอาศยอยูในวฏฏะกยงชือวาเปนผูเดินทางไกลตราบเทาทียงอยูในวฏฏะแลฯขอนีใหนกเรียนทดลองแปลไมตองตดดูทีฯ","nex":1,"url":"attha-yava-saek-tava#tua-yang-4"},{"id":"s209","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๕","level":3,"path":["แปลโดยอรรถชนิด ยาว แทรกประโยค ตาว","ตัวอย่างที่ ๕"],"pdf":134,"page":127,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">โส อิมํ กมฺมํ กตฺวา อายุหปริโยสาเน ฯเปฯ โยนิมุเข ติริยํ นิปฺปชฺชิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=78\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๗๘\">(ธบ. ๔/๗๘)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า พระราชาพระองค์นั้น ครั้นทำกรรมนี้แล้ว ในเวลาสิ้นอายุ ก็บังเกิดในนรกอเวจีไหม้ในนรก</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>ตราบเท่าที่</strong>แผ่นดินใหญ่อันนี้ หนาขึ้นประมาณโยชน์หนึ่ง เพราะความที่ท้าวเธอปิดประตูน้อยทั้ง ๔ เคลื่อนจากนรกนั้นแล้วถือเอาปฏิสนธิในท้องมารดาคนนั่นแหละ จึงอยู่ภายในท้อง ตลอด ๗ ปี ๗ เดือน (และ) นอนขวางที่ช่องกำเนิด ตลอด ๗ วัน ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(เข้าประโยค <strong>ยาว</strong> ว่า)</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๕โสอิมํกมมํกตวาอายุหปริโยสาเนฯเปฯโยนิมุเขติริยํนิปปชชิ.(ธบ.๔/๗๘)แปลวาพระราชาพระองคนนครนทำกรรมนีแลวในเวลาสินอายุกบงเกิดในนรกอเวจีไหมในนรก(เขาประโยคยาววา)ตราบเทาทีแผนดินใหญอนนีหนาขึนประมาณโยชนหนึงเพราะความทีทาวเธอปิดประตูนอยทง๔เคลือนจากนรกนนแลวถือเอาปฏิสนธิในทองมารดาคนนนแหละจึงอยูภายในทองตลอด๗ปี๗เดือน(และ)นอนขวางทีชองกำเนิดตลอด๗วนฯ","nex":1,"url":"attha-yava-saek-tava#tua-yang-5"},{"id":"s210","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปล ยสฺมา - ตสฺมา เหตุ โดยอรรถ","level":2,"path":["แปล ยสฺมา - ตสฺมา เหตุ โดยอรรถ"],"pdf":134,"page":127,"html":"<p><strong>เพราะ-ฉะนั้น</strong></p>","outline":[{"title":"ยสฺมา–ตสฺมา ตามลำดับ","section":"s212","anchor":"yasma-tasma-normal"},{"title":"ยสฺมา แทรกประโยค ตสฺมา","section":"s212","anchor":"yasma-tasma-insert"},{"title":"มีเฉพาะ ยสฺมา","section":"s212","anchor":"yasma-only"}],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลยสมา-ตสมาเหตุโดยอรรถเพราะ-ฉะนน","nex":0,"url":"attha-yasma-tasma"},{"id":"s211","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แผนผัง","level":3,"path":["แปล ยสฺมา - ตสฺมา เหตุ โดยอรรถ","แผนผัง"],"pdf":134,"page":127,"html":"<figure class=\"hb-diagram\" style=\"--hb-diagram-width:608px\"><div class=\"hb-diagram-scroll\"><img src=\"/handbook/img/diagram-s211.png?v=1791819111570129191\" alt=\"แผนผังประโยค ยสฺมา–ตสฺมา: แบบ ยสฺมา อยู่หน้า ตสฺมา, มีเฉพาะ ยสฺมา และ ยสฺมา แทรกในประโยค ตสฺมา\" width=\"608\" height=\"172\" loading=\"lazy\"></div></figure>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แผนผง(๑)ยสมา.................................,ตสมา.....................................(๒)ยสมา.................................,(ตสมา....................................)(๓)...........................................,ยสมา..........,ตสมา................","nex":0,"url":"attha-yasma-tasma#phaenphang"},{"id":"s212","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"หลักการแปลโดยอรรถ","level":3,"path":["แปล ยสฺมา - ตสฺมา เหตุ โดยอรรถ","หลักการแปลโดยอรรถ"],"pdf":134,"page":127,"html":"<h2 class=\"hb-topic\" id=\"yasma-tasma-normal\">(ก) การแปลทั่วไปในประโยค <strong>ยสฺมา-ตสฺมา</strong></h2>\n<p>ก็ต้องแปลขึ้นต้นประโยค <strong>ยสฺมา</strong> นั้นก่อน <strong>ยสฺมา</strong> แปลเฉพาะคำว่า เพราะ แล้วก็แปลบทต่างๆ ในประโยค <strong>ยสฺมา</strong> ไปจนหมด</p>\n<p>แล้วก็เริ่มเข้าแปลประโยค <strong>ตสฺมา</strong> ให้แปลตัว <strong>ตสฺมา</strong> ว่า ฉะนั้น แล้วก็แปลบทต่างๆ ไปจนจบ ก็เป็นอันยุติเพียงเท่านี้ ฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"yasma-tasma-insert\">(ข) อีกวิธีหนึ่ง</h2>\n<p>เป็นวิธีแปลเฉพาะชนิด <strong>ยสฺมา</strong> เข้าไปแทรกประโยค <strong>ตสฺมา</strong> เท่านั้น ดังแผนผังที่ ๓</p>\n<p>ถ้ารูปประโยคเป็นอย่างนี้ ก็ให้แปลประโยค <strong>ตสฺมา</strong> ก่อน แปลไปเรื่อยๆ จนถึงตอนพอที่จะเข้าแปลประโยค <strong>ยสฺมา</strong> ได้แล้ว ก็ให้พักตัว <strong>ตสฺมา</strong> ไว้อย่า</p>\n<p>พึงแปล เข้าแปลประโยค <strong>ยสฺมา</strong> พอเริ่มเข้าแปลให้แปลตัว <strong>ยสฺมา</strong> ก่อนว่า เพราะ แล้วจึงแปลบทต่างๆ ไปจนจบ แล้วมาแปลตัว <strong>ตสฺมา</strong> ว่า ฉะนั้น จึงแปลบทต่างๆ ไปจนจบ ฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"yasma-only\">(ค) ตามแผนผังที่ ๒ นั้น</h2>\n<p>มีบางแห่งท่านจะเรียงไว้เฉพาะประโยคที่มี <strong>ยสฺมา</strong> เท่านั้นประโยค <strong>ตสฺมา</strong> ไม่มี เวลาแปลโดยอรรถ ก็ให้แปลตัว <strong>ยสฺมา</strong> ว่า เพราะ แล้วก็แปลบทต่างๆ ในประโยค <strong>ยสฺมา</strong> ไปจนจบ ก็แล้วเท่านี้เอง</p>\n<p>อย่าใส่ประโยค <strong>ตสฺมา</strong> เข้ามาอีกเป็นอันขาด ถ้าใส่มาเนื้อความจะวกวน,</p>\n<p>แต่วิธีแปลโดยพยัญชนะจะไม่ใส่ประโยค <strong>ตสฺมา</strong> เข้ามาไม่ได้ ถ้าไม่ใส่ถือว่าผิดอย่างสำคัญฯ</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"yasma-tasma-normal","title":"(ก) การแปลทั่วไปในประโยค ยสฺมา-ตสฺมา","level":2},{"anchor":"yasma-tasma-insert","title":"(ข) อีกวิธีหนึ่ง","level":2},{"anchor":"yasma-only","title":"(ค) ตามแผนผังที่ ๒ นั้น","level":2}],"hide_title":true,"navigation_toc":false,"n":"หลกการแปลโดยอรรถ(ก)การแปลทวไปในประโยคยสมา-ตสมากตองแปลขึนตนประโยคยสมานนกอนยสมาแปลเฉพาะคำวาเพราะแลวกแปลบทตางๆในประโยคยสมาไปจนหมดแลวกเริมเขาแปลประโยคตสมาใหแปลตวตสมาวาฉะนนแลวกแปลบทตางๆไปจนจบกเปนอนยุติเพียงเทานีฯ(ข)อีกวิธีหนึงเปนวิธีแปลเฉพาะชนิดยสมาเขาไปแทรกประโยคตสมาเทานนดงแผนผงที๓ถารูปประโยคเปนอยางนีกใหแปลประโยคตสมากอนแปลไปเรือยๆจนถึงตอนพอทีจะเขาแปลประโยคยสมาไดแลวกใหพกตวตสมาไวอยาพึงแปลเขาแปลประโยคยสมาพอเริมเขาแปลใหแปลตวยสมากอนวาเพราะแลวจึงแปลบทตางๆไปจนจบแลวมาแปลตวตสมาวาฉะนนจึงแปลบทตางๆไปจนจบฯ(ค)ตามแผนผงที๒นนมีบางแหงทานจะเรียงไวเฉพาะประโยคทีมียสมาเทานนประโยคตสมาไมมีเวลาแปลโดยอรรถกใหแปลตวยสมาวาเพราะแลวกแปลบทตางๆในประโยคยสมาไปจนจบกแลวเทานีเองอยาใสประโยคตสมาเขามาอีกเปนอนขาดถาใสมาเนือความจะวกวน,แตวิธีแปลโดยพยญชนะจะไมใสประโยคตสมาเขามาไมไดถาไมใสถือวาผิดอยางสำคญฯ","nex":0,"url":"attha-yasma-tasma#lak-kan-plae"},{"id":"s213","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๑","level":3,"path":["แปล ยสฺมา - ตสฺมา เหตุ โดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๑"],"pdf":135,"page":128,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยสฺมา สปฺปุริโส ฯเปฯ ปฏิวาตเมตีติ วตฺตพฺโพ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=3&amp;page=83\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๓ หน้า ๘๓\">(ธบ. ๓/๘๓)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลตามข้อ ก. ว่า <strong>เพราะ</strong>สัตบุรุษ ครอบงำทิศทั้งปวงด้วยกลิ่นศีลไป <strong>ฉะนั้น</strong> สัตบุรุษนั้นบัณฑิตจึงควรกล่าวได้ว่ากลิ่นของสัตบุรุษนั้น ฟุ้งไปทวนลมฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๑ยสมาสปปุริโสฯเปฯปฏิวาตเมตีติวตตพโพ.(ธบ.๓/๘๓)แปลตามขอก.วาเพราะสตบุรุษครอบงำทิศทงปวงดวยกลินศีลไปฉะนนสตบุรุษนนบณฑิตจึงควรกลาวไดวากลินของสตบุรุษนนฟุงไปทวนลมฯ","nex":1,"url":"attha-yasma-tasma#tua-yang-1"},{"id":"s214","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๒","level":3,"path":["แปล ยสฺมา - ตสฺมา เหตุ โดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๒"],"pdf":135,"page":128,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยสฺมา พุทฺธา อุปฺปชฺชมานา มหาชนํ ราคกนฺตาราทีหิ ตาเรนฺติ, ตสฺมา พุทฺธานํ อุปฺปาโท สุโข. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=6&amp;page=119\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๖ หน้า ๑๑๙\">(ธบ.๖/๑๑๙)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลตามข้อ ก. ว่า <strong>เพราะ</strong>พระพุทธเจ้าทั้งหลาย เมื่อเสด็จอุบัติขึ้น ย่อมยังมหาชนให้ข้ามกันดาร คือราคะเป็นต้น <strong>ฉะนั้น</strong> ความอุบัติแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย จึงนำสุขมาให้ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๒ยสมาพุทธาอุปปชชมานามหาชนํราคกนตาราทีหิตาเรนติ,ตสมาพุทธานํอุปปาโทสุโข.(ธบ.๖/๑๑๙)แปลตามขอก.วาเพราะพระพุทธเจาทงหลายเมือเสดจอุบติขึนยอมยงมหาชนใหขามกนดารคือราคะเปนตนฉะนนความอุบติแหงพระพุทธเจาทงหลายจึงนำสุขมาใหฯ","nex":1,"url":"attha-yasma-tasma#tua-yang-2"},{"id":"s215","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๓","level":3,"path":["แปล ยสฺมา - ตสฺมา เหตุ โดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๓"],"pdf":135,"page":128,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">สมคฺคานํ ปน เอกจิตฺตานํ ฯเปฯ สุโขติ วุตฺตํ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=6&amp;page=119\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๖ หน้า ๑๑๙\">(ธบ.๖/๑๑๙)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลตามข้อ ก. ว่า อนึ่ง <strong>เพราะ</strong>การที่บุคคลผู้พร้อมเพียงกันคือผู้มีใจเป็นอันเดียวกันเล่าเรียนพระพุทธพจน์ก็ดี บริหารธุดงค์ก็ดี บำเพ็ญสมณธรรมก็ดี เป็นสุข <strong>ฉะนั้น</strong> พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า <strong>ตบะ</strong> ของเหล่าชนผู้พร้อมเพรียงกันเป็นสุขดังนี้ ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๓สมคคานํปนเอกจิตตานํฯเปฯสุโขติวุตตํ.(ธบ.๖/๑๑๙)แปลตามขอก.วาอนึงเพราะการทีบุคคลผูพรอมเพียงกนคือผูมีใจเปนอนเดียวกนเลาเรียนพระพุทธพจนกดีบริหารธุดงคกดีบำเพญสมณธรรมกดีเปนสุขฉะนนพระผูมีพระภาคจึงตรสวาตบะของเหลาชนผูพรอมเพรียงกนเปนสุขดงนีฯ","nex":1,"url":"attha-yasma-tasma#tua-yang-3"},{"id":"s216","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๔","level":3,"path":["แปล ยสฺมา - ตสฺมา เหตุ โดยอรรถ","ตัวอย่างที่ ๔"],"pdf":135,"page":128,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ยสฺมา สทฺธมฺมเทสนํ ฯเปฯ ตสฺมา สทฺธมฺมเทสนา สุขา. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=6&amp;page=119\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๖ หน้า ๑๑๙\">(ธบ.๖/๑๑๙)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลตามข้อ ก. ว่า <strong>เพราะ</strong>สัตว์ทั้งหลาย ผู้มีชาติทุกข์ เป็นต้น เป็นธรรมดาอาศัยการแสดงพระสัทธรรม จึงพ้นจากทุกข์ เป็นต้น <strong>ฉะนั้น</strong> การแสดงพระสัทธรรมจึงเป็นเหตุนำสุขมาให้ ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๔ยสมาสทธมมเทสนํฯเปฯตสมาสทธมมเทสนาสุขา.(ธบ.๖/๑๑๙)แปลตามขอก.วาเพราะสตวทงหลายผูมีชาติทุกขเปนตนเปนธรรมดาอาศยการแสดงพระสทธรรมจึงพนจากทุกขเปนตนฉะนนการแสดงพระสทธรรมจึงเปนเหตุนำสุขมาใหฯ","nex":1,"url":"attha-yasma-tasma#tua-yang-4"},{"id":"s217","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ชนิด ยสฺมา แทรกในประโยค ตสฺมา","level":3,"path":["แปล ยสฺมา - ตสฺมา เหตุ โดยอรรถ","ชนิด ยสฺมา แทรกในประโยค ตสฺมา"],"pdf":136,"page":129,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">สารีปุตฺตเถโรปิ อาคนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ฯ เป ฯ ปิหยนฺติ ปตฺเถนตีติ อาห. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=6&amp;page=94\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๖ หน้า ๙๔\">(ธบ.๖/๙๔)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลตามข้อ ข. ว่า ฝ่ายพระสารีบุตรเถระ มาถวายบังคมพระศาสดาแล้ว</div><div class=\"hb-gloss\"><strong>เพราะ</strong>พระศาสดา ผู้เสด็จด้วยพุทธสิริเห็นปานนั้น เป็นผู้อันท่านไม่เคยเห็นแล้ว <strong>ฉะนั้น</strong> จึงประกาศความยินดีของตน ด้วยคาถามีอาทิว่า พระศาสดาผู้มีพระวาจาอันไพเราะอย่างนี้ เป็นพระอาจารย์แห่งคณะ (เป็นคณาจารย์) เสด็จจากภพดุสิตเป็นผู้อันข้าพระองค์ไม่เคยเห็นแล้ว หรือไม่เคยฟังแล้วต่อใครๆ ในกาลก่อนแต่กาลนี้ ดังนี้ แล้วกราบทูลว่า พระองค์ผู้เจริญ วันนี้ เทวดาและมนุษย์แม้ทั้งปวง ย่อมกระหยิ่มปรารถนาต่อพระองค์ ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(เข้าแปลประโยค <strong>ยสฺมา</strong> ว่า )</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ชนิดยสมาแทรกในประโยคตสมาสารีปุตตเถโรปิอาคนตวาสตถารํวนทิตวาฯเปฯปิหยนติปตเถนตีติอาห.(ธบ.๖/๙๔)แปลตามขอข.วาฝายพระสารีบุตรเถระมาถวายบงคมพระศาสดาแลว(เขาแปลประโยคยสมาวา)เพราะพระศาสดาผูเสดจดวยพุทธสิริเหนปานนนเปนผูอนทานไมเคยเหนแลวฉะนนจึงประกาศความยินดีของตนดวยคาถามีอาทิวาพระศาสดาผูมีพระวาจาอนไพเราะอยางนีเปนพระอาจารยแหงคณะ(เปนคณาจารย)เสดจจากภพดุสิตเปนผูอนขาพระองคไมเคยเหนแลวหรือไมเคยฟงแลวตอใครๆในกาลกอนแตกาลนีดงนีแลวกราบทูลวาพระองคผูเจริญวนนีเทวดาและมนุษยแมทงปวงยอมกระหยิมปรารถนาตอพระองคฯ","nex":1,"url":"attha-yasma-tasma#yasma-saek-tasma"},{"id":"s218","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แผนผังที่ ๒","level":3,"path":["แปล ยสฺมา - ตสฺมา เหตุ โดยอรรถ","แผนผังที่ ๒"],"pdf":136,"page":129,"html":"<figure class=\"hb-diagram\" style=\"--hb-diagram-width:540px\"><div class=\"hb-diagram-scroll\"><img src=\"/handbook/img/diagram-s218.png?v=1791819111577470888\" alt=\"แผนผังที่ ๒: ประโยค ยสฺมา และประโยค ตสฺมา ซึ่งใส่ไว้ในวงเล็บ\" width=\"540\" height=\"96\" loading=\"lazy\"></div></figure>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แผนผงที๒ยสมา...........................(ตสมา........................................)","nex":0,"url":"attha-yasma-tasma#phaenphang-2"},{"id":"s219","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"มีวิธีแปลตามข้อ ค ดังนี้","level":3,"path":["แปล ยสฺมา - ตสฺมา เหตุ โดยอรรถ","มีวิธีแปลตามข้อ ค ดังนี้"],"pdf":136,"page":129,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">(๑) ยสฺมา นาพฺพณํ วิสมเนฺวติ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=5&amp;page=27\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๕ หน้า ๒๗\">(ธบ. ๕/๒๗)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>เพราะ</strong>ยาพิษย่อมไม่ซึมซาบมือที่ไม่มีแผลฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">(อย่าเพิ่ม ตสฺมา แปลเอาเท่านี้)</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">(๒) ยสฺมา เชฏฺฐํ ฐเปตฺวา กนิฏฺฐํ อาหราเปตฺวา เชฏฺฐาปจายิกกมฺมํ น กโรสิ. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=5&amp;page=71\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๕ หน้า ๗๑\">(ธบ.๕/๗๑)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>เพราะ</strong>ท่านให้เรานำน้องผู้น้อยมา เว้นคนโตเสีย จึงไม่ทำกรรมของบุคคลผู้นอบน้อมต่อผู้ใหญ่ ฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">(๓) ยสฺมา สพฺพสตฺตานํ ชีวิตํ มรณปริโยสานเมว. <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=5&amp;page=10\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๕ หน้า ๑๐\">(ธบ. ๕/๑๐)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>เพราะ</strong>ชีวิตของสรรพสัตว์ มีความตามเป็นที่สุดลงเท่านั้นฯ</div></div>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">(๔) ยสฺมา เต กามคเวสิโน น โหนฺติ . <a class=\"hb-cite\" href=\"/dhammapada/?book=4&amp;page=90\" target=\"_blank\" rel=\"noopener\" title=\"เปิดธรรมบท ภาค ๔ หน้า ๙๐\">(ธบ. ๔/๙๐)</a></div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า <strong>เพราะ</strong>ท่านผู้ปราศจากราคะเหลาะนั้น มิใช่ผู้แสวงหากาม ฯ</div></div>\n<p>(๕) ส่วนจำพวกคาถาที่แปลโดยพยัญชนะ ให้แปลใส่ <strong>หิ</strong> ว่า เพราะว่า ก็ดี หรือที่ไม่อยากใส่ <strong>หิ</strong> แต่อยากใส่ <strong>ยสฺมา</strong> แล้วก็เพิ่มประโยค <strong>ตสฺมา</strong> โดยเอาข้อความข้างต้นมาเพิ่มก็ดี สำหรับเวลาแปลโดยอรรถแล้ว ให้แปลเพิ่มเฉพาะ <strong>หิ</strong> เพราะว่า เท่านั้น อย่าเพิ่มเป็น <strong>ยสฺมา-ตสฺมา</strong> เป็นอันขาด เช่นคาถาว่า</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ทุนฺนิคฺคหสฺส ลหุโน        ยตฺถ กามนิปาติโน จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ        จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ.</div><div class=\"hb-gloss\">แปลว่า การฝึกจิต ที่ขมได้ยาก เกิดและดับเร็ว มักตกไปในอารมณ์ที่ใคร่อย่างใด เป็นการดี (<strong>เพราะว่า</strong>) จิตที่ฝึกดีแล้วย่อมนำสุขมาให้ ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"มีวิธีแปลตามขอคดงนี(๑)ยสมานาพพณํวิสมเนวติ.(ธบ.๕/๒๗)แปลวาเพราะยาพิษยอมไมซึมซาบมือทีไมมีแผลฯ(อยาเพิมตสมาแปลเอาเทานี)(๒)ยสมาเชฏฐํฐเปตวากนิฏฐํอาหราเปตวาเชฏฐาปจายิกกมมํนกโรสิ.(ธบ.๕/๗๑)แปลวาเพราะทานใหเรานำนองผูนอยมาเวนคนโตเสียจึงไมทำกรรมของบุคคลผูนอบนอมตอผูใหญฯ(๓)ยสมาสพพสตตานํชีวิตํมรณปริโยสานเมว.(ธบ.๕/๑๐)แปลวาเพราะชีวิตของสรรพสตวมีความตามเปนทีสุดลงเทานนฯ(๔)ยสมาเตกามคเวสิโนนโหนติ.(ธบ.๔/๙๐)แปลวาเพราะทานผูปราศจากราคะเหลาะนนมิใชผูแสวงหากามฯ(๕)สวนจำพวกคาถาทีแปลโดยพยญชนะใหแปลใสหิวาเพราะวากดีหรือทีไมอยากใสหิแตอยากใสยสมาแลวกเพิมประโยคตสมาโดยเอาขอความขางตนมาเพิมกดีสำหรบเวลาแปลโดยอรรถแลวใหแปลเพิมเฉพาะหิเพราะวาเทานนอยาเพิมเปนยสมา-ตสมาเปนอนขาดเชนคาถาวาทุนนิคคหสสลหุโนยตถกามนิปาติโนจิตตสสทมโถสาธุจิตตํทนตํสุขาวหํ.แปลวาการฝึกจิตทีขมไดยากเกิดและดบเรวมกตกไปในอารมณทีใครอยางใดเปนการดี(เพราะวา)จิตทีฝึกดีแลวยอมนำสุขมาใหฯ","nex":5,"url":"attha-yasma-tasma#withi-plae-kho-kha"},{"id":"s220","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"การแปลล้มสาธนะ (มังคลัตถทีปนี)","level":2,"path":["การแปลล้มสาธนะ (มังคลัตถทีปนี)"],"pdf":137,"page":130,"html":"<p>ในการแปลโดยอรรถ ถ้าประโยคเป็นรูปวิเคราะห์หรือประโยคที่มีลักษณะคล้ายรูปวิเคราะห์ คือมี ย มี ต โดยมากจะอยู่ในรูปของตติยาวิภัตติ และสัตตมีวิภัตติ ไม่มีตัวสาธนะ</p>\n<p>ประโยคทั้ง ๒ ลักษณะนี้ ทั้งวิชาแปลประโยค ป.ธ. ๔ และวิชากลับ ป.ธ. ๗ ๙๐% สนามหลวง นิยมแปลล้ม เรียกว่าแปลล้มสาธนะ (หรือจะเรียกว่าแปลล้มรูปวิเคราะห์ ก็ได้)</p>\n<p>โดยใส่คำแปลซึ่งเป็นเครื่องหมายของสาธนะตัทธิตนั้นๆ หรือคำแปลของตัทธิตนั้นๆ เข้ามา ขอให้นักเรียนสังเกตและหัดแปลให้ได้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้</p>","outline":[{"title":"รูปวิเคราะห์นามกิตก์","section":"s221","anchor":"namakit-analysis"},{"title":"ตัวสาธนะ","section":"s221","anchor":"namakit-sadhana"},{"title":"เปิด อิติ ของรูปวิเคราะห์","section":"s221","anchor":"namakit-attha-opening"},{"title":"คำแปลของสาธนะ","section":"s221","anchor":"namakit-sadhana-meaning"},{"title":"ตัวประธานในรูปวิเคราะห์","section":"s221","anchor":"namakit-subject"}],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"การแปลลมสาธนะ(มงคลตถทีปนี)ในการแปลโดยอรรถถาประโยคเปนรูปวิเคราะหหรือประโยคทีมีลกษณะคลายรูปวิเคราะหคือมียมีตโดยมากจะอยูในรูปของตติยาวิภตติและสตตมีวิภตติไมมีตวสาธนะประโยคทง๒ลกษณะนีทงวิชาแปลประโยคป.ธ.๔และวิชากลบป.ธ.๗๙๐%สนามหลวงนิยมแปลลมเรียกวาแปลลมสาธนะ(หรือจะเรียกวาแปลลมรูปวิเคราะหกได)โดยใสคำแปลซึงเปนเครืองหมายของสาธนะตทธิตนนๆหรือคำแปลของตทธิตนนๆเขามาขอใหนกเรียนสงเกตและหดแปลใหไดดงตวอยางตอไปนี","nex":0,"url":"lom-sadhana"},{"id":"s221","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ประโยคเป็นรูปวิเคราะห์","level":3,"path":["การแปลล้มสาธนะ (มังคลัตถทีปนี)","ประโยคเป็นรูปวิเคราะห์"],"pdf":137,"page":130,"html":"<p>ประโยคเป็นรูปวิเคราะห์ มี ๒ อย่าง คือ</p>\n<p>๑. รูปวิเคราะห์นามกิตก์        ๒. รูปวิเคราะห์ตัทธิต</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"namakit-analysis\">รูปวิเคราะห์แห่งนามกิตก์ มีหลักการแปล ดังนี้</h2>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"namakit-sadhana\">๑. ตัวสาธนะ</h3>\n<p>นิยมแปลทับศัพท์</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"namakit-attha-opening\">๒. ขึ้น อตฺถวิคฺคเหน</h3>\n<p>(เพราะอรรถวิเคราะห์) หรือ <strong>วิคฺคเหน</strong> (เพราะวิเคราะห์) มาเปิด อิติ ศัพท์ ของรูปวิเคราะห์</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"namakit-sadhana-meaning\">๓. ในรูปวิเคราะห์เป็นสาธนะไหน</h3>\n<p>ให้ใส่คำแปลของสาธนะนั้น โดยมากจะอาศัยวิภัตติของ ต ศัพท์ ยกเว้นที่เป็นกัตตุรูป กัตตุสาธนะ</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"namakit-subject\">๔. ตัวประธานในรูปวิเคราะห์</h3>\n<p>ที่เป็นกัตตุวาจก และเหตุกัตตุวาจก นิยมแปลว่า \"แห่ง\" (เหมือนแบบท่องกิตก์) เช่น</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"namakit-analysis","title":"รูปวิเคราะห์แห่งนามกิตก์ มีหลักการแปล ดังนี้","level":2},{"anchor":"namakit-sadhana","title":"๑. ตัวสาธนะ","level":3},{"anchor":"namakit-attha-opening","title":"๒. ขึ้น อตฺถวิคฺคเหน","level":3},{"anchor":"namakit-sadhana-meaning","title":"๓. ในรูปวิเคราะห์เป็นสาธนะไหน","level":3},{"anchor":"namakit-subject","title":"๔. ตัวประธานในรูปวิเคราะห์","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ประโยคเปนรูปวิเคราะหประโยคเปนรูปวิเคราะหมี๒อยางคือ๑.รูปวิเคราะหนามกิตก๒.รูปวิเคราะหตทธิตรูปวิเคราะหแหงนามกิตกมีหลกการแปลดงนี๑.ตวสาธนะนิยมแปลทบศพท๒.ขึนอตถวิคคเหน(เพราะอรรถวิเคราะห)หรือวิคคเหน(เพราะวิเคราะห)มาเปิดอิติศพทของรูปวิเคราะห๓.ในรูปวิเคราะหเปนสาธนะไหนใหใสคำแปลของสาธนะนนโดยมากจะอาศยวิภตติของตศพทยกเวนทีเปนกตตุรูปกตตุสาธนะ๔.ตวประธานในรูปวิเคราะหทีเปนกตตุวาจกและเหตุกตตุวาจกนิยมแปลวา\"แหง\"(เหมือนแบบทองกิตก)เชน","nex":0,"url":"lom-sadhana#prayok-rup-wikhro"},{"id":"s222","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๑","level":3,"path":["การแปลล้มสาธนะ (มังคลัตถทีปนี)","ตัวอย่างที่ ๑"],"pdf":138,"page":131,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">เจตนา ปิสุณวาจา ปิสุณํ วตฺติ เอตายาติ ฯ (ข. ๒๖๐ น. ๒๔๑)</div><div class=\"hb-gloss\">(ปุคฺคโล) อ.บุคคล วตฺติ ย่อมกล่าว ปิสุณํ ซึ่งคำส่อเสียด เอตาย (เจตนาย) <strong>ด้วยเจตนานั่น</strong> อิติ เพราะเหตุนั้น (สา) ปิสุณวาจา ชื่อว่า ปิสุณวาจา ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">เจตนา อ.เจตนา ปิสุณวาจา ชื่อว่า ปิสุณวาจา (อตฺถวิคฺคเหน) <strong>เพราะอรรถวิเคราะห์ว่า</strong> (ปุคฺคโล) อ.บุคคล วตฺติ ย่อมกล่าว ปิสุณํ ซึ่งคำส่อเสียด เอตาย (เจตนาย) <strong>ด้วยเจตนานั่น</strong> อิติ ดังนี้</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">หมายเหตุ. แปลจากรูปวิเคราะห์ ไปหาตัวสาธนะ เหมือนนามกิตก์ หรือจะแปลดังนี้ก็ได้</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๑เจตนาปิสุณวาจาปิสุณํวตติเอตายาติฯ(ข.๒๖๐น.๒๔๑)(ปุคคโล)อ.บุคคลวตติยอมกลาวปิสุณํซึงคำสอเสียดเอตาย(เจตนาย)ดวยเจตนานนอิติเพราะเหตุนน(สา)ปิสุณวาจาชือวาปิสุณวาจาฯหมายเหตุ.แปลจากรูปวิเคราะหไปหาตวสาธนะเหมือนนามกิตกหรือจะแปลดงนีกไดเจตนาอ.เจตนาปิสุณวาจาชือวาปิสุณวาจา(อตถวิคคเหน)เพราะอรรถวิเคราะหวา(ปุคคโล)อ.บุคคลวตติยอมกลาวปิสุณํซึงคำสอเสียดเอตาย(เจตนาย)ดวยเจตนานนอิติดงนี","nex":1,"url":"lom-sadhana#tua-yang-1"},{"id":"s223","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลโดยอรรถ","level":3,"path":["การแปลล้มสาธนะ (มังคลัตถทีปนี)","แปลโดยอรรถ"],"pdf":138,"page":131,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s222\">เจตนา ปิสุณวาจา ปิสุณํ วตฺติ เอตายาติ ฯ (ข. ๒๖๐ น. ๒๔๑)</div><div class=\"hb-gloss\">เจตนา ชื่อว่า ปิสุณวาจา เพราะอรรถวิเคราะห์ว่า <strong>เป็นเครื่องกล่าว</strong>คำส่อเสียด<strong>แห่งบุคคล</strong>ฯ (สนามหลวงเฉลย พ.ศ. ๒๕๓๐)</div></div>\n<p>อธิบาย ต ศัพท์ในรูปวิเคราะห์นี้ เป็นตติยาวิภัตติ เป็นเครื่องหมายของกรณสาธนะ, วตฺติ เป็น กัตตุวาจก จึงเป็นกัตตุรูป กรณสาธนะ</p>\n<p>และกัตตุรูป กรณสาธนะ มีคำแปลว่า เป็นเครื่อง...หรือ เป็นเหตุ... โดยมาก แปลว่า เป็นเครื่อง ดังนั้น จึงแปลว่า เป็นเครื่องกล่าว</p>\n<p>ส่วน ปุคฺคโล ที่ขึ้นมาเป็นตัวประธานของ วตฺติ ในรูปวิเคราะห์เมื่อแปลล้มสาธนะต้องแปลว่า แห่งบุคคล ตามตัวอย่างที่แปลไว้นี้</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลโดยอรรถเจตนาชือวาปิสุณวาจาเพราะอรรถวิเคราะหวาเปนเครืองกลาวคำสอเสียดแหงบุคคลฯ(สนามหลวงเฉลยพ.ศ.๒๕๓๐)อธิบายตศพทในรูปวิเคราะหนีเปนตติยาวิภตติเปนเครืองหมายของกรณสาธนะ,วตติเปนกตตุวาจกจึงเปนกตตุรูปกรณสาธนะและกตตุรูปกรณสาธนะมีคำแปลวาเปนเครือง...หรือเปนเหตุ...โดยมากแปลวาเปนเครืองดงนนจึงแปลวาเปนเครืองกลาวสวนปุคคโลทีขึนมาเปนตวประธานของวตติในรูปวิเคราะหเมือแปลลมสาธนะตองแปลวาแหงบุคคลตามตวอยางทีแปลไวนี","nex":1,"url":"lom-sadhana#plae-doi-attha"},{"id":"s224","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๒","level":3,"path":["การแปลล้มสาธนะ (มังคลัตถทีปนี)","ตัวอย่างที่ ๒"],"pdf":139,"page":132,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">วิธิวิเสโส อวชฺชํ ฉาเทตีติ    ฉนฺทํ นาม ภเว ฯ (ข. ๑๑ น. ๑๐)</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๒วิธิวิเสโสอวชชํฉาเทตีติฉนทํนามภเวฯ(ข.๑๑น.๑๐)","nex":1,"url":"lom-sadhana#tua-yang-2"},{"id":"s225","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลยกศัพท์โดยพยัญชนะ","level":3,"path":["การแปลล้มสาธนะ (มังคลัตถทีปนี)","แปลยกศัพท์โดยพยัญชนะ"],"pdf":139,"page":132,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s224\">วิธิวิเสโส อวชฺชํ ฉาเทตีติ    ฉนฺทํ นาม ภเว ฯ (ข. ๑๑ น. ๑๐)</div><div class=\"hb-gloss\">(โย) วิธิวิเสโส อ. วิธีวิเศษใด ฉาเทติ ย่อมปกปิด อวชฺชํ ซึ่งโทษใหญ่ อิติ เพราะเหตุนั้น (โส วิธิวิเสโส) อ. วิธีวิเศษนั้น ฉนฺทํ นาม พึงชื่อว่าฉันท์ ภเว พึงเป็น ฯ</div><div class=\"hb-gloss\">หรือ วิธิวิเสโส อ. วิธีวิเศษ ฉนฺทํ นาม พึงชื่อว่าฉันท์ ภเว พึงเป็น (อตฺถวิคฺคเหน) <strong>เพราะอรรถวิเคราะห์ว่า</strong> ฉาเทติ ย่อมปกปิด อวชฺชํ ซึ่งโทษฬหญ่ อิติ ดังนี้</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลยกศพทโดยพยญชนะ(โย)วิธิวิเสโสอ.วิธีวิเศษใดฉาเทติยอมปกปิดอวชชํซึงโทษใหญอิติเพราะเหตุนน(โสวิธิวิเสโส)อ.วิธีวิเศษนนฉนทํนามพึงชือวาฉนทภเวพึงเปนฯหรือวิธิวิเสโสอ.วิธีวิเศษฉนทํนามพึงชือวาฉนทภเวพึงเปน(อตถวิคคเหน)เพราะอรรถวิเคราะหวาฉาเทติยอมปกปิดอวชชํซึงโทษฬหญอิติดงนี","nex":1,"url":"lom-sadhana#yok-sap-phayanchana"},{"id":"s226","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลโดยอรรถ","level":3,"path":["การแปลล้มสาธนะ (มังคลัตถทีปนี)","แปลโดยอรรถ"],"pdf":139,"page":132,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s224\">วิธิวิเสโส อวชฺชํ ฉาเทตีติ    ฉนฺทํ นาม ภเว ฯ (ข. ๑๑ น. ๑๐)</div><div class=\"hb-gloss\">วิธีวิเศษ พึงชื่อว่า ฉันท์ <strong>เพราะอรรถวิเคราะห์ว่า</strong> ปิดเสียซึ่งโทษใหญ่ ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">หมายเหตุ: อ ที่ อวชฺชํ น่าจะแปลว่าใหญ่ เช่น</p>\n<div class=\"hb-terms\"><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ผลาผลํ (ผล-อผล)</div><div class=\"hb-gloss\">ผลน้อยและผลใหญ่</div></div><div class=\"hb-ex\" data-kind=\"term\"><div class=\"hb-pali\">ขณฺฑาขณฺฑํ (ขณฺฑ - อขณฺฑ)</div><div class=\"hb-gloss\">ท่อนน้อยและท่อนใหญ่</div></div></div>\n<p>การแปลรูปวิเคราะห์นามกิตก์นี้ จะแปลแบบมี ย มี ต อย่างนามกิตก์ก็ได้</p>\n<p>แต่บางครั้ง บางประโยค ไม่สามารถที่จะแปลแบบมี ย มี ต แบบนามกิตก์ได้ เพราะรูปประโยคบังคับ คือจะต้องแปลตัวสาธนะเข้าไปหารูปวิเคราะห์เท่านั้น เช่น</p>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลโดยอรรถวิธีวิเศษพึงชือวาฉนทเพราะอรรถวิเคราะหวาปิดเสียซึงโทษใหญฯหมายเหตุ:อทีอวชชํนาจะแปลวาใหญเชนผลาผลํ(ผล-อผล)ผลนอยและผลใหญขณฑาขณฑํ(ขณฑ-อขณฑ)ทอนนอยและทอนใหญการแปลรูปวิเคราะหนามกิตกนีจะแปลแบบมียมีตอยางนามกิตกกไดแตบางครงบางประโยคไมสามารถทีจะแปลแบบมียมีตแบบนามกิตกไดเพราะรูปประโยคบงคบคือจะตองแปลตวสาธนะเขาไปหารูปวิเคราะหเทานนเชน","nex":3,"url":"lom-sadhana#plae-doi-attha-2"},{"id":"s227","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๑","level":3,"path":["การแปลล้มสาธนะ (มังคลัตถทีปนี)","ตัวอย่างที่ ๑"],"pdf":139,"page":132,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">วิสวาทนาธิปฺปาเยนสฺส ปรวิสวาทกกายวจีปโยคํ สมุฏฺฐาปิกา เจตนา มุสาวาโท ยถาวุตฺตปฺปโยคภูตํ มุสา วทติ วิญฺญาเปติ สมุฏฺฐาเปติ วา เอตายาติ กตฺวา ฯ (ข้อ ๒๐๙ หน้า ๒๐๗)</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๑วิสวาทนาธิปปาเยนสสปรวิสวาทกกายวจีปโยคํสมุฏฐาปิกาเจตนามุสาวาโทยถาวุตตปปโยคภูตํมุสาวทติวิญญาเปติสมุฏฐาเปติวาเอตายาติกตวาฯ(ขอ๒๐๙หนา๒๐๗)","nex":1,"url":"lom-sadhana#tua-yang-1-b"},{"id":"s228","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลยกศัพท์โดยพยัญชนะ","level":3,"path":["การแปลล้มสาธนะ (มังคลัตถทีปนี)","แปลยกศัพท์โดยพยัญชนะ"],"pdf":139,"page":132,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s227\">วิสวาทนาธิปฺปาเยนสฺส ปรวิสวาทกกายวจีปโยคํ สมุฏฺฐาปิกา เจตนา มุสาวาโท ยถาวุตฺตปฺปโยคภูตํ มุสา วทติ วิญฺญาเปติ สมุฏฺฐาเปติ วา เอตายาติ กตฺวา ฯ (ข้อ ๒๐๙ หน้า ๒๐๗)</div><div class=\"hb-gloss\">เจตนา อ.เจตนา ปริวิสวาทกกายวจีปโยคสมุฏฺฐาปิกา อันยังกายประโยคและวจีประโยคเป็นเหตุกล่าวให้คลาดเคลื่อนต่อผู้อื่นให้ตั่งขึ้นพร้อม วิสวาทนาธิปฺปาเยน ด้วยความประสงค์ในอันกล่าวห้คลาดเคลื่อน อสฺส (ปุคฺคลสฺส) ของบุคคลนั้น ชื่อว่า มุสาวาท กตฺวา <strong>เพราะกระทำ</strong> (อตฺถวิคฺคหํ) <strong>ซึ่งอรรถวิเคราะห์ว่า</strong> (มุสาวาที ปุคฺคโล) อ.บุคคล ผู้กล่าวซึ่งคำเท็จโดยปกติ วทติ ย่อมกล่าว ยถาวุตฺตปฺปโยคภูตํ มุสา ซึ่งคำ เท็จอันเป็นประโยคตามที่กล่าวแล้ว ยถาวุตฺตปิปโยคภูตํ มุสา วทติ คือว่า (ยถาวุตฺตปฺปโยคภูตํ มุสา) วิญฺญาเปติ วา (ยถาวุตฺตปฺปโยคภูตํ มุสา สมุฏฺฐาเปติ วา, ยถาวุตฺตปฺปโยคภูตํ มุสา วิญฺญาเปติ วา ย่อมยังบุคคลอื่นให้รู้แจ้ง ซึ่งคำเท็จอันเป็นประโยคตามที่กล่าวแล้ว</div><div class=\"hb-gloss\">หรือ ยถาวุตฺตปฺปโยคภูตํ มุสา สมุฏฺฐาเปติ วา หรือว่า ย่อมยังคำเท็จอันเป็นประโยคตามที่กล่าวแล้วให้ตั้งขึ้นพร้อม ด้วยเจตนานั่น อิติ ดังนี้ ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลยกศพทโดยพยญชนะเจตนาอ.เจตนาปริวิสวาทกกายวจีปโยคสมุฏฐาปิกาอนยงกายประโยคและวจีประโยคเปนเหตุกลาวใหคลาดเคลือนตอผูอืนใหตงขึนพรอมวิสวาทนาธิปปาเยนดวยความประสงคในอนกลาวหคลาดเคลือนอสส(ปุคคลสส)ของบุคคลนนชือวามุสาวาทกตวาเพราะกระทำ(อตถวิคคหํ)ซึงอรรถวิเคราะหวา(มุสาวาทีปุคคโล)อ.บุคคลผูกลาวซึงคำเทจโดยปกติวทติยอมกลาวยถาวุตตปปโยคภูตํมุสาซึงคำเทจอนเปนประโยคตามทีกลาวแลวยถาวุตตปิปโยคภูตํมุสาวทติคือวา(ยถาวุตตปปโยคภูตํมุสา)วิญญาเปติวา(ยถาวุตตปปโยคภูตํมุสาสมุฏฐาเปติวา,ยถาวุตตปปโยคภูตํมุสาวิญญาเปติวายอมยงบุคคลอืนใหรูแจงซึงคำเทจอนเปนประโยคตามทีกลาวแลวหรือยถาวุตตปปโยคภูตํมุสาสมุฏฐาเปติวาหรือวายอมยงคำเทจอนเปนประโยคตามทีกลาวแลวใหตงขึนพรอมดวยเจตนานนอิติดงนีฯ","nex":1,"url":"lom-sadhana#yok-sap-phayanchana-2"},{"id":"s229","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลโดยอรรถ","level":3,"path":["การแปลล้มสาธนะ (มังคลัตถทีปนี)","แปลโดยอรรถ"],"pdf":140,"page":133,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s227\">วิสวาทนาธิปฺปาเยนสฺส ปรวิสวาทกกายวจีปโยคํ สมุฏฺฐาปิกา เจตนา มุสาวาโท ยถาวุตฺตปฺปโยคภูตํ มุสา วทติ วิญฺญาเปติ สมุฏฺฐาเปติ วา เอตายาติ กตฺวา ฯ (ข้อ ๒๐๙ หน้า ๒๐๗)</div><div class=\"hb-gloss\">เจตนาอันยังกายประโยคและวจีประโยคเป็นเหตุกล่าวให้คลาดเคลื่อนต่อผู้อื่นให้ตั้งขึ้นพร้อม ด้วยความประประสงค์ในอันกล่าวให้คลาดเคลื่อนของบุคคลนั้น</div><div class=\"hb-gloss\">ชื่อว่ามุสาวาท เพราะกระทำอรรถวิเคราะห์ว่า <strong>เป็นเครื่องกล่าว</strong>คำเท็จอันเป็นประโยคตามที่กล่าวแล้ว คือ เป็นเครื่องยังบุคคลอื่นให้รู้แจ้ง หรือ ยังคำเท็จอันเป็นประโยคตามที่กล่าวแล้วให้ตั้งขึ้นพร้อม<strong>แห่งมุสาวาทีบุคคล</strong>ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลโดยอรรถเจตนาอนยงกายประโยคและวจีประโยคเปนเหตุกลาวใหคลาดเคลือนตอผูอืนใหตงขึนพรอมดวยความประประสงคในอนกลาวใหคลาดเคลือนของบุคคลนนชือวามุสาวาทเพราะกระทำอรรถวิเคราะหวาเปนเครืองกลาวคำเทจอนเปนประโยคตามทีกลาวแลวคือเปนเครืองยงบุคคลอืนใหรูแจงหรือยงคำเทจอนเปนประโยคตามทีกลาวแลวใหตงขึนพรอมแหงมุสาวาทีบุคคลฯ","nex":1,"url":"lom-sadhana#plae-doi-attha-3"},{"id":"s230","part":"การแปลโดยอรรถ","no":"๒","title":"๒. รูปวิเคราะห์ตัทธิต มีหลักการแปล ดังนี้","level":2,"path":["๒. รูปวิเคราะห์ตัทธิต มีหลักการแปล ดังนี้"],"pdf":140,"page":133,"html":"<h3 class=\"hb-topic\" id=\"taddhita-result\">๑. บทปลง (บทตัทธิต)</h3>\n<p>นิยมแปลทับศัพท์ โดยมากจะเป็นตทัสสัตถิตัทธิต</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"taddhita-attha-opening\">๒. ขึ้น อตฺถวิคฺคเหน</h3>\n<p>(เพราะอรรถวิเคราะห์) หรือ วิคฺคเหน (เพราะวิเคราะห์) มาเปิด อิติ ศัพท์ ของรูปวิเคราะห์</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"taddhita-analysis-have\">๓. ในรูปวิเคราะห์</h3>\n<p>โดยมากจะมี เอตฺถ หรือ อสฺส หรือ จตุตถีวิภัตติ มีทั้ง ๓ ลิงค์ และ ๒ วจนะ และจะมี อตฺถิ อยู่ในรูปวิเคราะห์ด้วย ให้แปลว่า มี</p>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"taddhita-subject\">๔. ตัวประธานในรูปวิเคราะห์</h3>\n<p>ให้แปลต่อจากคำว่า มี โดยที่ไม่ต้องออกอายตนิบาตใดๆ ทั้งสิ้น เช่น</p>","outline":[{"title":"บทปลงตัทธิต","section":"s230","anchor":"taddhita-result"},{"title":"เปิด อิติ ของรูปวิเคราะห์","section":"s230","anchor":"taddhita-attha-opening"},{"title":"เอตฺถ–อสฺส และ อตฺถิ","section":"s230","anchor":"taddhita-analysis-have"},{"title":"ตัวประธานต่อจาก มี","section":"s230","anchor":"taddhita-subject"},{"title":"คล้ายรูปวิเคราะห์: ตติยาวิภัตติ","section":"s234","anchor":"analysis-tatiya"},{"title":"คล้ายรูปวิเคราะห์: สัตตมีวิภัตติ","section":"s236","anchor":"analysis-sattami"}],"topics":[{"anchor":"taddhita-result","title":"๑. บทปลง (บทตัทธิต)","level":3},{"anchor":"taddhita-attha-opening","title":"๒. ขึ้น อตฺถวิคฺคเหน","level":3},{"anchor":"taddhita-analysis-have","title":"๓. ในรูปวิเคราะห์","level":3},{"anchor":"taddhita-subject","title":"๔. ตัวประธานในรูปวิเคราะห์","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"๒.รูปวิเคราะหตทธิตมีหลกการแปลดงนี๑.บทปลง(บทตทธิต)นิยมแปลทบศพทโดยมากจะเปนตทสสตถิตทธิต๒.ขึนอตถวิคคเหน(เพราะอรรถวิเคราะห)หรือวิคคเหน(เพราะวิเคราะห)มาเปิดอิติศพทของรูปวิเคราะห๓.ในรูปวิเคราะหโดยมากจะมีเอตถหรืออสสหรือจตุตถีวิภตติมีทง๓ลิงคและ๒วจนะและจะมีอตถิอยูในรูปวิเคราะหดวยใหแปลวามี๔.ตวประธานในรูปวิเคราะหใหแปลตอจากคำวามีโดยทีไมตองออกอายตนิบาตใดๆทงสินเชน","nex":0,"url":"rup-wikhro-taddhita"},{"id":"s231","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๑","level":3,"path":["๒. รูปวิเคราะห์ตัทธิต มีหลักการแปล ดังนี้","ตัวอย่างที่ ๑"],"pdf":140,"page":133,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อนาถานํ ปิณฺโฑ เอตฺถ อตฺถีติ อนาถปิณฺฑิโก ....(ข้อ ๗ หน้า ๗)</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๑อนาถานํปิณโฑเอตถอตถีติอนาถปิณฑิโก....(ขอ๗หนา๗)","nex":1,"url":"rup-wikhro-taddhita#tua-yang-1"},{"id":"s232","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลยกศัพท์โดยพยัญชนะ","level":3,"path":["๒. รูปวิเคราะห์ตัทธิต มีหลักการแปล ดังนี้","แปลยกศัพท์โดยพยัญชนะ"],"pdf":140,"page":133,"html":"<h3 class=\"hb-topic\" id=\"s232-method-1\">แบบที่๑</h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s231\">อนาถานํ ปิณฺโฑ เอตฺถ อตฺถีติ อนาถปิณฺฑิโก ....(ข้อ ๗ หน้า ๗)</div><div class=\"hb-gloss\">ปิณฺโฑ อ.ก้อนข้าว อนาถานํ เพื่อคนอนาถา ท. อตฺถิ มีอยู่ เอตฺถ (คหปติมฺหิ) ในคหบดีนี้ อิติ เพราะเหตุนั้น (โส คหบติ) อ.คฤหบดีนั้น อนาถปิณฺฑิโก ชื่อว่า อนาถปิณฑิกะ (ผู้มีก้อนข้าวเพื่อคนอนาถา) ฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"s232-method-5\">แบบที่๒</h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s231\">อนาถานํ ปิณฺโฑ เอตฺถ อตฺถีติ อนาถปิณฺฑิโก ....(ข้อ ๗ หน้า ๗)</div><div class=\"hb-gloss\">คหปติ อ.คฤหบดี อนาถปิณฺฑิโก ชื่อว่า อนาถปิณฑิกะ (วิคฺคเหน) <strong>เพราะวิเคราะห์ว่า</strong> ปิณฺโฑ อ.ก้อนข้าว อนาถานํ เพื่อคนอนาถา ท. อตฺถิ มีอยู่ เอตฺถ (คหปติมฺหิ) ในคหปดีนั้น อิติ ดังนี้ ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[{"anchor":"s232-method-1","title":"แบบที่๑","level":3},{"anchor":"s232-method-5","title":"แบบที่๒","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลยกศพทโดยพยญชนะแบบที๑ปิณโฑอ.กอนขาวอนาถานํเพือคนอนาถาท.อตถิมีอยูเอตถ(คหปติมหิ)ในคหบดีนีอิติเพราะเหตุนน(โสคหบติ)อ.คฤหบดีนนอนาถปิณฑิโกชือวาอนาถปิณฑิกะ(ผูมีกอนขาวเพือคนอนาถา)ฯแบบที๒คหปติอ.คฤหบดีอนาถปิณฑิโกชือวาอนาถปิณฑิกะ(วิคคเหน)เพราะวิเคราะหวาปิณโฑอ.กอนขาวอนาถานํเพือคนอนาถาท.อตถิมีอยูเอตถ(คหปติมหิ)ในคหปดีนนอิติดงนีฯ","nex":2,"url":"rup-wikhro-taddhita#yok-sap-phayanchana"},{"id":"s233","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลโดยอรรถ","level":3,"path":["๒. รูปวิเคราะห์ตัทธิต มีหลักการแปล ดังนี้","แปลโดยอรรถ"],"pdf":141,"page":134,"html":"<h3 class=\"hb-topic\" id=\"s233-method-1\">แบบที่๑</h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s231\">อนาถานํ ปิณฺโฑ เอตฺถ อตฺถีติ อนาถปิณฺฑิโก ....(ข้อ ๗ หน้า ๗)</div><div class=\"hb-gloss\">ก้อนข้าวเพื่อคนไร้ที่พึ่งทั้งหลาย มีในคหบดีนี้ เหตุนั้น คหบดีนั้น จึงชื่อว่า อนาถาปิณฑิกะฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"s233-method-3\">แบบที่๒</h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s231\">อนาถานํ ปิณฺโฑ เอตฺถ อตฺถีติ อนาถปิณฺฑิโก ....(ข้อ ๗ หน้า ๗)</div><div class=\"hb-gloss\">คหบดีชื่อว่า อนาถาปิณฑฺกะ <strong>เพราะวิเคราะห์ว่า</strong><strong>มีก้อนข้าว</strong>เพื่อคนไร้ที่พึ่งทั้งหลายฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">หมายเหตุ ; ประโยคนี้ต้องแปลแบบที่ ๒ เท่านั้น เพราะรูปประโยคบังคับ กล่าวคือประโยคเต็มๆมีดังนี้</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อนาถานํ ปิณฺโฑ เอตฺถ อตฺถีติ อนาถปิณฺฑฺโกติ ลทฺธนามกสฺส คหปติโน ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[{"anchor":"s233-method-1","title":"แบบที่๑","level":3},{"anchor":"s233-method-3","title":"แบบที่๒","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลโดยอรรถแบบที๑กอนขาวเพือคนไรทีพึงทงหลายมีในคหบดีนีเหตุนนคหบดีนนจึงชือวาอนาถาปิณฑิกะฯแบบที๒คหบดีชือวาอนาถาปิณฑกะเพราะวิเคราะหวามีกอนขาวเพือคนไรทีพึงทงหลายฯหมายเหตุ;ประโยคนีตองแปลแบบที๒เทานนเพราะรูปประโยคบงคบกลาวคือประโยคเตมๆมีดงนีอนาถานํปิณโฑเอตถอตถีติอนาถปิณฑโกติลทธนามกสสคหปติโนฯ","nex":3,"url":"rup-wikhro-taddhita#plae-doi-attha"},{"id":"s234","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ประโยคที่มีลักษณะคล้ายรูปวิเคราะห์","level":3,"path":["๒. รูปวิเคราะห์ตัทธิต มีหลักการแปล ดังนี้","ประโยคที่มีลักษณะคล้ายรูปวิเคราะห์"],"pdf":141,"page":134,"html":"<p>คือ มี <strong>ย</strong> มี <strong>ต</strong> โดยมากจะอยู่ในรูปของตติยาวิภัตติ และสัตตมีวิภัตติ ไม่มีตัวสาธนะ</p>\n<p>มีวิธีแปล<strong>ล้ม ย ต</strong> และให้ใส่คำว่า ซึ่ง หรือ อัน มาล้ม <strong>ย</strong> ล้ม <strong>ต</strong> ดังนี้</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"analysis-tatiya\">๑.ที่อยู่ในรูปของตติยาวิภัตติ ให้แปลดังนี้</h2>\n<p>ถ้ากิริยาคุมพากย์ของประโยค ย เป็นกัตตุวาจก มีทั้งอาขยาตและกิริยากิตก์ ให้แปลว่า เป็นเครื่อง....หรือ เป็นเหตุ....</p>\n<p>แล้วแปลกิริยาคุมพากย์ต่อจากเป็นเครื่องหรือเป็นเหตุ ทันที</p>\n<p>ส่วนตัวประธานของประโยค ย ให้แปลว่า \"แห่ง\" เช่น</p>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">ตเมว วาจํ ภาเสยฺย        ยายตฺตานํ น ตาปเย ปเร จ น วิหึเสยฺย        สา เว วาจา สุภาสิตา ฯ (ข้อ ๒๗๐ หน้า ๒๔๘)</div></div>","outline":[],"topics":[{"anchor":"analysis-tatiya","title":"๑.ที่อยู่ในรูปของตติยาวิภัตติ ให้แปลดังนี้","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ประโยคทีมีลกษณะคลายรูปวิเคราะหคือมียมีตโดยมากจะอยูในรูปของตติยาวิภตติและสตตมีวิภตติไมมีตวสาธนะมีวิธีแปลลมยตและใหใสคำวาซึงหรืออนมาลมยลมตดงนี๑.ทีอยูในรูปของตติยาวิภตติใหแปลดงนีถากิริยาคุมพากยของประโยคยเปนกตตุวาจกมีทงอาขยาตและกิริยากิตกใหแปลวาเปนเครือง....หรือเปนเหตุ....แลวแปลกิริยาคุมพากยตอจากเปนเครืองหรือเปนเหตุทนทีสวนตวประธานของประโยคยใหแปลวา\"แหง\"เชนตเมววาจํภาเสยยยายตตานํนตาปเยปเรจนวิหึเสยยสาเววาจาสุภาสิตาฯ(ขอ๒๗๐หนา๒๔๘)","nex":1,"url":"rup-wikhro-taddhita#khlai-rup-wikhro"},{"id":"s235","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลยกศัพท์โดยพยัญชนะ","level":3,"path":["๒. รูปวิเคราะห์ตัทธิต มีหลักการแปล ดังนี้","แปลยกศัพท์โดยพยัญชนะ"],"pdf":142,"page":135,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s234\">ตเมว วาจํ ภาเสยฺย        ยายตฺตานํ น ตาปเย ปเร จ น วิหึเสยฺย        สา เว วาจา สุภาสิตา ฯ (ข้อ ๒๗๐ หน้า ๒๔๘)</div><div class=\"hb-gloss\">(ปุคฺคโล) อ.บุคคล อตฺตานํ น ตาปเย ยังตน ไม่พึงให้เดือดร้อนด้วย ปเร (ชเน) น วิหึเสยฺย จ ไม่พึงเบียดเบียน ซึ่งชน ท. เหล่าอื่นด้วย ยาย (วาจาย) <strong>ด้วยวาจาใด</strong>, (ปุคฺคโล) อ.บุคคล พึงกล่าว ตํ เอว วาจํ ซึ่งวาจานั้นนั่นเทียว, สา เว วาจา อ.วาจานั้นแล สุภาสิตา เป็นสุภาษิต (โหติ) ฯ</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลยกศพทโดยพยญชนะ(ปุคคโล)อ.บุคคลอตตานํนตาปเยยงตนไมพึงใหเดือดรอนดวยปเร(ชเน)นวิหึเสยยจไมพึงเบียดเบียนซึงชนท.เหลาอืนดวยยาย(วาจาย)ดวยวาจาใด,(ปุคคโล)อ.บุคคลพึงกลาวตํเอววาจํซึงวาจานนนนเทียว,สาเววาจาอ.วาจานนแลสุภาสิตาเปนสุภาษิต(โหติ)ฯ","nex":1,"url":"rup-wikhro-taddhita#yok-sap-phayanchana-2"},{"id":"s236","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลโดยอรรถ","level":3,"path":["๒. รูปวิเคราะห์ตัทธิต มีหลักการแปล ดังนี้","แปลโดยอรรถ"],"pdf":142,"page":135,"html":"<h3 class=\"hb-topic\" id=\"s236-method-1\">แบบที่ ๑</h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s234\">ตเมว วาจํ ภาเสยฺย        ยายตฺตานํ น ตาปเย ปเร จ น วิหึเสยฺย        สา เว วาจา สุภาสิตา ฯ (ข้อ ๒๗๐ หน้า ๒๔๘)</div><div class=\"hb-gloss\">บุคคลไม่พึงทำตนให้เดือดร้อน และไม่พึงเบียดเบียนชนเหล่าอื่น <strong>ด้วยวาจาใด</strong>, พึงกล่าววาจานั้นเท่านั้น, วาจานั้นแลเป็นสุภาษิตฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"s236-method-3\">แบบที่ ๒</h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s234\">ตเมว วาจํ ภาเสยฺย        ยายตฺตานํ น ตาปเย ปเร จ น วิหึเสยฺย        สา เว วาจา สุภาสิตา ฯ (ข้อ ๒๗๐ หน้า ๒๔๘)</div><div class=\"hb-gloss\">บุคคลพึงกล่าววาจา<strong>ซึ่งเป็นเครื่อง</strong>ไม่ทำตนให้เดือดร้อนและไม่เบียดเบียนชนเหล่าอื่นเท่านั้น, วาจานั้น เป็นสุภาษิตฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">หมายเหตุ; ในกรณีที่ตัวประธานของประโยค ย และประโยค ต เป็นตัวเดียวกัน เวลาแปลล้ม ย ต ตัวประธานในประโยค ย ไม่ต้องแปลว่า \"แห่ง\" อีก ให้ดูการแปลโดยอรรถแบบที่ ๒ เป็นตัวอย่างฯ</p>\n<h2 class=\"hb-topic\" id=\"analysis-sattami\">๒. ที่อยู่ในรูปของสัตตมีวิภัตติ ให้แปลดังนี้</h2>\n<p>๒.๑ ถ้ากิริยาคุมพากย์ของประโยค ย เป็นกัตตุวาจก มีทั้งอาขยาต และกิริยากิตก์ ให้แปลว่า เป็นที่.....</p>\n<p>แล้วแปลกิริยาคุมพากย์ต่อจากเป็นที่ ทันที่</p>\n<p>ส่วนตัวประธานของประโยค ย ให้แปลว่า \"แห่ง\" เช่น</p>","outline":[],"topics":[{"anchor":"s236-method-1","title":"แบบที่ ๑","level":3},{"anchor":"s236-method-3","title":"แบบที่ ๒","level":3},{"anchor":"analysis-sattami","title":"๒. ที่อยู่ในรูปของสัตตมีวิภัตติ ให้แปลดังนี้","level":2}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลโดยอรรถแบบที๑บุคคลไมพึงทำตนใหเดือดรอนและไมพึงเบียดเบียนชนเหลาอืนดวยวาจาใด,พึงกลาววาจานนเทานน,วาจานนแลเปนสุภาษิตฯแบบที๒บุคคลพึงกลาววาจาซึงเปนเครืองไมทำตนใหเดือดรอนและไมเบียดเบียนชนเหลาอืนเทานน,วาจานนเปนสุภาษิตฯหมายเหตุ;ในกรณีทีตวประธานของประโยคยและประโยคตเปนตวเดียวกนเวลาแปลลมยตตวประธานในประโยคยไมตองแปลวา\"แหง\"อีกใหดูการแปลโดยอรรถแบบที๒เปนตวอยางฯ๒.ทีอยูในรูปของสตตมีวิภตติใหแปลดงนี๒.๑ถากิริยาคุมพากยของประโยคยเปนกตตุวาจกมีทงอาขยาตและกิริยากิตกใหแปลวาเปนที.....แลวแปลกิริยาคุมพากยตอจากเปนทีทนทีสวนตวประธานของประโยคยใหแปลวา\"แหง\"เชน","nex":2,"url":"rup-wikhro-taddhita#plae-doi-attha-2"},{"id":"s237","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"ตัวอย่างที่ ๑","level":3,"path":["๒. รูปวิเคราะห์ตัทธิต มีหลักการแปล ดังนี้","ตัวอย่างที่ ๑"],"pdf":142,"page":135,"html":"<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\">อิทานิ (สกฺโก) ยตฺถ (ปุญฺญกฺเขตฺเต) อปฺปกํ กตํ ปุญฺญํ มหปฺผลํ โหติ ตํ (ปุญฺญกฺเขตฺตํ) ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต นตฺถิ จินฺเตติ คาถมาห ฯ (ข้อ ๖๓ หน้า ๖๓)</div></div>","outline":[],"topics":[],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"ตวอยางที๑อิทานิ(สกโก)ยตถ(ปุญญกเขตเต)อปปกํกตํปุญญํมหปผลํโหติตํ(ปุญญกเขตตํ)ปากฏํกตวาทสเสนโตนตถิจินเตติคาถมาหฯ(ขอ๖๓หนา๖๓)","nex":1,"url":"rup-wikhro-taddhita#tua-yang-1-b"},{"id":"s238","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลโดยศัพท์โดยพยัญชนะ","level":3,"path":["๒. รูปวิเคราะห์ตัทธิต มีหลักการแปล ดังนี้","แปลโดยศัพท์โดยพยัญชนะ"],"pdf":142,"page":135,"html":"<h3 class=\"hb-topic\" id=\"s238-method-1\"><strong>แบบที่ ๑ แปลล้ม ย,ต</strong></h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s237\">อิทานิ (สกฺโก) ยตฺถ (ปุญฺญกฺเขตฺเต) อปฺปกํ กตํ ปุญฺญํ มหปฺผลํ โหติ ตํ (ปุญฺญกฺเขตฺตํ) ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต นตฺถิ จินฺเตติ คาถมาห ฯ (ข้อ ๖๓ หน้า ๖๓)</div><div class=\"hb-gloss\">ปุญฺญํ อ.บุญ อปฺปกํ อันน้อย กตํ อันอันทายกกระทำแล้ว ยตฺถ (ปุญฺญกฺเขตฺเต) ซึ่งบุญเขตใด มหปฺผลํ เป็นบุญมีผลมาก โหติ ย่อมเป็น , อิทานิ (สกฺโก) อ.เท้าสักกะ ทสฺเสนฺโต เมื่อจะทรงแสดง ตํ (ปุญฺญกฺเขตฺตํ) ซึ่ง<strong>บุญเขตนั้น</strong> กตฺวา กระทำแล้ว ปากฏํ ให้เป้นธรรมชาติปรากฏแล้ว อาห ตรัสแล้ว คาถํ ซึ่งคาถาว่า นตฺถิ จิตฺเต อิติ ดังนี้เป็นต้น ฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"s238-method-9\"><strong>แบบที่ ๒ แปลล้ม ย,ต</strong></h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s237\">อิทานิ (สกฺโก) ยตฺถ (ปุญฺญกฺเขตฺเต) อปฺปกํ กตํ ปุญฺญํ มหปฺผลํ โหติ ตํ (ปุญฺญกฺเขตฺตํ) ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต นตฺถิ จินฺเตติ คาถมาห ฯ (ข้อ ๖๓ หน้า ๖๓)</div><div class=\"hb-gloss\">อิทานิ ในกาลนี้ (สกฺโก) อ.เท้าสักกะ ทสฺเสนฺโต เมื่อจะทรงแสดง ยตฺถ (ปุญฺญกฺเขตฺเต) อปฺปกํ กตํ ปุญฺญํ มหปฺผลํ โหติ ตํ (ปุญฺญกฺเขตฺตํ) ซึ่ง - อ.บุญ อันน้อย อันอันทายกกระทำแล้ว ในบุญเขตใด เป็นบุญ เป็นบุญมีผลมาก ย่อมเป็น - <strong>บุญเขตนั้น</strong></div><div class=\"hb-gloss\">กตฺวา กระทำ ปากฏํ ให้เป็นธรรมชาติปรากฏแล้ว อาห ตรัสแล้ว คาถํ ซึ่งคาถาว่า นตฺถิ จิตฺเต อิติ ดังนี้เป็นต้นฯ</div></div>","outline":[],"topics":[{"anchor":"s238-method-1","title":"แบบที่ ๑ แปลล้ม ย,ต","level":3},{"anchor":"s238-method-9","title":"แบบที่ ๒ แปลล้ม ย,ต","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลโดยศพทโดยพยญชนะแบบที๑แปลลมย,ตปุญญํอ.บุญอปปกํอนนอยกตํอนอนทายกกระทำแลวยตถ(ปุญญกเขตเต)ซึงบุญเขตใดมหปผลํเปนบุญมีผลมากโหติยอมเปน,อิทานิ(สกโก)อ.เทาสกกะทสเสนโตเมือจะทรงแสดงตํ(ปุญญกเขตตํ)ซึงบุญเขตนนกตวากระทำแลวปากฏํใหเปนธรรมชาติปรากฏแลวอาหตรสแลวคาถํซึงคาถาวานตถิจิตเตอิติดงนีเปนตนฯแบบที๒แปลลมย,ตอิทานิในกาลนี(สกโก)อ.เทาสกกะทสเสนโตเมือจะทรงแสดงยตถ(ปุญญกเขตเต)อปปกํกตํปุญญํมหปผลํโหติตํ(ปุญญกเขตตํ)ซึง-อ.บุญอนนอยอนอนทายกกระทำแลวในบุญเขตใดเปนบุญเปนบุญมีผลมากยอมเปน-บุญเขตนนกตวากระทำปากฏํใหเปนธรรมชาติปรากฏแลวอาหตรสแลวคาถํซึงคาถาวานตถิจิตเตอิติดงนีเปนตนฯ","nex":2,"url":"rup-wikhro-taddhita#yok-sap-phayanchana-3"},{"id":"s239","part":"การแปลโดยอรรถ","no":null,"title":"แปลโดยอรรถ","level":3,"path":["๒. รูปวิเคราะห์ตัทธิต มีหลักการแปล ดังนี้","แปลโดยอรรถ"],"pdf":143,"page":136,"html":"<h3 class=\"hb-topic\" id=\"s239-method-1\"><strong>แบบที่ ๑ แปลไม่ล้ม ย,ต</strong></h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s237\">อิทานิ (สกฺโก) ยตฺถ (ปุญฺญกฺเขตฺเต) อปฺปกํ กตํ ปุญฺญํ มหปฺผลํ โหติ ตํ (ปุญฺญกฺเขตฺตํ) ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต นตฺถิ จินฺเตติ คาถมาห ฯ (ข้อ ๖๓ หน้า ๖๓)</div><div class=\"hb-gloss\">บุญอันน้อย ที่ทายกกระทำในบุญเขตใด ย่อมมีผลมาก บัดนี้ ท้าวสักกะเมื่อจะแสดงบุญเขตนั้น กระทำให้ปรากฏ จึงตรัสคาถาว่า นตฺถิ จิตฺเต เป็นต้นฯ</div></div>\n<h3 class=\"hb-topic\" id=\"s239-method-5\"><strong>แบบที่ ๒ แปลล้ม ย,ต</strong></h3>\n<div class=\"hb-ex\"><div class=\"hb-pali\" data-source-ref=\"s237\">อิทานิ (สกฺโก) ยตฺถ (ปุญฺญกฺเขตฺเต) อปฺปกํ กตํ ปุญฺญํ มหปฺผลํ โหติ ตํ (ปุญฺญกฺเขตฺตํ) ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต นตฺถิ จินฺเตติ คาถมาห ฯ (ข้อ ๖๓ หน้า ๖๓)</div><div class=\"hb-gloss\">บัดนี้ ท้าวสักกะ เมื่อจะทรงแสดงบุญเขตซึ่ง<strong>เป็นที่มีผลมาก</strong><strong>แห่งบุญ</strong>อันน้อยที่ทายกกระทำแล้ว ให้ปรากฏ จึงตรัสคาถาว่า นตฺถิ จิตฺเต เป็นต้น ฯ</div></div>\n<p class=\"hb-example-note\">หมายเหตุ ; นิยมแปลอย่างที่ ๒ ถือว่าสำนวนถึง) ยตฺถ เป็นเครื่องหมายของอธิกรณสาธนะ จึงแปลว่า เป็นที่</p>\n<div class=\"hb-figure\">ภาพปกหลังหนังสือ — โลโก้มูลนิธิบุญประกอบปัญญา BoonPrakobPanya Foundation, ข้อความ \"ศึกษาธรรม นำปฏิบัติ พัฒนาจิต คิดค้นทางพ้นทุกข์\", ภาพการ์ตูนสามเณรนั่งสมาธิ, QR code, และที่อยู่ วัดป่ามหาไชย บ้านอ้อมโรงหีบ ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 74000 tel.085-3795589 Fax: 034433137 www.watpamahachai.org E-mail : watpamahachai@gmail.com</div>","outline":[],"topics":[{"anchor":"s239-method-1","title":"แบบที่ ๑ แปลไม่ล้ม ย,ต","level":3},{"anchor":"s239-method-5","title":"แบบที่ ๒ แปลล้ม ย,ต","level":3}],"hide_title":false,"navigation_toc":false,"n":"แปลโดยอรรถแบบที๑แปลไมลมย,ตบุญอนนอยทีทายกกระทำในบุญเขตใดยอมมีผลมากบดนีทาวสกกะเมือจะแสดงบุญเขตนนกระทำใหปรากฏจึงตรสคาถาวานตถิจิตเตเปนตนฯแบบที๒แปลลมย,ตบดนีทาวสกกะเมือจะทรงแสดงบุญเขตซึงเปนทีมีผลมากแหงบุญอนนอยทีทายกกระทำแลวใหปรากฏจึงตรสคาถาวานตถิจิตเตเปนตนฯหมายเหตุ;นิยมแปลอยางที๒ถือวาสำนวนถึง)ยตถเปนเครืองหมายของอธิกรณสาธนะจึงแปลวาเปนที[ภาพปกหลงหนงสือ—โลโกมูลนิธิบุญประกอบปญญาBoonPrakobPanyaFoundation,ขอความ\"ศึกษาธรรมนำปฏิบติพฒนาจิตคิดคนทางพนทุกข\",ภาพการตูนสามเณรนงสมาธิ,QRcode,และทีอยูวดปามหาไชยบานออมโรงหีบต.บานเกาะอ.เมืองจ.สมุทรสาคร74000tel.085-3795589Fax:034433137www.watpamahachai.orgE-mail:watpamahachai@gmail.com]","nex":2,"url":"rup-wikhro-taddhita#plae-doi-attha-3"}]}